14 มกราคม 2552

การเมืองใหม่

หลังจากที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้รับโอกาสให้บริหารประเทศครั้งนี้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มต่างๆ ที่ทำให้เกิดการพลิกขั้วจนจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ ถึงแม้ว่าเราประชาชนจะผิดหวังกับการสลับขั้วทางการเมืองแต่เราก็จะยังให้โอกาสรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ทำงาน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบใจนักที่แค่เปลี่ยนขั้วเพราะเราอยากให้เปลี่ยน เปลี่ยวจนกระทั่งได้เป็นการเมืองใหม่จริงๆ คุณอภิสิทธิ์ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องที่ผ่านๆมาในปีที่แล้วนี้คือการต่อสู้ของประชาชนซึ่งเขาจะต้องสืบทอดเจตนารมณ์นั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าองค์ประกอบที่ทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้จำต้องมีตำแหน่งและผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน เพื่อทำให้ความเป็นรัฐบาลสามารถดำรงอยู่ได้ เรามั่นใจว่านายอภิสิทธิ์จะต้องดูแลนักการเมืองเก่าและดูแลนักการเมืองในพรรคของเขาได้เพียงใด หากพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีกประชาชนก็ต้องแสวงหาทางเลือกอื่นที่ย่อมไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบันและเราต้องพร้อมที่จะตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ก็จะกลายเป็นพรรคการเมืองเพื่อการเมืองใหม่ด้วยการตอบสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องต่อไปนี้ได้กล่าวคือต้องสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเร่งรัดดำเนินคดีดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพศ. 2550 หรือกฎหมายอื่นใดที่จะเพื่อลดพระราชอำนาจหรือโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์และฟอกความผิดให้กับนักการเมือง ให้คนดีมีความสามารถมาปกครองบ้านเมือง เร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชันและยึดทรัพย์สินที่โกงชาติไปกลับมาเป็นของรัฐ ให้ประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกัมพูชา สลายรัฐตำรวจ ดำเนินคดีความและลงโทษผู้ที่ถูกชี้มูลโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมาธิการในวุฒิสภาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเข่นฆ่าประชาชน ยุติการใช้สื่อของรัฐโฆษณาชวนเชื่อและโกหกหลอกลวง ยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัวและไม่โปร่งใส ปฏิรูปและพัฒนารัฐวิสาหกิจแทนเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนในชาติ และนำเอารัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐดังเดิม สร้างการเมืองใหม่ทั้งในระดับประเทศกับในระดับท้องถิ่นที่จะต้องสัมพันธ์กัน อย่าทำเฉพาะการเมืองใหม่ในระดับประเทศ ในกรุงเทพฯ-ในระดับจังหวัดก็ต้องทำ

สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาเคยเวทีพันธมิตรฯแต่ไม่ได้หมายความว่าพันธมิตรฯผูกพันกับประชาธิปัตย์ พันธมิตรฯจะไปปกป้องประชาธิปัตย์ แล้วที่คนขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ตอนนี้ถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีก็ไม่ได้หมายความว่ามีสัญญาอะไรกับพันธมิตรฯ พันธมิตรฯไม่ใช่ชุมนุมเพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพันธมิตรฯไม่เคยเดินสายไปหาเสียงเลือกตั้งซ่อมให้กับพรรคประชาธิปัตย์ หรือไปขัดขวางการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยไม่เคยปาไข่ทำร้ายนักการเมือง หรือขว้างอิฐตัวหนอนใส่ ส.ส.แบบมีเจตนาทำร้ายร่างกาย อย่างมากก็แค่ส่งเสียงโห่หรือใช้มือตบขับไล่นายกฯหรือรัฐมนตรีที่เห็นว่าทำผิดกฎหมาย ไร้จริยธรรม เท่านั้น ด้านกลุ่มคนเสื้อแดงมีเป้าหมายชุมนุมเพื่อคนเพียงคนเดียวยิ่งเมื่อหันมาพิจารณาในมาตรฐานในการดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ถามว่ามีกี่คดีที่มีการสั่งฟ้องไปแล้วบ้าง ยกตัวอย่างคดีบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผ่านมา 2 ปีกว่าจนบัดนี้ยังไม่ส่งฟ้อง หรือคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงก็ดำเนินไปอย่างยืดยาด ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบมันมีความแตกต่างกันหรือไม่ ผิดถูกอย่างไรก็ต้องยอมรับเราไม่ร้อง เราไม่ดิสเครดิตศาล เราไม่หลบหนีในต่างแดนเช่นทุกวันนี้ เราเอาเรื่องชาติ เรื่องสารบัญพระมหากษัตริย์ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดไทยรักไทยเป็นหลัก เราไม่ควรยึดติดกับนายกรัฐมนตรีคนไหนหรือรัฐบาลพรรคไหน เราเอาเรื่องหลักๆจะต้องเอานักการเมืองเก่าที่โกงกิน-ทุจริตคอรัปชั่นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ เชื่อว่าประชาชนไทยส่วนใหญ่อยากเห็นประเทศไทยเจริญเท่าเทียมอารยประเทศ ประชาชนอยู่ดีกินดี แก้ไขปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจภายใน แก้ปัญหาเรื่องการปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยมานาน คนชั่วกลัวกฎหมายไม่กล้าทำชั่วอีกต่อไป แม้ว่าเราจะสามารถมั่นใจได้ว่ามาร์คสามารถบริหารประเทศโดยไม่มีนอกมีในแต่ยังเป็นที่สงสัยว่าเขาจะคุมคนในรัฐบาลและพรรคร่วมไม่ให้ทุจริตได้หรือไม่ อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าพรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะนำพาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหม่มาด้วยหรือไม่ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่นก็ในเมื่อในบ้านในเมืองเรา เราสามารถที่จะสร้างถนนไปถึงไหนก็ได้ ไปได้หมด บางท่านถึงเปรียบเทียบว่าปูด้วยทองคำยังได้เลยถ้าไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำไมเราประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียภาษี ทำไมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย หรือเป็นโจทย์ที่จะไปฟ้องได้ เวลานี้นายกรัฐมนตรีก็สามารถทำการเมืองใหม่ได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องมีพิธีรีรองอะไรมากเพราะเป็นแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้วางไว้นานแล้ว ทั้งท่านพลเอกเปรมฯ ก็นำมากล่าวย้ำถึงพระราชดำรินี้อยู่ตลอดมาจนทุกคนจำได้นั่นคือ "กำจัดคนไม่ดี อย่าให้คนไม่ดีขึ้นมาเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และส่งเสริมคนดีให้เข้ามาบริหารประเทศ" ถ้าทำได้เช่นนี้ การเมืองใหม่ก็จะเกิดขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขกฎหมายฉบับใด ๆ ถามว่านักการเมืองเลวกับข้าราชการชั่วพวกนี้เขาชอบอะไรมากที่สุด เขาชอบน้ำท่วม ฝนแล้ง และหนาวด้วย ถามว่าทำไมชอบ ถ้าหนาวก็จะได้กินผ้าห่ม ถ้าน้ำท่วมก็จะได้กินปลากระป๋องและกินน้ำปลา จะทำอะไรก็นึกถึงหัวอกเจ้าของภาษีบ้าง เวทีเลือกตั้งต่างจังหวัดและกทม.ครั้งนี้ สื่อมวลชนต่างพาดหัวข่าวว่า..ฝ่ายค้านพลพรรคทักษิณพ่ายแพ้รัฐบาลอย่างหมดรูป นับเป็นการส่งสัญญาณจากประชาชนคนไทย ให้ทักษิณและบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิม รวมทั้งพรรคเพื่อไทยและบรรดาพลพรรคเสื้อแดง อันเป็นกองกำลังอันธพาลของทักษิณได้รู้ว่าประชาชนคนไทยต้องการให้โอกาสรัฐบาลบริหารชาติบ้านเมืองฝ่าวิกฤตทุกด้านในห้วงเวลานี้

