แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมืองใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

20 ตุลาคม 2552

การเตะหมูเข้าปากหมาของสร.ร.ฟ.ท.


ในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่  5  เหตุการณ์ทางด้านการเมืองสืบเนื่องมาจากนโยบายขยายอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศสมาครอบคลุมบริเวณเหลมอินโดจีน  พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคมโดยเส้นทางรถไฟเพราะลำพังแค่การใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นนั้นไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขต  ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียงจึงทรงเห็นควรที่จะสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่นทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การปกครอง  ตรวจตราป้องกันการรุกราน ถือเป็นการเปิดภูมิประเทศให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เป็นประโยชน์ทางเศรษกิจของประเทศและจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

ดังนั้นในปี  พ.ศ.2430  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสำรวจเส้นทางเพื่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ  ไปเชียงใหม่โดยมีเส้นทางแยกสระบุรีไปนครราชสีมาและในวันที่  26  มีนาคม พ.ศ.2439  พระองค์ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่างสถานีกรุงเทพฯ  - อยุธยาระยะทาง  71  กิโลเมตรและเปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ - อยุธยา  ได้ตั้งแต่วันที่  28 มีนาคม  พ.ศ.2439  เป็นต้นไป  ซึ่งการรถไฟก็ได้มีการนับให้  "วันที่  26  มีนาคม" เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟสืบมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อการก่อสร้างทางรถไฟสายแรกสำเร็จลงตามพระราชประสงค์แล้วก็ทรงพิจารณาสร้างทางรถไฟสายอื่นๆ ต่อไป  จนกระทั่งสิ้นรัชสมัยของพระองค์พระผู้พระราชทานกำเนิดกิจการรถไฟในประเทศไทย  เมื่อวันที่  23  ตุลาคม  พ.ศ.2453  กรมรถไฟหลวงจึงเปลี่ยนฐานะมาเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปการภายใต้ชื่อว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.2494  เป็นต้นมาโดยการดำเนินงานอยู่ภายใต้  พ.ร.บ.การรถไฟฯ  ฉบับ  พ.ศ.2494 นับเป็นหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยมาช้านานในประวัติศาสตร์อันยาวนานของรถไฟไทย

ร้อยกว่าปีมานี้องค์กรนี้เหมือนคนอ้วนพัฒนาไปอย่างคืบคลานและหยุดนิ่ง  หากพระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงกลับมาประทับบนรถไฟไทยอีกครั้งท่านคงทรงคุ้นเคยกับรถไฟนั้นเป็นอย่างดีและพระองค์ท่านคงโทมนัสใจอย่างใหญ่หลวงต่อความก้าวหน้าของระบบการรถไฟที่พระองค์ท่านทรงส่งเสริม ริเริ่มก่อตั้งขึ้นมากับพระหัตถ์ของพระองค์    ปัญหาใหญ่คือการคอรัปชั่นภายในองค์กรรวมไปถึงแนวคิดการบริหารองค์กรที่ค่อนข้างไปทางอนุรักษนิยม  แม้ว่าสิ่งที่ส่งผลมาถึงปัจจุบันคือนอกจากปัญหาเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือแล้ว  เรื่องบุคลากรในการรถไฟฯ เองก็เป็นปัญหาใหญ่เพราะไม่มีการพัฒนาตัวเองหรือแทบจะไม่มี ห้ามรับอัตรากำลังพลภาครัฐเพิ่มได้ไม่เกินร้อยละ 5    ส่วนเครื่องไม้เครื่องมือล้วนเป็นของเก่า คนใช้บริการรถไฟต่างรู้ดีและเบื่อหน่ายจนไม่อยากจะพูดถึง  เคยเกิดเรื่องถึงขนาดรถไฟออกจากหัวลำโพงเกือบถึงสถานีสามเสนแล้วต้องถอยหลังกลับไปเอาผ้าห่ม  ไม่นับรวมมารยาทที่ยอดแย่ของการให้บริการอีกนับไม่ถ้วน  กิจการจะประสบกับภาวะขาดทุนจำนวนมหาศาลแต่ก็มิได้มีเสียงตำหนิติเตียนจากประชาชนเจ้าของประเทศด้วยเข้าใจได้ว่ากิจการรถไฟเป็นสาธารณูปโภคที่รัฐพึงให้บริการเป็นสวัสดิการแก่สาธารณชน  กระนั้นกลับเป็นการสวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่วันนี้จะมีขบวนรถไฟที่เร็วที่สุดในย่านนี้แล้ว  ประเทศอื่นเค้าเน้นระบบรางหมดแล้ว  ส่วนเรายังคงสร้างถนนเพื่อกินหินกินทรายกินจุกกินจิกกันต่อไป

พนักงานขับรถและช่างเครื่องซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟฯหรือสร.ร.ฟ.ท.พากันทยอยสไตรค์เงียบด้วยการพร้อมใจกันลากิจหลายคนทำให้การบริการรถไฟขบวนสายใต้ แทบจะกลายเป็นอัมพาตมาหลายวัน  ความรู้สึกของประชาชนในวันนี้คือพนักงานร.ฟ.ท.พากันผละงานโดยปราศจากเหตุผลที่น่าเชื่อถือ ใช้ประชาชนเป็นตัวประกันต่อรองผลประโยชน์กับฝ่ายบริหารของตน ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเห็นความขัดแย้งภายในร.ฟ.ท.ในทันทีที่ขบวนรถไฟที่ 167 สายกรุงเทพฯ-กันตังจอดทิ้งผู้โดยสารจำนวนกว่า 2,000 คนให้ลงกลางทางที่สถานีรถไฟละแมที่ชุมพร  จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ออกมารับผิดชอบว่าเป็นผู้สั่งการให้รถไฟหยุดทั้งฝ่ายผู้บริหารและฝ่ายสร.ร.ฟ.ท.ต่างก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการ  แว่วมาว่ามีการวางยาให้คนด่าสร.ร.ฟ.ท.ใครก็ไม่รู้ไปสั่งให้คนขับหยุด

ทางพนักงานขับรถไฟไม่ยอมขับรถไฟเนื่องจากการอ้างว่าอุปกรณ์ป้องกันการหลับในไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่จะใช้งานได้   ทางร.ฟ.ท.ก็ควรจะซ่อมเสียให้เรียบร้อยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสียก่อนเพื่อคำนึงในความปลอดภัยของผู้โดยสาร  เท่าที่ทราบอุปกรณ์ป้องกันการหลับในในทุกหัวรถจักรเสียทุกเครื่องแสดงว่าทางร.ฟ.ท.เองได้ละเลยและไม่ใสใจในความปลอดภัยของผู้โดยสารและไม่มีมาตรฐานในการดำเนินการ   จึงไม่ควรที่จะกล่าวโทษพนักงานขับรถไฟที่ทำการหยุดเดินรถเพื่อให้ซ่อมบำรุงเสียให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนจะทำการเดินหัวรถจักร ไม่อยากไม่มีกรณีใดๆเกิดขึ้นอีก

ขณะนี้สังคมต้องรับรู้ว่าร.ฟ.ท.จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาภายในโดยด่วนเพราะหากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน โอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะประสบปัญหาเพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่แค่การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนเสี่ยงต่อทรัพย์สินรวมถึงความสะดวกต่อการพึ่งพารถไฟด้วย  คงปฏิเสธใดๆ  ไม่ได้หากจะมีเสียงก่นด่าซ้ำเติมจากทุกฝ่ายว่าความเน่าเฟะทั้งหลายขององค์กรล้วนเกิดจากคนที่เรียกตัวเองว่าพนักงานร.ฟ.ท. ที่พนักงานร.ฟ.ท.ไม่เคยสนใจผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน  องค์กรจึงขาดทุนไม่สามารถพัฒนาสู่ความนิยมหรือเจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรจะเป็น  ดังนั้นจะโทษใครได้อีกหากพรุ่งนี้หรืออนาคตข้างหน้าองค์กรนี้จะถูกแปรรูป  โละคนไร้ประสิทธิภาพออกไป

คนที่ชี้แจงได้ดี่ที่สุดคือสร.ร.ฟ.ท.โดยนายสาวิทย์  แก้วหวานประธานสร.ร.ฟ.ท.เพราะเป็นคนหนึ่งที่รู้ความเคลื่อนไหวในร.ฟ.ท.ดีที่สุด   จุดเริ่มต้นจากรถไฟขบวนที่  84  ตรัง-กทม.ตกรางที่อำเภอเขาเต่า ประจวบคีรีขันธ์มีผู้เสียชีวิตเกือบ 10 รายและบาดเจ็บอีกเกือบ 100 ราย    ฝ่ายบริหารของร.ฟ.ท.ออกมาสรุปว่าเป็นความผิดของคนขับซึ่งได้หายตัวไปหลังเกิดเหตุ   นี่เองที่เป็นเชื้อปะทุสร้างความไม่พอใจต่อสร.ร.ฟ.ท.  ส่งผลให้ทำการหยุดเดินรถโดยให้เหตุผลว่าระบบรักษาความปลอดภัยของหัวลากเสียหายไม่พร้อมให้บริการจนลุกลามบานปลาย  พนักงานขับรถต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่ขับรถโดยความพร้อมที่จะสามารถควบคุมรถได้ตลอด  ก็ในเมื่อเครื่องมือไม่พร้อมพวกเขาก็ไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารได้ก็เป็นเรื่องความชอบธรรมที่พวกเขาจะสามารถบอกกับสังคมได้    แต่ประชาชนก็จะรู้สึกแค่ว่าคนร.ฟ.ท.เพิ่งมาบอกประชาชนว่าการโดยสารโดยรถไฟมีความเสี่ยงที่จะตายสูงและที่ทำให้เกิดความรู้สึกแย่ไปกว่านั้นคือสร.ร.ฟ.ท.บอกว่าระบบรักษาความปลอดภัยเสียหายมานานแล้ว   ย้อนกลับไปถามสร.ร.ฟ.ท.ว่า ทำไมไม่ขึงขังบอกประชาชนแล้วหยุดการเดินรถเพื่อความปลอดภัยประชาชนก่อนหน้านี้  รถจักรเก่าล้าสมัยใช่ว่าเกิดขึ้นหลังจากรถไฟตกรางที่เขาเต่ามันเกิดมานานแล้ว หากคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนจริงต้องบอกประชาชนก่อน

สร.รฟท.ถึงได้ประกาศหยุดเดินรถไฟสายใต้ รถไฟสายท้องถิ่นโดยอ้างว่าหัวรถจักรไม่อยู่ในสภาพร้อมใช้งานต้องนำไปตรวจซ่อมก่อนเพื่อความปลอดภัยส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และมีผู้โดยสารตกค้างตามสถานีต่างๆ จำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสวิพากวิจารณ์ถึงวิธีการหยุดเดินรถไฟประท้วงโดยมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งระหว่างพนักงงานรถไฟกับฝ่ายบริหารนั้น   ทางสร.ร.ฟ.ท.เรียกร้องว่า จะขอเจรจากับฝ่ายบริหารและกระทรวงคมนาคมเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนออกมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ   ก่อนหน้านี้สร.รฟท.ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องโกงกินมาโดยตลอด แต่ประชาชนพึ่งมาได้ยินเรื่องคุณภาพของร.ฟ.ท.เอาก็ช่วงนี้นี่เอง

โสภณ ซารัมย์ระดมความคิดเห็นผู้บริหารส่วนต่างๆ  ประชุมคณะกรรมการร.ฟ.ท.เพื่อแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ  ให้ฝ่ายบริหาร ร.ฟ.ท.ไปรวบรวมรายละเอียดโครงสร้างของร.ฟ.ท.ใหม่ทั้งหมดทั้งฐานะการเงิน หนี้สิน ทรัพย์สินที่ดินและระบบโครงสร้างพื้นฐาน จำนวนพนักงานองค์กรที่ปฏิบัติงานจริง ค่าล่วงเวลาทั้งหมดใหม่ แล้วให้เสนอกลับมายังกระทรวงคมนาคมก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ  และระบุว่ากระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.จะไม่เจรจากับสร.ร.ฟ.ท.จนกว่าพนักงานเหล่านี้จะกลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่และเปิดเดินรถได้ตามปกติ

นายกรณ์ จาติกวณิชรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้าชี้แจงนายกรัฐมนตรีถึงปัญหาของร.ฟ.ท. ในส่วนที่เกี่ยวกับกระทรวงการคลังว่าการจัดสรรงบประมาณให้กับ ร.ฟ.ท.ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการพัฒนาทั้งในส่วนของงบประมาณประจำปีรวมถึงงบประมาณจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง    แต่ปัญหาอยู่ที่การเบิกจ่ายงบประมาณโดยจะเห็นจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2552 ที่ร.ฟ.ท.เบิกจ่ายเงินต่ำมาก ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงในส่วนของงบลงทุนแต่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้เบิกจ่ายมากกว่า

การเดินทางมาเพื่อดูสภาพหัวรถจักรที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ของทั้งโสภณ ซารัมย์ ยุทธนา ทัพเจริญและคณะ  ในบรรดาหัวรถจักรที่สถานีชุมทางหาดใหญ่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10-20 ปีหลายคัน   รถพวกนี้ได้ผ่านการตรวจสอบระบบพร้อมทั้งติดป้ายแจ้งว่ามีปัญหาอะไรบ้าง  จากนั้นได้ไปดูที่สุราษฎร์ธานี   เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ส่วนไหนที่สามารถซ่อมได้ก็จะรีบทำการซ่อมให้เร็วที่สุด ส่วนไหนที่เก่าและมีอายุการใช้งานนานเกินไปก็ปลดระวางซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการซื้อหัวรถจักรเพื่อมาใช้งานทดแทนอันเก่า  ในขณะที่สร.ร.ฟ.ท.ส่วนหนึ่งได้ออกมาเดินขบวนถือป้ายประท้วงพร้อมกับตะโกนไล่  โสภณได้ย้ำว่าจะไม่มีการเจรจากับทางสร.ร.ฟ.ท.แต่อย่างใดแต่จะคุยกับผู้บริหารรถไฟเท่านั้นจากนั้นคณะนั้นรีบขึ้นรถกลับกรุงเทพทันที  เป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยทำไมไม่โดยสารรถไฟไทย ไปไหนมาไหน  หรือต้องรีบกลับมาดูแลการเขมือบรถเมล์ NGV 4000 คันไว้เป็นหมื่นล้าน    โสภณกำลังเลือกปฏิบัติหรือไม่ซึ่งแตกต่างจากกรณีทั้งที่ขสมก.หรือกฟน.ที่มีการเจรจาหรือว่าจัดตั้งกันมาเอง

หากช่างบอกบินได้ แต่ถ้าำักัปตันเครื่องบินไม่มั่นใจเขาก็ไม่บินได้ เพราะเขาต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารแล้วมันจะต่างอะไรกับคนขับรถไฟที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารเป็นพัน เวลาตกราง มีใครยืดอกรับผิดชอบไหม ลองให้พนักงานสร.ร.ฟ.ท.ออกขบวนรถไฟโดยให้บรรดารัฐมนตรีทุกคนขึ้นไปกับขบวนรถเป็นปฐมฤกษ์ให้มั่นใจว่าขบวนที่ซ่อมแล้วนั้นมันสามารถเดินได้อยู่และจะได้พิสูจน์ไปด้วยว่าความปลอดภัยของประชาชนมีค่าเท่ากับชีวิตของพวกนักการเมืองและนายทุนหรือไม่  ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรส่งตัวแทนมาเจรจากัน   รัฐบาลควรเร่งดำเนินการหรือส่งตัวแทนเข้ามาไกล่เกลี่ยโดยเร็วที่สุด  แล้วเปิดให้บริการเดินรถไฟแก่ประชาชนทุกเส้นทางตามปกติ   ส่วนผู้ว่าฯ การรถไฟฯ ควรออกมาชี้แจงถึงประเด็นข้อสงสัยต่อสาธารณชน   ควรปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยครั้งใหม่อย่างจริงจัง   บ้างก็ว่าควรเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาดูแล

หัวหน้ากองสอบสวนร.ฟ.ท.ร้องกองปราบให้สอบสวนดำเนินคดีพนักงานร.ฟ.ท.ที่ประท้วงหยุดเดินรถโดยแนบซีดีเป็นหลักฐานมัดเอาผิด ขณะที่ตำรวจรับเรื่องไว้พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง  ขอให้เพื่อนๆ ที่ก่อเหตุหยุดเดินรถเข้ามาทำงานปกติเถิดเพราะขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนักและภาพลักษณ์ของรถไฟเสีย เราพลอยเสียหายไปด้วย  ที่ผ่านมาเราถูกตำหนิจากทั้งสื่อมวลชนและประชาชนว่านิ่งเฉยไม่ออกมาดำเนินการอะไรเลย

ทั้งสร.ร.ฟ.ท.และผู้บริหารต่างก็ใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวประกันทั้งคู่และยิ่งผู้ที่เป็นรัฐมนตรี ผู้บริหารร.ฟ.ท.เอง แทนที่จะแก้ปัญหาแต่กลับเป็นตัวซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้หนักขึ้นไปอีก การไม่ยอมเจรจากับสร.ร.ฟ.ท.เพื่อที่จะแก้ปัญหาร่วมกันทั้งที่เป็นปัญหาภายในองค์กรเองแต่กลับใช้อำนาจยื้อเวลาทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น   การที่จะแก็ปัญหาถ้าไม่เจรจากันก็ไม่ทราบว่าคุณจะใช้วิธีใดเพราะในเมื่อเป็นมนุษย์ก็ต้องพูดจากันแต่คุณกลับจะใช้อำนาจเข้าจัดการกับพนักงานเหล่านั้น  พนักงานเขาก็เดือดร้อนกับการบริหารจัดการของผู้บริหารเหมือนกันไม่ใช่หรือ ในเมื่อจะแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เดือดร้อน แล้วกับพนักงานรถไฟที่เดือดร้อนเพราะผู้บริหารพณฯท่านจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไรหรือว่าพณฯท่านจะทำเพื่ออวดอำนาจบารมีที่มีอยู่หรือจะทำเพื่อเป็นการหาเสียงกับประชาชนผู้เดือดร้อนจากการใช้บริการรถไฟ แต่พณฯท่านก็อย่าลืมว่าครอบครัวคนรถไฟที่มีอยู่ทุกภาคของประเทศก็เป็นประชาชนเหมือนกัน

ผ่านมา 3 วันแล้ว นายกรัฐมนตรีเรียกโสภณ ซารัมย์มาสรุปปัญหาร.ฟ.ท.  ในระยะเฉพาะหน้าจะต้องเปิดให้บริการครบถ้วนโดยเร็วที่สุด ในระยะยาวต้องมีการปฏิรูป การเสนอแผนการปฏิรูปร.ฟ.ท.มีมาอยู่แล้วเพราะจะต้องมีการลงทุนระบบรางค่อนข้างมากที่จะต้องมาดูในเรื่องของการลงทุนในระยะยาวว่าจะมีวิธีการไม่ให้ในอนาคตบริการที่ต้องขยายไปเจอปัญหาอย่างนี้อีกได้อย่างไร   นายกฯ กล่าวว่า ถ้ารถมีปัญหาจริงๆ ก็ไม่เป็นปัญหาก็ไม่เป็นความผิดในแง่นั้น   จริงๆ แล้วระบบการบริการต้องมีการแจ้งล่วงหน้าและที่จะไปให้ผู้โดยสารลงกลางทางมันต้องมีเหตุผล ถ้ามีข้อเรียกร้องอะไร ก็ควรที่จะมาพูดคุยกัน ไม่ใช่มาทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแบบนี้และคำอธิบายก็ไม่เคยตรงกันตกลงว่าเป็นปัญหาที่ตัวระบบ เป็นปัญหาที่ตัวรถจักรหรือว่าพนักงานลา หรืออะไรควรที่จะมาพูดจากันอย่างตรงไปตรงมา เราพยายามดูว่าจะมีวิธีการระดมคนมาช่วยได้อย่างไร   อยากจะย้ำสร.ร.ฟ.ท.อีกครั้งถ้ามีประเด็นข้อเรียกร้องอะไรไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหนก็สามารถยืนมาถึงรัฐบาลได้

