แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะยังทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชพักฟื้นพระวรกายก็ยังทรงห่วงใยบ้านเมืองนับเป็นพระมหากรุณาเป็นล้นพ้น พระองค์มิเพียงทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่พร้อมด้วยทศพิธราชธรรมเท่านั้นหากแต่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีธรรมขั้นอุดม ทรงเป็น เนื้อนาบุญประเสริฐของพสกนิกรผู้เคารพนบนอบกราบไหว้ แต่ก็อดสังเกตไม่ได้ว่าพระบรมราโชวาทในระยะหลังมักจะทรงเน้นย้ำในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตและให้ยึดมั่นในคำที่ถวายสัตย์ปฏิญาณพูดกันแบบบ้านๆก็ อย่าผิดคำพูด นั่นเอง
วิกฤติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากการทุจริต การซื้อเสียง และการโกงชาติบ้านเมือง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้ไขจากเขตเดียวเรียงเบอร์ บ้านเมืองที่เกิดความวุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ส่วนหนึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากเรื่องที่นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงบางส่วนที่มีตำแหน่งสำคัญล้วนไม่ซื่อสัตย์ทุจริตฉ้อฉลและไม่เคารพกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมาย คนใจรันพวกนี้มันได้บิดเบือนและทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนที่เคยทุ่มเทความศรัทธาให้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม แถมไม่รู้สำนึกรับผิดชอบต่อผลที่ตัวเองกระทำลงไปอีกทั้งยังมีความพยายามปกป้องพวกเดียวกันเองอย่างหน้าตาเฉย
สาเหตุของการเดินขบวนขับไล่ตักขี้ กินชะมัดและพวกพ้องตั้งแต่ปี 2548 เรื่อยมาก็ล้วนมาจากปัญหาการทุจริตทั้งสิ้น ไม่มีความอิจฉาริษยาอย่างที่มันๆทั้งหลายพยายามบิดเบือนแต่อย่างใด ไอ้คนเสื้อแดงคนที่ทำไม่เข้าใจหรือไม่ก็ชอบทำตัวเป็นคนที่กระบือเรียกพ่อ ฬ่อเรียกคุณอาก็หลงคารมไอ้พวกนี้กันจนบ้านเมืองวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ก่อการคลื่อนไหวเลียนแบบกิจกรรมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด ใครติดตามเฉพาะภาพข่าวผิวเผินก็อาจจะหลงผิดว่าพฤติกรรมของเสื้อแดงก็เหมือนกันกับพันธมิตรฯ
พันธมิตรฯ ชุมนุมโดยสันติ อดทนอดกลั้นอย่างที่สุด ไม่มีการปลุกระดมผู้ชุมนุมและแนวร่วมให้ออกไปเผาบ้านเผาเมือง ชุมนุมต่อเนื่องยาวนาน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและอันธพาลคนเสื้อแดงกระทำความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต พิการ และบาดเจ็บจำนวนมาก กว่าที่ฝ่ายพันธมิตรฯ จะค่อยๆ ยกระดับการชุมนุมและตัดสินใจย้ายการชุมนุมเพื่อรักษาชีวิตของผู้ชุมนุมนั้นได้ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามสถานการณ์หรือการถูกกระทำด้วยความรุนแรง
เสื้อแดงชุมนุมโดยสันติ บุกจากสนามหลวง ใช้อาวุธ เช่น มีด ดาบ ไม้ ฯลฯ จู่โจมเข้าทำร้ายพันธมิตรฯ บริเวณสะพานมัฆวานตอนตี 1 คนรักอุดรพร้อมอาวุธมีด-ขวานลุยทำร้ายผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ รื้อเผา ทำลายเวที จนพันธมิตรฯบาดเจ็บกว่า 20 คน คนเสื้อแดงใช้ก้อนหินขว้างปาและใช้ไม้ทุบตีผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ โดยปราศจากความช่วยเหลือจากตำรวจ ที่ยืนดูอยู่อย่างใจเย็น เสื้อแดงปลุกระดมผู้ชุมนุมและแนวร่วมให้ออกไปเผาบ้านเผาเมืองโดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์จลาจล 2552 ชุมนุมที่นั่นที่นี่ด้วยวิธีดาวกระจายโดยปราศจากเหตุผลเพียงแค่ว่า
ใกล้ถึงวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ หรือ ต้องเร่งปิดเกมความคำสั่งนายใหญ่
จนแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจใหม่ไปแล้ว เปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ก็แล้วกลับกลายเป็นว่าปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลับไม่ได้ลดลงหรือไม่ได้ถูกนำมาเป็นบทเรียน ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นว่าทุกอย่างยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพียงแค่คนโกงคนใหม่บางกลุ่มได้เข้าไปแทนที่เท่านั้น นักการเมืองเขี้ยวลากดินที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ยิ่งแก่ยิ่งมีพิษ ไม่คิดจะยอมสลัดเขี้ยวงาใดๆ เอาเลยพร้อมที่จะโดดกัดใครต่อใครทั้งๆ ที่แก่ๆ กระทั่งถูกสั่งห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดระยะเวลา 5 ปี แต่ก็ยังอุตส่าห์งับน่องใครต่อใครเค้าอีกจนได้ เช่น ไอ้หลงจู๊หลงจู๋ห้าสั้นจากสุพรรณ ไอ้ห้อย เขากระโดงบุรีรัมย์ สมศักดิ์ เลวสุดตีน เปรตวัดสุทัศน์ ริปแม่งทั้งโลกเป็นต้นกลับมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหวังจะคลายกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกับพวกมารดามันที่รวมเสียงแล้วมีประมาณ 102 เสียง ประชาธิปัตย์ไม่ร่วมด้วย จะแก้ไข 2 ประเด็นคือ มาตรา 94 <แบ่งเขตเลือกตั้งให้เล็กลงเพื่อจะได้เปรียบ-ซื้อง่ายขายคล่อง> กับ มาตรา 190 <เป็นข้ออ้างได้ว่าทำเพื่อประชาชนเท่านั้น>
ตอนนี้ในสภามีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องด่วนค้างพิจารณาอยู่แล้วฉบับหนึ่งของหมอโหวงเหวง โตมาอย่างพิกลพิการที่ต้องการให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ หากมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปก็จะเป็นโอกาสอันดีที่สภาจะต้องหยิบยกร่างของหมอโหวงเหวงมาพิจารณาด้วย
วันนี้เราสามารถถูกยื่นถอดถอนพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.นักการเมืองที่เห็นแก่ตัวได้ถึง 102 เสียงเพราะการเข้าชื่อแก้ไขมาตรา 94 นั้นเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 122 ที่ว่า "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยโดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์"
เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญยังไม่ได้รับความเคารพ ไอ้หลงจู๊หลงจู๋ห้าสั้นจากสุพรรณวิ่งรอกออกงาน เป็นตัวตั้งตัวตีชวนพรรคโน้นพรรคนี้ร่วมสัตยาบัน-สัญญาใจเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งกลางวัน ทั้งกาล่าดินเนอร์ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวแต่ละโต๊ะล้วนหลักหมื่นทั้งนั้น ยังไม่รวมราชันย์แห่งไวน์ขวดเป็นแสน งานนี้หลงจู๋ห้าสั้นยอมออกแรงเอง เดินสายเป็นว่าเล่น แต่คนที่ลงทุนยอมควักกระเป๋าแทบหูฉีกกลับเป็นบรรดาพรรคร่วมฯ ที่ตกหลุมพรางเล่นด้วย ไอ้หลงจู๋ห้าสั้นไม่ยอมให้ขนหน้าแข็งร่วงแม้แต่เส้นเดียว/อิ่มจังตังค์อยู่ครบแถมได้ประโยชน์ไปแบบเต็มๆ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยทั้งประเทศจะร่วมมือร่วมใจกันกำจัดพวกนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว
พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายล้วนมีหน่อเยื่อเชื้อสายมาจากที่เดียวกันกับพรรคเพื่อไทยในปัญหาเดียวกันกล่าวคือถูกยุบพรรคและถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง แต่ถึงแม้ว่า 5 พรรคร่วมรัฐบาลแม้จะไม่พอใจประชาธิปัตย์ที่ไม่ร่วมฯพร้อมแค่ไหนที่จะสู้ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ต้องใช้ทุนมหาศาล พรรคร่วมฯพวกนี้พร้อมที่จะเสี่ยงไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อยู่ร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้หรือเปลี่ยนขั้วจะมีผลดีผลเสียมากกว่ากันอย่างไร สุเทพเทือกเอาอกเอาใจขนาดนี้ อิ่มหมีพีมันสุขสบายก็ไม่น้อย ได้รับโควตารัฐมนตรีและดูแลกระทรวงเกรดเอกันอย่างจุใจ นายกฯอภิสิทธิ์คงต้องใช้ไม้ตายถ้าหากว่า 5 พรรคร่วมก่อหวอดเพื่อลอยแพประชาธิปัตย์ในสภาแต่เชื่อขนมกินได้เลยว่านาทีนี้คงไม่มีใครอยากเสี่ยงอย่างมากก็แค่ทำแกล้งฮึดฮัดไปอย่างนั้นเอง
โสภณ ซาเล้งหิวจนออกหน้าออกตาเร่งรัดโครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 4,000 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกมาระบุรีบสรุปได้แล้ว สหภาพฯขสมก.หวั่นเออร์รี่ รีไทร์จะกระทบพนักงาน ขอให้ช่วยแก้ไขภาระหนี้สินของพนักงานที่กู้มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์โดยอยากให้รัฐรับภาระดอกเบี้ยทั้งหมด และภาระหนี้สินของพนักงานที่กู้หนี้นอกระบบมาให้รัฐช่วยหาแนวทางแก้ไขให้พนักงานด้วย สหภาพฯขสมก.ยังเร่งรัดให้ขสมก.ดำเนินการกับรถเมล์เก่าที่ปลดระวางแล้วและถามถึงรถเมล์อเวจีวี 4,000 คันด้วยโดยไม่สนจุดยืนที่เคยบอกว่ารัฐจะต้องซื้อหรือเช่าซื้อเท่านั้น “ขณะนี้ร่าง TOR เสร็จแล้วเหลือแค่การคำนวณราคากลางเชื่อว่าจะเสนอครม.พิจารณาได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้และเปิดประมูลในปีนี้แน่นอน ส่วนรถจะเริ่มทยอยรับรถในปี 2554”โสภณกล่าว ส่วนลูกน้องอย่างผู้ว่าการร.ฟ.ท.ก็รื้อโครงสร้างผู้บริหารใหม่ยกแผง สร.รฟท.จัดประชุมวิสามัญผู้บริหารร.ฟ.ท.ก็ยังหักนายสาวิทย์ แก้วหวานประธานสร.รฟท.ไม่ลงทั้งๆที่อุตส่าห์ขนสมาชิกให้มาโหวตล้มสร.รฟท.ชุดนี้ก็เหลว โดยก่อนหน้านี้ผู้บริหารร.ฟ.ท.สร้างข่าวเพื่อต้องการให้เกิดปัญหากับกลุ่มสหภาพฯ
พลันที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรีให้สัมภาษณ์เบรกโครงการถนนไร้ฝุ่นชี้เป็นเบี้ยหัวแตก-ไม่จำเป็นแล้วมันเพิ่มรายได้ประชาชนตรงไหน โครงการถนนไร้ฝุ่นหากจะดำเนินการก็ทำได้แต่ต้องไม่ใช่โครงการที่ต้องให้ความสำคัญอันดับแรก รัฐบาลควรจะนำเงินกู้ไปใช้ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ๆที่จะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตก่อน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่หรือโครงการแลนด์บริดจ์ คนของภูมิใจห้อยตั้งหัวแถวยันท้ายแถวออกมาร้อง ชักแถวขวางตัดงบถนนปลอดฝุ่นที่มีตัวเลขงบประมาณจำนวนมหาศาล โสภณซาเล้งขู่ตัดจริงมีปัญหาแน่ หากจะมีการทบทวนก็ต้องทำให้เสมอหน้ากันหมด จะตัดงบก็ต้องตัดทุกพรรคเป็นบัญญัติไตรยางค์ หากตัดงบประมาณในส่วนของพรรคภูมิใจห้อยก็ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เมื่อต้องตัดก็ต้องตัดแต่ต้องคุยกันก่อน และต้องชี้แจงให้ชัดเจน โทษทีประชาชนตาดำๆต้องรอให้นักการเมืองกินก่อนทำหรืออย่างไร คิดได้อย่างไรไอ้พวกนักการเมืองเห็นแก่ตัว หากจะตัดงบต้องคิดเป็นบัญญัติไตรยางค์และตัดงบของทุกพรรค แล้วภูมิใจห้อยไม่ต้องดูไม่ต้องรู้หรือว่าความสำคัญของงานไหนมาก่อน มาหลัง
ความพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมาของโสภณ ซาเล้งผ่านกรมทางหลวงที่เป็นระบบราชการที่อาจจะแทรกแซงได้ง่ายกว่าร.ฟ.ท. ทำให้มอเตอร์เวย์เส้นนี้แพงโคตรๆ 6 หมื่นล้าน 280ล้าน/กม. ร่นทางแค่5ก.ม.ตัดผ่าเขาใหญ่มรดกโลก แสบยัดไส้ผ่านEIA ขัดม.67วรรค2 ชาวบ้านหลายชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างกรมทางหลวงมัดมือชก โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เมื่อปี 49 แต่ด้วยปัญหาทางการเมืองจึงถูกชะลอไว้และถูกฟื้นอีกในปี 52 มันช่างไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่า ได้ไม่คุ้มเสีย ละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย มีผลกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิตของชุมชนตลอดแนวทางก่อสร้าง พัฒนาแบบทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างความแตกแยก ชาวบ้านต้องจ่ายค่าผ่านทางเที่ยวละ 200 บาท ผู้ประกอบการผลักภาระให้ผู้บริโภคแน่ๆ ชาวอีสานจึงไม่ต้องการโครงการนี้ เส้นทางไฮโซเส้นนี้มีระยะทาง 199 กิโลเมตรจ่ายค่าผ่านทาง 200 บาท/เที่ยวแต่ต้องลงทุนประมาณ 280 ล้านบาทต่อกิโลเมตรในขณะที่รถไฟหัวกระสุนมีต้นทุนค่าก่อสร้างเฉลี่ย 130 ล้านบาทต่อกิโลเมตรเทียบกับค่าก่อสร้างระบบรถไฟรางคู่ของไทยเฉลี่ย 180 ล้านบาทต่อกิโลเมตรจึงชวนให้คิดว่าโครงการนี้ทำลงไปแล้วใครเข้มแข็ง