การครอบงำสื่อโดยทางตรงและทางอ้อมของ “ระบอบทักษิณ” ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของโดยรวมของประเทศชาติ สังคมไทย สถาบันกษัตริย์ เมื่อได้รับความนิยมสูงสุดรัฐบาลทักษิณก็ไปเชื่อสิ่งที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า believe in his own propaganda หรือ สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมานั้นเป็นเรื่องจริง เขาเลยมองข้ามสถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่นิยม เคารพ ศรัทธาของประชาชนไปแล้วทำให้ระบอบนี้ผุดความคิดที่บอกว่าเขาจะทำให้สถาบันเป็นเพียงสัญลักษณ์ก็เริ่มออกมา สื่อไทยเป็นสื่อเสรีจริงๆ ไทยเราได้ให้เสรีภาพกับสื่อทั้งนอกและในปล่อยให้เสรีจริงๆ ถือได้ว่าไทยเรานั้นเป็นประเทศที่มีอยู่ในเรตอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยซ้ำไป สมัยก่อนสำนักข่าวต่างประเทศได้ข้อมูลเชิงลบของประเทศไทยมาจากกลุ่มเอ็นจีโอ และ กลุ่มเจ้าหน้าที่ยูเอ็น สื่อต่างประเทศมักจะทำข่าวในภาพกว้าง ภาพรวมเท่านั้น แต่ไม่ทำเรื่องลึก แต่ในช่วง 7-8 ปีหลัง ข้อมูลเชิงลบของประเทศไทยมันมาจาก บริษัทล็อบบี้ยิสต์และบริษัทประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวต่างประเทศมีหลักๆ อยู่ 3 แห่งคือ เอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ โดยสื่อหลักทั้ง 3 แห่งนี้เขาไม่ได้มีหน้าหนังสือพิมพ์ มีโทรทัศน์ มีวิทยุของตัวเองผลิตข่าวสารขึ้นมาขายให้กับสื่อทั่วโลก อิทธิพลของบริษัทประชาสัมพันธ์ต่อสื่อหลักเหล่านี้มีอยู่บ้างแต่น้อยมาก นอกจากสื่อหลักเหล่านี้แล้วก็ยังมีพวกหนังสือพิมพ์ พวกแมกกาซีน เช่นดิ อีโคโนมิสต์ ไทม์ วอชิงตันโพสต์ ออบเซิร์ฟเวอร์ เดลีเทเลกราฟ เป็นต้น ในช่วงต้นๆ รัฐบาลทักษิณนายพอล แฮนด์ลีย์ (Paul Handley) ได้เขียนหนังสือ The King Never Smile โดยที่เรารู้ว่าอะไรคือของจริง อะไรคือไม่จริงและเราก็ไม่เอะใจ จากนั้นก็เริ่มมีไฮไลต์ของหนังสือส่งเข้ามายังนักข่าวต่างประเทศ แฮนด์ลีย์ตกเป็นเครื่องมือของคนของระบอบทักษิณโดยผ่านบริษัทพีอาร์ของเขาในรูปแบบของเอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน นักวิเคราะห์ นักวิชาการของเยล ของเคมบริดจ์ ของฮาร์วาร์ด ต่อมาเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศเขียนถึงพระราชกรณียกิจอันงดงามของในหลวง ก็จะมีบางส่วนที่ใส่เข้าไปว่า หนังสือ The King Never Smile เคยเขียนบางส่วนเอาไว้ว่าอย่างนี้ เขียนเป็นส่วนเสริมข่าวเข้าไปในแทบจะทุกๆครั้งที่มีการตั้งรัฐบาลหรือมีงานเฉลิมพระชนมพรรษา ในหนังสือที่มีบทบรรณาธิการ อย่างนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ แทบจะยกออกมาทั้งหมดเลย (ในดิ อีโคโนมิสต์ฉบับ วันที่ 6-12 ธ.ค. 2551 มีการเผยแพร่บทความเรื่อง “The king and them” และ “A right royal mess”) คนที่เขียนข่าวพวกนี้รับงานมา ส่งมาข้อมูลให้สื่อนั้นจะตัดตอนข้อมูลโดยไม่เขียนว่าทักษิณถูกข้อหาคอร์รัปชันอย่างไร ถูกข้อหาโกงยังไง ถูกข้อหาล่วงละเมิดสถาบันอะไรยังไงเมื่อนานเข้าๆ สื่อนอกเขียนถึงข่าวการปฏิวัติรัฐประหารในแง่ลบของสถาบันเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้มันไม่มีอิทธิพลกับสำนักข่าวหลักๆทั้ง 3 สำนักข่าว แต่มันมีอิทธิพลในเมืองไทยเท่านั้น ถ้าไปดูชื่อผู้เขียนบางคอลัมน์ นักข่าวต่างประเทศคนนั้นๆ ก็รู้ได้เลยว่ารับงานมา อาจจะมีพื้นที่ของตัวเองในสื่อต่างประเทศโดยส่วนใหญ่จะเป็นคอลัมนิสต์ เพราะฉะนั้นในบรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่มักจะไม่ศรัทธาในเรื่องสถาบันอยู่แล้ว เขาจะเห็นแต่ข่าวลบของพันธมิตรฯ เท่านั้นแสดงว่าพวกประชาสัมพันธ์-ล็อบบี้ยิสต์ทำงานได้ผล บริษัทประชาสัมพันธ์พวกนี้จะเอาข้อมูลของระบอบทักษิณที่เป็นเชิงบวกทั้งหมดป้อนเข้าไป คนของบริษัทล็อบบี้พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยบ้างก็มีคนต่างประเทศทำกันเป็นแถวเป็นแนว เป็นกระบวนการ สื่อไทยหลายสื่อที่ไม่ชอบขี้หน้าพันธมิตรฯเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากถูกเปิดโปงว่ารับใช้ระบอบทักษิณอย่างหมดเปลือก ก็ยิ่งประโคมข่าว จงใจบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิดอย่างคุณชวน หลีกภัยที่โดนปาไข่ถามว่าเจ้าหน้าที่ไปอยู่ไหนหมด สื่อไทยวันรุ่งขึ้นกลับออกข่าวมาว่า "เสื้อแดงถล่มชวน" แทนที่จะพาดหัวว่า "ม็อบกักขฬะ" สื่อทำให้พฤติกรรมอย่างนั้นเป็นชัยชนะของเสื้อแดงที่เลียนแบบเสื้อเหลือง

--/ (บน) ภาพที่มติชนลงผิดหลังพันธมิตรถูกระเบิด M79 ถล่มในทำเนียบ (เป็นภาพจากหนังสือพิมพ์ มิใช่เว็บไซต์) (ล่าง) เปรียบเทียบกับภาพล่างที่เป็นภาพที่เกิดเหตุจริงซึ่งเป็นหลังคาเต็นท์สูง