ที่ผ่านมาทางภาครัฐมีการศึกษาเรื่องการปรับปรุงร.ฟ.ท.มาระดับหนึ่งแล้วเพราะฉะนั้นขณะนี้ต้องมองลึกลงไปว่าในอนาคตจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปซึ่งการศึกษาดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 ระดับคือ 1.จะต้องมีการปรับปรุงเรื่องกฎระเบียบให้สอดคล้องกับการพัฒนา 2.เปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ และ 3.ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบ   อาจจะต้องมีการปรับรูปแบบการบริหารร.ฟ.ท.เป็นกรมรถไฟเพื่อจะสามารถใช้งบประมาณรัฐได้อย่างเต็มที่โดยนำงบประมาณนั้นมาใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางทั้งหมด   ส่วนในเรื่องของการเดินรถนั้นควรมีระบบการแข่งขันโดยอาจจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

จู่ๆพนักงานร.ฟ.ท.กับสร.ร.ฟ.ท.กลายเป็นพนักงานสติไม่ดีแกล้งประชาชนไปเสีย   คนร.ฟ.ท.ทำงานดักดานกับสภาพแย่ๆ ของการบริหารร.ฟ.ท.มาไม่รู้กี่ชุดรัฐบาลจนมาถึงมือนายกฯ คนนี้กับรัฐมนตรีคนนี้   ใครต้องรับผิดชอบ  ในระดับบริหารอย่างโสภณ  ซารัมย์รัฐมนตรีคมนาคมหรือยุทธนา  ทัพเจริญผู้ว่าฯร.ฟ.ท.ที่ไร้สปิริตและไร้ประสิทธิภาพ พณฯท่านเล่นบริหารแบบลอยตัว นอกจากจะไม่แสดงความรับผิดชอบแล้วยังดื้อตาใสและที่น่าเกลียดก็คือมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุของโศกนาฏกรรมแล้วในที่สุดก็สรุปผลการสอบสวนให้ลงโทษไล่ออกพนักงานขับรถที่ถูกระบุว่าหลับในขณะเกิดเหตุเพียงคนเดียว รัฐมนตรีและผู้ว่าฯที่จะต้องต้องพิจารณาตัวเองเพราะมีอำนาจหน้าที่แล้วแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย  ปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยิ้อบานปลายและขาดวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ถ้ายังด้านไม่ลาออกนายกฯ อภิสิทธิ์ก็ต้องใช้อำนาจในฐานะผู้บริหารประเทศสูงสุดสะสางปัญหา-อุปสรรค-ความขัดแย้งแล้วจัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทันที  ประกาศแล้วต้องทำจริงไม่ใช่พูดหาเสียงฉาบฉวยแล้วปล่อยให้กลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง   ถ้านายกฯ แก้ไม่ได้ ปลดนายโสภณไม่ได้ ปลดยุทธนาไม่ได้ก็ต้องปลดตัวเองออกอย่ามัวแต่เกรงใจเนวินเจ้าของพรรคภูมิใจไทยแต่ไม่เกรงใจประชาชน-เจ้าของประเทศ      ผู้บริหารของชาวเมืองอื่นๆแค่รถตกรางคนก็ตกเก้าอี้แล้ว...แต่ที่นี่เมืองไทย  ทีกับพวกนายพล  นักการเมืองที่โกงชาติทำไมไม่ขึงขังบ้าง เรื่องย้ายสมานบิน เรื่องตั้งผบ.ตร. เรื่องรถเมล์ เรื่องเขาพระวิหาร เรื่องที่ดินรถไฟบุรีรัมย์ เรื่องข่าวลือ เรื่อง7ตุลา แค่ปลดออก ฯลฯ เรื่องพวกนี้กล้ารึเปล่า....วันนี้มอดกับปลวกกำลังจะขึ้นหนังสือร้อยฝัน (ร้าย) วันฟ้าใหม่ของนายกฯอภิสิทธิ์ที่เคยเขียนไว้เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านแล้ว

อย่าไปตำหนิ ติติง ต่อว่าทั้งพนักงานร.ฟ.ท.และสร.ร.ฟ.ท.กันนักเลย  ขอประชาชนดูสภาพหัวรถจักรกันเสียก่อน มันย่ำแย่ขนาดไหน พวกเขาเป็นเพียงระดับล่างรับแต่นโยบาย ไม่ได้รับเงินเหมือนพวกระดับบนที่ไม่คิดหรือพัฒนาการรถไฟแบบจริงจัง ระบบการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทันสมัย ไม่มีความปลอดภัย พอมีอุบัติเหตุพนักงานระดับล่างได้แต่รับผิดชอบไป แล้วพนังานระดับบนๆกับผู้บริหารนั่นบริสุทธิ์ผุดผ่องกันเสียนี่ ชีวิตประชาชนทั่วไปและชีวิตพนักงานขึ้นอยู่กับหัวรถจักรเก่าๆ การสื่อสารที่ไม่ทันสมัย   อย่าเอาการหยุดงานประท้วงของสร.ร.ฟ.ท.และความเดือดร้อนของประชาชนมาบังน่าเพื่อการแก้ปัญหาการรถไฟไทยทั้งระบบและต้องช่วยกันสกัดกั้นนักการเมืองชั่วเข้ามาหากินและบอนไซร.ฟ.ท. การที่สร.ร.ฟ.ท.คิดจะพัฒนาองค์กรนับเป็นเรื่องดี ต้องกระทุ้งให้ฝ่ายบริหารการรถไฟฯ  หันมาให้ความสนใจอย่างจริงๆ  เพราะที่ผ่านมาผู้บริหารมักติดนิสัยมูมมามคนแล้วคนเล่าที่เข้ามาก็ตั้งหน้าตั้งตาสูบจนร.ฟ.ท.เป็นง่อย  ผู้บริหารใช้กลไกสื่อบิดเบือน มติครม.ที่แล้วๆมาให้ลดจำนวนพนักงานจนทำให้ พขร. ต้องทำงานจนไม่มีวันหยุด   เพราะต้องการลดค่าใช้จ่าย  

เคยมีอยู่หลายๆกรณีที่ร.ฟ.ท.จะทำการพัฒนาการให้บริการแต่ตกลงผลประโยชน์กันไม่ได้โดยผู้บริหารระดับบนและพนักงานระดับล่างไม่รู้เรื่อง  สุดท้ายเรื่องก็เงียบ การคิดจะพัฒนาโดยที่ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจะไม่เกิดใช่หรือไม่   เรื่องนี้ถ้าหากมีความจริงใจไม่มีเจตนาแอบแฝงบริหารจัดการให้มันโปร่งใส สามารถหากำไรเอาเงินส่งรัฐไปใช้พัฒนาประเทศให้สบายโดยไม่จำเป็นต้องไปแยกจัดการหรือแปรรูปองค์กร   ความคิดการแปรรูปเป็นเพียงข้ออ้างในการที่จะฮุบที่ดินของร.ฟ.ท.เท่านั้นโดยไม่รู้ถึงสาเหตุหลักการและพระพุทธเจ้าหลวงท่านเตรียมที่ดินรถไฟไว้เพื่อขยายเป็นคลังขนถ่ายสินค้าและเพื่อการอื่นในการพัฒนากิจการ ไม่ใช่ให้ใครฮุบไปพัฒนาเป็นศูนย์การค้าและอาคารพาณิชย์   ถ้าให้ภูมิใจห้อยได้โอกาสแปรรูปรฟท.ก็คงเป็นการเตะหมูเข้าปากหมาของสร.ร.ฟ.ท.และเราคงจะได้เห็น 2 บริษัท    - บริษัท ร.ฟ.ท.เอื้ออาทร จำกัด เพื่อการหาเสียงกับรากหญ้า รากแก้ว รากฝอยและรากต่างๆหรืออาจจะประชาชนชาวรากเลือด(เพราะการโกงกิน)  กับ - บริษัท ร.ฟ.ท.แลนด์ จำกัดแบ่งเค้กให้พรรคพวกถือหุ้นแล้วขายที่ดินของพระพุทธเจ้าหลวงที่ได้พระราชทานให้ปวงชนชาวไทยทั้งปวง  ทางรถไฟผ่านทางไหนวัดไปซ้าย 40 เมตร ขวา 40 เมตร   ที่ผ่านมาภูมิใจห้อยได้เขมือบเขากระโดง บุรีรัมย์ไปต่อยหินขายกันทั้งลูกแล้ว ยังจะให้ภูมิใจห้อยเขมือบที่ดินของพระพุทธเจ้าหลวงแปลงแล้วแปลงเล่ากันอีกได้อย่างไร

03 กรกฎาคม 2552

ส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจในบ้านเมือง -- - - ---- - - เศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อไม่นานมานี้อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตัดสินใจพุ่งลงหน้าผาเพราะอับอายที่ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชัน ผู้ว่าการนิวยอร์กที่มีอนาคตทางการเมืองค่อนข้างจะสดใสอาจจะถึงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ตัดสินใจยุติบทบาททางการเมืองเพราะถูกจับได้ว่าเบื้องหลังชีวิตที่ค่อนข้างสะอาดของเขานั้นใช้ชีวิตสำเริงสำราญกับนางทางโทรศัพท์

ทำไมหนังหน้านักการเมืองบ้านเราจึงหนากว่านักการเมืองชาติอื่นเขายังจำได้ไหมเมื่อครั้งเนวิน ชิดชอบเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ศาลตัดสินจำคุกในคดีหมิ่นประมาทมีเสียงเรียกร้องให้เขาลาออกก็จะมีเสียงย้อนกลับมาว่า คดียังไม่ถึงที่สุดและถ้าหากคดีถึงที่สุดก็คงจะต้องมาตีความกันอีกว่าศาลสั่งจำคุกโดยรอลงอาญาหรือให้จำคุกจริงๆ

เมื่อจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนยุทธ ตู้เย็นที่ลาออกไปเพราะโดนคดีทุจริตการเลือกตั้งชัยโมเช่ชอบชิทจะได้ตำแหน่งดังกล่าว นักข่าวไปถามว่าจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยที่มีคดีรถไฟที่เขากระโดงอยู่อย่างนี้หรือก็ได้รับตอบว่าไม่เป็นไรคดีของผมยังอยู่อีกนานเป็นประธานสภาฯ เสร็จแล้วคดีก็อาจจะยังไม่จบ และเมื่อสมัครสุนทรราชถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขาดคุณสมบัติเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีที่เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยรับจ้างแสดงการทำอาหารทางโทรทัศน์ด้วยยังทะลึ่งมาบอกประชาชนว่า.ทำกับข้าว(แสดงต่สาธารณะ)ถูกปลด(ออกจากตำแหน่ง ทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกตำรวจแจ้งข้อหา)เป็นกบฎ(กลับ)ถูกปล่อย.

นับตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมา 77 ปี พฤติกรรมของประชาชนก็ดี นักการเมืองก็ดียังตกอยู่ในสภาพของระบบอุปถัมภ์ยอมสยบต่ออำนาจและบุญคุณของนักการเมืองทำให้นักการเมืองตักตวงผลประโยชน์เป็นของตนแต่ประชาชนไม่รู้สึกกลับยกย่องนักกินเมืองเหล่านี้ว่าเป็นผู้มีบุญคุณประหนึ่งดังเป็นทาสที่ไม่ยอมปลดปล่อย การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ที่เริ่มต้นจากการเลือกตั้งมาสู่การบริหารบ้านเมืองเป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้แล้วยึดถือกันว่านี่คือประชาธิปไตย ก็เพียงเพื่อโกงกิน ถอนทุนที่จ่ายไปในการเลือกตั้งและสะสมทุนเพื่อจะไปโกงเลือกตั้งจากประชาธิปไตย 4 วินาทีต่อไป

จริงๆแล้วมันก็แค่ 4 วินาทีที่เราไปกาและหยอดบัตรหลังจากนั้นก็กลายเป็นทาสหรือสัตว์เดรัจฉานไปเลยหลังจากนั้นบ้านเมืองก็เต็มไปด้วยการทุจริตที่สุดจะคิดสรรหามาใช้กัน มีทั้งการซื้อเสียงเลือกตั้งมีทั้งการขนคนเหมือนวัวควายไปลงคะแนน มีทั้งการปลอมบัตร มีทั้งการปลอมตัวเปลี่ยนชื่อคนไปเลือกตั้ง มีทั้งการโกงนับคะแนน มีทั้งการซื้อกรรมการการเลือกตั้งระดับต่างๆกระทั่งโกงการประกาศผล การตั้งรัฐบาลซึ่งต้องใช้เงินซื้อกันอีก ซื้อตำแหน่งรัฐมนตรีกัน ประกอบกันเข้าเป็นรัฐบาลแล้ว ทุจริตฉ้อฉลปล้นชาติปล้นแผ่นดินต่อไป แสวงหาทุนรอนเพื่อจะกลับเข้ามามีอำนาจอีกเพื่อปล้นชาติปล้นแผ่นดิน ข่มเหงยำเยงข้าราชการด้วยกันไม่ว่าข้าราชการฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายประจำ เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงคือประชาชนนั้นได้หมดสภาพจากความเป็นคนลงไปทุกที

เมื่อเข้าสู่ยุคทักษิณคอรัปชั่นเชิงนโยบายได้ระบาดลุกลามไม่คลายมาจนถึงยุคนี้ผลาญงบประมาณชาติไปไม่รู้กี่หมื่น-กี่แสนล้าน ใครมาเป็นรัฐบาล ก็เอาประชาชนตั้งเป็นนะโมวางนโยบายเอาเงินมาผล่าผลาญผ่านโครงการต่างๆ ไถนา นั้น เขายังมีไถแปร ไถดะแต่รัฐบาลต่างๆไถไปข้างหน้าลูกเดียวไม่มีใครเหลียวมาจัดการกับเงินผ่านนโยบายที่เผาผลาญฉิบหายเปล่ากันบ้างแล้วค้นหาเอาตัวนักการเมือง-ข้าราชการชั่วมาตัดหัวเสียบประจานกันบ้าง รัฐบาลไม่สนใจสืบสาวเอาเรื่องเลยถ้าเรื่องนี้ไม่มีคนผิดซักวันใครเอาไฟไปเผาทำเนียบตอนเช้าวันอังคารคลอกครม.ที่ไม่เอาไหนตายทั้งคณะก็ไม่น่ามีความผิด

สังคมไทยปัจจุบันมีความเปลี่ยนไปในทิศทางที่เสื่อมลง คือ เน้นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เอาเรื่องเงิน และทุนเป็นตัวตั้ง ใช้เงินเป็นตัวแลกเปลี่ยน สังคมยกย่องคนมีเงิน ด้วยวิธีการต่างๆ คนเห็นแก่ตัว แก่งแย่งกัน เพื่อหาเงิน เพราะเงินเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ทำให้คนไทยพึ่งพาตนเองน้อยลง ทั้งๆที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตของคนไทย ทรงต้องการเห็นพสกนิกรของพระองค์ อยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคี ดังนั้นขอให้คนไทยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยึดหลักธรรม 10 ประการ มาใช้ในการดำเนินชีวิต จะทำให้คนไทยเข้มแข็ง มีศักยภาพ

แต่ระดับคุณธรรมจริยธรรมในหมู่คนไทยเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความมีสติสัมปชัญญะ ความมีวินัย ลดลงจาก 5 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู นักธุรกิจ บุคคลสาธารณะ บุคคลทั่วไป และนักเรียน จำนวน 1,110 ตัวอย่าง คนไทยต้องตระหนักและตื่นจากทัศนคติแบบยอมจำนนแล้วหันมาสร้างค่านิยมต่อต้านขจัดการคอร์รัปชั่นที่เข้มแข็งและจริงจัง ก่อนที่ลูกหลานไทยวันข้างหน้าก็จะถูกกลืนและจมอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยคอร์รัปชั่นที่บ่อนทำลายชาติ

นายจรัญ ภักดีธนากุลตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่าการทุจริตเลือกตั้งถือเป็นรากเหง้าของการทุจริตทุกด้านในสังคมไทย มีการนำตำแหน่งหน้าที่ราชการในระบบงานของรัฐมาประมูลซื้อขาย ข้ารองพระบาทสมยอมคบคิดกันในการประกวดราคาก่อสร้างและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ของหน่วยงานของรัฐเป็นที่มาของเงินเถื่อนเงินสกปรกที่ใหญ่ที่สุดทำให้งบประมาณชาติรั่วไหลอย่างมหาศาล ข้าราชการยักยอกเงินราชการลับและเงินนอกงบประมาณ ผู้คนหลบเลี่ยงการเสียภาษีอากร เจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เรื่องพวกนี้กลับถูกมองเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาของคนไทย

ปัจจุบันคนไทยมีหนี้เพิ่มขึ้น หันไปหาเงินจากจากเป็นหนี้นอกระบบ การอดออมหดหายไป ส่วนปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ลูกหลานคนไทย เกิดค่านิยมติดเกม ติดเซ็กซ์ ติดแฟชั่นต่างประเทศ จนทำให้คุณธรรมจริยธรรม คุณงามความดีหายไป นอกจากนี้ จากผลสำรวจเอแบคโพลล์ สำรวจคนไทยทั้งประเทศ พบว่า คนไทยยอมรับตามน้ำของการโกงกินของนักการเมือง แสดงให้เห็นว่าหลักธรรมาภิบาลของคนไทยด้อยลง และเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด คือ วัฒนธรรมสันติวิธีของคนไทยหายไป คนไทยไม่พูดด้วยเหตุผล คนไทยบางส่วนคุณภาพแย่ลง ทำให้ศักยภาพคนไทยด้อยลง ทางการประกอบอาชีพ การมีส่วนร่วมทางการเมือง

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า นักการเมืองเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติ รวมถึง หน่วยงานทางภาครัฐ ทั้ง กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัด ทำงานไม่เข้มแข็งพอ ไม่ลงลึกสร้างความรู้ทางวัฒนธรรมการเมืองที่ดี ถึงชุมชน การเมืองไทยล้มลุกคลุกคลานวนเวียนอยู่ที่การเลือกตั้งสลับด้วยการปฏิวัติรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์ ผู้คนหลงผิดว่าคนโกงที่ทำกำไรทำผลประโยชน์ให้มีคุณค่ากว่าคนที่ทำผลประโยชน์ได้น้อย อย่าคิดว่าทุจริตคอรัปชั่นเป็นเพียงสินน้ำใจ อย่ามุ่งหมายเพียงทำกำไรสูงสุด เพราะคนที่ขาดอุดมการณ์จะทำลายองค์กร อีกไม่นานไทยเราคงสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินเป็นแน่ ก่อนที่จะสายเกินการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ช้านานแล้วว่าบ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่สามารถที่จะกำจัดคนไม่ดีให้หมดไปจากบ้านเมืองได้การจะทำให้บ้านเมืองเป็นปกติสุขและเจริญรุ่งเรืองจึงอยู่ที่การส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจในบ้านเมืองและกำจัดขัดขวางคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจในบ้านเมือง

หินซึ่งใช้จัดสวนนั้นมีทั้งก้อนเหลี่ยม ก้อนรี ก้อนกลม มีทั้งสีดำสีขาว สีเทา สีแดง สีหม่นซึ่งจะจัดสวนได้สวยงามหรือไม่สวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับหินหรือความผิดของหินแต่อยู่ที่คนจัดสวนต่างหากว่ารู้จักจัดวางให้เหมาะสมสมดุล สวยงามหรือไม่ประการใด ในวันนี้กระบวนการกำจัดขัดขวางคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจมีพลังไม่เพียงพอไม่สามารถกำจัดขัดขวางคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจในบ้านเมืองได้ทันท่วงทีและทันกับสถานการณ์

คนไทยได้เวลาหันมาใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต เพื่อให้สังคมไทยเกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางออกให้กับประเทศฝ่าวิกฤติ ของชาติได้ คนไทยทุกคนมีหน้าที่ต่อบ้านเมือง หน้าที่ที่ว่านี้ไม่จำเป็นจะต้องทำด้วยการเป็นสมาชิกองค์กรใดๆ และเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำบ้านเมืองก็จะอยู่ไม่ได้ตัวเราเองก็จะอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน การสนใจติดตามศึกษาและสอดส่องพฤติกรรมของนักการเมืองการทำเช่นนี้จะทำให้เรารู้จักนักการเมืองอย่างแท้จริงรู้ว่าคนไหนมี (หรือเคยมี) ความประพฤติอย่างไร สมัยไหนเคยทำความเสียหายให้แก่บ้านเมือง แต่สมัยนี้กลับมาลอยหน้าทำท่าเป็นผู้รัก "ประชาธิปไตย" หวังดีต่อบ้านเมือง ทั้งๆ ที่เจตนาจริงคือการได้กลับเข้าไปมีอำนาจในการบริหารหรือนิติบัญญติเพื่อจะได้อาศัยตำแหน่งปลิ้นปล้อน หลอกลวง โกง และสูบเลือดประชาชนอีกครั้งหรือไม่