ทั้งๆที่ปปช.ชี้มูลความผิดมาแล้วนายกฯอภิสิทธิ์ได้ลงนามในคำสั่งลงโทษพัชรวาทหรือยังหลังจากที่เกษียณอายุราชการไป กอรปกับการที่กตร.ที่มีสุเทพเทือกเป็นประธานกลับมติของปปช.ในการลงโทษความผิดร้ายแรงกับ 3 นายพลตำรวจที่มีความผิดในคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อ 7 ตค. 51 และปล่อยให้ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงยกพวกเข้ารุมทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯที่บริเวณหนองประจักษ์ บีบให้นายกฯอภิสิทธิ์มีท่าทีลังเล เสนอกฤษฎีกาตีความอีกรอบซื้อเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะช่วยเหลือพัชรวาทเพราะประวิตร วงษ์สุวรรณรมว.กลาโหมในฐานะพี่ชายที่เป็นหลักในกลุ่มอำนาจใหม่ที่อยู่หลังฉากพยายามทำทุกทางเพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือพัชรวาทอยู่โดยแอบลุ้นว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นจะได้ไม่มีตราบาปให้ติดตัวไปในอนาคต สุเทพเทือกก็เคยรับปากรับคำว่าจะดูแลน้องป๊อดหัวใจสีม่วงให้อย่างดี สุเทพเทือกและกตร.มีเจตนาพิเศษช่วยเหลือตำรวจที่กระทำความผิดไม่ให้ต้องรับโทษและเป็นการปกป้องพวกพ้องจึงเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แม้แต่ในสภาสูงยังโต้กันเดือดกรณีสลายการชุมนุม 7 ตุลาให้ถอดถอนสมชายกระโปรง วงศ์สวัสดิ์ออกจากตำแหน่งนายกฯ แม้หลุดจากเก้าอี้ไปแล้วสรุปว่าจะลงมติชี้ขาด 5 มี.ค. นี้พร้อมระบุทำตามเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ
คนไทยส่วนใหญ่คงไม่ปฏิเสธความจริงข้อหนึ่งว่าพวกเราส่วนใหญ่นั้น ไม่เคารพกฎระเบียบ ยิ่งใครที่รู้สึกว่าตนเองมีความยิ่งใหญ่ก็ยิ่งละเมิดกฎระเบียบสังคมมากยิ่งขึ้น เมื่อเราเห็นว่าคนหนึ่งแหกกฎละเมิดระเบียบสังคมได้ แทนที่เราจะตำหนิและประณามการกระทำที่แย่ๆ เช่นนั้น แต่เรากลับคิดว่าเขาละเมิดได้ เราก็ละเมิดได้เช่นกัน คนไทยเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเคร่งครัดกับกฎกติกามารยาทของสังคม กฎระเบียบมีไว้เพื่อแหก เพื่อละเมิด ใครทำตามกฎ คนนั้นคือคนไม่ฉลาด ทำอะไรตามใจคือไทยแท้
การสอนให้เด็กแยกแยะให้ได้ว่า ผิด ชอบ ชั่ว ดี เป็นอย่างไร อย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการปูพื้นฐานระดับนี้ให้พื้นฐานแน่นที่สุดเพื่อให้เด็กได้รู้และตระหนักกลายเป็นสำนึกค่อยๆ บ่มจนเป็น อุปนิสัยพัฒนาไปสู่ความเป็นคนดีของสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างระเบียบวินัยพัฒนาให้เด็กเป็นผู้ที่เคารพ-เกรงกลัวต่อระเบียบวินัยและจะพัฒนาไปสู่ การปกปักรักษาและ เคารพกฎหมายเป็นประชาชนเคารพกฎหมายในที่สุด
เพื่อบรรลุถึงการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยการเผยแพร่ให้ความรู้ที่แท้จริงแก่ส่วนรวม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ แสดงบทความทั้งหมด
11 กุมภาพันธ์ 2553
04 มกราคม 2553
พระราชดำรัสอวยพรปีใหม่ พ.ศ.2553
แม้ว่าพระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับที่โรงพยาบาลศิริราชกำลังพักฟื้นพระวรกายหลังจากทรงหายจากพระอาการประชวรที่เนิ่นนานมากแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัสอวยพรปีใหม่ พ.ศ.2553 แก่ปวงชนชาวไทย ดังนี้ “ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย วันนี้ขึ้นวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คนทั้งขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่วิตก ห่วงใยแก่การเจ็บป่วยของข้าพเจ้าและแสดงออกโดยประการต่างๆ จากใจจริงที่จะให้ข้าพเจ้าหายเจ็บป่วยและมีความสุขสวัสดี
ความสุขสวัสดีนี้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่งของคนเราแต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดต้องขึ้นอยู่กับความสามารถและสติปัญญาและการประพฤติตัว ปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล ในปีใหม่นี้จึงขอให้ชาวไทยทุกคนได้ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรง แน่วแน่ ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิด กำกับอยู่ตลอดเวลากล่าวคือจะคิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดีให้ถูกต้อง ข้อสำคัญจะต้องระลึกรู้โดยตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในการประพฤติตัวและปฏิบัติงานเพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริงซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน ความสุขความสวัสดีจักได้เกิดมีขึ้นทั้งแก่บุคคลทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทยดังที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจปรารถนา
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรคภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจและความสำเร็จสมประสงค์ตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน”