--/ นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ ฉบับต้นเดือนธันวาคม 2551 ที่ลงข้อความเท็จและบิดเบือนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของไทย จนทำให้ถูกแบนในเมืองไทย และกระทรวงต่างประเทศไทยต้องประท้วง



ดังนั้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เพียงแค่กวาดบ้านให้เรียบร้อยก่อนโดยไม่ต้องไปแก้ไขในต่างประเทศ เพียงแค่แก้ไขหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐอย่างแท้จริง ทำกรมประชาสัมพันธ์ให้เป็นกรมประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่กรมประชาสัมพันธ์เป็นเครื่องมือของทุนสามานย์ คุณทำกระทรวงต่างประเทศที่มีกรมสารนิเทศให้เป็นกรมสารนิเทศ ไม่ใช่กรมสารนิเทศของกระทรวงต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่อยู่ในอาณัติของระบอบทักษิณ กระทรวงต่างประเทศต้องเปลี่ยน กรมประชาสัมพันธ์ต้องปรับปรุงระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องปรับปรุงระบบ 3 หน่วยงานนี้พอแล้ว ไทยก็น่าจะสามารถเปลี่ยนสื่อไทยได้ การที่ทูตสหรัฐฯ ทูตอังกฤษมาหาคุณอภิสิทธิ์มันบอกชัดเจนแล้วว่าคุณไม่ต้องไปล็อบบี้กับคนอื่นหรอกทูตพวกนี้เขารู้ไส้รู้สันดานของทักษิณหมดแล้ว ถ้าคุณใช้ไปสักพักหนึ่งสื่อนั้นอันตรายที่สุดจะลอบกัดคุณเองให้เสียหายเพราะสื่อ คนที่เล่นกับสื่อตายเพราะสื่อมาเยอะแล้ว

1) จะมีคนใต้ไม่กี่คนที่มีปัญหาในบ้านนี้เมืองนี้ตุ๊ดตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ออกมาพูดบอกว่าตอนนี้ นปช. มีมติออกมาแล้วว่าจะเตรียมนัดชุมนุมใหญ่ภายในเดือนนี้ โดยจะมีสถานที่ดังต่อไปนี้ 1.ทำเนียบรัฐบาล 2.กระทรวงการต่างประเทศเป็นจุดสำคัญคะ ตุ๊ดตู่บอกว่าเนื่องจากรับไม่ได้ กับการกระทำหลายอย่างของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะการแต่งตั้งแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายคนเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาล (รัฐบาลเจอดีกันแน่ ที่ไปบังอาจตั้งใครนะ สำราญ รอดเพชร ประพันธ์ คูณมี พิเชฐ พัฒนโชติ เป็นที่ปรึกษา) จะไหวหรือก็ที่ผ่านมามันพยายามอยู่หน้าสภาได้วันครึ่งห้องน้ำก็ไม่มีเข้า ข้าวก็ไม่มีกิน น้ำก็ไม่มีกิน เรื่องอะไรมาลำบากรับมา 200 กลับบ้านดีกว่า ตุ๊ดตู่ทำไม่ได้เหมือนพันธมิตรฯ หรอกอย่าพยายามทำอะไรเหมือนพันธมิตรฯ เลย พื้นฐานของการเรียกร้องก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เปลืองสตางค์ของนทช.เปล่าๆ ดูเอาเถอะว่าตุ๊ดตู่ปล่อยไก่หมดเล้าเสียแล้วเมื่อมันกำลังแถลงข่าวถึงภาพการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของนายอภิสิทธิ์โดยขณะเข้าเฝ้าฯ นั่งเก้าอี้ทัดเทียมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บอกตีตนเสมอเจ้า-อ้างสมัยสมักเข่าไม่ดียังไม่กล้า สื่อมวลชนอื่นๆก็ได้ตรวจสอบภาพในอดีตจับโกหกไอ้หัวขวดถึงหน้าหงายภาพ“หมัก”ฟ้อง นี่ขนาดแกนนำเสื้อแดงที่เป็นถึง สส.ผู้ทรงเกือกถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาก็ว่าไปอย่าง จ้าดง่าวขนาด นี่เมื่อวานก็ไปเป็นเพื่อนอีเพ็ญที่ศาล ดีๆนานมากแล้วกว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะได้ฤกษ์นำสำนวนคดีอีเพ็ญ-จักรภพส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ก็เข้าใจหากตุ๊ดตู่หยุดกล่าวหาหรือโจมตีนายกรัฐมนตรีอย่างไม่มีเหตุผลเสียทีนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหากตุ๊ดตู่หยุดเงินที่จะส่งมาจากท่อน้ำเลี้ยงก็คงหยุดไปด้วย ตัวเองก็ไม่ใช่แค่หนีทหารแต่ตุ๊ดตู่ยังหนีภรรยาคนที่ 1, 2 และ 3 มาแล้วและก็ไม่ใช่แค่นั้นยังมีลูกสาวที่อายุ 8 ขวบอีกคน

2) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.หรือฉายาเขาว่า.นวยทนได้.ไม่ใช่คนที่ไหน คนปักษ์ใต้บ้านเรานี่เอง มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ป.ป.ช.ทั้งคณะเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ปรากฏว่าศาลท่านนำคำฟ้องมาพิจารณาดูแล้วเห็นว่าคดีไม่ครบองค์ประกอบความผิดจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและงดการไต่สวนมูลฟ้องดังกล่าวที่ว่านายอำนวยอ้างว่าเขาถูกฟ้องต่อศาลแล้ว เพราะฉะนั้น ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสอบเขาอีก นายอำนวยคือ 1 ในฆาตกรให้พรรคพวกตัวเองที่เป็นทนายความ ไปฟ้องต่อศาลต่อว่าป.ป.ช. มันเรื่องอะไรของทนายคนนั้นร้อยวันพันปีไม่เคยเห็น ดาวอยู่บนบ่านายอำนวยไม่ได้ลอยมาจากฟากฟ้าสุราลัยถ้าทำผิดก็ให้กล้ารับผิด

3) ทักษิณทำประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศไว้มากแต่ภาพของทักษิณในต่างประเทศเกิดขึ้นในแง่ลบทั้งนั้นเรียกว่าแบ็คไฟร์ ถ้าการประชาสัมพันธ์ของทักษิณได้ผล อังกฤษจะไม่ถอนวีซ่าและไม่ไม่อายัดเงินของทักษิณ ล็อบบี้ยิสต์นั่นเองทำให้เกิดผลเชิงลบกับทักษิณเป็นบูมเมอแรงที่ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง