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนทั้งหลายทั้งปวงจะต้องให้บทเรียนแก่นักการเมือง - ให้พวกเขาล้มหายตายจากไปจากเวทีการเมือง พรรคการเมืองก็ต้องไม่ส่งนักการเมืองประเภทหน้าหนาลงสมัครรับเลือกตั้ง - ที่สุดนักการเมืองเลวๆ ก็จะค่อยๆ สูญพันธุ์ไปเอง จึงจะทำให้ศูนย์กลางแห่งอำนาจนี้ประกอบด้วยคนดีและกำจัดคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจเพราะเมื่อศูนย์กลางแห่งอำนาจประกอบด้วยคนดีแล้วก็ย่อมให้ผลิตผลคือการส่งเสริมให้คนดีในระดับถัดๆไปได้มีอำนาจในหน่วยงานและองค์กรระดับถัดๆไปในบ้านเมืองด้วย หากเป็นคนดีแต่ไร้ฝีมือก็ไม่ต่างอันใดกับสากกะเบืออันหนึ่งซึ่งไม่คดโกงใครแต่ใช้ได้ก็แต่การตำน้ำพริกหรือใช้ด่าแม่นักการเมืองเท่านั้นการส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจในบ้านเมืองจึงต้องเป็นการส่งเสริมให้คนดีมีฝีมือมีอำนาจในบ้านเมืองเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลในสถานการณ์ปัจจุบันพร้อมทั้งกำจัดคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจในบ้านเมืองด้วย

04 มิถุนายน 2552

พรรคการเมืองใหม่-New Politics Party

จากการตรวจสุขภาพหลินฮุ่ยและแพนด้าน้อยทั้งแม่และลูกร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ หลินฮุ่ยคาบลูกหมีแพนด้าอย่างทะนุถนอมและไม่ปลอยให้ห่างจากอกแม่ หลินฮุ่ยไม่ยอมกินไผ่แต่ที่สุดหลินฮุ่ยก็ต้องกินเราคงให้เริ่มกินของที่ชอบก่อนและค่อยๆ เพิ่มปริมาณ แพนด้าทุกตัวต้องกินไผ่เพราะมีประโยชน์ต่อระบบลำไส้ การขับถ่าย คนไทยเราหลายๆคนคงไม่ค่อยได้รู้ว่าการมีฑูตสันถวไมตรีไทย-จีนคู่นี้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่จีนเป็นรายเดือนเป็นเงินไม่น้อย ยิ่งฑูตคู่นี้ทะลึ่งมีลูกด้วยกันอีก ไทยเราก็ยิ่งต้องจ่ายค่าตัวฑูตอีกทั้งค่าสนับสนุนแรกเกิดแล้วถ้าหากเรายื้อเอาไอ้ตัวเล็กไว้ยิ่งต้องจ่ายหนักเข้าไปอีก มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่แม่กาจะต้องเลี้ยงลูกกาเหว่าทั้งๆที่ลูกแม่กาเองนั่นแหละที่จะสูญพันธ์ ทั้งนกเงือก ปูสิรินทรหรือสัตว์พื้นบ้านอื่นๆของไทยเราเองที่ใกล้จะสูญพันธุ์แต่นักการเมืองตระกูลห้อยกลับไม่สนใจคอยจะกินบ้านกินเมืองส่วนนักการเมืองตระกูลโหนมัวแต่จะโหนกระแสขอลูกกาเหว่าไว้เลี้ยงต่อด้วยการขอเลี้ยงแพนด้าน้อยไว้ต่อไปอีก

การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดล่าสุดไม่กล้าชี้ขาดโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน มูลค่า 6 หมื่นกว่าล้านบาทซึ่งน่าจะเป็นอนุสรณ์เตือนสติคนไทยได้เป็นอย่างดี นายกอภิสิทธิ์ก็ตัดสินใจหักดิบยังไม่อนุมัติตามคำขอ แต่ยังถนอมน้ำใจนิดหน่อยโดยตั้งคณะกรรมการให้กลับไปศึกษามาใหม่ ประชาธิปัตย์ต้องการประคับประคองยืดอายุรัฐบาลให้อยู่ได้นานที่สุดภูมิใจไทยเองลึกๆ ก็ยังไม่พร้อมที่จะถอนตัวจากรัฐบาลมติครม.ที่ออกมาก็คงเป็นเพียงการหนีปัญหาได้ชั่วคราวเท่านั้น แม้จะสร้างความผิดหวังอย่างมากให้กับเจ้าของกลุ่มเพื่อนเนวินแต่อย่าลืมว่าโครงการการขายข้าวโพดและโครงการอื่นๆของนักการเมืองตระกูลห้อยยังรออนูมัติอยู่อีกมากมาย แต่ถึงแม้โครงการนรกดังกล่าวจะยังไม่ล้มหายตายจากไปอย่างเด็ดขาดเสียเลยทีเดียวคนมีสามัญสำนึกทั่วไปควรจะเกิดความละอายประกาศล้มเลิกหรือเริ่มต้นโครงการใหม่สร้างการยอมรับและความโปร่งใสของโครงการโดยเน้นรักษาผลประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม รัฐบาลน่าจะถือเป็นโอกาสประกาศสงครามกับการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ประเทศไทยเข้มแข็ง แต่อนิจจารองนายกด้านความมั่นคงออกมายืนยันแล้วว่าไม่ล้มโครงการรถเมล์เอ็นจีวีแต่จะจัดซื้อหรือเช่าเท่านั้น

ภาคประชาชนก็ควรจะร่วมด้วยการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบและเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้โดยทั่วกันสังคมก็จะยิ่งตื่นตัว การเมืองใหม่เป็นการเมืองที่ไร้มลพิษ โปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต สร้างชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์โดยใช้ธรรมนำหน้า จากทุกภูมิภาค ทุกภาคส่วนและทุกสาขาอาชีพมาร่วมมือกันเพื่อโอบอุ้มและลงมือทำการเมืองใหม่ด้วยมือประชาชนเอง แน่วแน่ที่จะยึดมั่นอุดมการณ์ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าหาญด้วยความสามารถเต็มที่ ในการเปรียบเทียบในเชิงปริมาณจากผลการเลือกตั้งที่ฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ประมาณ 7 ล้านเสียงในช่วงปี 2544 – 2548 และพรรคไทยรักไทยมีคะแนนเสียงสูงสุดที่ 19 ล้านเสียงในปี 2548 แต่ภายหลังจากการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2549 ประชาธิปัตย์มีเสียงเพิ่มขึ้นประมาณ 6 ล้านเสียงในปี 2550 ในทางตรงกันข้ามพรรคพลังประชาชนฐานเสียงหายไปประมาณ 6 ล้านเสียงเช่นเดียวกัน การโยกย้ายนั้นน่าจะเกิดจากอิทธิพลหลังการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายคะแนนถึง 6 ล้านคะแนน เมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดตั้งพรรคการเมืองตามฉันทามติของประชาชนในนามการเมืองใหม่ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “New Politics Party” ใช้ชื่อย่อภาษาไทยว่า ก.ม.ม. และมีตัวย่อภาษาอังกฤษว่า “N.P.s.P” ส่วนตัวอักษร N.P หรือ N.P.P. นั้นมีพรรคการเมืองใช้แล้วไม่สามารถใช้ซ้ำได้อีก มีกลุ่มผู้ก่อการดีมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงได้มารวมตัวกันเพื่อก่อตั้งพรรคก็แตกต่างกับหลายพรรคการเมืองที่ประชุมเพื่อก่อตั้งพรรคการเมืองตามเอกสารเท่านั้นและก็ไม่ได้มีการประชุมกันจริงโดยตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกภูมิภาคและหลากหลายอาชีพในบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง

การเมืองใหม่การเมืองที่เลือกข้างในคุณงามความดี ยึดมั่นในจริยธรรม และศีลธรรม เลือกข้างความซื่อสัตย์ สุจริต ด้วยความเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม กล้าหาญในการตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงพร้อมเลือกข้างความถูกต้องชอบธรรม ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างโปร่งใส ส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง และหาทางป้องกันมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ ทำให้ระบบเศรษฐกิจที่สร้างความเป็นธรรมในสังคมและเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก พัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นฐานในการดำเนินชีวิตและอาชีพตามภูมินิเวศน์ ทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งด้วยการศึกษาที่มีคุณภาพที่ใช้ได้ในชีวิตจริงควบคู่ไปกับคุณธรรมเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เปิดกว้างในข้อมูลข่าวสารให้พัฒนาก้าวไกลด้วยข้อมูลข่าวสาร ปฏิรูปสื่อให้เป็นองค์กรพัฒนาจิตสำนึกและศักยภาพของคนในชาติ

จากการสำรวจผู้ที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา ปี 2552 มีจำนวน 9,338,200 คน แต่มายื่นเสียภาษี 7,618,319 คน ซึ่งตามกฎหมายสามารถยื่นบริจาคให้พรรคการเมืองไม่เกินรายละ 100 บาท ตามมาตรา 58 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ซึ่งปรากฏว่ามีการยื่นแสดงความจำนงบริจาคให้พรรคการเมืองเพียง 66,364 คน ในปีแรกนี้มีประชาชนได้ยื่นบริจาคภาษีให้พรรคประชาธิปัตย์ 57,124 ราย คิดเป็นเงินประมาณ 5.7 ล้านบาทที่เหลือจากยอดบริจาคให้พรรคอื่นๆ ซึ่งได้รับน้อยมากถ้าพรรคการเมืองใหม่เป็นความหวังของประชาชนที่ไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของทุนและทำประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริงเงินภาษีดังกล่าวซึ่งมีวงเงินประมาณเกือบพันล้านบาทอาจจัดสรรให้กับพรรคการเมืองแห่งความหวังของประชาชนได้

20 พฤษภาคม 2552

การตัดสินใจของประชาชนที่จะกำหนดทิศทางของภาคประชาชนและอนาคตประเทศชาติด้วยตัวเอง

การเมืองในปัจจุบันตอบสนองเจตนารมณ์ของวีรชนแล้วหรือยัง
การเมืองในปัจจุบันจะนำไปสู่การเมืองใหม่ได้หรือไม่
พันธมิตรฯ ควรเดินหน้าเพื่อสานเจตนารมณ์ต่อไปหรือไม่
กลุ่มคนใดที่มีโอกาสสร้างการเมืองใหม่ได้จริง
พันธมิตรฯ จะสร้างการเมืองใหม่ให้เป็นผลสำเร็จด้วยวิธีใด
ทราบหรือไม่ว่าต่อไปจะมีข้อจำกัดในอนาคตที่นักการเมืองพยายามออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการชุมนุม
รัฐบาลในปัจจุบันจะสามารถคลี่คลายได้สำเร็จหรือไม่
พันธมิตรฯ ควรพอใจหรือยังกับการตอบสนอง/ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ ทั้ง 13 ข้อ
ถึงเวลาหรือยังว่าควรมีพรรคการเมืองใหม่เพื่อสร้างการเมืองใหม่
บทบาทของพันธมิตรฯ กับพรรคการเมืองใหม่ควรมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
แกนนำพันธมิตรฯควรมีบทบาทอย่างไรในอนาคต
อะไรทำให้พันธมิตรฯควรที่จะก้าวเข้าสู่การเมืองเพื่อสร้างการเมืองใหม่มากที่สุด
อยากเห็นใครเป็นหัวหน้าพรรค
เห็นว่าควรตั้งพรรคเมื่อใด
คาดหวังอะไรจากพรรคการเมืองใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น
หากมีการเลือกตั้งท่านจะตัดสินใจลงคะแนนเลือกพรรคใด
อะไรเป็นสิ่งที่ท่านกังวลมากที่สุดในการตั้งพรรคการเมืองใหม่
อยากให้พรรคการเมืองใหม่มีผู้นำ/โครงสร้าง/นโยบายอะไรบ้าง

พันธมิตรฯ นั้นไม่ยินยอมประนีประนอมกับความชั่วและจะใช้สื่อเอเอสทีวีอันทรงพลังเป็นหัวหอกแฉโพยความสามานย์ของกลุ่มการเมืองต่างๆ อย่างชนิดถึงลูกถึงคน คนเสื้อเหลืองนั้นมีวจีกรรมและกรรมแห่งการกระทำทั้งปวงที่ล้วนมุ่งมั่นเพื่อต่อสู้กับพวกทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ถึงขนาดยอมพลีชีพเพื่อปกป้องสถาบันสำคัญของชาติซึ่งตรงกับภารกิจหลักของกองทัพไทยหรือเป็นภารกิจที่กองทัพต้องเป็นกองหน้าในเชิงปฏิบัติด้วยซ้ำไป ปรากฏการณ์การต่อสู้ของสนธิ ลิ้มทองกุลตามด้วยการผสานพลังของแกนนำพันธมิตรฯ ได้นำกองทัพคนเสื้อเหลืองอันไพศาลออกมาต่อสู้กับรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลนอมินีสมัคร สุนทรราชรวมทั้งสมชายกระโปรง ด้วยวิธีการสันติอหิงสาอย่างต่อเนื่อง ในบางครั้งรู้สึกทดท้อเหนื่อยล้าเพราะความยืดเยื้อและวิธีการต่อสู้ในบางครั้งจากการชุมนุม 193 วันคนไทยหลายล้านคนได้ตื่นตัวอย่างขนานใหญ่ของประชาชนไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชาชนออกมากันเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ จนระบอบทักษิณต้องทำแผนไทยฆ่าไทยที่นำเอากลุ่มอันธพาลเสื้อแดงพร้อมอาวุธนานาชนิดจากสนามหลวงมายังสถานที่ชุมนุมอย่างสันติของพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานฯ และทำเนียบรัฐบาลหวังทำร้ายคนเสื้อเหลืองโดยไม่แยแสต่อตัวบทกฎหมายท่ามกลางตำรวจและสื่อมวลชนมากมาย รัฐบาลสมัยนั้นเองก็ได้สลายการชุมนุมอย่างป่าเถื่อนโดยผิดขั้นตอนด้วยอาวุธสงครามนานาชนิด ลอนส่งผู้มีอิทธิพลในเครื่องแบบบางกลุ่มมาลักลอบยิงและปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมกลางกรุงเทพฯ จนบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน แต่นายทหารใหญ่ทั้งนอกและในราชการบางคนก็มิได้กระทำการใดๆ แถมกลับยังมีทัศนะว่าทั้งเหลือง-แดง-ล้วนเป็นภัยต่อความมั่นคง (ของพวกกู) ทั้งคู่

เรายังไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนทำเพื่อชาติเลยทุกคนทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น ทหารใหญ่เหล่านี้กลับไปร่วมมือพวกนักการเมืองขี้โกงทั้งในลับและเปิดเผยเพื่อสร้างกลุ่มการเมืองใหม่และขุมกำลังคนสีน้ำเงินเป็นบันไดก้าวขึ้นยึดครองอำนาจรัฐ ชายไทยชื่อพม่าหน้าเขมรคนนี้กับพรรคพวกกำลังฉวยโอกาสสวาปามเงินงบประมาณชาติด้วยสารพัดโครงการของรัฐอย่างมูมมามโดยมีชาวประชาธิปัตย์บางคนกระทำทั้งหลิ่วตาและให้ท้ายรวมทั้งร่วมกันแบ่งปันกระสุนดินดำเข้ากระเป๋า กลุ่มการเมืองใหม่มีการกระทำอะไรบางเรื่องบางราวไม่ถูกต้องและหากมีอำนาจทางการเมืองไว้ในกำมือเมื่อไหร่คนเหล่านี้จะแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองและพวกพ้องอย่างไร้ยางอายอีกด้วย คนเหล่านี้จึงมองสนธิลิ้มและพันธมิตรฯ ทั้งปวงเป็นก้างขวางคอทางการเมืองชิ้นใหญ่และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถีบอภิสิทธิ์ลงจากเก้าอี้นายกโดยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ เหตุการณ์รถนายกฯ โดนล้อมกรอบที่พัทยา, เหตุการณ์นายกฯ เฉียดตายที่กระทรวงมหาดไทย, เหตุการณ์สงกรานต์เลือดในเดือนเมษายน เหนือความคาดฝัน นายกฯ อภิสิทธิ์จึงได้ใช้นายทหารใหญ่ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายและไม่ได้อยู่ในสายคุมกำลังมาจัดการกับม็อบอันธพาลการเมืองโดยมีนายทหารใหญ่ทั้งนอกและในราชการบางคนที่ทำตัวนอกลู่นอกทางนั่งหูห้อยคอตกให้ชาวบ้านอย่างเราๆ ได้เห็นในระหว่างการประกาศอธิบายสถานการณ์ในห้วงเวลานั้น ความมุ่งมั่น ตีแผ่ เปิดเผยความจริงของเอเอสทีวีและสนธิลิ้มอย่างรุนแรงจึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ว่ามีกระสุนจากอาวุธสงคราม เสียงปืนร้อยกว่านัดมุ่งฆ่าสนธิ ลิ้มให้ดับดิ้น คนสั่งฆ่าสนธิคงเชื่อว่าสนธิตาย-พันธมิตรฯ ตาย-พรรคพันธมิตรฯ ตาย-เอเอสทีวีตาย-ก้างขวางคอตาย แต่สนธิ ลิ้มดันรอดชีวิตในวินาทีแห่งความตายมาเยือนอยู่ต่อหน้าต่อตา

ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ทุ่มเท เสียสละของแกนนำและเพื่อนพ้องพันธมิตรฯ จากทั่วทุกสารทิศที่รู้เห็นและตระหนักในปัญหาร่วมกันคือการเมืองในปัจจุบันเป็นการเมืองเก่าและล้มเหลว ความเหลวเละเหลวแหลกของนักการเมืองไทย นักการเมืองก็ยังคงมัวเมาในอำนาจและยังปกครองประเทศเพื่อประโยชน์ของทักษิณ ของพวกพ้องและตัวกรูต่อไปและต่อไป เราจึงต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เราจึงต้องการดิ้นหลุดจากวงจรอุบาทว์ แม้ว่าในวันนี้เรายังมีความหวังกับประชาธิปัตย์เพราะเราศรัทธาในตัวนายกฯอภิสิทธิ์ กรณ์ จาติกวณิช บุญยอด สุขถิ่นไทยและอีกหลายๆท่านแต่บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนการเมืองแบบเก่าให้เป็นการเมืองใหม่ได้โดยลำพังเพราะถูกจำกัดทั้งโครงสร้างของการเมืองรัฐบาลผสม วัฒนธรรม วิธีคิดของพรรค ในวันนี้เราไม่สามารถพึ่งพิงพรรคการเมืองใดๆได้เลย เรายังต้องต่อสู้บนแนวทางภาคประชาชนโดยพัฒนาปรับแต่งขบวนให้เข้มแข็งมากขึ้นและมากขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลเป็นหูเป็นตาเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน ไม่ให้พวกโจรมันปล้นชาติปล้นเมืองต่อไป

คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้ ...เมื่อเราเจอกันข้างพรหมลิขิตก็อยากใกล้ชิดมากเกินห้ามใจ ต้องเจียมตัวว่าเราคือใคร แค่แอบรู้ใจไม่ใช่แฟน......ก็อยากดูแลให้มากกว่านี้เหลือเกิน แต่กลัวจะเผลอ จนเผลอทำเกินหน้าที่...ขอโทษบางคราวที่ต้องเหินห่าง และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ บางอย่างที่ขอมากไป เจ้าที่หัวใจเขาหวงแหน...คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้ หน้าที่ตามฐานะใจ ห้ามเดินก้าวล้ำเส้นแฟน...ยอมอยู่ข้างใจ แต่ไม่ขอเป็นสำรอง ขออย่าได้มองความซื่อแล้วแปลว่าง่าย...