รัฐบาลใครเข้มแข็ง? ของหล่อหลักลอยที่มีแม่-นม-อมทุกข์และช่างจัดฉากเป็นตัวตั้งตัวตี มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำนั้นมีคำขวัญซึ่งฟังดูเก๋ว่า .ประชาชนต้องมาก่อน. นั้นนอกจากจะขออยู่เป็นรัฐบาลก่อน จะขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปก่อนแล้ว พรรคร่วมฯจะทำมาหากินกันอย่างไร ก็ปล่อยให้ทำกินกันไป นักการเมืองชั่วๆ นักเลือกตั้งเลวๆ ข้าราชการสามานย์ ทหารตำรวจไร้ยางอายไร้ศักดิ์ศรี พ่อค้านักธุรกิจขี้ฉ้อ นักข่าวไร้จรรยาบรรณที่ยอมขายวิญญาณสื่อเสรีเพื่อแลกกับเศษเงินและเศษผลประโยชน์จากผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ พระสงฆ์องคเจ้าที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ ก็อยากจะขอให้เลิกประพฤติผิดทั้งปวงซึ่งได้เคยกระทำมาแต่ก่อนเก่า คนไทยทุกคนโปรดพร้อมใจร่วมกันปรับและเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่น่ายกย่อง ไม่น่าสรรเสริญ อันได้แก่ ความเห็นแก่ตัว การเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น การประพฤติชั่วทั้งปวง การไม่รักชาติ การไม่มีจิตสาธารณะ การยอมตกเป็นเครื่องมือและเป็นสมุนของผู้คิดร้ายทำลายชาติ การยอมขายสิทธิ์ขายเสียงให้กับนักการเมืองสามานย์รวมถึงการสมยอมให้คนต่างชาติเข้ามารุกรานและทำลายชาติบ้านเมืองของเรา เพราะหากคนไทยทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีแล้วบ้านเมืองของเราจะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพรตลอดไป เมื่อคนไทยจิตใจมีทุกข์แล้วรู้จักเข้าหาธรรมเพื่อปลดเปลื้องตัวเองออกจากทุกข์อย่างนี้ประเทศไทย-คนไทยจะวิบัติและตกต่ำได้อย่างไร
คนไทยบางกลุ่มชื่นชมความรวย โดยไม่เคยตั้งคำถามว่ารวยเพราะอะไรทำไมคนพรรค์อย่างนั้นจึงสามารถเป่าเสกให้ตนเองมีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลภายในระยะเวลาที่แสนสั้น มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่สะอาดโปร่งใสหรือโสโครก โปรดอย่าอ้างความจน ความขัดสน ความอัตคัดมาเป็นข้อแก้ตัวในการขายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากแผ่นดินของเราทุกคนถูกปล้น ถูกเผา ถูกผลาญโดยนักการเมืองไปจนหมดสิ้นแล้วท่านจะอยู่กันอย่างไร ลูกหลานของพวกท่านจะเอาแผ่นดินที่ไหนเป็นที่อยู่ คนไทยบางกลุ่มเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าผลประโยชน์สาธารณะ บางคนไม่เคยคิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับส่วนรวมแม้แต่น้อยแต่กลับกอบโกยและฉกฉวยผลประโยชน์ทุกอย่างของส่วนร่วมไปไว้ในครอบครองของตนเองอย่างไร้ความละอาย
รัฐบาลเองก็อย่าปล่อยให้.ประชาชนต้องตายก่อน. วันนี้คนไทยยังยอมรับว่านายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนดี คนซื่อ และประวัติการทำงานในทางเสียหายก็ไม่มี แต่นายกฯอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ประกอบไปด้วยพรรคพวกหลายคนที่สังคมไม่ยอมรับและหลายคนไม่ทำงานตรงตามหน้าที่ของตัว หลายคนมีความรู้ความสามารถไม่ตรงกับงาน รัฐบาลเองก็ไม่มีเสถียรภาพและเอกภาพทั้งยังมีการหาผลประโยชน์ หาเงินหาทองจากโครงการเก่าและใหม่หรือแม้กระทั่งโครงการของรัฐบาลเองที่ควรจะต้องให้ปลอดจากการทุจริตก็ยังมีปัญหาอยู่ไม่ว่าจะเป็นชุมชนพอเพียงหรือไทยเข้มแข็ง กอรปกับมีคนๆ หนึ่งพยายามดำเนินการทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายหรือความถูกต้องชอบธรรมใดๆทั้งสิ้นในการกลับมาอีกครั้งหนึ่งซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่มาติดคุก แต่จะกลับมาอย่างมีอำนาจและมีชัยชนะทุกอย่าง แม้กระทั่งทรัพย์สินหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปจะต้องกลับคืนมาหมด ดังนั้นข้าราชการส่วนใหญ่ของประเทศก็เลยไม่กล้าเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ทันโลก ไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของสังคมในทุกๆเรื่อง บรรดาทหาร ข้าราชการทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำควรทำตามหน้าที่ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงรับสั่งและแก้ไขปัญหาต่างๆทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นให้ได้
ยิ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะบริหารประเทศผ่านเลยระยะเวลา 1 ปีมาได้อย่างเหนือความคาดหมายและเริ่มทำท่าจะพอตั้งหลักได้บ้างมันก็ย่อมเป็นอันตรายกับฝ่ายตรงกันข้ามที่กำลังกดดันสถาบันหลักของไทยอย่างหนักมาตลอดทั้งปี ถึงตอนนี้ฝ่ายนั้นก็โหมปลุกระดมกันอย่างถี่ยิบ ส่งสัญญาณเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้หรือบั่นทอนทำลายความเชื่อมั่นในรัฐบาลให้มากที่สุด ถึงขั้นเทหน้าตักจนหมดตัวก็ยอม กระนั้นจริงๆ แล้วขณะนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้าย ให้คนไทยกินไม่ได้นอนไม่หลับกัน ถ้าจะว่ามีก็แสดงว่าท่านดูข่าวทีวี-อ่านหนังสือพิมพ์-ฟังหมอดูมากไป ประเทศไทยที่เป็นแบบนี้ในทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเพราะสถาบัน-องค์กรสื่อเอาแต่คำว่าสิทธิเสรีภาพและคำว่าสื่อเสรีมาใช้ในการเสนอข่าวโดยไม่มีจิตสำนึกสื่อ มีเพียงแต่เพื่อธุรกิจ อ้างประจำว่าเสนอข่าวเป็นกลาง แต่เป็นกลางนั้นไม่ได้หมายถึงการไม่เข้าข้างใครแบบสากกะเบือ ไม่รู้ผิดรู้ชอบ เหมือนนักการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่ทำให้พวกกูได้อย่างใจหวังแต่ไม่มีคำว่ารับผิดชอบต่อสถานการณ์และสังคมรวม อย่าง ในบทความที่ท่านจะกดเมาส์ตรงนี้ เป็นต้น
หากจะมีเหตุปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นก็คงเพราะแย่งอำนาจกันเองระหว่างผู้คุมกำลัง เกิดจากการยุยงส่งเสริมของฝ่ายการเมืองที่เอาทหารมาเป็นพวก หรือ เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่นของฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนูญปี 50 ที่ผ่านการลงประชามติของประชาชน 14 ล้านคนเศษเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าแก้ไขได้แต่การแก้ไขนั้นจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งและเปิดโอกาสให้แก้ไขได้ทุกเวลา ดังนั้นหากการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะแล้วเป็นการขัดผลประโยชน์ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ผู้ที่แก้ไขจึงมีความผิด ถ้าแก้ไขเรื่องใดอย่างน้อยต้องถามประชาชนก่อน เจตนารมณ์สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการร่อนกากเพื่อหาเนื้อต้องการกำจัดกากที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรกับชีวิตของบ้านเมืองให้หมดไป รัฐธรรมนูญไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูปการเมืองเลยด้วยซ้ำ ในอดีตการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องที่ดำเนินการกันได้ง่ายๆ และมักจะมีวิกฤติก่อนหรือหลังการแก้ไขเสมอๆ