08 มกราคม 2552

ความรักต่อแผ่นดินแม่

ย้อนดูประวัติทักษิณแล้วก็ไม่แปลกที่ทักษิณจะรวยเป็นมหาเศรษฐีได้เพราะพื้นฐานทางบ้านทำธุรกิจมากมายหลายอย่าง ทักษิณเป็นลูกนักการเมืองเก่าอย่างนายเลิศ ชินวัตรที่เป็นเพื่อนสนิทกับนายปรีดา พัฒนถาบุตรเขาเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ในเวลาที่นายเลิศบิดาของเขาค้าขายสินค้าที่ได้จากชาวเขาเผ่าแม้วให้กับชาวใต้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน สินค้าของของครอบครัวของเขาก็คือฝิ่น แม้ทักษิณจะตัดสินใจรับราชการแต่ก็คาดหวังอยากจะมีเงินเยอะๆเหมือนปุถุชนทั่วไป ทักษิณเองก็ล้มเหลวจากการทำธุรกิจมานับไม่ถ้วนแล้วตั้งแต่การค้าขายผ้าไหม ซื้อภาพยนตร์ฉาย กิจการโรงภาพยนตร์ และธุรกิจอสังหาฯอย่างคอนโดมิเนียม ธุรกิจของเขาทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็ล้วนแต่เจ๊งไม่เป็นท่าทั้งสิ้น ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค เขาเคยประสบปัญหาทางธุรกิจแลกเช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง เขานิยมบริหารธุรกิจแบบคิดไวทำไวและมักขาดความรอบคอบ เขาเริ่มต้นชีวิตทางธุรกิจอย่างล้มลุกคลุกคลาน จนกระทั่งทักษิณได้ค้นพบได้ว่าไม่ว่าธุรกิจประเภทใดยุทธวิธีพิเศษทางการค้าหรือที่เรียกว่าคอนเนคชั่นและตลาดเป็นเรื่องสำคัญ ตลาดที่ทำมาค้าคล่องที่สุดก็คือราชการนั่นเอง

จากตำแหน่งของทักษิณที่ต้องทำงานราชการประจำอยู่ศูนย์ประมวลข่าวสารของกรมตำรวจทำให้รู้ความต้องการและช่องทางของหน่วยงานที่ตนทำเป็นอย่างดีจนกระทั่งมีการเล่นแร่แปรธาตุจนมีผู้หลักผู้ใหญ่ต้องเตือนให้เขาลาออกไปก่อนที่จะต้องถูกสาวไปจนถึงตัว เขามีพ่อ เพื่อนพ่อและญาติเป็นนักการเมืองทำให้มีโอกาสได้วิ่งเต้นทั้งใต้โต๊ะบนโต๊ะ จากนั้นเขาได้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดไอซีเอสไอ (ICSI) ดำเนินธุรกิจให้เช่าคอมพิวเตอร์แก่สำนักงานต่างๆขึ้น ICSI ไม่เคยมีประสบการณ์ให้เช่าคอมพิวเตอร์หรือวางระบบคอมฯในหน่วยงานราชการใหญ่ๆใดมาก่อนแต่กลับได้เค๊กก้อนโตจึงคิดขยายกิจการของตนเองเข้าสู่การแข่งขันในตลาดเต็มตัว ทักษิณเองก็ไม่ได้ทำธุรกิจโทรคมนาคมด้วยใจรักและถนัดแต่เขาเองก็ล้มเหลวจากการทำธุรกิจมานับไม่ถ้วนแล้วทักษิณได้เรียนรู้ว่าตนเองไม่ได้ถนัดกิจการโทรคมนาคมแต่ไม่มีอะไรดีเท่ากิจการที่ทำกับรัฐและการค้าที่ดีที่สุดคือการค้าที่ผูกขาดไร้คู่แข่งเช่นธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก หรือ เคเบิลทีวี ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ กิจการอีกอย่างของทักษิณที่สร้างรายได้มหาศาลนั่นคือกิจการดาวเทียมที่ได้รับสัมปทานธุรกิจดาวเทียมเป็นเวลาถึง 30 ปี ถ้ายังไม่เชื่อว่าทักษิณเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาได้เพราะเป็นเห็บเกาะไข่ระบบรัฐประหารไอ้พวกบริวารที่เห่าต่อต้านรัฐประหารแทนนาย ต้องลองไปถาม เสธ.อ้วนพลเอกสัมพันธ์ บุญญานันต์ดูก็ได้

เมื่อก่อนเกิดวิกฤติค่าเงินบาททักษิณและบริษัทรอดวิกฤติคนเดียวไปซื้อประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มากๆหรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาทเหมือนจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหายแต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤติเพราะได้ประกัน เมื่อทักษิณเป็นนักธุรกิจผูกขาดที่ยิ่งใหญ่แล้วเขาก็เริ่มสยายปีกเข้ามาผูกขาดอำนาจทางการเมืองต่อทันที คนคนนี้โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจ เมื่อมีอำนาจก็โกงอีกอันเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ การเข้าสู่การเมืองด้วยตนเองของทักษิณแทนการสนับสนุนทุนให้แก่นักการเมืองเช่นเดิมกลับทำให้เขาได้กำไรจากกิจการมากขึ้นไปอีกโดยแทบทั้งหมดนั้นล้วนเป็นกำไรจากการลดต้นทุนจากกิจการสัมปทานเช่นการแก้สัญญาสัมทานกับรัฐนั่นเอง เมื่อเข้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในโควต้าพรรคพลังธรรมเปิดโอกาสให้เอไอเอสขอแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 3 แต่ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐยอมแก้เพื่อผลประโยชน์เอกชนในการจัดเก็บและการแบ่งรายได้ของบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ การขยายอายุสัญญาจาก 20 ปี เป็น 25 ปี ขอปรับลดส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) จากร้อยละ 25 เป็น 20 และครั้งที่สองเขาแก้ไขสัญญาเพื่อกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนจากค่าเครือข่ายร่วมโดยผ่านวันมูหะมัดนอร์ที่เป็นรัฐมนตรี แม้จะไม่มีลูกค้ามากขึ้นแต่กลับมีรายได้มากขึ้นเพราะได้ลดต้นทุนในส่วนที่ต้องจ่ายให้แก่รัฐลดลงไปแล้วก็เท่ากับการโกงประเทศนั่นเอง เขายังผลักภาระภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้ประชาชนในส่วนสาธารณูปโภคโดยการลดภาษีดังกล่าวทำให้รัฐต้องเรียกเก็บเพิ่มเติมจากผู้บริโภคแทน หากแต่ร่ำรวยได้เพราะการสัมปทานและรักษาการผูกขาดผ่านนักการเมืองก็หนักหนาอยู่แล้ว ยิ่งเขาเข้ามานั่งในตำแหน่งโดยตรงส่งผลให้ธุรกิจของเขามีกำไรเติบโตขึ้นก็ไม่ใช่เพราะกิจการเติบโตอีกเช่นกันแต่เป็นเพราะได้ลดต้นทุนส่วนสำคัญไปต่างหาก