การตั้งพรรคการเมืองสู้ในแบบประชาธิปไตยตัวแทนคือมี ส.ส.ในสภาของพันธมิตรฯ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ว่าจะเร็วหรือช้าพันธมิตรฯ ก็คงจะต้องตั้งพรรคการเมืองเมื่อทำความเข้าใจกันดีแล้วเห็นร่วมกันแล้วว่าน่าจะตั้งก็ตั้ง ถ้าไม่ก็ยังไม่ตั้งมันจะเสียหายอย่างไรหากการต่อสู้เราจำเป็นต้องมีอาวุธเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิดน่าจะเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ใช้ความเสียสละ ความซื่อสัตย์และความกล้าหาญ ตลอดจนความรู้ความสามารถและผนึกพลังกันเดินหน้าสร้างการเมืองใหม่ให้เป็นจริงในอนาคตได้ สร้างความหวังให้ประชาชนที่กำลังเบื่อหน่าย สิ้นหวังกับการเมือง(เก่า) น่าจะได้เวลาที่พันธมิตรฯ ควรจะยกระดับการต่อสู้ด้วยการตั้งพรรคการเมือง โดยที่ยังไม่ละทิ้งการต่อสู้ภาคประชาชนอย่างพันธมิตรฯ มวลชนเราไม่สามารถออกมารวมตัวต่อสู้บนท้องถนนได้ในทุกสถานการณ์ การชุมนุมเคลื่อนไหวในลักษณะอารยะขัดขืนเช่น ยึดถนน ยึดสถานที่ราชการก็มีความจำกัดและยากลำบากกว่าเดิมจึงไม่ควรและไม่ใช่ทางเลือกหลัก แต่การปกป้องผลประโยชน์ชาติก็น่าจะหนักแน่นขึ้นถ้าพันธมิตรฯ ประสานเสียงการต่อสู้อย่างสร้างสรรค์ทั้งนอกสภาและในสภา

การเมืองใหม่น่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ สามารถช่วงชิงที่นั่งของภาคกลาง ภาคอิสาน ภาคเหนือให้ได้มากที่สุด การเมืองใหม่ไม่มีขาย ใครจะทำให้ถ้าไม่ทำเอง อยากได้ต้องทำเอง การเมืองใหม่ไม่มีทางได้มาด้วยการชุมนุมเรียกร้อง ชุมนุมให้ตายก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองได้เพราะขาดอำนาจบริหารจัดการ หรือแค่ได้ยื่นหนังสือให้ผู้มีอำนาจซึ่งเขาไม่ทำแน่นอนถ้าไม่ส่งผลประโยชน์โพดผลอะไรให้เขา ภายใต้ค่านิยมและวัฒนธรรมการเมืองเก่าที่ฝังรากลึก อย่าลืมว่าสนธิลิ้มเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่รับตำแหน่งการเมืองนั้น "มาด้วยจิตใจบริสุทธิ์ และไม่มีทางลงรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นในอนาคต เพียงต้องการเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน หากผิดคำพูดถุยน้ำลายใส่หน้า หรือถอดรองเท้าตบหน้าได้เลย" อย่าอ้างความจำเป็นหรือประชามติที่ต้องผิดคำพูด ทำให้ดุกันชัดๆเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนรุ่นใหม่ต่อไปที่จะรักษาคำพูด สนธิควรจะอยู่ตรงนี้ทำผู้จัดการ astv ต่อไปดีกว่าไม่จำเป็นต้องมีอำนาจทางการเมือง

ในการ 1) ประชุมตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรประชาชน ฯ ของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศกับแกนนำเพื่อหาแนวทางการตั้งพรรคการเมือง ณ มหาวิทยาลัยรังสิตที่อาคารนันทนาการ ในวันที่ 24 พค. 2552 แกนนำจะเป็นฝ่ายพูดความในใจและวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจและสถานการณ์การเมืองไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรม การเมืองใหม่กับก้าวต่อไปของพันธมิตรฯ รวมทั้งพรรคการเมืองและ 2) การชุมนุมใหญ่เพื่อระลึกถึงวันครบรอบ 1 ปีของการชุมนุมใหญ่ 193 วัน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สนามกีฬา เมน สเตเดียม ในวันที่ 25 พค. 2552 พันธมิตรฯ ทั่วประเทศจะยอมรับและเคารพการตัดสินใจของประชาชนในวันนั้นและไม่ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไรก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจของประชาชนที่จะกำหนดทิศทางของภาคประชาชนและอนาคตประเทศชาติด้วยตัวเอง

13 พฤษภาคม 2552

ถ้าเรากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อีกครั้ง...

พฤติกรรมที่แตกต่างกันต้องควบคุมด้วยมาตรการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนำมาปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนและมาตรการในการดำเนินคดีต่อแกนนำเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงที่แน่นอนต้องแตกต่างกัน ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2549 และจากการชุมนุมอันยืดเยื้อยาวนานในรอบหลังอีกประมาณ 193 วันใน 2-3 รัฐบาลที่ผ่านมาของระบอบทักษิณถึงแม้จะได้ก่อความเดือดร้อนให้แก่สังคมส่วนหนึ่งมิใช่น้อยแต่สังคมส่วนใหญ่ก็ยังยอมรับได้ในพฤติกรรมและอุดมการณ์อันแน่วแน่เพื่อประเทศชาติ เป็นฝ่ายถูกกระทำ มีผู้ต้องล้มตายและบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย แต่แกนนำสามารถควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในขอบเขตและวินัยที่ดีตลอดเวลา ในขณะที่กลุ่มม็อบแดงมีผู้ชุมนุมไม่ได้มีหัวใจแดงเดือดตามพฤติกรรมที่แสดงออกโดยแกนนำและฮาร์ทคอร์บ้าเลือดเสียทั้งหมดแต่แน่นอนว่ามีคนอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาโดยต้องการให้เกิดความวุ่นวายรุนแรงขึ้นในบ้านเมือง ปิดการจราจรในจุดสำคัญหลายแห่ง เพียงประมาณ 10 วันคนเสื้อแดงสร้างพฤติกรรมที่เสียหายร้ายแรงมากมายอย่างไม่น่าเชื่อประกาศไล่ล่านายกรัฐมนตรี มีการประกาศให้ค่าหัวเป็นเงินรางวัลในการทำร้ายนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาล รุมทุบทำลายรถประจำตำแหน่งคนสำคัญๆหลายต่อหลายคน ประกาศจะบุกปล้นธนาคารเอาเงินออกมาใช้จ่ายในการชุมนุม เตรียมระเบิดทำลายธนาคารสำคัญและบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เผาทำลายรถเมล์ประจำทางหลายสิบคัน นำรถยนต์บรรทุกแก๊สเต็มถังถึง 3 คันไปจอดในที่ชุมนุมชนประกาศระเบิดรถแก๊สเผาเมือง ดังนั้นการควบคุมด้วยมาตรการที่ต่างกันสำหรับสองพฤติกรรมที่ต่างกันไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐานแต่อย่างใด

สิ่งที่เรียกว่าสองมาตรฐานแท้จริงแล้วมันคืออะไร คนจน คนชั้นกลางหลายคนไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี ทั้งทางการเงิน การเมืองก็ต้องติดคุก ติดตะรางโดยเร็วและฉับพลัน แต่ขณะที่ลูก ญาติ ตัวของนักการเมืองทำผิดกฏหมายไม่สามารถที่จะทำการเล่นงานได้เลย ยังมีหน้ามาถามอีกว่ารู้ไหมกูลูกใคร

ในความผิดการกระทำอันขัดกันในประโยชน์จากการรับทำหน้าที่พิธีกรรายการทำอาหารทางทีวีซึ่งสมัครรับค่าตัวเดือนละนับแสนบาทในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับมาประกาศปาวๆว่า"ทำอาหารถูกปลด เป็นกบฏถูกปล่อย" (ดูมันโยนบาปให้คนอื่น) เพียงแค่ชาวบ้านร้านช่องแค่รับงานนอกองค์กรที่ตนทำงานอยู่ด้วยไปทำนอกเวลา ยังได้รับจดหมายตักเตือนจากองค์กรนั้นๆที่เขาสังกัดอยู่ให้ยุติการรับงานนอกเลย แต่นี่เป็นถึงนายกรัฐมนตรียังมีหน้าส่งลิ่วล้อมาร้องแรกแหกกระเฌออีก

คนที่ใช้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ เซ็นรับรองให้ภรรยาสามารถซื้อที่ดินผืนนั้นได้ แล้วตัวเองก็ประกาศเลื่อนวันหยุดโดยไม่จำเป็นไม่เหมาะสมและมีเจตนาฉ้อฉลทำให้ภรรยาไม่ต้องจ่ายเงินภาษีซื้อขายที่ดินส่งผลรัฐเสียรายได้นับสิบล้านบาทเพราะวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่กฏหมายที่ตัวเองแก้ไขไว้จะมีผล พอตัวเองถูกตัดสินจำคุกก็หลบหนีไป คนๆนี้ในวันนี้ให้ร่างทรงมาตำหนิศาลว่าใช้ศาลเดียวตัดสิน ขาดเลยแต่ในความเป็นจริงคนๆนี้ไม่กล้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองแม้กระทั่งการขออุทธรณ์ เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่าศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังเปิดโอกาสให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถอุทธรณ์ได้ในเวลาที่กำหนด น่าจะดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 เสียอีกที่

พรรคพลังประชาชนโดนศาลรัฐธรรมนูญลงมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคก็กล่าวหาว่าตุลาการศาลสูงแห่งนี้จงใจกลั่นแกล้งทั้งๆที่เกิดจากความผิดของยงยุทธ ตู้เย็นที่เป็นกรรมการบริหารฯทำความผิดทุจริตการเลือกตั้ง หากเป็นแค่ลูกจ้างขับรถยนต์เกิดเหตุเฉี่ยวชนทำความเสียหายแก่บุคคลอื่นนายจ้างที่ไม่ได้อยู่ด้วยหรือรู้เห็นร่วมการกระทำผิดของลูกจ้างแต่ต้องร่วมกันรับผิดในการกระทำของลูกจ้างผู้กระทำตามการที่จ้างนั้นด้วย อย่างนี้เรียกว่าสองมาตรฐานหรือไม่

หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีอันพังพาบไปหลังจากสลายการชุมนุม แกนนำพยายามใส่ไข่ บิดเบือน พยายามยิ่งในการพลิกกลับมาเป็นผู้เสียหายเสียเอง กล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดฉากใส่ร้ายคนเสื้อแดง แต่กระนั้นก็ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะฟังแต่ในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อเท่านั้นเป็นมวลชนที่ยังอุตส่าห์ลากขาเดินตามแกนนำเสื้อแดงเหล่านี้ยังมีอยู่มากซึ่งแกนนำเองก็หวังจะปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่งรื้อฟื้นพลังเสื้อแดงกลับคึกคักขึ้นใหม่อีกครั้ง แม้ว่าแกนนำขี้เท็จ โกหกหน้าด้านๆครั้งแล้ว-ครั้งเล่า มวลชนที่ยากเอามากๆต่อการชี้แจง-ทำความเข้าใจยังคงออกมาขานรับความเท็จวันนี้จากแกนนำอีกต่อๆไป ทำไงได้...ในเมื่อบรรดากลุ่มคนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นพี่ๆน้องๆของเราทั้งนั้น จะไปจับตัวเอามาผ่ากะโหลกควักสมองออกมาขัดถูด้วยสกอตไบรท์แล้วยัดกลับเข้าไปในกบาลเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในแบบฉับพลันทันทีมันคงไม่ถึงกับง่ายขนาดนั้น ขนาดเอ็นจีโอของมอนเตเนโกรประเทศเล็กๆเกิดใหม่ในยุโรปยังไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลสาธารณรัฐมอนเตเนโกรที่ให้พาสปอร์ตแก่ทักษิณเพราะไม่โปร่งใสในกระบวนการออกพาสปอร์ตของมอนเตเนโกรเอง

เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยจึงยกจักแร้ชูประเด็นเรียกร้องหยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างค่านิยมให้คนไทยได้ตระหนัก ตีขลุมกล่าวโทษขบวนการทางการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวตามสิทธิ ชี้หน้าด่ากราดไปเสียทุกกลุ่ม เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยควรจะหยุดหลอกตัวองก่อนและเลิกรับจ้างคนอื่นได้แล้ว คนผิดต้องได้รับโทษและคนดีต้องได้รับการสนับสนุน ยกย่อง สรรเสริญ เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยนั่นแหละที่ทำลายประเทศชาติด้วยการปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก ยังแยกถูกแยกผิดไม่ได้ ไม่แม้กระทั่งจะบอกสังคมว่าถูกต้องเป็นถูก ผิดต้องเป็นผิด รณรงค์ให้ตายก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ตราบใดที่ยังโกหกและมีคนโง่เชื่อเรื่องโกหกนั้นอยู่ปัญหาก็จะไม่จบ ใครก็ตามที่ยังไม่กล้าประกาศว่า นช.ทักษิณและสมุนเป็นศัตรูของชาติก็อย่าหวังว่าจะพาประเทศออกจากวิกฤตความรุนแรงได้

รัฐธรรมนูญ 2550 ร่างขึ้นมา โดยเอาจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ 2540 มาปรับปรุงแก้ไขใหม่ แล้วรัฐธรรมนูญ 2540 มีอะไรดีไดโนเหนาะและพวกจึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากกลับไปใช้นักหนา ผู้อาวุโสที่เสนอให้นิรโทษกรรม พลิ้วไหว เคยทิ้งทักษิณ โดดขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เปิดใจในหนังสือ คนรู้ทัน เปิดโปงพฤติกรรมซ่อนเงื่อนที่แฝงเร้นผลประโยชน์ของระบอบทักษิณก้มลงเลียน้ำลายตัวเองยังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นตัวตั้งตัวตีในการคัดค้านรัฐธรรมนูญ 2540 มาก่อนจนได้ฉายาว่าเป็น“ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี”ติดตัวมาจนบัดนี้ ไดโนเหนาะพูดเหมือนกับว่าข้อกล่าวหาคดีทุจริตประพฤติมิชอบทั้งหลายของทักษิณเกิดจากการถูกกลั่นแกล้ง จนบัดนี้หลายคดีที่กล่าวหาก็ยังไม่เห็นตัดสินใจอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การที่หลายคดียังไม่ตัดสินเพราะต้องใช้เวลาในการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมโดยรอบคอบ แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไม่กล้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองทำให้ศาลต้องจำหน่ายคดีชั่วคราว หรือการเสนอขายทางเลือกพิเศษนายกฯคนกลางของไดโนเหนาะน่าจะเป็นแผนพิเศษให้ขั้วอำนาจใหม่เบียดแทรกเข้ามาหยิบชิ้นปลามัน

ถ้าเรากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อีกครั้ง... การซื้อตัวส.ส.ยกเข่ง ยกพรรคจะสามารถเกิดขึ้นได้อีกเพื่อยึดครองเสียงข้างมากอย่างผิดปกติในสภา ฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถตรวจสอบดุลและคานอำนาจฝ่ายบริหารได้ยากขึ้นจะต้องใช้ ส.ส. ถึง 2 ใน 5 ในการขออภิปรายนายกฯ และนักการเมืองจะอาจกลับไปใช้วิธีสลับเก้าอี้ปรับตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อหลบหนีการอภิปรายได้ด้วย คนใกล้ตัวนักการเมืองสามารถเป็นหุ้นส่วนหรือถือครองหุ้นบริษัทธุรกิจได้และไม่ต้องแจ้งทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ในชื่อผู้อื่นอันจะทำให้ส.ส.หรือส.ว.โกงได้ง่ายขึ้น รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีบทบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาจริยธรรมของผู้ที่มีตำแหน่งแห่งหนไว้ป้องกันภัย บรรดาส.ว.จะกลับไปเป็นสภาหมอนข้างหรือสภาผัวเมียหรือแม้แต่สภาทาสได้อีกเหมือนที่เคย องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่มีจะถูกครอบงำแทรกแซงได้ง่ายๆ ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงน้อยลงการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะยากขึ้นจาก 20,000 ชื่อเป็น 50,000 ชื่อ ไม่ต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชนเสียก่อนก่อนดําเนินโครงการขนาดใหญ่ๆ หน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคไปอยู่ใต้อาณัติของนายทุนนักการเมือง รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่บัญญัติให้มีสภาเกษตรกรที่จะใช้แก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร เอกชนบางรายสามารถเป็นเจ้าของผูกขาดกิจการสาธารณูปโภคได้ นักการเมืองสามารถเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นผู้ถือหุ้นอันเป็นการครอบงำ แทรกแซง บิดเบือนการทำหน้าที่ของสื่อได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม การทำงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจะยากลำบากขึ้น ประชาชนจะถูกปิดช่องทางในการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงและไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลฎีกา นักการเมืองจะสามารถซื้อเสียงกันแบบตัวใครตัวมัน คตส. และการดำเนินงานของคตส.จะถูกล้มล้างตามไปด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีบทลงโทษพรรคการเมือง นักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการให้ยุบพรรคการเมือง และลงโทษกรรมการบริหารพรรคที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งไม่ให้มีสิทธิในการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี บทลงโทษดังกล่าวนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อพรรคการเมืองใดเลยหากพรรคการเมืองนั้นเล่นการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ รัฐธรรมนูญไม่ได้มีความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย ปัญหาความแตกแยกขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวกับมาตราใดมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ แต่นักการเมืองเขี้ยวลากดินหากินอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่แก่เพราะกินข้าวเฒ่าเพราะเกิดนานกำลังทุรนทุรายกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ยาแรงที่ทำให้นักการเมืองเหล่านั้นทำมาหากินไม่สะดวก ถูกกักบริเวณ ชาวบ้านรู้เท่าทันนักการเมือง 111 คนรวมไปถึงอีก 109 คนรวมเบ็ดเสร็จ 220 คนเคลื่อนไหวกันอย่างเป็นขบวนการสอดคล้องกันแล้วว่ามีความพยายามเพราะต้องการกดดันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้ ต้องการการนิรโทษกรรมความผิดของนักการเมือง โดยเฉพาะต้องการฟอกผิดคดีทุจริตทั้งหมดให้กับทักษิณ ชินวัตรเป็นหลัก มีทั้งการเคลื่อนไหวจากคนเสื้อแดงและคนนอกสภาผสมโรงเข้ามา ทั้งๆที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่น่าจะเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับชาติบ้านเมืองขณะนี้ อย่าไปเข้าใจผิดว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้วบ้านเมืองจะแตกแยก การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ทำเพื่อฟอกคนผิดให้กลับมาถูกต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้นักการเมือง ต้องไม่ยุบองค์กรอิสระ ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผลสำรวจออกมาแล้วว่าผู้ที่ทำร้ายประเทศไทยเรามากที่สุดคือนักการเมืองซึ่งถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญก็อย่าสมัครลงเลือกตั้งเสียก็หมดเรื่อง อย่ามาอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มาจากเผด็จการทหารเพราะไม่ว่าจะฉบับไหนๆมันก็มาจากผู้ที่ทำการปฏิวัติทั้งสิ้น ดังนั้นการยุบทิ้งรัฐธรรมนูญปี 2550 ไปทั้งฉบับเพื่อกลุ่มนักการเมืองเลวจะได้กลับมารุมปล้นบ้านกินเมืองเหมือนอย่างที่ผ่านมา

ถ้านักการเมืองอาชีพที่ได้อาสาเข้ามาบริหารประเทศตามกระบวนการประชาธิปไตยสามารถกระทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ได้หาเสียงกับประชาชนว่าจะเป็นตัวแทนเข้าไปในสภาเพื่อกำกับดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมนั้น ประเทศไทยคงไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมถูกทำร้าย กระทำชำเราต่างๆนานาครั้งแล้วครั้งเล่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน "ปัญหาหลายอย่างก็มาจากการเมือง เมื่อมาจากการเมือง นักการเมืองก็เป็นผู้ก่อ แต่ว่ากรุณาอย่าไปสรุปว่าแปลว่านักการเมืองทุกคน หรือแม้แต่จะไปสรุปว่านักการเมืองส่วนใหญ่ ทุกวงการก็มีคนที่สร้างปัญหา นักการเมืองสร้างปัญหาผลไปตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่ของพวกเรานักการเมือง แต่ส่วนใหญ่มีความตั้งใจดีที่จะไม่ให้เกิดปัญหา ก็ต้องมาช่วยกันแก้ไข เน้นถึงเรื่องการใช้ทางสายกลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกในปัจจุบันนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาซึ่งเกิดขึ้นจากความสุดโต่งทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้ง หรือเรื่องอื่นๆ" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าว