บุคคลที่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งได้แก้ไขจุดด้อยของรัฐธรรมนูญเก่าปี 40 จึงมีอยู่ไม่กี่กลุ่มประกอบด้วยนักการเมืองที่คตโกง นักการเมืองที่คอรัปชั่น นักการเมืองหวังฉกฉวยผลประโยชน์ของชาติเข้ากระเป๋าตัวเอง นักการเมืองที่ทุจริตประพฤติมิชอบ พวกสารพัดโกงก็เลยไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะเหมือนยันต์กันผีสะกัดผีไว้ตรงหน้าประตู ไม่ให้เข้าบ้าน ไม่อำนวยความสะดวกให้นักการเมืองเลวๆ บังคับใช้ไปอีก 20-30 ปีนักการเมืองสันดานเลวๆ จะถูกกำจัดออกไปเรื่อยๆ ไอ้พวกที่หลอกตัวเองที่ชอบอ้างนั่นเองที่ชอบอ้างพล่อยๆเป็นประจำ ว่ามีความแตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 เป็นมรดกเผด็จการ ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสมานฉันท์ได้เสนอไว้ 6 ประเด็นตามข้อสรุป แม้จะฟังดูดีแต่เป็นการแก้ไขเพื่อให้นักการเมืองเข้าไปล้วงลูกงบประมาณแผ่นดินได้ง่ายขึ้น โกงกินได้ง่ายขึ้น แปดปีถึงสิบปีที่ผ่านมาย่อมทำให้เราได้เป็นชัดเจนว่าเป็นอย่างไร แล้วเราจะยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดีเพื่อนักการเมืองที่เลวเช่นนั้นหรือ
ปัญหาของชาติที่รอการแก้ไขยังมีมากมายแต่นักการเมืองทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควรเพราะมัวแต่แก่งแย่งต่อสู้กันเองเพื่อแย่งอำนาจจากฝ่ายหนึ่งหรือเพื่อรักษาอำนาจของตนให้คงอยู่ต่อไปเท่านั้น ปฏิวัติรัฐประหารก็แล้ว เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ก็แล้วแต่การเมืองก็ยังไม่ปฏิรูปเสียที ส.ส.ก็หน้าเดิมๆ พฤติกรรมในสภาก็เหมือนเดิมหรือเลวร้ายกว่าเดิม เลือกตั้งทีไรก็มีการซื้อสิทธิขายเสียงโกงเลือกตั้งกันเหมือนเดิม ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจห้อยและพรรคบรรหารพัฒนากระทุ้งนายกฯอภิสิทธิ์ซ้ำอีกด้วยการออกมาทวงสัญญาจากพรรคประชาธิปัตย์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นคือ มาตรา 190 ว่าด้วยเรื่องการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและมาตรา 93-98 เพื่อเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งส.ส.จากแบบแบ่งเขตๆละหลายคนมาเป็นแบบแบ่งเขตๆละหนึ่งคนหรือวันแมนวันโหวต เป้าหมายหลักอยู่ที่อย่างหลังโดยมีอย่างแรกเข้ามาให้ดูไม่น่าเกลียด ก็แค่นั้น หอกข้างแคร่เตี้ยๆสั้นๆเล่มหนึ่งกับยาวๆห้อยๆอีกเล่มหนึ่งทั้งสองเล่มนี้ก็จะคอยทิ่มแทงประชาธิปัตย์ไปอีกนาน
พลันนายกรัฐมนตรีออกมาแนะพรรคร่วมฯจับมือเพื่อทุยแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่อย่ายุ่งเกี่ยวประเด็นนิรโทษกรรม “นักโทษหนีคดีอย่างนายตักขี้” เด็ดขาด กดเมาส์ตรงนี้เลยเพื่ออ่านต่อ-หุหุ
ความสุขสวัสดีนี้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่งของคนเราแต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดต้องขึ้นอยู่กับความสามารถและสติปัญญาและการประพฤติตัว ปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล ในปีใหม่นี้จึงขอให้ชาวไทยทุกคนได้ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรง แน่วแน่ ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิด กำกับอยู่ตลอดเวลากล่าวคือจะคิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดีให้ถูกต้อง ข้อสำคัญจะต้องระลึกรู้โดยตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในการประพฤติตัวและปฏิบัติงานเพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริงซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน ความสุขความสวัสดีจักได้เกิดมีขึ้นทั้งแก่บุคคลทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทยดังที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจปรารถนา
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรคภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจและความสำเร็จสมประสงค์ตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน”
รัฐบาลใครเข้มแข็ง? ของหล่อหลักลอยที่มีแม่-นม-อมทุกข์และช่างจัดฉากเป็นตัวตั้งตัวตี มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำนั้นมีคำขวัญซึ่งฟังดูเก๋ว่า .ประชาชนต้องมาก่อน. นั้นนอกจากจะขออยู่เป็นรัฐบาลก่อน จะขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปก่อนแล้ว พรรคร่วมฯจะทำมาหากินกันอย่างไร ก็ปล่อยให้ทำกินกันไป นักการเมืองชั่วๆ นักเลือกตั้งเลวๆ ข้าราชการสามานย์ ทหารตำรวจไร้ยางอายไร้ศักดิ์ศรี พ่อค้านักธุรกิจขี้ฉ้อ นักข่าวไร้จรรยาบรรณที่ยอมขายวิญญาณสื่อเสรีเพื่อแลกกับเศษเงินและเศษผลประโยชน์จากผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ พระสงฆ์องคเจ้าที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ ก็อยากจะขอให้เลิกประพฤติผิดทั้งปวงซึ่งได้เคยกระทำมาแต่ก่อนเก่า คนไทยทุกคนโปรดพร้อมใจร่วมกันปรับและเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่น่ายกย่อง ไม่น่าสรรเสริญ อันได้แก่ ความเห็นแก่ตัว การเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น การประพฤติชั่วทั้งปวง การไม่รักชาติ การไม่มีจิตสาธารณะ การยอมตกเป็นเครื่องมือและเป็นสมุนของผู้คิดร้ายทำลายชาติ การยอมขายสิทธิ์ขายเสียงให้กับนักการเมืองสามานย์รวมถึงการสมยอมให้คนต่างชาติเข้ามารุกรานและทำลายชาติบ้านเมืองของเรา เพราะหากคนไทยทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีแล้วบ้านเมืองของเราจะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพรตลอดไป เมื่อคนไทยจิตใจมีทุกข์แล้วรู้จักเข้าหาธรรมเพื่อปลดเปลื้องตัวเองออกจากทุกข์อย่างนี้ประเทศไทย-คนไทยจะวิบัติและตกต่ำได้อย่างไร