อย่างไรก็ตามแม้ดาวเทียมไทยคม 1 ได้สร้างความภูมิใจให้คนไทยอย่างมากหากแต่ในความเป็นจริงรายได้ก็ไม่ได้มากมายอย่างที่คิด ยิ่งถ้าหากเจ้าของบริษัทไม่ใช่ผู้มีอำนาจทางการเมืองย่อมได้รับสิทธิเหล่านั้นมาได้ยาก ดังนั้นการที่ไทยต้องไปลงนามเอฟทีเอกับจีนสูญเสียผลประโยชน์มากมาย แต่อย่างน้อยก็ได้สร้างรายได้มหาศาลให้กับไอพีสตาร์โดยตัวแทนรัฐบาลไทยที่ขอไปเจรจามีชื่อว่าทักษิณ ดาวเทียมไทยคม 3 และไทยคม4 ก็ได้สิทธิส่งเสริมการลงทุนให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปีเฉพาะรายรับจากต่างประเทศ โครงการเงินกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรและพัฒนาประเทศพม่ารายได้ของธุรกิจดาวเทียมพุ้งทยานอีกครั้งโดยเขาสั่งให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าหรือเอ็กซิมแบงก์ไทยได้ปล่อยเงินกู้ 4,000 ล้านบาทอันเป็นหนี้สูญที่ต่อมาทางการพม่าประกาศไม่รับผิดชอบหลังการปฏิวัติภายใน นอกจากนี้ยังมีที่มาของรายได้ที่ทำให้ทักษิณร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกมากมายที่คงไม่สามารถเล่าได้หมดในวันนี้ ความร่ำรวยของเขานั้นไม่ได้มาจากความฉลาดในการดำเนินธุรกิจหรือวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมแต่อย่างใดแท้ที่จริงล้วนมาจากเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่สามารถนำมาบริหารประเทศแล้วจะทำให้ประเทศหรือคนในประเทศร่ำรวยด้วยวิธีอย่างนี้พร้อมๆกันได้

ในวันคล้ายวันปฏิวัติโค่นล้มระบอบกษัตริย์ฝรั่งเศสทักษิณชายหน้าเหลี่ยมคนนั้นได้ตั้งพรรคการเมืองชื่อไทยรักไทยระดมสรรพกำลังทางการเมือง ความเชื่อมั่นในเงินและปรัชญาจีนที่ว่าเงิน-จ้างผีโม่แป้งได้ เขาจึงทุ่มเงินก้อนโตซื้อผู้คนราวซื้อวัวควายทันที ทักษิณใช้พวกฝ่ายซ้ายจัดและพวกตุลาจอมปลอมมาทำงานทางการเมืองให้ตน ขณะที่พวกฝ่ายซ้ายจัดและพวกตุลาจอมปลอมก็เลยถือโอกาสเอาทั้งเงินเอาทั้งประโยชน์ของทักษิณมาเป็นประโยชน์ต่ออุดมการณ์ทางการเมืองให้กับพวกพ้องตนเร่ชูทฤษฎีที่อ้างเป็นลัทธิมาร์กซ์ว่าทุนนิยมสามานย์- ดีกว่า-ศักดินาล้าหลัง! ดังนั้นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างซ้ายจัด-ขวาจัด-ผู้ร้ายทางการเมืองจึงเกิดขึ้นผลประโยชน์ที่เจือสมด้วยทุนนิยมสามานย์ผูกขาดก็ต้องการให้ระบอบศักดินาอ่อนแอหรือล้มครืนเพื่อพวกทุนนิยมสามานย์จะได้สวาปามทุกสิ่งบนแผ่นดินนี้หวานคอแร้ง ทักษิณได้ทุ่มเงินมากมายมหาศาลไหลผ่านมือผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทยทั่วประเทศสู่การเมืองไทย เงินและระบบจัดซื้ออันแยบยลทุกวิธีการได้ทำให้พรรคชนะการเลือกตั้งคราครั้งนั้นอย่างท่วมท้น ทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจและยังชี้เป็นชี้ตายได้ทุกเรื่องจริงๆ

โดยเนื้อแท้แล้วทักษิณไม่ใช่เป็นคนเทิดทูนประชาธิปไตย เขาไม่เคยต่อต้านเผด็จการรัฐประหารอย่างที่ตัวเองและสมุนยกเป็นทองปิดหน้าผาก ทักษิณได้กระทำทุกวิถีทางที่จะรวบอำนาจเข้าสู่ตัวเองโดยใช้อำนาจกลไกรัฐที่อยู่ในมือหรือแลกด้วยผลประโยชน์กดดันให้พรรคการเมืองต่างๆต้องจำยอม เขาได้ทำให้องค์กรอิสระต่างๆเหล่านี้ขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบกับครอบงำปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน ด้วยการรวบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของทักษิณทำให้กลุ่มการเมืองและพรรคพวกของเขาใช้อำนาจที่มีอยู่กอบโกยโกงกินทุจริตทุกรูปแบบอย่างมโหฬารไม่เคยปรากฎมาก่อน รัฐบาลทักษิณก็ยอมที่จะเอาผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ของประชาชนไปให้ต่างประเทศเพื่อผลประโยชน์ตนหรือกลุ่มบริษัทของตนหรือพรรคพวก หลายครั้งหลายหนที่รัฐบาลทักษิณเร่งเจรจาการค้าแบบทวิภาคีกับรัฐบาลประเทศต่างๆ โดยปราศจากการศึกษาและการเตรียมการรองรับให้ดีตลอดจนหาช่องทางคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของคนในชาติ รัฐบาลทักษิณก็ดำเนินการในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอันเป็นสมบัติของชาติโดยขาดความโปร่งใสส่อไปในทางเอื้อประโยชน์แก่ตนและพรรคพวก ตลอดระยะเวลาห้าปีเศษภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลทักษิณยังเต็มไปด้วยเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นและการกำหนดนโยบายในลักษณะของผลประโยชน์ทับซ้อนซึ่งเรียกกันว่าเป็นทุจริตเชิงนโยบาย รัฐบาลทักษิณเป็นรัฐบาลที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุดจำนวนผลประโยชน์ของชาติที่ต้องสูญเสียไปมีมากที่สุดกว่ารัฐบาลใดๆที่ผ่านมารวมทั้งการขายหุ้นของกลุ่มบริษัทของตนเองซึ่งเติบโตและมั่งคั่งขึ้นจากทรัพยากรของประเทศและสิทธิประโยชน์ที่รัฐหยิบยื่นให้ทั้งโดยชอบธรรมและฉ้อฉลจากการบริหารประเทศให้แก่เอกชนที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลต่างชาติโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย หลีกเลี่ยงภาษีอากร โดยมิได้คำนึงว่าธุรกิจดาวเทียมไทยคมเป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามให้โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จฯทรงเป็นสักขีพยานในวันที่ดาวเทียมดวงนี้ได้ถูกยิงขึ้นสู่วงโคจรของโลกโดยรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมานั้นต้องการให้เป็นธุรกิจของคนไทยเป็นความภาคภูมิใจของไทยทั้งชาติ การใช้งบประมาณก็ไม่ได้ใช้ในลักษณะทำให้คนจนหายจน กองทุนต่างๆ ก็ทำให้ชาวบ้านสะสมภาระหนี้ขึ้น ออกกองทุนควบคู่กับการขยายตัวของโทรศัพท์มือถือ มอเตอร์ไซค์ พยุงราคาเกษตรแจกเงินทุกๆ ปี เอากล้ายางไปให้เกษตรกรก็โกงกันจนเดือดร้อน ระดับอุปสงค์-อุปทานที่ไม่เหมาะก็ยังทำ ชาวบ้านยังจนต่อไปและยังต้องพึ่งนักการเมืองต่อไป ก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าหรือเป็นความตั้งใจให้ชาวบ้านจนเข้าไว้จะได้ใช้เงินหว่านเอาชาวบ้านเป็นพวกให้ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้เพียงเป็นทางผ่านให้เขามาหากินกับอำนาจรัฐเท่านั้น ทั้งๆ ที่ทักษิณเคยได้รับความเมตตาจากศาลรัฐธรรมนูญในช่วงปี 2543-2544 เรื่องการ "ซุกหุ้น" ในชื่อคนรถ คนใช้ ยาม โดยยอมรับประเด็น "บกพร่องโดยสุจริต" แต่กลับยังซุกซ่อนทรัพย์สินมหาศาล นับหมื่นๆ แสนๆ ล้านบาท อันเป็นการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 (ซึ่งต้องยึดถือ) อย่างซ้ำซาก