คลิ๊กอ่าน - เมื่อเอาประชาชนมาทะเลาะกัน ในการเมืองของชาติ - โดย ขวัญสรวง อติโพธิ

20 เมษายน 2552

รัฐบาลควรไปแก้ไขกฎหมายอื่นที่เป็นการช่วยเหลือประชาชน และเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมากกว่า

โดยทั่วไปคนไทยละเมิดกฎเกณฑ์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลาแต่ส่วนใหญ่มองไม่เห็นหรือไม่ยอมรับว่าตนทำการละเมิดที่สร้างปัญหามาตลอดและเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้เกิดเหตุการณ์ในช่วงหลายวันมานี้ได้แก่ความขี้โกง เราหลอกตัวเองมาตลอดว่าเราไม่มีความขี้โกงทั้งที่มีข้อมูลยืนยันมาตลอดว่าเราขี้โกงการสำรวจประชามติทุกครั้งพบว่าคนไทยส่วนใหญ่รับนักการเมืองขี้โกงได้การซื้อสิทธิขายเสียงที่มีอยู่ทั่วไปก็แสดงถึงการรับความขี้โกงได้และซ้ำร้ายเข้าร่วมในกระบวนการโกงเสียเองด้วย การเปรียบเทียบประเทศในเอเชียบ่งว่าเมืองไทยรั้งรองสุดท้ายในด้านการมีความขี้โกง ข้อมูลเหล่านี้มิใช่ของใหม่เพราะองค์การความโปร่งใสสากลยืนยันมาเป็นเวลานานแล้ว

ความขี้โกงที่นำไปสู่เหตุการณ์ปัจจุบันเริ่มเมื่อปี 2548 ในปีนั้นคนไทยส่วนใหญ่เลือกผู้นำของรัฐบาลให้ดำรงตำแหน่งต่ออีก 4 ปีทั้งที่ความขี้โกงของเขาปรากฏออกมาอย่างแจ้งชัดแล้วจากวันนั้นถึงวันนี้แม้เขาจะกลายเป็นนักโทษหนีคดีความขี้โกงไปอยู่ต่างประเทศแต่คนไทยกลุ่มใหญ่ก็ยังพร้อมที่จะทำลายสังคมไทยเพื่อจะปูทางให้เขากลับมาโกงต่อเพราะตัวเองก็ขี้โกงด้วยสังคมไทยได้ชื่อว่ามีอัธยาศัยในการต้อนรับแขกตามคติที่ว่าใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับแต่ภาพของความมีอัธยาศัยที่ได้รับการชื่นชมนั้นจบลงที่พัทยาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเมื่อกลุ่มคนไทยที่รับใช้คนขี้โกงและมีความขี้โกงเป็นฐานบุกเข้าไปไล่แขกบ้านแขกเมืองด้วยความกักขฬะเกินบรรยาย

ชัดเจนกันแล้วว่าคนเสื้อเหลืองต่างจากคนเสื้อแดงอย่างมากเช่น

เหลือง 1. มีประเด็นทางการเมืองที่ชัดเจน
แดง 1. ไม่มีประเด็นทางการเมือง
เหลือง 2. โจมตีพฤติกรรมและการกระทำของนักการเมืองโดยมีตัวอย่างให้อย่างชัดเจน
แดง 2. มุ่งก่อให้เกิดอารมณ์เกลียดชังผู้นำประเทศโดยไม่มีเหตุผล
เหลือง 3. มีผู้สนับสนุนจำนวนมาก
แดง 3. มีผู้สนับสนุนจำนวนน้อย
เหลือง 4. ผู้ขึ้นเวทีมีความหลากหลายและมีคุณภาพเป็นที่รู้จัก
แดง 4. ผู้ขึ้นเวทีเป็นคนกลุ่มเดียวและไม่ยอมรับของสังคม
เหลือง 5. มีการกระจายการชุมนุมเป็นจุดๆ โดยสงบเรียบร้อย
แดง 5. มีการกระจายคล้ายกองโจรเพื่อสร้างความรุนแรง
เหลือง 6. ถูกฝ่ายรัฐบาลปราบปรามโดยมีผู้บาดเจ็บล้มตายด้วย
แดง 6. รัฐบาลเป็นฝ่ายถูกกระทำ
เหลือง 7. มีผู้บาดเจ็บล้มตาย
แดง 7. มีผู้บาดเจ็บและทำให้ผู้อื่นตาย
เหลือง 8. มีการชุมนุมหน้าสนามบิน ผู้บริหารการท่าฯสั่งปิดสนามบินโดยมิชอบ
แดง 8. มีการปิดถนนและปิดการประชุมอาเซียน
เหลือง 9. มี ASTV และหนังสือพิมพ์เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหว
แดง 9. มี D-TV เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหว
เหลือง 10. การเคลื่อนไหวเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์
แดง 10. การเคลื่อนไหวมุ่งโจมตีบุคคลที่ใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์และมีคนในขบวนการตลอดจนสื่อที่มุ่งทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
เหลือง 11. แกนนำในต่างจังหวัดเป็นนักธุรกิจ
แดง 11. แกนนำในต่างจังหวัดเป็นนักการเมืองและวิทยุชุมชน
เหลือง 12. ภายหลังการชุมนุมยังมีกิจกรรมให้การศึกษาความรู้ทางการเมืองมวลชนอย่างต่อเนื่อง
แดง 12. มีการประกาศลงใต้ดิน และแกนนำหนีเพื่อเอาตัวรอด

เมื่อชาวบ้านร้านช่องได้เห็นนายกฯอภิสิทธิ์โดดเดี่ยวผู้น่าสงสารแล้วในตอนประกาศภาวะฉุกเฉินเราจึงได้เห็นหน้า รมว.กลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สวุรรณ เห็นหน้า ผบ.สส.พลเอกทรงกิตติ จักกาบาตร์ เห็นหน้า ผบ.ทบ.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เห็นหน้า ผบ.ทร.กำธร พุ่มหิรัญ และ ฯลฯ นั่งเป็นพระอันดับต่างก้มหน้าหลบสายตาในขณะที่นายกฯอภิสิทธิ์พูดให้ความมั่นใจกับประชาชนไป สู้ ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อหน้าแม่ทัพ-นายกองและบรรดาข้าราชการใหญ่แต่ตั้งแต่รัฐมนตรีกลาโหมลงไปยันแม่ทัพ-นายกองทั้งหลายแต่ดูเหมือนใจของคนที่นั่งอยู่รอบๆ ตัวท่านต่างโผบินไปหมดแล้ว คุณอภิสิทธิ์ถูกบรรดาข้าราชการวางยาและลองของไปเยอะ แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองและการเมืองในวันนี้ดูเหมือนจะบรรเทาเบาบางลงแต่แท้จริงแล้วความร้อนยังคุกรุ่นและพร้อมปะทุใหม่ได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ฝ่ายรัฐบาลโดยนายกฯกับฝ่ายข้าราชการทหารตำรวจมีน้ำอกน้ำใจที่จะร่วมแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมากขึ้นกว่าก่อนแล้ว

ทักษิณมันไม่ได้พ่ายแพ้หรอก ครั้งนี้เมื่อพวกมันแพ้ญัตติไม่ไว้วางใจในสภา พวกมันก็ออกมาทำสงครามป่วนเมืองนอกสภา เมื่อเพลี่ยงพล้ำอีกพวกมันก็จะลากเข้าไปต่อสู้ในสภาอีกครั้งโดยมีเป้าหมายก็แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือออกกฏหมายนิรโทษกรรมแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่อีกตามแบบเดิมๆ มันจะวนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ขณะที่เครือข่ายในพรรคการเมืองได้ถูกสั่งการให้ใช้วิธีจรยุทธ์บุกลงพื้นที่ให้ข้อมูลระดับรากหญ้าแบบถึงตัว ความช่ำชองในเชิงสงครามข่าว,เกมบนดิน,ใต้ดินผ่านเครือข่ายของโลกไซเบอร์ของทักษิณถือว่าเป็นอาวุธความเร็วสูงและมีอานุภาพยอดเยี่ยมที่สามารถยัดเยียดข้อมูลใส่หัวคนเสื้อแดงให้ต่อต้านรัฐบาลได้ไม่ยาก การเกลี้ยกล่อมคนเสื้อแดงให้เปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่างของรัฐบาลไม่ใช่ทำได้เพียงแค่ข้ามคืน หากบริวารทักษิณเดินหน้าเต็มรูปแบบเมื่อใดก็น่าเป็นห่วงรัฐบาลว่าจะใช้กลไกใดจึงจะสกัดแรงแค้นของทักษิณอยู่ โดยการที่มีกลุ่มอำนาจใหม่คอยผสมโรงให้เกิดความวุ่นวายเพื่อที่พวกเขาจะมาแทรกเอาเมื่อมีโอกาสแล้วเมืองไทยมันจะสงบสุขไปได้อย่างไร ถ้าไม่จัดการกับทักษิณและไม่จัดการสลายขั้วอำนาจใหม่ สังคมไทยและประชาชนชาวไทยไม่เป็นสุขแน่

หากฆ่าคุณสนธิสำเร็จพวกกลุ่มอำนาจใหม่ทั้งที่แยกตัวออกมาจากระบอบทักษิณเพื่อหนีตายและหันไปจับขั้วใหม่เขาก็หวังกันว่ากลุ่มพันธมิตรฯหรือคนเสื้อเหลืองจะออกมาชุมนุมประท้วงกันอีกครั้งเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมซึ่งเป็นกับดักของคนกลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้จะนำมวลชนของตนไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดงหรือคนเสื้อน้ำเงิน (มันก็ไอ้คนกลุ่มเดียวกันนั่นแหล่ะ ตีกันเสร็จที่พัทยาก็มาจับไม้จับมือขอโทษขอโพยกันสดๆ)ออกมาต้านทานย่อมหนีไม่พ้นการปะทะกันของมวลชนทั้งสองฝ่ายระหว่างเสื้อเหลืองกับอีกฝ่ายที่ถูกปลุกปั่นออกมา จนเหตุการณ์ลุกลามบานปลายเข้าสู่กลียุคที่ไม่มีใครยอมใครจากนั้นกลุ่มอำนาจใหม่ก็จะมาการปฏิวัติยึดอำนาจ โดยข้ออ้างเพื่อเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กลุ่มคนในขั้วอำนาจใหม่นี้จึงเป็นอีกขั้วที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยซึ่งมีที่มาและร่องรอยให้ประเมินได้เด่นชัดกว่ากลุ่มอื่นๆ

แกนนำของคนกลุ่มนี้คิดการใหญ่ในสถานการณ์แบ่งแยกแบ่งฝ่าย แบ่งข้างต่างสีเสื้อ กำลังเร่งสร้างสีใหม่เพื่อแทงทะลุสองขั้วหวังเป็นขั้วที่สามที่จะเข้ามาเล่นบทพระเอกขี่ม้าขาวเอาอำนาจไปไว้ในมือพวกพ้องและเครือข่ายตัวเอง จุดศูนย์กลางขั้วอำนาจใหม่นี้เป็นคนใหญ่คนโตที่หวังขึ้นบัลลังก์นายกรัฐมนตรีคนต่อไป คนอื่นๆในขั้วอำนาจใหม่นี้มีบรรดาบิ๊กคนมีสีทั้งอดีตและปัจจุบันที่สื่อในเครือผู้จัดการเปิดแฉมาอย่างต่อเนื่องถึงการขยายขุมข่ายสยายปีกอำนาจทั้งวงการเมือง ข้าราชการ ธุรกิจมีเป้าหมายซ่อนเร้น แต่ปิดไม่มิดและเป็นขั้วอำนาจที่กำลังแรง สวนทางกับขั้วอำนาจอำมาตย์เก่าที่เคยเป็นเสาหลัก ถึงแม้จะร่วมใบบุญร่มเงาผู้ใหญ่เหมือนกันแต่ไม่ขึ้นตรงต่อกันและพยายามแตกตัวมาสร้างเครือข่ายของตัวเอง แข่งบารมี ต้องการเป็นบ้านใหญ่บ้านใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่บ้านเก่าสี่เสาที่เสาเรือนถูกโยกคลอน

พวกกลุ่มอำนาจใหม่นี้อยู่ในข่ายต้องสงสัยและมีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่บางส่วนอาจจะสมคบคิดกันเป็นกระบวนการจับมือร่วมลงขันใบสั่งฆ่าหรือไม่ก็มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ตัวอย่างเช่นบิ๊กมีสีบางรายที่ฉุนเฉียวจนแยกถูกผิดไม่ออกก็เคยใช้ลูกไม้นี้ในเหตุการณ์ยิงระเบิดป่วนเวทีพันธมิตรฯ ยืนมองการฆ่าคนเสื้อเหลืองอย่างเลือดเย็น ยิ้มเยาะสะใจ อยู่ในมุมสลัวของม่านพรางสีเขียวขี้ม้ามาแล้วที่ต้องให้น้ำหนักกับกลุ่มคนกลุ่มหลังสุดนี้ที่จับมือกับนักการเมืองพันธุ์โฉดในการร่วมปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมือง คนกลุ่มนี้เพียงหวังแค่อำนาจวาสนาเป็นเป้าหมายที่ก็ไม่ต่างจากทักษิณที่ใช้การปลุกระดมเผาบ้านผลาญเมือง เพื่อตัวเอง เกมการเมืองที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกันหลายชั้นหลายปมอย่างนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะหาทางออกอย่างไรเพื่อให้รัฐบาลชุดนี้สามารถฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปได้ ข้าราชการ ทหาร-ตำรวจเกษียณไปก็เป็นพ่อเฒ่าแม่แก่อยู่กับบ้าน ลด ละ เลิกเห็นแก่เงิน แก่ยศ แก่ตำแหน่ง แก่ความสุขสบายเฉพาะตัวจนลืมชาติบ้านเมืองที่บรรพบุรุษฝากฝังมาไว้ให้รักษาต่อๆ กันมานักเลย

ถึงแม้นายกฯ จะประกาศแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้เวทีสภาเป็นหลักในการแก้วิกฤติบ้านเมืองครั้งนี้โดยส่งสัญญาณว่าพร้อมจะมีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมแต่จะไม่รวมคดีอาญา รวมทั้งให้ความมั่นใจว่าจะให้ความเป็นธรรมดำเนินคดีทั้งเก่าและใหม่ด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่ก็ใช่ว่าแค่คำพูดจะทำให้บรรยากาศความขัดแย้งคลี่คลายได้ทันที และการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการบั่นทอนและทำลายประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงที่สุดและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอีกทั้งยังจะสร้างบรรทัดฐานที่เลวร้ายให้กับประเทศไทย หากมีการยอมรับและนิรโทษกรรมเกิดขึ้นจริงก็แสดงให้เห็นว่าสังคมยอมรับการทุจริตการเลือกตั้งว่าเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรง เป็นเรื่องที่ยอมรับได้และสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยขาดพรรคการเมืองที่โกงชาติไม่ได้เท่ากับว่าสังคมไทยจะไม่สามารถมีการปฏิรูปการเมืองต่อไปได้อีก

21 มกราคม 2552

การเมืองใหม่ ปชป. พธม. และ โอกาส

การต่อสู้ของพันธมิตรฯ 193 วัน และก่อนหน้านั้นเป็นปีๆ เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยการขจัดทักษิณออกไป เพราะทักษิณเป็นอุปสรรคต่อการปกครองในระบอบทักษิณที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การต่อสู้ของเราได้ผลหลายต่อหลายอย่างเช่น รัฐบาลทักษิณไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ทำให้ระบอบทักษิณ อ่อนอำนาจลง ปกป้องชาติ เทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สามารถดำเนินคดีได้หลายคดี สามารถทำให้รัฐมนตรีที่ไม่ดีออกจากตำแหน่ง ก่อกระแสการเมืองใหม่ที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และสุดท้าย สามารถรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศไทยจนรัฐบาลอังกฤษถอนวีซ่า ทำให้ทักษิณถูกตัดสินจำคุก ไม่มีครั้งใดในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ประชาชนตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุดเท่าครั้งนี้ ประชาชนได้ความกล้าหาญมีความแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามการต่อสู้ของเรา คนมากมายก็ยังไม่เข้าใจและเราจะไม่เหลือแผ่นดินให้ลูกหลานเลยถ้าเราไม่ออกมาต่อสู้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเป็นเหตุเป็นผลตามสมควรไม่ใช่สักแต่ว่าเอามันส์

แม้ว่าขณะนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมาเป็น ปชป.ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนดี ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ปัญญา มีวิสัยทัศน์ สะอาดและความซื่อสัตย์ โปร่งใสแต่สงสัยว่ามีความกล้าหาญหรือไม่และอย่าลืมว่าในพรรค ปชป.ยังมีนักการเมืองเก่าป่นอยู่ด้วย เหตุที่รัฐบาลและพรรคร่วมทำไม่เนียน ลากตั้งรัฐมนตรีมีแต่พวกร่างทรง-นอมินี-มือใหม่หัดขับดังนั้นความไม่ไว้ใจในตัวรัฐบาล-พรรคร่วมรัฐบาลพุ่งพรวดทะลุเพดาน จนเกิดภาพหลอนกลับมาอีกครั้งว่าจะเป็นภาพนักการเมืองที่เตรียมประแป้งแต่งตัวเข้าสู่มหกรรมรุมทึ้งงบประมาณ-ตักตวงผลประโยชน์หรือไม่ หน้าที่ของนายอภิสิทธิ์จะต้องที่จะต้องทำนักการเมืองในพรรคของตนเองให้สะอาด มีนักการเมืองที่สะอาด เสียสละ แม้ว่าจะเจ็บปวดกับคำพูดของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่พูดว่าไม่มีเนวินวันนี้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ แต่เขาสู้กับพรรคพลังประชาชนไม่ได้ เนวินจึงได้เปลี่ยนขั้วเพราะรู้ว่าอยู่ไปก็ไปไม่รอด จึงได้มีการเปลี่ยนขั้ว ทั้งๆที่เราไปเหนื่อยเรียกร้องมาร้อยกว่าวันเพียงเพื่อให้พรรคๆ หนึ่งได้กลับมาเป็นรัฐบาลอย่างงั้นหรือ เราเองตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เราไม่เคยนึกว่าคนที่อัปลักษณ์ที่สุดกับคนที่ดีคนหนึ่งจะจับมือกันบริหารประเทศ เราเคยเห็นแต่คนอัปลักษณ์จับมือกันกับพวกแลนตะกวดโกงกินบ้านเมือง แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่านคนที่อัปลักษณ์มาจับมือกับคนที่ดีได้จึงเป็นเรื่องน่าพิศวงมาก แต่เราก็ยังควรจะส่งเสริม ช่วยเหลือ ช่วยชี้แนะให้รัฐบาลทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและเราจะให้กำลังใจกับคนดีๆ ไม่อย่างนั้นจะมีคนดีที่ไหนที่จะกล้าออกมาทำงานเพื่อชาติได้อีก แน่นอนขณะนี้รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศก่อน ประเทศมีงานและมีปัญหามากมายที่ท่านนายกฯต้องแก้ไข ต้องตัดสินใจ ต้องบริหารเพื่อนำปท.ให้พ้นวิกฤติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ความแตกแยก ความมั่นคงของชาติและสถาบันฯ เราต้องให้เวลารัฐบาลจัดการเรื่องเศรษฐกิจให้เสร็จก่อนระยะหนึ่ง เมื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจผ่านพ้นไปแล้ว ต้องจัดการความถูกต้องให้เกิดขึ้น