คนไทยบางกลุ่มชื่นชมความรวย โดยไม่เคยตั้งคำถามว่ารวยเพราะอะไรทำไมคนพรรค์อย่างนั้นจึงสามารถเป่าเสกให้ตนเองมีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลภายในระยะเวลาที่แสนสั้น มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่สะอาดโปร่งใสหรือโสโครก โปรดอย่าอ้างความจน ความขัดสน ความอัตคัดมาเป็นข้อแก้ตัวในการขายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากแผ่นดินของเราทุกคนถูกปล้น ถูกเผา ถูกผลาญโดยนักการเมืองไปจนหมดสิ้นแล้วท่านจะอยู่กันอย่างไร ลูกหลานของพวกท่านจะเอาแผ่นดินที่ไหนเป็นที่อยู่ คนไทยบางกลุ่มเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าผลประโยชน์สาธารณะ บางคนไม่เคยคิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับส่วนรวมแม้แต่น้อยแต่กลับกอบโกยและฉกฉวยผลประโยชน์ทุกอย่างของส่วนร่วมไปไว้ในครอบครองของตนเองอย่างไร้ความละอาย
รัฐบาลเองก็อย่าปล่อยให้.ประชาชนต้องตายก่อน. วันนี้คนไทยยังยอมรับว่านายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนดี คนซื่อ และประวัติการทำงานในทางเสียหายก็ไม่มี แต่นายกฯอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ประกอบไปด้วยพรรคพวกหลายคนที่สังคมไม่ยอมรับและหลายคนไม่ทำงานตรงตามหน้าที่ของตัว หลายคนมีความรู้ความสามารถไม่ตรงกับงาน รัฐบาลเองก็ไม่มีเสถียรภาพและเอกภาพทั้งยังมีการหาผลประโยชน์ หาเงินหาทองจากโครงการเก่าและใหม่หรือแม้กระทั่งโครงการของรัฐบาลเองที่ควรจะต้องให้ปลอดจากการทุจริตก็ยังมีปัญหาอยู่ไม่ว่าจะเป็นชุมชนพอเพียงหรือไทยเข้มแข็ง กอรปกับมีคนๆ หนึ่งพยายามดำเนินการทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายหรือความถูกต้องชอบธรรมใดๆทั้งสิ้นในการกลับมาอีกครั้งหนึ่งซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่มาติดคุก แต่จะกลับมาอย่างมีอำนาจและมีชัยชนะทุกอย่าง แม้กระทั่งทรัพย์สินหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปจะต้องกลับคืนมาหมด ดังนั้นข้าราชการส่วนใหญ่ของประเทศก็เลยไม่กล้าเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ทันโลก ไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของสังคมในทุกๆเรื่อง บรรดาทหาร ข้าราชการทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำควรทำตามหน้าที่ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงรับสั่งและแก้ไขปัญหาต่างๆทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นให้ได้
ยิ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะบริหารประเทศผ่านเลยระยะเวลา 1 ปีมาได้อย่างเหนือความคาดหมายและเริ่มทำท่าจะพอตั้งหลักได้บ้างมันก็ย่อมเป็นอันตรายกับฝ่ายตรงกันข้ามที่กำลังกดดันสถาบันหลักของไทยอย่างหนักมาตลอดทั้งปี ถึงตอนนี้ฝ่ายนั้นก็โหมปลุกระดมกันอย่างถี่ยิบ ส่งสัญญาณเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้หรือบั่นทอนทำลายความเชื่อมั่นในรัฐบาลให้มากที่สุด ถึงขั้นเทหน้าตักจนหมดตัวก็ยอม กระนั้นจริงๆ แล้วขณะนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้าย ให้คนไทยกินไม่ได้นอนไม่หลับกัน ถ้าจะว่ามีก็แสดงว่าท่านดูข่าวทีวี-อ่านหนังสือพิมพ์-ฟังหมอดูมากไป ประเทศไทยที่เป็นแบบนี้ในทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเพราะสถาบัน-องค์กรสื่อเอาแต่คำว่าสิทธิเสรีภาพและคำว่าสื่อเสรีมาใช้ในการเสนอข่าวโดยไม่มีจิตสำนึกสื่อ มีเพียงแต่เพื่อธุรกิจ อ้างประจำว่าเสนอข่าวเป็นกลาง แต่เป็นกลางนั้นไม่ได้หมายถึงการไม่เข้าข้างใครแบบสากกะเบือ ไม่รู้ผิดรู้ชอบ เหมือนนักการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่ทำให้พวกกูได้อย่างใจหวังแต่ไม่มีคำว่ารับผิดชอบต่อสถานการณ์และสังคมรวม อย่าง ในบทความที่ท่านจะกดเมาส์ตรงนี้ เป็นต้น
หากจะมีเหตุปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นก็คงเพราะแย่งอำนาจกันเองระหว่างผู้คุมกำลัง เกิดจากการยุยงส่งเสริมของฝ่ายการเมืองที่เอาทหารมาเป็นพวก หรือ เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่นของฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนูญปี 50 ที่ผ่านการลงประชามติของประชาชน 14 ล้านคนเศษเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าแก้ไขได้แต่การแก้ไขนั้นจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งและเปิดโอกาสให้แก้ไขได้ทุกเวลา ดังนั้นหากการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะแล้วเป็นการขัดผลประโยชน์ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ผู้ที่แก้ไขจึงมีความผิด ถ้าแก้ไขเรื่องใดอย่างน้อยต้องถามประชาชนก่อน เจตนารมณ์สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการร่อนกากเพื่อหาเนื้อต้องการกำจัดกากที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรกับชีวิตของบ้านเมืองให้หมดไป รัฐธรรมนูญไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูปการเมืองเลยด้วยซ้ำ ในอดีตการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องที่ดำเนินการกันได้ง่ายๆ และมักจะมีวิกฤติก่อนหรือหลังการแก้ไขเสมอๆ