ช่วงเวลาที่รัฐบาลทักษิณเรืองอำนาจในทางสังคม ศีลธรรม คุณธรรม จรรยาบรรณของคนในชาติก็ได้ถูกทำลายจนย่อยยับผู้คนทั้งหลายในบ้านเมืองต่างตกอยู่ภายใต้อิทธิพลลัทธิบริโภคนิยมแบบไม่ลืมหูลืมตา เด็กและเยาวชนถูกวัฒนธรรมอันเลวร้ายของโลกตะวันตกครอบงำ ศีลธรรมเสื่อมทรามตกต่ำ ประชาชนฟุ่มเฟือยโดยผู้นำเป็นแบบอย่างและส่งเสริม ขาดการอดออมและประหยัด ขาดการส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรมอันดีงาม เกิดปัญหารุนแรงในความสงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง ทักษิณประเมินสถานการณ์ผิดพลาดขาดความรู้ความเข้าใจในปัญหาความมั่นคงและหลงเชื่อข้าราชการบางคนที่มีผลประโยชน์แอบแฝงในพื้นที่ ข้าราชการที่ดีเป็นที่นับถือไว้วางใจของประชาชนถูกขจัดออกจากตำแหน่งหน้าที่ แก้ปัญหาด้วยวิธีการนอกกฎหมาย บ้านเมืองตกอยู่ภายใต้ความเลวร้ายอย่างรุนแรงชนิดที่กล่าวได้ว่าไม่เคยมียุคใดสมัยใดจะเกิดความเสียหายอย่างสุดๆ ทุกด้านสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักแทบจะสุดเยียวยาแก้ไข ระบอบทักษิณนั้นเป็นเครือข่ายที่มีคนร่วมอยู่เป็นจำนวนมากนับสิบล้านคน คนเหล่านี้ประกอบด้วยชาวชนบทในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือคนจนในเมืองใหญ่ นักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นที่สังกัดพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน ข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือนทั้งในราชการและนอกราชการ นักวิชาการ สื่อสารมวลชน นักธุรกิจทุกระดับที่มีผลประโยชน์กับทักษิณ ระบอบทักษิณได้ใช้เงินทุนซื้อเสียงทั้ง 2 สภาและรัฐบาลนั้นควบคุมองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเอาไว้หมด เอาเงินไปแจกประชาชนก็แล้วสร้างบุญคุณเอาเงินไปแจกให้ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ นั้นล้วนทั้งที่เป็นเงินงบประมาณของรัฐทั้งสิ้น เมื่อสภาและองค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ และยังมีฝ่ายซ้ายที่เคยอยู่กับพรรคคอมมูนิสต์แห่งประเทศไทยหลังเหตุการณ์6 ตุลาคม 2519 รวมอยู่ด้วย ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2545 นายชวน หลีกภัยประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้เตือนทักษิณว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่ หลังจากที่ทักษิณประกาศว่าจะเป็นนายกฯ ต่อเนื่องถึง 20 ปี ต่อมาไม่กี่วันหลวงตามหาบัวระบุว่าทักษิณคือลูกศิษย์เนรคุณ มีคนไปถามหลวงตามหาบัวท่านว่าทักษิณ ไม่มีแผ่นดินอยู่ อ้าวแล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหน หลวงตามหาบัวตอบกลับมาว่าให้ ทักษิณลงไปอยู่ในดินเหมือนกับเทวทัต อีกทั้งหลวงตามหาบัวท่านยังกรุณาเทศนาต่อเรื่องพระเทวทัตยังรู้โทษ

ฟ้ายังมีตา ในที่สุดคณะทหาร คมช.ก็ทำการรัฐประหารสำเร็จอันเป็นการยึดอำนาจเพื่อเอา นายกฯ ที่บ้างานออกไป แต่แล้วเอาคนแก่ที่ควรจะเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านมาเป็นแทนกอปรกับคณะทหารที่ทำรัฐประหาร และรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่มีการปฏิรูปการเมืองใดๆ ไม่มีการปฏิรูปสื่อเพื่อให้ประชาชนรับรู้ถึงความเลวร้ายของระบอบทักษิณในวงกว้าง แม้ว่าพรรคไทยรักไทยของทักษิณต้องถูกยุบตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญและทักษิณถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปีฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในคดีที่ดินรัชดาฯ ทักษิณหนีหมายจับหลายต่อหลายคดีที่ยังพิจารณาไม่เสร็จไปอยู่ต่างประเทศจนกระทั่งบัดนี้

...ตอนเป็นนายกฯ ไม่เคยตอบกระทู้ในสภา

...เมื่อสภาจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ยุบสภาหนี

...ศาลเรียกหลักฐาน และสอบปากคำ ให้โอกาสโต้แย้งข้อสงสัย ก็ "ไม่ตอบ"

...หนีศาล หนีคุกไปต่างประเทศ



หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 รัฐบาลชุดต่างๆที่บริหารประเทศในนามพรรคพลังประชาชนก็เป็นพรรคการเมืองที่ถือกำเนิดมาจากพรรคไทยรักไทยและถึงแม้พรรคพลังประชาชนอาจจะถูกยุบไปอีกครั้งอยู่ในขณะนี้โดยศาลรัฐธรรมนูญก็ตามแต่ระบอบทักษิณก็เตรียมพรรคเพื่อไทยไว้สานต่ออำนาจของพวกตนเองไว้แล้ว ขณะนี้แม้ตัวทักษิณจะหลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศแต่เขายังไม่วายที่จะก่อกรรมทำเข็ญกับบ้านเมืองและประชาชนผ่านรัฐบาลตัวแทนของตนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนายสมัครหรือรัฐบาลนายสมชาย ผู้เป็นน้องเขยของตนผ่านกลไกในระบอบทักษิณซึ่งฝังรากกินลึกอยู่ในบ้านเมือง และก็ไม่ได้หมายความว่าระบอบทักษิณจะล่มสลายตามไปด้วยพลพรรคทุกฝ่ายของคนหน้าเหลี่ยมฟื้นตัวและเริ่มสร้างเครือข่ายองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้นกระทั่งพวกเหมาอิสต์กับนักการเมืองเครือข่ายคนหน้าเหลี่ยมบางคน ได้ให้การสนับสนุนทุกวิถีทาง ทั้งทางตรงทางอ้อมทั้งลับและเปิดเผย ทั้งในและต่างประเทศให้กับเว็บไซต์ให้ร้ายป้ายสี-ทำร้าย-ทำลายสถาบันบางเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องนับวันยิ่งเปิดมากขึ้นราวดอกเห็ด ทักษิณยังคงทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ตัวทักษิณเองที่ถูกคณะทหารทำการรัฐประหารจนตกงานแต่ด้วยเงินทองที่ได้มาโดยไม่โปร่งใสมากมายมหาศาลเขาจึงมิเคยหยุดนิ่งกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งลับและเปิดเผยทั้งในและนอกประเทศอย่างต่อเนื่องในความเป็น "ทักษิณ" ที่ไม่ยอมแพ้ เขาไม่ยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อบวกกับอำนาจเงินที่เขามีอยู่ในมือจำนวนมหาศาลนั้นย่อมมีแนวโน้มที่จะทำให้เขาเลือกใช้วิธีการแบบกล้าได้กล้าเสียใช้เกมแตกหักกับทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสถาบันที่อาจได้รับผลกระทบทักษิณเพราะเชื่อว่าวันหนึ่งเขาจะได้กลับมาเพียงแต่ยังไม่ใช่เวลานี้ เมื่อถูกกดดันมากๆก็พร้อมจะตอบโต้ และทำลายฝ่ายตรงข้าม"อาศัยกลไกทางการเมือง และบริษัทล็อบบี้ยิสต์ตลอดจนสื่อต่างๆในมือได้ทั้งในและต่างประเทศเหมือนกับที่เคยสร้างความเสียหายให้กับประเทศมาแล้ว ทักษิณทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเองและพรรคพวกทำอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมแม้กระทั่งกฎหมายใดๆ แม้หลังจะแตะกระดานพื้นโลงศพแล้วก็ตามทักษิณก็คงจะยังไม่รู้สึกตัวว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของตนนั้นจบสิ้นลงแล้ว ความไม่รู้จักตัวเองของทักษิณนั้นได้ฆ่าทักษิณให้ย่อยยับมาโดยตลอดโดยไม่รู้สึกตัวแม้กระทั่งบัดนี้ ทักษิณยังคงทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้กลับมาใหม่แบบผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งแม้การกระทำนั้นจะเกิดผลเสียหายกับชาติบ้านเมืองอย่างไรก็ไม่สนใจ ขอเพียงให้ตนอยู่ได้อย่างที่ตัวต้องการเท่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ยำเกรงฟ้า