รัฐบาลอภิสิทธิ์ และพรรคร่วมรัฐบาล ที่ก็รู้ตัวดีว่าถูกจับจ้องทุกฝีก้าว ได้ลดกระแสความคลางแคลงใจและสร้างภาพลักษณ์ให้กับรัฐบาล ด้วยการ “เฉือน-หั่น-ทบทวน-เลื่อนพิจารณา” ในโครงการที่ถูกมองว่าไม่คุ้มค่าสมประโยชน์กับเม็ดเงิน รวมถึงอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์แอบแฝง เช่น โครงการจัดเช่ารถเมล์เอ็นจีวีของขสมก.จำนวน 4 พันคัน โครงการจัดทำแหล่งน้ำสำหรับเกษตรกรทั่วประเทศมูลค่า 4 พันล้านบาท ที่มีการประมูลกันเสร็จไปแล้วเมื่อพ.ย.51 เล่นบทตรวจสอบกันเองของรัฐบาล ในการพิจารณาผ่านงบประมาณที่แต่ละพรรค แต่ละกระทรวงชงเข้าคณะรัฐมนตรี หรือโครงการถนนปลอดฝุ่น ของกรมทางหลวง มีหลายโครงการที่รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอเม็ดเงินไปมากกว่าที่ได้รับ แต่ได้ถูกหั่น-ซอย ออกมาจนได้ตามจำนวนเงินที่พอเหมาะพอควร ก็พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีเสียงตอบรับออกมาค่อนข้างดีกับประชานิยมของอภิสิทธิ์ ต่อลมหายใจให้กับมนุษย์เงินเดือน ยืดอายุวงจรธุรกิจของ เอสเอ็มอี และ โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัดก็ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า ในขณะนี้มีนักการเมืองที่เคยร่วมกันการโกงชาติอยู่ถึงครึ่งค่อนคณะและยังมีฝ่ายค้านอีกเกือบร้อยเปอร์เซนต์ทีร่วมกันโกงชาติ รัฐบาลต้องตระหนักให้มากว่าคณะ รมต.เหล่านี้(ฝ่ายรัฐบาลเดิม)มีแต่จะหาทางโกงชาติเพื่อความรำร่วยของตนเอง แต่การที่เราจะบีบให้คุณอภิสิทธิเล่นงานกลุ่มเนวิน ถ้ามันโดนบีบจนไม่ถอยไม่ได้แล้วมันกลับไปร่วมกับพวกม็อบเสื้อแดงอีก ทำให้คุณอภิสิทธิอ่อนแอลง เดี๋ยวพวกมันก็กลับมาครองอำนาจอีก พวกเลวๆมันมีอยู่มาก สุดท้ายบ้านเมืองก็คงพังย่อยยับ

แค่ 10 กว่าวันนายกฯอภิสิทธิเข็นผลงานออกมาโชว์มากมาย เน้นเป้าหมายไปที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ล้วนล่อใจสร้างความนิยมโกยคะแนนได้ทั้งสิ้น ทำงานกันแทบไม่ได้หายใจหายคอ จนเข็นผลงานออกมานับไม่ถ้วนเพื่อคนไทยทั้งชาติ เป้าหมาย เพื่อสร้าง "ศรัทธา" ให้กับประชาชน โดยเฉพาะรากหญ้าเสื้อแดง เพื่อให้เห็นความตั้งใจจริง ความมุ่งมั่น ความทุ่มเทเพื่อประชาชนทุกคน เพื่อผลประโยชน์ของชาติและผลงานของรัฐบาล ในเวลาแค่ไม่กี่วันแต่รัฐบาลก็ทำได้ดีมากพอสมควรสามารถดึงมวลชนกลับมาได้เป็นจำนวนมาก สามารถเอากลุ่มเนวินนั้นก็เปรียบเหมือนเอาดาบของศัตรูมาทำลายศัตรู เขามีวิธีสู้ในวิถีทางเพื่อแสดงความแตกต่างให้ประชาชนเสื้อแดงเห็นระหว่างคนดีกับมาร ซึ่งส่งผลให้พวกหัวโจกมันค่อยๆเสื่อมไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว กระแสเสื้อแดงที่ต่อต้านกำลังทำร้ายตัวเอง ทักษิณกำลังจะได้รับผลกรรม ทำให้ประชาชนพวกที่คลั่งทักษิณเห็นธรรมและกลับมาเป็นแนวร่วมกับรัฐบาลเพื่อร่วมพัฒนาชาติ ให้พวกเขาเห็นว่าถ้าไม่มีทักษิณประชาชนเหล่านี้ก็สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ และถ้าทำสำเร็จพวกเขาก็จะลืมทักษิณไปเอง การที่บีบรัฐบาลอภิสิทธิโดยการตีกรอบจนไม่มีทางออกยืดหยุ่นหรือให้เวลา ยิ่งเหมือนเพิ่มจุดอ่อนและสร้างความอ่อนแอให้กับรัฐบาลที่จะทำให้พวกเสื้อแดงเข็มแข็งและมีความชอบธรรมมากขึ้น ไปเข้าทางตืนพวกเสื้อแดงก็จะเสียของ เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะให้มันนิ่งแล้วค่อยๆเชือดไปทีละอย่าง และก็เป็นการเชือดนิ่มๆแบบพรรคร่วมต้องยอมรับอย่างไม่มีปัญหาด้วย ถือว่าเขาเดินหมากอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว ก็ในเมื่อระบบยังต้องใช้เสียงข้างมาก ก็ต้องให้เวลาเขาเดินไป อย่าไปบังคับกันมากนักเลย ทุกคนก็รู้ว่าเขาเองก็ถูกกระทำมาเยอะมีหรือเขาจะไม่เจ็บ แต่จะทำอะไรมันต้องมีแผน บางอย่างก็ต้องใช้เวลา แทบทุกหน่วยกรมกองมีแต่สมุนพวกมัน การจะทำอะไรต้องให้นิ่มที่สุด

เราจะปล่อยให้ ปชป.บริหาร กวาดบ้าน ซ่อมบ้านก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ไปสักระยะ รักษาเศรษฐกิจเสียก่อน และก็ค่อยๆไล่ค่อยๆถ่ายน้ำเสียออกไป เราพร้อมให้โอกาสรัฐบาลทำงานไปก่อนอย่างมีเงื่อนไข รัฐบาลต้องทำงานต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น เราเชื่อว่าประชาชนจะรักรัฐบาลอย่างไรเราก็ต้องต้องเปิดใจให้กว้างอยู่บนสภาวะของความเป็นจริงประเทศไทย แต่ไม่ใช่ยอมจำนนแต่ต้องเข้าใจปัญหาไปพร้อมๆกับการทำหน้าที่วิจารณ์ตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ถ้าดีจริงรัฐบาลก็ต้องไม่กลัวการตรวจสอบ ถ้ากระทำผิดเล็กน้อยก็เตือนหรือติติง ถ้าผิดมากหน่อยก็ตำหนิกันตรงๆแต่ถ้าผิดพลาดร้ายแรงก็พร้อมจะไล่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นแกนนำหรือผุ้ปราศัยบางคนออกมากดดดันบางเรื่อง เรียกร้องบางอย่าง ตำหนิบางสิ่งที่รัฐบาลทำ เราก็ต้องเรียกร้องและกดดันให้รัฐบาลนี้บริหารงานอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และทำให้สงคมสะอาดขึ้น

เราไม่ไว้ใจนักการเมืองไม่ว่าพรรคไหน พันธุ์ไหน เพราะเราเชื่อว่าการเมืองก็คือการมาเจอกันของกลุ่มผลประโยชน์ร่วมกัน หาใช่มาเจอกันเพราะอุดมการณ์ตรงกันอย่างในทฤษฏีรัฐศาสตร์การเมือง รูปแบบการ “โกงกิน” ที่แนบเนียนขึ้น ทั้งทางด้านการโกง การเล่นพรรคเล่นพวก หลายโครงการที่เป็นทั้งเมกะโปรเจกต์ ที่กำลังรอการแบ่งเค้กอยู่เช่น โครงการ 3 จี และจัดหาจัดซื้อโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร งบการพัฒนาท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น งบล่ำซำ” ที่มีการตัดออกมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้วหน่วยงานต่างๆ เสนอของบเพิ่มกลับไปที่กรรมาธิการงบประมาณ แล้วตั้งงบกลับเข้ามาใหม่ที่งบอุดหนุนในกรมส่งเสริมฯในรูปแบบโครงการต่างๆ การประมูลรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทางรวมมูลค่าเกือบแสนล้านบาท ซึ่งตั้งแต่เริ่มยกร่าง ทีโออาร์ ก็มีข่าวล็อกสเปกเอื้อประโยชน์บางบริษัทกันมาตลอด แถมบริษัทรับเหมาที่เข้าประมูลก็ล้วนมีเส้นสายและเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมืองในขั้วรัฐบาลหลายพรรคและให้จับตามองความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงล้างบางรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่ง ที่มีผลประโยชน์จำนวนมาก โดยเฉพาะงบประมูลก่อสร้างและการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ การประปาส่วนภูมิภาค รถไฟฟ้ามหานคร การบินไทย เป็นต้น รวมถึงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคม ที่มีผลประโยชน์จำนวนมาก ก็ต้องจับตาไม่กระพริบ หรืออย่างเรื่องการจัดการกับตำรวจที่กระทำผิดในเหตุการณ์ 7 ตุลาฯนั้นในเมื่อ อภิสิทธิ์ เป็นคนยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สอบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง (ตอนเป็นฝ่ายค้าน) และผลการสอบสวนก็ออกมาแล้วและชี้ชัดไปที่ตัวคนที่ต้องรับผิดชอบชัดเจน แต่ตอนนี้รับบาลโดยนายกฯกลับนิ่งเฉยต่อผลสอบนี้ (ที่ยื่นให้สอบเอง) โดยคุณอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า คงต้องรอผลสอบของ ปปช ก่อน (แล้วไปยื่นให้คณะกรรมการสิทธิฯสอบทำไม ถ้าคิดจะไม่สนใจ) เรื่องแบบนี้พันธมิตรมีสิทธิที่จะทวงถาม กดดัน หรือตำหนิ หรือประชาชนจะต้องติดตามว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรจากเรื่องการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จำนวน 16 ล้านไร่ ให้กับประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินนี้บ้าง อย่างกรณีสปก-401 ที่รัฐกำลังออกมาผลักดันอีกครั้ง ทั้งๆที่คราวก่อนความผิดพลาดเรื่องนี้ก็เกิดมาจากรัฐบาล ปชป นี่เองเราออกมาติติง ตักเตือน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส นอกเหนือจากเรื่องเอา ปตท.กลับมาเป็นของรัฐ, ทวงคืนปราสาทพระวิหาร กับยึดพาสปอร์ตของทักษิณทุกเล่ม

เรายังไม่จบภารกิจเพียงแค่สิ้นสุดลงแล้วชั่วคราวเมื่อทักษิณต้องระเห็จไปอยู่ต่างประเทศและคดีต่างๆ ของเขาก็ได้ถึงขั้นศาลจนพวกเขาถูกตัดสินจำคุกทั้งตัวเองและภรรยาแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้กัน ตราบใดที่ระบอบทักษิณยังดำรงอยู่เราก็ยังต้องสู้ต่อไปเพื่อให้ได้การเมืองใหม่ที่สะอาดจริงๆ ตลอดเวลา 75 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเราอยู่กับการเมืองเก่าที่มีการทุจริต คอร์รัปชัน ใช้ทหาร ตำรวจ ปราบปรามประชาชนยังมีโอกาสที่ทักษิณและพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยเนวิน ชิดชอบจะกลับมา สุดท้ายคาดว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะต้องมีการหักหลังจากกลุ่มเนวินเกิดขึ้น เพราะกลุ่มเนวินมีประวัติเคยหักหลังทั้งบรรหารและทักษิณมาแล้ว ต่อให้เลือกตั้งใหม่ก็จะมีน้ำเสียไหลกลับเข้ามาอยู่ดีเพราะไม่มีตัวเลือกใหม่ๆเข้ามาเสริมลำพังประชาธิปัตย์อย่างเดียวอยู่กลางอสรพิษทั้งนั้นจะให้สู้กับพรรคทั้งหมด มันไม่ไหวหรอก

การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ตั้งใจทำงาน ไม่มี คอรัปชั่น กำจัดพวกโกง และเมือมีการเลือกตั้งก็ค่อยๆทำให้โปร่งใส นั่นก็ เป็นการเริ่มนำไปสู่การเมืองใหม่แล้ว เราจะรับสภาพไปหานักการเมืองเก่า 480 คนในสภาในแบบที่ผ่านมาได้หรือไม่ ชายชราที่สระแก้ว ร้อยตำรวจเอกที่ฝั่งธน เราจะเอาไหม ประชาชนเราจะต้องพร้อมบินออกจากสุ่ม ไม่อยู่ในกรงครอบของ 480 คนอีกต่อไป เราอยู่กับการเมืองเก่ามานานอยู่กับนายกฯ ชั่วๆ 7-8 ปีทีผ่านมา เราจะไม่ยอมอีกต่อไป พอกันทีกับพวกมึงแล้ว ข้อเรียกร้องของประชาชน เราต้องการองค์กรสู้รบในรัฐสภา พรรคการเมืองของประชาชน แต่เรื่องนี้ละเอียดอ่อน เร็วเกินไปที่จะบอกว่าตั้งได้หรือไม่ได้ มวลชนพื้นฐานกำลังรอการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวของประชาชนที่ก้าวรุดหน้าต่อไปเพราะต้องการเดินไปหาดินแดนแห่งความดีงาม การเมืองใหม่ต้องเป็นการเมืองของพี่น้องประชาชนทั้งหมดเป็นเจ้าของมีส่วนร่วม การเมืองใหม่จะไม่ถูกกำหนดโดยคนๆ เดียว เพราะมันจะกลายมีสภาพไม่ต่างจากการเมืองของทักษิณ เราต้องการการเมืองใหม่ เราต้องเป็นเจ้าของร่วมกัน ทุกคนเท่าเทียมกัน เข้มแข็งพอที่จะฝ่าด่านการเมืองเก่า เพื่อเปิดประตูไปสู่ "การเมืองใหม่" อย่างที่พวกเราอยากเห็นได้แน่นอน การเมืองใหม่นั้นมิเพียงแต่เปลี่ยนสันดานนักการเมืองแต่ต้องเปลี่ยนแปลงไปทุกๆเรื่อง การเมืองใหม่ต้องเดินหน้าต่อไปต้องมีการต่อสู้ต่อไป เกาะกลุ่มกันไปให้แน่น รวมตัวจัดตั้งกลุ่ม จัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อที่จะต่อสู้กันต่อไป การเมืองใหม่นั้นจะต้องไม่คดโกง การเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์

การเมืองใหม่ที่ทุกคนอยากได้มันยังเป็นอุดมคติเกินไปอยู่ ต้องค่อยๆสร้างกันไปตอนนี้ก็มีแต่นามธรรม เราน่าจะทำให้มันมีน้ำหนัก มีตัวตนจับต้องได้จริงๆ เราจะต้องตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ให้ดี ความรับผิดชอบ พร้อมรับผิดและชอบต่อผลที่ตัวเองทำด้วย การเมืองใหม่จะต้องปรับกันทั้งระบบตั้งแต่ระบบราชการมาเลยเชียว ไม่ได้ใช้เวลาแป๊บเดียวหรือแค่แก้ไขรัฐธรรมนูญถึงจะทำได้ การเมืองจะดีได้ต้องเริ่มที่ประชาชนดีก่อน ถ้าจริยธรรมและความรู้ของคนในสังคมสูงขึ้นกว่านี้ นักการเมืองชั่วช้าก็ไม่มีทางได้เกิด ให้องค์กรอิสระเกิดและโตอย่างเข้มแข็งกว่านี้ ทำงานรวดเร็วกว่านี้ ระบบศาลก็ต้องรวดเร็วกว่านี้ กฎหมายเด็ดขาดกว่านี้

19 มกราคม 2552

พอกันทีกับนักการเมืองสารเลว

แม้ว่าประชาธิปัตย์นิยมลงเป็นห่าฝนอย่างไม่กลัวอดีตหลอนรัฐบาลทุ่ม 325 ล้านแก้ภาพลักษณ์ประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจชนิดเอาเงินไล่แจกชาวบ้าน หวังเอาการจับจ่ายใช้สอยเป็นตัวผลักดันภาคการผลิตตามกลยุทธ์ Dual Track หรือตะเกียบ ๒ ขาเพื่อกระตุ้นรากหญ้ากับกระตุ้นการส่งออกและท่องเที่ยววนเวียนอยู่ในรูปแบบประชานิยมตามทฤษฎีเคนส์ที่ว่าที่ไหนๆเขาก็ทำกันทั้งโลก คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ใช้งบกลางแจกจ่ายเงินให้พนักงาน ราชการ ลูกจ้างราชการ ข้าราชการที่มีรายได้ไม่เกิน 14,999 บาท จำนวน 1.3 ล้านคน และผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจำนวน 8,138,815 คน คนเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินคนละ 2,000 คน แต่เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ ช่างดัดผม ช่างตัดผม ฯลฯ 40-50 ล้านคน จะไม่ได้รับความช่วยเหลือทำนองนี้จากรัฐบาลแต่อย่างใด ทั้ง "ลด-แลก-แจก-แถม" ที่ประชาธิปัตย์เคยค่อนแคะรัฐบาลทักษิณมาทั้งหมดว่าไม่ก่อประโยชน์ในระยะยาวกับประชาชน ทำให้ประชาชนอ่อนแอ วันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์เดินตาม-สานต่อทั้งหมดแถมล้ำหน้าโอ๋สังคมแบบ "เลี้ยงลูกให้เสียคน" ในสังคมทุนนิยมคือสังคมแห่งการบริโภคคือสังคมแห่งการจับจ่ายใช้สอย ลืมได้เลยจริยธรรมในการออม เท่าที่ออกอาวุธมาห่วงอยู่แต่ว่าชาวบ้านเขาจะนินทา "แนวทางบริหารรัฐบาลอภิสิทธิ์วันนี้ คือการรับรองผลงานรัฐบาลทักษิณเมื่อวานนี้" (คำป๋าเปลว)

ประชาธิปัตย์บอกว่าเมื่อคาดหวังตลาดต่างประเทศไม่ได้ ก็ต้องหันมาดูตลาดในประเทศ ทำอย่างไรให้เงินในกระเป๋าประชาชนเพิ่มขึ้นและลดค่าใช้จ่ายพร้อมเสริมมาตรการช่วยเหลือเข้าไป สร้างงาน ทำโครงการ สนับสนุนอุตสาหกรรมต่างๆ ท่องเที่ยวและจะต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่น ดูแลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ กำหนดมาตรการต่างๆที่ทำให้กับคนทั้งประเทศเพื่อให้ฟันฝ่าวิกฤติไปได้ การปรับลดค่าธรรมเนียมลงจอดเครื่องบินเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวมาตรการหนึ่งของรัฐบาลประชาธิปัตย์โดยปรับลดค่าธรรมเนียมเที่ยวบินเช่าเหมาลำไป 50% แล้วส่วนเที่ยวบินปกติจะพิจารณาอีกครั้งประมาณ 15-20% รวมทั้งจะมีการปรับลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินด้วย กระทรวงการคลังใจป้ำเปิดทางนำเงินต้นค่าผ่อนบ้านหักลดหย่อนภาษีเงินได้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทุ่มงบ 20 ล้านบาทจัด 3 โครงการเสริมทัพ ดึงนักท่องเที่ยวอาเซียนเข้าไทย ไทยเราต้องผ่านครึ่งปีแรกที่สถานการณ์หนักที่สุดไปให้ได้ ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้หลังจากนั้นพอเข้าสู่งบประมาณประจำปี ซึ่งเริ่มต้นเดือนตุลาคมที่จะใช้จ่ายประชาธิปัตย์ก็จะหันมาดูในส่วนอื่น ๆ ใช้ในลักษณะ "สารตั้งต้น" แล้วปรุงด้วยส่วนผสมตามสูตรของประชาธิปัตย์เองให้สอดคล้องกับสภาพสังคม สภาพปัญหาของประเทศขณะนั้นแล้วประชาธิปัตย์น่าจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจได้