บุคคลที่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งได้แก้ไขจุดด้อยของรัฐธรรมนูญเก่าปี 40 จึงมีอยู่ไม่กี่กลุ่มประกอบด้วยนักการเมืองที่คตโกง นักการเมืองที่คอรัปชั่น นักการเมืองหวังฉกฉวยผลประโยชน์ของชาติเข้ากระเป๋าตัวเอง นักการเมืองที่ทุจริตประพฤติมิชอบ พวกสารพัดโกงก็เลยไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะเหมือนยันต์กันผีสะกัดผีไว้ตรงหน้าประตู ไม่ให้เข้าบ้าน ไม่อำนวยความสะดวกให้นักการเมืองเลวๆ บังคับใช้ไปอีก 20-30 ปีนักการเมืองสันดานเลวๆ จะถูกกำจัดออกไปเรื่อยๆ ไอ้พวกที่หลอกตัวเองที่ชอบอ้างนั่นเองที่ชอบอ้างพล่อยๆเป็นประจำ ว่ามีความแตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 เป็นมรดกเผด็จการ ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสมานฉันท์ได้เสนอไว้ 6 ประเด็นตามข้อสรุป แม้จะฟังดูดีแต่เป็นการแก้ไขเพื่อให้นักการเมืองเข้าไปล้วงลูกงบประมาณแผ่นดินได้ง่ายขึ้น โกงกินได้ง่ายขึ้น แปดปีถึงสิบปีที่ผ่านมาย่อมทำให้เราได้เป็นชัดเจนว่าเป็นอย่างไร แล้วเราจะยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดีเพื่อนักการเมืองที่เลวเช่นนั้นหรือ
ปัญหาของชาติที่รอการแก้ไขยังมีมากมายแต่นักการเมืองทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควรเพราะมัวแต่แก่งแย่งต่อสู้กันเองเพื่อแย่งอำนาจจากฝ่ายหนึ่งหรือเพื่อรักษาอำนาจของตนให้คงอยู่ต่อไปเท่านั้น ปฏิวัติรัฐประหารก็แล้ว เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ก็แล้วแต่การเมืองก็ยังไม่ปฏิรูปเสียที ส.ส.ก็หน้าเดิมๆ พฤติกรรมในสภาก็เหมือนเดิมหรือเลวร้ายกว่าเดิม เลือกตั้งทีไรก็มีการซื้อสิทธิขายเสียงโกงเลือกตั้งกันเหมือนเดิม ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจห้อยและพรรคบรรหารพัฒนากระทุ้งนายกฯอภิสิทธิ์ซ้ำอีกด้วยการออกมาทวงสัญญาจากพรรคประชาธิปัตย์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นคือ มาตรา 190 ว่าด้วยเรื่องการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและมาตรา 93-98 เพื่อเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งส.ส.จากแบบแบ่งเขตๆละหลายคนมาเป็นแบบแบ่งเขตๆละหนึ่งคนหรือวันแมนวันโหวต เป้าหมายหลักอยู่ที่อย่างหลังโดยมีอย่างแรกเข้ามาให้ดูไม่น่าเกลียด ก็แค่นั้น หอกข้างแคร่เตี้ยๆสั้นๆเล่มหนึ่งกับยาวๆห้อยๆอีกเล่มหนึ่งทั้งสองเล่มนี้ก็จะคอยทิ่มแทงประชาธิปัตย์ไปอีกนาน
พลันนายกรัฐมนตรีออกมาแนะพรรคร่วมฯจับมือเพื่อทุยแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่อย่ายุ่งเกี่ยวประเด็นนิรโทษกรรม “นักโทษหนีคดีอย่างนายตักขี้” เด็ดขาด กดเมาส์ตรงนี้เลยเพื่ออ่านต่อ-หุหุ
05 กรกฎาคม 2552
04 พฤษภาคม 2552
ฉัตรมงคล
วันฉัตรมงคลก่อนสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยุ่หัวยังคงไม่มีพิธีนี้ มีแต่พิธีที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวเพื่อฉลองเครื่องราชูปโภคและตำแหน่งซึ่งตนรักษามา และจัดให้มีขึ้นในช่วงเดือน 6 กระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ทรงกระทำพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อ 15 พฤษภาคม 2393 พระองค์ทรงพระราชดำริว่าวันบรมราชาภิเษกเป็นมหามงคลสมัย อย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่าเป็นว่าเป็นการยากที่จะทรงอธิบายความหมายของวันฉัตรมงคลต่อพสกนิกรของพระองค์โดยละเอียดได้จึงทรงโปรดให้เรียกชื่อ ไปตามเก่ากว่างานสมโภชเครื่องราชูปโภคแต่ทำให้วันคล้ายวันราชาภิเษกกล่าวคือในวันนั้น (วันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ) แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวัง
วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกในพระราชวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเมื่อ 9 มิถุนายน 2489 จากนั้นพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ จนเมื่อทรงบรรลุนิติภาวะแล้วจึงได้เสด็จนิวัตประเทศไทย รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 พระองค์ได้ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ในวันราชาภิเษกสมรสนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดเกล้าฯให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
ในระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดบวรนิเวศ มีกำหนด 15 วัน ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็น "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ปฏิบัติหน้าที่ "พระมหากษัตริย์" แทนพระองค์ในระหว่างนั้น
ก็ตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระราชินีปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ต่อมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นับแต่นั้นมา นับว่าเป็น "พระบรมราชินีนาถ" องค์ที่ 2 ของประเทศไทย โดยพระองค์แรกคือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น "สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง" โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 ทรงแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขณะพระองค์เสด็จประพาสยุโรป
วันที่ 3 พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาและพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบูรพการีซึ่งประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 25 รูปสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายแต่พระบรมราชบุพการีเป็นพิธีสงฆ์ สดัปกรณ์พระบรมอัฐิ สมเด็จสวดพระพุทธมนต์แล้วพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา
วันที่ 4 พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ไปยังพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง ในพระราชพิธีสมโภชพระมหาเศวตฉัตร และเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ เนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคลเริ่มพระราชพิธีฉัตรมงคลมีงานเลี้ยงพระและสมโภชเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระพุทธปฏิมาชัยวัตรประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ ซึ่งประดิษฐานที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา จากนั้น สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทพยดารักษานพปฎลมหาเศวตรฉัตร และเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชครูวามเทพมุณี หัวหน้าคณะพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล จบแล้ว พระสงฆ์ 20 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายอดิเรกถวายพระพรลา ตอนเที่ยงทหารบกและทหารเรือยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัดในวันนี้โดยปรกติจะทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ผู้ที่สร้างคุณงามความดีแก่ประเทศอีกด้วย แต่ในปีนี้ 2552 พระองค์ไม่ทรงโปรดเกล้าพระราชทานให้แก่ผู้ใด
วันที่ 5 พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคล เนื่องในวโรกาสครบรอบปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เปิดปราสาทพระเทพบิดร ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ได้ถวายราชสักการะสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า
วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกในพระราชวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเมื่อ 9 มิถุนายน 2489 จากนั้นพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ จนเมื่อทรงบรรลุนิติภาวะแล้วจึงได้เสด็จนิวัตประเทศไทย รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 พระองค์ได้ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ในวันราชาภิเษกสมรสนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดเกล้าฯให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
ในระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดบวรนิเวศ มีกำหนด 15 วัน ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็น "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ปฏิบัติหน้าที่ "พระมหากษัตริย์" แทนพระองค์ในระหว่างนั้น
ก็ตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระราชินีปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ต่อมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นับแต่นั้นมา นับว่าเป็น "พระบรมราชินีนาถ" องค์ที่ 2 ของประเทศไทย โดยพระองค์แรกคือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น "สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง" โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 ทรงแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขณะพระองค์เสด็จประพาสยุโรป
วันที่ 3 พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาและพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบูรพการีซึ่งประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 25 รูปสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายแต่พระบรมราชบุพการีเป็นพิธีสงฆ์ สดัปกรณ์พระบรมอัฐิ สมเด็จสวดพระพุทธมนต์แล้วพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา
วันที่ 4 พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ไปยังพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง ในพระราชพิธีสมโภชพระมหาเศวตฉัตร และเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ เนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคลเริ่มพระราชพิธีฉัตรมงคลมีงานเลี้ยงพระและสมโภชเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระพุทธปฏิมาชัยวัตรประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ ซึ่งประดิษฐานที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา จากนั้น สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทพยดารักษานพปฎลมหาเศวตรฉัตร และเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชครูวามเทพมุณี หัวหน้าคณะพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล จบแล้ว พระสงฆ์ 20 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายอดิเรกถวายพระพรลา ตอนเที่ยงทหารบกและทหารเรือยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัดในวันนี้โดยปรกติจะทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ผู้ที่สร้างคุณงามความดีแก่ประเทศอีกด้วย แต่ในปีนี้ 2552 พระองค์ไม่ทรงโปรดเกล้าพระราชทานให้แก่ผู้ใด
วันที่ 5 พฤษภาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคล เนื่องในวโรกาสครบรอบปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เปิดปราสาทพระเทพบิดร ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ได้ถวายราชสักการะสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า
02 เมษายน 2552
วันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีของพสกนิกรชาวไทย

"สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ทรงยิ่งใหญ่
มวลประชาไทยรุ่งเรือง-ไพศาล วันนี้-วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒ ย้อนกลับไปเมื่อ ๕๔
ปีที่แล้ว จะเป็นวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนฯ ของปวงพสกนิกรไทย
และในวโรกาสคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพอันเป็นมงคลยิ่ง ณ วันนี้
กราบแทบพระบาทถวายพระพรชัย ขอให้สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงพระเกษมสำราญ
พระบารมีไพศาลประสานสุขสามัคคีพสกไทย ทรงมีพระพลานามัยเข้มแข็ง
เป็นแสงแห่งความหวังและศรัทธา นำความไพบูลย์วัฒนาสู่สยาม ณ
ไทยกระเดื่องเกียรติในสากล มวลชนประชาปริ่มสุข-สิ้นทุกข์ขุกเข็ญ
ฉ่ำเย็นทั่วหล้า...ด้วยพระมหาบารมีแห่งสมเด็จพระเทพรัตนฯ นี้..นิรันดร์"
เปลว สีเงิน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)