ตามปรกตินักการเมืองที่บริหารงานผิดพลาดจนก่อให้เกิดความเสียหายทางการเมืองจะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองจะต้องลาออกทันทีเป็นหลักปฏิบัติสากลใช้กันอยู่ทั่วโลก นักการเมืองบ้านเราต้องรอให้กฎหมายทำงานเสียก่อนเขาจึงจะแสดงความรับผิดชอบเพราะถูกบังคับโดยกฎหมาย แต่หาได้สำเหนียกและปฏิบัติตามไม่กับทั้งความรับผิดชอบทางการเมืองไม่เคยแสดงออกมาเลยและถ้านักการเมืองเหล่านั้นแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองก็จะทำให้กระบวนการยุติธรรมทำงานน้อยลงและจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นทันทีเหมือนอารยะประเทศ ระบอบการเมืองเก่านั้นไปด้วยนักธุรกิจการเมืองที่เข้ามากอบโกยแสวงหาผลประโยชน์จากเงินงบประมาณของแผ่นดินอย่างที่เคยเป็นมาในอดีตเพราะนักการเมืองไทยทุกวันนี้มักขาดจริยธรรม ทักษิณทำธุรกิจสุจริตไม่เป็นหากไม่มีอำนาจรัฐเอื้อธุรกิจพิเศษก็จะขาดทุนซ้ำซาก ทักษิณทำธุรกิจราวกับเด็กๆหากไม่มีอำนาจรัฐเอื้อ เขาไม่รู้จักหลัก "เศรษฐกิจพอเพียง" หลงลงทุนน้ำมันยามแพงสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งข้าวและทองคำ ตามกระแสและลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบเป่าลูกโป่งลงทุนเกินตัว จนทุนอาจหมดสิ้นได้ แม้ว่าเขาเคยพยายามสร้างภาพให้ดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญโทรคมนาคมในเมืองไทยแต่ที่แท้เป็นผู้เชี่ยวชาญการให้สินบนซื้ออำนาจรัฐเอื้อธุรกิจโทรคมนาคมในไทย ดังนั้นเมื่อเขาไปลงทุนชินอินเตอร์ในต่างประเทศระหว่างเร่ร่อนเขาก็ล้มเหลวสิ้นเชิงเช่นกัน

ทักษิณก็ออกแถลงการณ์ประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันและหยันหยามต่อคำตัดสินศาลโดยส่งให้สื่อต่างประเทศเหยียบย่ำทำลายชาติบ้านเมืองตัวเอง ทำไม..แผ่นดินไทยไม่มีคุณงามความดีที่จะให้คนคนหนึ่งที่ชื่อทักษิณได้รู้ถึงคุณแผ่นดินบ้างเชียวหรือ? ไม่เคยมีใครไปรังแกทักษิณ หากทักษิณดำเนินชีวิตแบบปกติมาตลอดชีวิตของเขาและความรวยของทักษิณก็ไม่ใช่สิ่งผิดแต่ประเด็นที่กำลังเป็นปัญหาในไทยหรือแม้กระทั่งที่ทางการอังกฤษห้ามเข้าประเทศก็เพราะเรื่องทุจริตล้วนๆไม่เกียวข้องกับการเมืองทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป ความรวยของทักษิณก็เช่นกันย่อมมีที่มาที่ไม่ธรรมดา หลังจากทักษิณหนีออกจากประเทศไทยก็มีข่าวลือว่าทักษิณมีเงินที่กอบโกยจากการโกงไปด้วยจำนวนประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวที่ส่วนหนึ่งถูกหอบหิ้วโดยคุณหญิงพจมานและสมุนบริวารคนใกล้ชิดที่หนีคดีหลีกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ได้บรรจุกระเป๋าใบใหญ่จำนวน 24 ใบไปอาจจะทำให้ทักษิณไม่ได้เดือดร้อนอะไรแม้จะถูก คตส.สั่งอายัดเงินจำนวนกว่า 70,000 ล้านบาทไว้เพราะเงินที่ซุกซ่อนไว้ไซฟ่อนออกไปในต่างประเทศยังมีอีกมากและมากพอที่จะส่งท่อน้ำเลี้ยงเพื่อให้บรรดานักการเมืองสมุนรับใช้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย และทักษิณมีเหลือเฟือสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองและพร้อมที่จะทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อสร้างความวุ่นวายทางการเมืองเนื่องจากเขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยิ่งเขาถูกอังกฤษอายัดทรัพย์ได้ทำให้ประชาชนได้รับรู้พฤติกรรมของทักษิณ ได้รู้เช่นเห็นชาติที่แท้จริงของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับแรงศรัทธาจากประชาชนอย่างท่วมท้นและเป็นการลบล้างทฤษฎีคนรวยแล้วจะไม่โกงลงอย่างสิ้นเชิง เงินที่ทักษิณมีอยู่ล้วนเป็นเงินที่โกงจากคนไทยไปทั้งสิ้นและควรตกเป็นเงินของรัฐเพื่อกระจายกลับไปสู่ประชาชนทั้งประเทศ ยิ่งเราปล่อยให้ทักษิณเคลื่อนไหวไปยิ่งขยับมากเท่าไรทักษิณเองก็ยิ่งจะเจ็บตัวมากเท่านั้น ในวันนี้ทักษิณตกเป็นเครื่องมือของสามเกลอหัวขวดวีระ, จตุพร, ณัฐวุฒิและเฉลิม อยู่ทำไมคนเหล่านี้หาได้เคารพบูชาทักษิณแต่อย่างใดไม่ทั้งหมดที่พวกมันทำก็เพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น การใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อต่อสู้ในทางการเมืองน่ากังวลตรงที่เรื่องที่มีความละเอียดอ่อนค่อนข้างมากเน้น 3 สถาบัน “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้