ประชาธิปัตย์ต้องอย่าลืมว่าอาร์เจนตินาชาวบ้านรวยแบบบานปุ๊บปั๊บแล้วก็หุบเฉาจนถาวรทั้งประเทศด้วยเหตุประชานิยมไม่ลืมหูลืมตามาแล้ว ดังนั้นประชาธิปัตย์ต้องแข่งขันกับตัวเองเพื่อพิสูจน์ไม่ใช่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเพื่อผลทางการเมือง อย่าให้คนจนหมดไปจากประเทศไทยด้วยการอดตายเลย ที่สำคัญประชาธิปัตย์ต้องระวังพวกองค์กรช่วยเหลือในเครือข่ายสหรัฐที่ตั้งขึ้นมาหลอกประเทศด้อยพัฒนาให้ติดเบ็ดเศรษฐกิจทุนนิยมไว้ด้วย อย่าไปถูกหลอกให้ฮุบเบ็ดทุนเงินกู้ซ้ำอีก แรกๆ ก็แค่กำหนดเงื่อนไขวางกรอบธุรกิจให้ปฏิบัติเฉพาะธุรกิจ เมื่อถลำไปทั้งตัว มันจะออกกฎ-กติกาบังคับให้เป็นนโยบายขายประเทศอย่างเช่นกฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ ที่ไอเอ็มเอฟมันทำกะเรามาแล้วเมื่อปี ๒๕๔๐ สังคมเกษตรด้วยวิถีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐานรากเท่านั้น จึงจะทำให้ไทยเป็นการลอกคราบสู่มิติใหม่ชนิดขุดรากถอนโคนสู่ความรุ่งเรืองที่เสถียรของไทย

นอกจากนี้ปัญหาปตทที่หมักหมมอยู่แล้วนั้น ตัวตนและความคิดของผู้บริหาร ปตท. คำก็ขาดทุน สองคำก็แบกรับภาระ ทำให้เราคิดได้ว่า ประชาชนประเทศนี้เป็นหนี้บุญคุณ ปตท.มากมายเหลือเกิน ปตท.ช่างเป็นองค์กรผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่พึ่งด้านพลังงานของคนทั้งชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องแบกรับภาระหน้าที่ตอบแทนผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นอย่างดียิ่ง หลายคนคงไม่ได้กลัวว่า ปตท.ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่จะล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาหากแผนก๊าซสะดุด เป็นการแสดงให้เห็นว่าปตท.คำนึงแต่กำไร-ขาดทุนมากกว่าความมั่นคงทางพลังงานของรัฐและประชาชน น้ำมันและก๊าซหุงต้มส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ไม่ใช่ของรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรหนึ่งองค์กรใด ดังนั้นประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของสมบัติร่วมกันควรมีสิทธิที่จะได้ใช้ทั้งน้ำมันและก๊าซหุงต้มในราคาที่ถูกลงนอกจากนี้ประชาธิปัตย์จะต้องรีบเร่งนำกลับมาสู่รัฐอย่างเดิมให้ได้คาดว่ากำไรของปตท.โดยรวมจะลดลงต่ำกว่าแสนล้านไม่เท่าไรกระมัง

อีกทั้งกรณีการบินไทยซึ่งถ้าไม่ใช้รัฐเข้าไปอุ้มการบินไทยเจ๊งแน่ๆ หลังจากที่เหลือบที่รัฐบาลก่อนๆส่งคนไปรุมกินโต๊ะมานานแสนนาน สุดท้ายรัฐบาล "ของประชาชน" โดยประชานิยมเลอะเทอะนั่นแหละต้องรับผิดชอบ รัฐบาลจะต้องเร่งตรวจสอบค่าใช้จ่ายการบินไทย ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยฝ่าวิกฤติ สั่งตัดสิทธิ์ประโยชน์บอร์ด ผู้บริหาร พนักงาน ทั้งตั๋วฟรีทั้งครอบครัวไม่จำกัดเที่ยวบิน หรือ สิทธิประโยชน์ที่บอร์ดการบินไทยและครอบครัวรวมทั้งผู้ติดตามได้รับ เช่น บัตรโดยสารชั้นหนึ่ง ในเส้นทางบินต่างประเทศและในประเทศ สูงสุดเส้นทางบินละ 15 ใบต่อปี, อดีตกรรมการบอร์ดและบุคคลในครอบครัว รวมถึงผู้ติดตาม จ่ายค่าโดยสารเพียง 25% โดยเป็นเส้นทางบินต่างประเทศ 12 ใบต่อปี และเส้นทางในประเทศ 6 ใบต่อปี, ค่าตอบแทนคณะกรรมการสูงลิ่ว ส่วนค่าตอบแทนบอร์ด ได้รับคนละ 20,000 บาทต่อเดือน และเบี้ยประชุมคนละ 30,000 บาทต่อเดือน หากเป็นประธานจะได้ค่าตอบแทนเพิ่มอีก 25% รองประธานบอร์ดจะได้เพิ่มจากกรรมการอีก 12.5% อย่างไรก็ตาม สิทธิพิเศษของฝ่ายบริหารตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไปจะได้รับค่าน้ำมันจำนวน 75,000 บาทต่อเดือนด้วย บุคคลภายนอกที่ได้รับเชิญมาเป็นอนุกรรมการหรือคณะทำงาน จะได้รับเบี้ยประชุมอีกครั้งละ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนเงินค่ารับรองของประธานบอร์ด จะมีเงินค่าใช้จ่ายได้ 50,000 บาทต่อเดือน หากเกินวงเงินที่กำหนดสามารถใช้งบกลางของบริษัทได้ ส่วนรองประธานจะได้รับเงินรับรอง 40,000 บาทต่อเดือน และกรรมการ 30,000 บาทต่อเดือน

วันนี้ส.ส.กลุ่ม 16 เป็นผู้สร้างตำนานเอากระจงขาหักไปปล่อยภูเก็ตในวันที่นักการเมืองเหล่านี้พาสื่อมวลชนไปตรวจพื้นที่ส.ป.ก.จัดฉากวิ่งไล่ถ่ายกระจงกันจนป่าราบ ก่อนจะตบท้ายอธิบายว่าพื้นที่ป่าสมบูรณ์มีแม้กระทั่งกระจง ยังเอามาตัดแจกให้เกษตรกร แถมเป็นเกษตรกรตัวปลอมอีกต่างหากยังคงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา บรรดาอดีตแกนนำ สส.กลุ่ม 16 ซึ่งมี นายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำเงาตัวจริงกลุ่มเพื่อนเนวิน เป็นแกนนำคนหนึ่ง มีแผนที่จะกลับมารวมตัวผนึกกำลังกันเพื่อสร้างพรรคการเมืองขนาดกลางที่มีอำนาจต่อรองสูง พรรคนี้จะเรียกว่าพรรคสาขาก็ว่าได้อาจจะมีเป้าหมายเพื่ออนาคตทักษิณหรืออาจจะเป็นพรรคสู่ฝันวันใหม่ของนายเนวิน สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่หมายมาดในอนาคตหรือจะเป็นพรรคชอร์ตเซลล์ทำกำไรระยะสั้น ระหว่างนี้มีสส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหลายสิบคนผละจากพรรค แหล่งทุนอันมั่งคั่งทั้งจากแหล่งซิโน-ไทย แหล่งทุนคิงเพาเวอร์และแหล่งm6oสุริยะ มุ่งสู่เป้าหมายก็คือพรรคภูมิใจไทยที่ได้วางแผนระยะยาวที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองด้วยการรวบรวมจำนวนสส.ให้เป็นพรรคขนาดกลางเพื่อเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต้องตกอยู่ในภาวะถูกกดดันและยอมตามข้อเรียกร้อง ถึงวันนี้ที่ดินส.ป.ก.ที่เหลืออยู่ 20 ล้านไร่ หากได้ส.ป.ก.มาช่วยประชาธิปัตย์ จับพลัดพับผลูเลือกตั้งใหม่ จะทำให้ได้ที่นั่งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เพิ่มในภาคเหนือและอีสานบ้างกระมัง นักการเมือง ส.ส.กับที่ดินป่าสงวน ที่ดินต้นน้ำ ที่ดินสวยงาม ที่ดินภูเขา มักจะเป็นของคู่กันเสมอ มีเกษตรกรทั้งตัวจริงและตัวปลอมไปถือครองเต็มพื้นที่หมดแล้ว เป็นที่น่ากลัวว่ารัฐบาลจะเอาเงินงบประมาณไปซื้อที่ดินอีก 1 แสนไร่เพื่อนำมาตัดแจกส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่อยุ่ในภาคเหนือและภาคอีสานมันจะไหลเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ประชาธิปัตย์ช่างกล้าแม้ว่าอดีตยังตามมาหลอกหลอน จน"เทพ(เทือก)ประทาน"ต้องร้องลั่นถูกสะกิดแผลเก่าส.ป.ก.ระบุไม่มีหน้าที่ดูแลอย่านำไปผูกโยง ปัดข่าว ส.ป.ก.แลกรถเมล์เช่าของกลุ่มเพื่อนเนวิน

ปัจจัยภายนอกจากการเคลื่อนไหวจ้องล้มรัฐบาลของฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทยและม็อบเสื้อแดงแล้วถือว่าไม่ใช่ตัวแปรสั่นคลอนรัฐบาล แต่ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดชะตากรรมของรัฐบาลอย่างแท้จริงอยู่ที่ปัจจัยภายในรัฐบาลเอง โดยรัฐบาลต้องไม่สะดุดขาตัวเอง หรือปล่อยให้เกิดการทุจริตร้ายแรงขึ้นในรัฐบาล ถ้ารัฐบาลจะตาย จุดตายน่าจะอยู่ที่กระทรวงคมนาคมที่มีโสภณ ซารัมย์ตัวตายนายเนวิน ณ คิงเพาเวอร์นี่แหละและยิ่งตอนนี้นำเอาศรีสุข จันทรางศุมาเป็นขับเคลื่อนให้เลี้ยวซ้าย..เลี้ยวขวา แค่เรื่องเช่ารถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน ๑๐ ปีที่จะผลาญร่วมแสนล้าน เริงสำราญกันสี่พันล้านกว่านั้นก็นับว่าหนักหนา ยังจะส่งคนมาเก็บตก-ปกปิดทั้งเรื่องมิดชิดและไม่มิดชิดในสุวรรณภูมิชนิดซึ่งๆ หน้าอย่างนี้ ในขณะนี้รัฐบาลก็จะต้องระมัดระวังตัวให้มากๆโดยเฉพาะเบรกข้อเสนอโครงการอื้อฉาวที่เสนอโดยกลุ่มเพื่อนเนวิน รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องใช้ความกล้าหาญมากโดยลดงบประมาณจากเมกะโปรเจ็คต์และการพัฒนาเฉพาะกรุงเทพฯ โดยทุ่มเทงบประมาณมาที่ชนบทและชุมชนเมืองอันเป็นพื้นที่ที่คนส่วนใหญ่ที่ยากจนอาศัยอยู่และเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาทางการเมืองมากแล้วทุ่มเทให้เกิดนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง

การเมืองไม่ใช่ถั่วเขียวเพาะตอนเย็นแล้วตั้งเด่เป็นถั่วงอกตอนเช้า การเมืองภาคประชาชน คือการเมืองที่ประชาชนเป็นตัวแทนของตัวเอง ไม่มอบความเป็นตัวแทนให้กับใคร ประชาชนต้องปกป้องสิทธิ -ใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่และร่วมสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม พร้อมทั้งร่วมกันตรวจสอบลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชันโกงชาติกินเมือง ให้ประชาชนในทุกอำเภอได้ตื่นตัวสนใจสถานการณ์บ้านเมืองและร่วมกันสร้างการเมืองใหม่ พอกันทีกับนักการเมืองสารเลว การเมืองภาคประชาชนที่แท้จริงต้องไม่อยู่ภายใต้การหลงเชื่อ แต่ต้องจัดตั้งองค์กรให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และรวมตัวกันเป็นเครือข่ายอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนทั้งในระดับชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัดและระดับชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดขึ้นของ พรรคการเมืองภาคประชาชน

14 มกราคม 2552

การเมืองใหม่

หลังจากที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้รับโอกาสให้บริหารประเทศครั้งนี้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มต่างๆ ที่ทำให้เกิดการพลิกขั้วจนจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ ถึงแม้ว่าเราประชาชนจะผิดหวังกับการสลับขั้วทางการเมืองแต่เราก็จะยังให้โอกาสรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทำงาน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบใจนักที่แค่เปลี่ยนขั้วเพราะเราอยากให้เปลี่ยน เปลี่ยวจนกระทั่งได้เป็นการเมืองใหม่จริงๆ คุณอภิสิทธิ์ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องที่ผ่านๆมาในปีที่แล้วนี้คือการต่อสู้ของประชาชนซึ่งเขาจะต้องสืบทอดเจตนารมณ์นั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าองค์ประกอบที่ทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้จำต้องมีตำแหน่งและผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน เพื่อทำให้ความเป็นรัฐบาลสามารถดำรงอยู่ได้ เรามั่นใจว่านายอภิสิทธิ์จะต้องดูแลนักการเมืองเก่าและดูแลนักการเมืองในพรรคของเขาได้เพียงใด หากพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีกประชาชนก็ต้องแสวงหาทางเลือกอื่นที่ย่อมไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบันและเราต้องพร้อมที่จะตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ก็จะกลายเป็นพรรคการเมืองเพื่อการเมืองใหม่ด้วยการตอบสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องต่อไปนี้ได้กล่าวคือต้องสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเร่งรัดดำเนินคดีดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพศ. 2550 หรือกฎหมายอื่นใดที่จะเพื่อลดพระราชอำนาจหรือโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์และฟอกความผิดให้กับนักการเมือง ให้คนดีมีความสามารถมาปกครองบ้านเมือง เร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชันและยึดทรัพย์สินที่โกงชาติไปกลับมาเป็นของรัฐ ให้ประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกัมพูชา สลายรัฐตำรวจ ดำเนินคดีความและลงโทษผู้ที่ถูกชี้มูลโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมาธิการในวุฒิสภาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเข่นฆ่าประชาชน ยุติการใช้สื่อของรัฐโฆษณาชวนเชื่อและโกหกหลอกลวง ยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัวและไม่โปร่งใส ปฏิรูปและพัฒนารัฐวิสาหกิจแทนเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนในชาติ และนำเอารัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐดังเดิม สร้างการเมืองใหม่ทั้งในระดับประเทศกับในระดับท้องถิ่นที่จะต้องสัมพันธ์กัน อย่าทำเฉพาะการเมืองใหม่ในระดับประเทศ ในกรุงเทพฯ-ในระดับจังหวัดก็ต้องทำ

สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาเคยเวทีพันธมิตรฯแต่ไม่ได้หมายความว่าพันธมิตรฯผูกพันกับประชาธิปัตย์ พันธมิตรฯจะไปปกป้องประชาธิปัตย์ แล้วที่คนขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ตอนนี้ถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีก็ไม่ได้หมายความว่ามีสัญญาอะไรกับพันธมิตรฯ พันธมิตรฯไม่ใช่ชุมนุมเพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพันธมิตรฯไม่เคยเดินสายไปหาเสียงเลือกตั้งซ่อมให้กับพรรคประชาธิปัตย์ หรือไปขัดขวางการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยไม่เคยปาไข่ทำร้ายนักการเมือง หรือขว้างอิฐตัวหนอนใส่ ส.ส.แบบมีเจตนาทำร้ายร่างกาย อย่างมากก็แค่ส่งเสียงโห่หรือใช้มือตบขับไล่นายกฯหรือรัฐมนตรีที่เห็นว่าทำผิดกฎหมาย ไร้จริยธรรม เท่านั้น ด้านกลุ่มคนเสื้อแดงมีเป้าหมายชุมนุมเพื่อคนเพียงคนเดียวยิ่งเมื่อหันมาพิจารณาในมาตรฐานในการดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ถามว่ามีกี่คดีที่มีการสั่งฟ้องไปแล้วบ้าง ยกตัวอย่างคดีบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผ่านมา 2 ปีกว่าจนบัดนี้ยังไม่ส่งฟ้อง หรือคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงก็ดำเนินไปอย่างยืดยาด ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบมันมีความแตกต่างกันหรือไม่ ผิดถูกอย่างไรก็ต้องยอมรับเราไม่ร้อง เราไม่ดิสเครดิตศาล เราไม่หลบหนีในต่างแดนเช่นทุกวันนี้ เราเอาเรื่องชาติ เรื่องสารบัญพระมหากษัตริย์ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดไทยรักไทยเป็นหลัก เราไม่ควรยึดติดกับนายกรัฐมนตรีคนไหนหรือรัฐบาลพรรคไหน เราเอาเรื่องหลักๆจะต้องเอานักการเมืองเก่าที่โกงกิน-ทุจริตคอรัปชั่นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ เชื่อว่าประชาชนไทยส่วนใหญ่อยากเห็นประเทศไทยเจริญเท่าเทียมอารยประเทศ ประชาชนอยู่ดีกินดี แก้ไขปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจภายใน แก้ปัญหาเรื่องการปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยมานาน คนชั่วกลัวกฎหมายไม่กล้าทำชั่วอีกต่อไป แม้ว่าเราจะสามารถมั่นใจได้ว่ามาร์คสามารถบริหารประเทศโดยไม่มีนอกมีในแต่ยังเป็นที่สงสัยว่าเขาจะคุมคนในรัฐบาลและพรรคร่วมไม่ให้ทุจริตได้หรือไม่ อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าพรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะนำพาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหม่มาด้วยหรือไม่ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่นก็ในเมื่อในบ้านในเมืองเรา เราสามารถที่จะสร้างถนนไปถึงไหนก็ได้ ไปได้หมด บางท่านถึงเปรียบเทียบว่าปูด้วยทองคำยังได้เลยถ้าไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำไมเราประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียภาษี ทำไมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย หรือเป็นโจทย์ที่จะไปฟ้องได้ เวลานี้นายกรัฐมนตรีก็สามารถทำการเมืองใหม่ได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องมีพิธีรีรองอะไรมากเพราะเป็นแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้วางไว้นานแล้ว ทั้งท่านพลเอกเปรมฯ ก็นำมากล่าวย้ำถึงพระราชดำรินี้อยู่ตลอดมาจนทุกคนจำได้นั่นคือ "กำจัดคนไม่ดี อย่าให้คนไม่ดีขึ้นมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และส่งเสริมคนดีให้เข้ามาบริหารประเทศ" ถ้าทำได้เช่นนี้ การเมืองใหม่ก็จะเกิดขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขกฎหมายฉบับใด ๆ ถามว่านักการเมืองเลวกับข้าราชการชั่วพวกนี้เขาชอบอะไรมากที่สุด เขาชอบน้ำท่วม ฝนแล้ง และหนาวด้วย ถามว่าทำไมชอบ ถ้าหนาวก็จะได้กินผ้าห่ม ถ้าน้ำท่วมก็จะได้กินปลากระป๋องและกินน้ำปลา จะทำอะไรก็นึกถึงหัวอกเจ้าของภาษีบ้าง เวทีเลือกตั้งต่างจังหวัดและกทม.ครั้งนี้ สื่อมวลชนต่างพาดหัวข่าวว่า..ฝ่ายค้านพลพรรคทักษิณพ่ายแพ้รัฐบาลอย่างหมดรูป นับเป็นการส่งสัญญาณจากประชาชนคนไทย ให้ทักษิณและบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิม รวมทั้งพรรคเพื่อไทยและบรรดาพลพรรคเสื้อแดง อันเป็นกองกำลังอันธพาลของทักษิณได้รู้ว่าประชาชนคนไทยต้องการให้โอกาสรัฐบาลบริหารชาติบ้านเมืองฝ่าวิกฤตทุกด้านในห้วงเวลานี้

การครอบงำสื่อโดยทางตรงและทางอ้อมของ “ระบอบทักษิณ” ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของโดยรวมของประเทศชาติ สังคมไทย สถาบันกษัตริย์ เมื่อได้รับความนิยมสูงสุดรัฐบาลทักษิณก็ไปเชื่อสิ่งที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า believe in his own propaganda หรือ สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมานั้นเป็นเรื่องจริง เขาเลยมองข้ามสถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่นิยม เคารพ ศรัทธาของประชาชนไปแล้วทำให้ระบอบนี้ผุดความคิดที่บอกว่าเขาจะทำให้สถาบันเป็นเพียงสัญลักษณ์ก็เริ่มออกมา สื่อไทยเป็นสื่อเสรีจริงๆ ไทยเราได้ให้เสรีภาพกับสื่อทั้งนอกและในปล่อยให้เสรีจริงๆ ถือได้ว่าไทยเรานั้นเป็นประเทศที่มีอยู่ในเรตอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยซ้ำไป สมัยก่อนสำนักข่าวต่างประเทศได้ข้อมูลเชิงลบของประเทศไทยมาจากกลุ่มเอ็นจีโอ และ กลุ่มเจ้าหน้าที่ยูเอ็น สื่อต่างประเทศมักจะทำข่าวในภาพกว้าง ภาพรวมเท่านั้น แต่ไม่ทำเรื่องลึก แต่ในช่วง 7-8 ปีหลัง ข้อมูลเชิงลบของประเทศไทยมันมาจาก บริษัทล็อบบี้ยิสต์และบริษัทประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวต่างประเทศมีหลักๆ อยู่ 3 แห่งคือ เอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ โดยสื่อหลักทั้ง 3 แห่งนี้เขาไม่ได้มีหน้าหนังสือพิมพ์ มีโทรทัศน์ มีวิทยุของตัวเองผลิตข่าวสารขึ้นมาขายให้กับสื่อทั่วโลก อิทธิพลของบริษัทประชาสัมพันธ์ต่อสื่อหลักเหล่านี้มีอยู่บ้างแต่น้อยมาก นอกจากสื่อหลักเหล่านี้แล้วก็ยังมีพวกหนังสือพิมพ์ พวกแมกกาซีน เช่นดิ อีโคโนมิสต์ ไทม์ วอชิงตันโพสต์ ออบเซิร์ฟเวอร์ เดลีเทเลกราฟ เป็นต้น ในช่วงต้นๆ รัฐบาลทักษิณนายพอล แฮนด์ลีย์ (Paul Handley) ได้เขียนหนังสือ The King Never Smile โดยที่เรารู้ว่าอะไรคือของจริง อะไรคือไม่จริงและเราก็ไม่เอะใจ จากนั้นก็เริ่มมีไฮไลต์ของหนังสือส่งเข้ามายังนักข่าวต่างประเทศ แฮนด์ลีย์ตกเป็นเครื่องมือของคนของระบอบทักษิณโดยผ่านบริษัทพีอาร์ของเขาในรูปแบบของเอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน นักวิเคราะห์ นักวิชาการของเยล ของเคมบริดจ์ ของฮาร์วาร์ด ต่อมาเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศเขียนถึงพระราชกรณียกิจอันงดงามของในหลวง ก็จะมีบางส่วนที่ใส่เข้าไปว่า หนังสือ The King Never Smile เคยเขียนบางส่วนเอาไว้ว่าอย่างนี้ เขียนเป็นส่วนเสริมข่าวเข้าไปในแทบจะทุกๆครั้งที่มีการตั้งรัฐบาลหรือมีงานเฉลิมพระชนมพรรษา ในหนังสือที่มีบทบรรณาธิการ อย่างนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ แทบจะยกออกมาทั้งหมดเลย (ในดิ อีโคโนมิสต์ฉบับ วันที่ 6-12 ธ.ค. 2551 มีการเผยแพร่บทความเรื่อง “The king and them” และ “A right royal mess”) คนที่เขียนข่าวพวกนี้รับงานมา ส่งมาข้อมูลให้สื่อนั้นจะตัดตอนข้อมูลโดยไม่เขียนว่าทักษิณถูกข้อหาคอร์รัปชันอย่างไร ถูกข้อหาโกงยังไง ถูกข้อหาล่วงละเมิดสถาบันอะไรยังไงเมื่อนานเข้าๆ สื่อนอกเขียนถึงข่าวการปฏิวัติรัฐประหารในแง่ลบของสถาบันเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้มันไม่มีอิทธิพลกับสำนักข่าวหลักๆทั้ง 3 สำนักข่าว แต่มันมีอิทธิพลในเมืองไทยเท่านั้น ถ้าไปดูชื่อผู้เขียนบางคอลัมน์ นักข่าวต่างประเทศคนนั้นๆ ก็รู้ได้เลยว่ารับงานมา อาจจะมีพื้นที่ของตัวเองในสื่อต่างประเทศโดยส่วนใหญ่จะเป็นคอลัมนิสต์ เพราะฉะนั้นในบรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่มักจะไม่ศรัทธาในเรื่องสถาบันอยู่แล้ว เขาจะเห็นแต่ข่าวลบของพันธมิตรฯ เท่านั้นแสดงว่าพวกประชาสัมพันธ์-ล็อบบี้ยิสต์ทำงานได้ผล บริษัทประชาสัมพันธ์พวกนี้จะเอาข้อมูลของระบอบทักษิณที่เป็นเชิงบวกทั้งหมดป้อนเข้าไป คนของบริษัทล็อบบี้พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยบ้างก็มีคนต่างประเทศทำกันเป็นแถวเป็นแนว เป็นกระบวนการ สื่อไทยหลายสื่อที่ไม่ชอบขี้หน้าพันธมิตรฯเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากถูกเปิดโปงว่ารับใช้ระบอบทักษิณอย่างหมดเปลือก ก็ยิ่งประโคมข่าว จงใจบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิดอย่างคุณชวน หลีกภัยที่โดนปาไข่ถามว่าเจ้าหน้าที่ไปอยู่ไหนหมด สื่อไทยวันรุ่งขึ้นกลับออกข่าวมาว่า "เสื้อแดงถล่มชวน" แทนที่จะพาดหัวว่า "ม็อบกักขฬะ" สื่อทำให้พฤติกรรมอย่างนั้นเป็นชัยชนะของเสื้อแดงที่เลียนแบบเสื้อเหลือง

--/ (บน) ภาพที่มติชนลงผิดหลังพันธมิตรถูกระเบิด M79 ถล่มในทำเนียบ (เป็นภาพจากหนังสือพิมพ์ มิใช่เว็บไซต์) (ล่าง) เปรียบเทียบกับภาพล่างที่เป็นภาพที่เกิดเหตุจริงซึ่งเป็นหลังคาเต็นท์สูง



--/ นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ ฉบับต้นเดือนธันวาคม 2551 ที่ลงข้อความเท็จและบิดเบือนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของไทย จนทำให้ถูกแบนในเมืองไทย และกระทรวงต่างประเทศไทยต้องประท้วง



ดังนั้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เพียงแค่กวาดบ้านให้เรียบร้อยก่อนโดยไม่ต้องไปแก้ไขในต่างประเทศ เพียงแค่แก้ไขหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐอย่างแท้จริง ทำกรมประชาสัมพันธ์ให้เป็นกรมประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่กรมประชาสัมพันธ์เป็นเครื่องมือของทุนสามานย์ คุณทำกระทรวงต่างประเทศที่มีกรมสารนิเทศให้เป็นกรมสารนิเทศ ไม่ใช่กรมสารนิเทศของกระทรวงต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่อยู่ในอาณัติของระบอบทักษิณ กระทรวงต่างประเทศต้องเปลี่ยน กรมประชาสัมพันธ์ต้องปรับปรุงระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องปรับปรุงระบบ 3 หน่วยงานนี้พอแล้ว ไทยก็น่าจะสามารถเปลี่ยนสื่อไทยได้ การที่ทูตสหรัฐฯ ทูตอังกฤษมาหาคุณอภิสิทธิ์มันบอกชัดเจนแล้วว่าคุณไม่ต้องไปล็อบบี้กับคนอื่นหรอกทูตพวกนี้เขารู้ไส้รู้สันดานของทักษิณหมดแล้ว ถ้าคุณใช้ไปสักพักหนึ่งสื่อนั้นอันตรายที่สุดจะลอบกัดคุณเองให้เสียหายเพราะสื่อ คนที่เล่นกับสื่อตายเพราะสื่อมาเยอะแล้ว

1) จะมีคนใต้ไม่กี่คนที่มีปัญหาในบ้านนี้เมืองนี้ตุ๊ดตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ออกมาพูดบอกว่าตอนนี้ นปช. มีมติออกมาแล้วว่าจะเตรียมนัดชุมนุมใหญ่ภายในเดือนนี้ โดยจะมีสถานที่ดังต่อไปนี้ 1.ทำเนียบรัฐบาล 2.กระทรวงการต่างประเทศเป็นจุดสำคัญคะ ตุ๊ดตู่บอกว่าเนื่องจากรับไม่ได้ กับการกระทำหลายอย่างของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะการแต่งตั้งแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายคนเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาล (รัฐบาลเจอดีกันแน่ ที่ไปบังอาจตั้งใครนะ สำราญ รอดเพชร ประพันธ์ คูณมี พิเชฐ พัฒนโชติ เป็นที่ปรึกษา) จะไหวหรือก็ที่ผ่านมามันพยายามอยู่หน้าสภาได้วันครึ่งห้องน้ำก็ไม่มีเข้า ข้าวก็ไม่มีกิน น้ำก็ไม่มีกิน เรื่องอะไรมาลำบากรับมา 200 กลับบ้านดีกว่า ตุ๊ดตู่ทำไม่ได้เหมือนพันธมิตรฯ หรอกอย่าพยายามทำอะไรเหมือนพันธมิตรฯ เลย พื้นฐานของการเรียกร้องก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เปลืองสตางค์ของนทช.เปล่าๆ ดูเอาเถอะว่าตุ๊ดตู่ปล่อยไก่หมดเล้าเสียแล้วเมื่อมันกำลังแถลงข่าวถึงภาพการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของนายอภิสิทธิ์โดยขณะเข้าเฝ้าฯ นั่งเก้าอี้ทัดเทียมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บอกตีตนเสมอเจ้า-อ้างสมัยสมักเข่าไม่ดียังไม่กล้า สื่อมวลชนอื่นๆก็ได้ตรวจสอบภาพในอดีตจับโกหกไอ้หัวขวดถึงหน้าหงายภาพ“หมัก”ฟ้อง นี่ขนาดแกนนำเสื้อแดงที่เป็นถึง สส.ผู้ทรงเกือกถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาก็ว่าไปอย่าง จ้าดง่าวขนาด นี่เมื่อวานก็ไปเป็นเพื่อนอีเพ็ญที่ศาล ดีๆนานมากแล้วกว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะได้ฤกษ์นำสำนวนคดีอีเพ็ญ-จักรภพส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ก็เข้าใจหากตุ๊ดตู่หยุดกล่าวหาหรือโจมตีนายกรัฐมนตรีอย่างไม่มีเหตุผลเสียทีนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหากตุ๊ดตู่หยุดเงินที่จะส่งมาจากท่อน้ำเลี้ยงก็คงหยุดไปด้วย ตัวเองก็ไม่ใช่แค่หนีทหารแต่ตุ๊ดตู่ยังหนีภรรยาคนที่ 1, 2 และ 3 มาแล้วและก็ไม่ใช่แค่นั้นยังมีลูกสาวที่อายุ 8 ขวบอีกคน

2) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.หรือฉายาเขาว่า.นวยทนได้.ไม่ใช่คนที่ไหน คนปักษ์ใต้บ้านเรานี่เอง มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ป.ป.ช.ทั้งคณะเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ปรากฏว่าศาลท่านนำคำฟ้องมาพิจารณาดูแล้วเห็นว่าคดีไม่ครบองค์ประกอบความผิดจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและงดการไต่สวนมูลฟ้องดังกล่าวที่ว่านายอำนวยอ้างว่าเขาถูกฟ้องต่อศาลแล้ว เพราะฉะนั้น ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสอบเขาอีก นายอำนวยคือ 1 ในฆาตกรให้พรรคพวกตัวเองที่เป็นทนายความ ไปฟ้องต่อศาลต่อว่าป.ป.ช. มันเรื่องอะไรของทนายคนนั้นร้อยวันพันปีไม่เคยเห็น ดาวอยู่บนบ่านายอำนวยไม่ได้ลอยมาจากฟากฟ้าสุราลัยถ้าทำผิดก็ให้กล้ารับผิด

3) ทักษิณทำประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศไว้มากแต่ภาพของทักษิณในต่างประเทศเกิดขึ้นในแง่ลบทั้งนั้นเรียกว่าแบ็คไฟร์ ถ้าการประชาสัมพันธ์ของทักษิณได้ผล อังกฤษจะไม่ถอนวีซ่าและไม่ไม่อายัดเงินของทักษิณ ล็อบบี้ยิสต์นั่นเองทำให้เกิดผลเชิงลบกับทักษิณเป็นบูมเมอแรงที่ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง

27 ธันวาคม 2551

ปลูกต้นไม้ใหม่

การเมืองภาคประชาชนหรือการเมืองนอกสภาสู้รบปรบมือกันไปสุดท้ายทำให้มาจบลงด้วยการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่มีนักการเมืองชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศอยู่ดี กลับมาสู่วังวนของการช่วงชิงอำนาจ และ ช่วงชิงคะแนนนิยมทางการเมืองภายในสภาอยู่ดี ประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวดังนั้นการได้เป็นรัฐบาลในครั้งนี้ต้องอาศัยโอกาสจังหวะล้มของพรรครัฐบาลเดิมโดยพึ่งเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมส่วนหนึ่ง ภาพของนักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตที่อภิสิทธิ์เก็บหอมรอบริบมาโดยตลอดก็มาช่วยให้เขานั้นได้รับการยอมรับจากภาคประชาชน นักธุรกิจเอกชน ตลอดจนได้รับการยอมรับจากฝ่ายทหาร หรือ แม้แต่สถาบันสูงสุดของประเทศที่เขาเองก็ประกาศออกมาชัดเจนแล้วว่าจะปกป้องไม่ให้ใครดึงมาเล่น เป็นเกมการเมืองได้อีกต่อไป แต่ก็พอจะหลับตาข้างหนึ่งได้กรณีประชาธิปัตย์ยอมจับมือกับนายเนวิน ชิดชอบ จัดตั้งรัฐบาล เพราะการเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติและวิกฤตอย่างยิ่งแม้ว่าการตั้งมาร์ค 1 ที่ผ่านมา เมื่อปรากฏชื่อผู้ที่เป็นรัฐมนตรีก็มีเสียง "ยี้" ออกมาเกือบจะกลบเสียงสดุดีตัวนายกรัฐมนตรี เพราะบุคคลหลายคนที่ได้รับแต่งตั้งนอกจากปราศจากผลงานหรือความเชื่อมั่นแล้ว ยังมีเสียงกล่าวว่า บางคนมีประวัติในเรื่องอาชีพที่สังคมไม่ยอมรับ และบางคมมีการกล่าวอ้างว่าเป็นนายทุน ประสานกับเสียงร้องไห้โหยหวน และ เสียงชอกช้ำของผู้พลาดหวังทั้งหลายแหล่ออกมาก็ตามที

ที่ผ่านมา..ชะตาชีวิตของพรรคประชาธิปัตย์คงจะเป็นอย่างที่เขาว่า คือเข้ามาเก็บกวาด ล้างชามและทำความสะอาดสิ่งที่คนอื่นทำเลอะเทอะไว้ แล้วจากนั้นคนอื่นก็เข้ามาเสวยสุขต่อยอดเอาหน้า ในเมื่อทักษิณเองก็ไม่กล้ากลับมาพิสูจน์ตัวเองในศาลและรู้ไว้ด้วยว่าเกมที่ทักษิณจะเล่นต่อไปคือการกดดันนอกสภา อภิสิทธิ์เองก็ไม่เคยแสดงทีท่าว่าจะอ่อนข้อให้ทักษิณเลย..ไม่ว่าตั้งแต่สมัยทักษิณเป็นรัฐบาลหรือมาถึงสมัยนอมินี่ทักษิณทั้งสมัครและสมชาย ตรงข้ามอภิสิทธิ์กลับมีลูกเล่นหรือทีเด็ดทีขาดในการโต้กลับหรือการประจานระบอบทักษิณอย่างเป็นขั้นเป็นตอนค่อยเป็นค่อยไป จนระบอบทักษิณค่อยๆเสื่อมสภาพไปด้วยตัวของมันเอง .. ในขณะเดียวกันอำนาจรัฐในมือเขาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเขาเล่นเป็น ต่อไปเราจะต้องจับตาศึกใน-ศึกนอกรุมเร้ามาร์ค 1 จนอ่วม ! ทั้งการเมือง-ศก.-ความมั่นคง-ยุติขัดแย้งเสื้อแดง-เหลือง ภาคธุรกิจเตือนอภิสิทธิ์ให้บริหาร "ผลประโยชน์"ของชาติก่อนกลุ่มการเมือง ชี้เสียงพรรครัฐบาล "ปริ่มน้ำ"-พรรคร่วมตีรวน ส่อทำเกมในสภาฯวุ่น หมอดูเผยอภิสิทธิ์ต้องใช้ความหนักแน่น อดทนบริหารประเทศ เตือนเดือนส.ค.มีสิทธิ์ตกเก้าอี้ ส่วนเนวินสิ้นบารมีปี 52 ด้วยว่าคนรอบข้างอภิสิทธิ์ทำพิษ ด้าน "ทักษิณ"ดวงชะตาถึงฆาต-ต้องระวังถูกลอบทำร้าย

อภิสิทธิ์ต้องดำเนินแนวทางตามสิ่งที่แถลงไว้ในวันรับโปรดเกล้าและกฏเหล็ก 9 ข้อเพื่อให้คณะรัฐมนตรีนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยสาระสำคัญของกฏเหล็ก 9 ประการก็คือการมุ่งทำงาน โดยยึดผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชนเป็นที่ตั้งเพื่อทำให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความสุข ประเทศชาติรอดพ้นจากความล่มจม รัฐมนตรีทุกคนต้องซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส พร้อมถูกตรวจสอบ และต้องทำงานด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ นอกจากนี้ให้รัฐมนตรีทุกคนมุ่งทำงานสร้างผลงานให้ปรากฏลูกเดียวช่วยกันกดดันรัฐมนตรีที่ทำงานไม่ได้เรื่อง หรือทุจริต เพื่อเป็นเกราะกำบังหรือสร้างความชอบธรรมในการที่คุณอภิสิทธิ์จะต้องไปควบคุมหรือกำราบบุคคลเหล่านี้

จากกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณน้องพล.อ.ประวิตรอย่างไม่เหมาะสมในการย้ายกลับเข้ารับตำแหน่งผบ.ตร.น่าจะเป็นบททดสอบแรกๆของอภิสิทธิ์ ทั้งจากการที่พัชรวาทมีรายชื่อเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกับการถูกสอบกรณีทุจริตบริษัท เอ็น เอส มีเดีย แอสโซซิเอทส์ จำกัดที่เกาะสายอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณมาโดยตลอดจนปัจจุบันรับงานในช่อง 5 กองทัพบกอยู่หลายช่วงเวลา เอ็นเอสมีเดียได้รับงานโครงการดำเนินการจัดจ้างโฆษณาและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปทั้งหมดส่วนในเรื่องการจัดการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างบริษัทผู้รับงานกับผู้อนุมัติงบประมาณในแต่ละโครงการก็มีอัตราตายตัวแบบวัดครึ่งกรรมการครึ่ง ตำรวจไทยส่วนใหญ่มักจะวนเวียนอยู่กับการคอร์รับชั่น ของเถื่อน ของผิดกฎหมาย คุมบ่อน คุมซ่อง รีดไถและขายความยุติธรรมไม่เคยมีสมัยไหนใครเป็นนายกที่กล้าทำความสะอาดกล้าเปลี่ยนโครงสร้างตำรวจเลย

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการรถเมล์ 4 พันคันว่า เมื่อมีพิรุธ หรือไม่ถูกต้องก็สามารถแก้ไขได้ แต่ถ้าโครงการนี้ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ว่ากลุ่มเพื่อนเนวินหรือใครจะมาผลักดัน ถ้าทำแล้วเกิดประโยชน์ก็คงต้องทำ แต่ถ้าผิดในข้อกฎหมายหรือระเบียบใครก็คงไม่กล้าทำ เพราะทุกฝ่ายก็จับตาตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่า แต่โครงการนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยมาตลอด นายโสภณกล่าวว่า ร่วมรัฐบาลกันแล้วอันไหนดีก็ทำต่อไม่ดีก็แก้ไข ส่วน นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาด ไทย ถูกผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ยืนยันมาตลอดว่าจะเดินหน้าตรวจสอบ แต่พอเป็นรัฐบาลร่วมกันทำไมท่าทีเปลี่ยนไป ไม่เกรงจะถูกสังคมประณามหรือ รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ทุกโครงการไม่ว่าโครงการไหนต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง

การเมืองใหม่เป็นอย่างนี้นี่เองที่ก้าวเริ่มจากพลเมืองเข้มแข็งไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง สังคมเข้มแข็ง และประเทศชาติเข้มแข็ง วรจรประชาธิปไตยแบบนี้ทำให้กระบวนการตรวจสอบคึกคัก