วันนี้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ดำเนินการกดดันรัฐบาลจากภายในประเทศในขณะที่บริษัทล๊อบบี้ยิสต์ต่างชาติทำการโจมตีจากภายนอกด้วยกลยุทธ์“โลกล้อมประเทศ”ผ่านบริษัท เอลเดอร์แมน บริษัท บาเบอร์ กริฟฟิก รอเจอร์ หรือ บีจีอาร์ บริษัท เบล พอททิงเกอร์ นอร์ทและบริษัท เบเกอร์บอทที่มีชื่อตัวละครสำคัญเป็นคนกลางในการเดินเกมดังกล่าว อาทิ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตที่ปรึกษานายกฯ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ และภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองเลขาธิการนายกฯ ซ้ายอกหักทั้งแก้งค์โดยมีเป้าหมายเป้าหมายในการล้างบางชนชั้นสูง - เชิดชูทักษิณให้กลับมายิ่งใหญ่โดยสื่อภายในประเทศจึงค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่องดังกล่าวจึงถูกมองข้ามและหันไปใช้งานสื่อหรือล๊อบบี้ยิสต์ต่างประเทศแทนซึ่งสื่อต่างประเทศนั้นค่อนข้างมีศักยภาพในการสื่อสารที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง รวมถึงสามารถทำในสิ่งที่สื่อไทยไม่สามารถทำได้ หากประเมินจากการเคลื่อนไหวของทั้งพรรคเพื่อไทย และนปช.ตลอดจนเครือข่ายทั้งหมดแล้วจะพบว่ามีการเดินหน้าอย่างคึกคักเพื่อเร่งโค่นล้มรัฐบาลเร่งปิดเกมก่อนเงินหมด-กระแสหายเพื่อให้สามารถมีโอกาสฟื้นคืนกลับมาได้อีกเพราะทักษิณยังมีความพร้อมในเรื่องเงินและบารมีทางการเมืองแม้จะมีกระแสข่าวว่าเขาขาดทุนจากการเก็งกำไรหุ้นน้ำมันหรือแม้แต่การมีข่าวว่าถูกรัฐบาลอังกฤษอายัดเงินเอาไว้จำนวนมากก็ตาม และยังยิ่งเพิ่มโอกาสในการช่วงชิง “พื้นที่ข่าว” ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอกองกำลังพล ทำการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คาด 1-2 วัน เสนอต่อ “พัชรวาท” พิจารณาชี้ขาดได้ ยันไม่ประวิงเวลา


น่าจะไปเยี่ยม "หมอดูตาทิพย์" ดูสักหนเห็นว่าแม่นนักแม่นหนา หมอดูตาทิพย์แห่งป่าซางจ.ลำพูนคนนี้เป็นผู้ชายเห็นอนาคตจากความฝัน แม่นยำจนน่ากลัว เคยส่องนิมิตไปค้นหาสาเหตุแห่งเวรชะตา เพื่อขอขมาลาโทษเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ ให้กับคนดังในเมืองไทยมาแล้วหลายราย เหตุใดหมอดูตาทิพย์เจอคนไข้ชายคนนี้กลับหนักใจและไม่ให้คำตอบ รุกไล่หนักๆ เข้า ก็ได้แต่พร่ำพูดเพ้อเจ้อราวคนบ้าว่า
"ผมประสาทไม่ดีเพี้ยนๆ พูดผิดบ้างถูกบ้าง ผมตอบอะไรไม่ได้ ทุกชีวิตขึ้นอยู่กับเวรกับกรรม และกรรมเก่าตามมาทันแล้ว ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว"
ถามต่อไม่ลดละแกมโกรธว่า "แล้วลูกๆ ละจะเป็นอย่างไร"
หมอดูตาทิพย์ตอบกลับราบเรียบว่า "ลูกๆ จะรับกรรมของพ่อแม่ที่ก่อไว้"
ถามอย่างรำคาญใจในนาทีสุดท้ายว่า "ต่อจากนี้นายของเราจะเป็นอย่างไร"
หมอดูหลับตานิ่งอ่อนใจและพูดเบาๆ ว่า "เคยมีมาเท่าไรจะเหลือเท่านั้น เคยเป็นมาอย่างไรจะกลับไปเป็นอย่างนั้น" พูดจบก็ขอตัวไปพัก
คุณหญิงคนหนึ่งนั้นเคยให้คนมารอรับถึงสนามบินเพื่อพาไปพักที่บ้านแล้วบังคับให้ฝันค้นหาอนาคตให้ตัวเองและสามีบ้าอำนาจ ความฝันอันมืดมิดพรั่งพรูเปิดปริศนาชีวิต 4 ข้อว่า
1. จะเรืองยศ เรืองเกียรติ เปี่ยมอำนาจ มากเงินตรา หาใครเทียบเทียม
2. ต่อมาจะหมดยศ ไร้เกียรติ ก้มหน้าลงดิน สิ้นศักดิ์ศรี หมดบารมีเพราะบริวาร และความทะยานอยากแห่งตน ทรัพย์สินที่หามาได้จะหมดลงไปด้วยบริวารเลว ทรัพย์ศฤงคารจะร่อยหรอและเหลือน้อยลงเท่ากับที่เคยเป็นมา
3. จากนั้นจะถูกประชาชนสีเหลืองขับไล่ และหนีหน้า เร้นกายไปตายในต่างแดน และ
4. เป็นปริศนาข้อสุดท้าย ที่ฟ้าดินลงโทษ เป็นเวรกรรมที่แก้ไม่ได้ ใช้ไม่หมด เจ้ากรรมนายเวรมีทั่วไปทั้งแผ่นดิน สิ้นสุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ไร้รังนอน และเอนกายกับผืนดิน มีเพียงเมียและลูกในชุดดำร่ำไห้ เดียวดาย แต่คนทั้งแผ่นดินจะจดจำเจ้าชะตาได้แม่นมั่นนิรันดรไม่ลืมเลือน




ถ้าทักษิณไม่โลภอย่างนี้ ถ้าทักษิณยังมีความรักต่อแผ่นดินแม่มากกว่านี้ ทักษิณก็คงไม่ต้องดิ้นรนไปซื้อทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้เพื่อสร้างพื้นที่ข่าว ทั้งในไทยและในเวทีโลกโดยทักษิณทำให้ดูเหมือนว่า ซื้อมา 70 ล้านปอนด์ขายไปได้ 150 ล้านปอนด์ แล้วให้พรรคพวกยกย่องว่าเห็นไหม เก่งอีกแล้ว ทำทีมฟุตบอลก็กำไร ทำอะไรก็ดีไปหมด ตามข่าวสเตรทไทม์ครั้งนี้ เปิดโปงว่า ทักษิณได้ลงทุนรวมกับซื้อนักกีฬาเป็นเงินถึงกว่า 200 ล้านปอนด์! และจากการตรวจสอบที่มาของเงินทำให้บัญชีนอมินีต่างๆ ของทักษิณถึง 25-30 บัญชีต้องถูกแช่แข็ง ในฐานะที่เป็นคนไทยระลึกถึงพระคุณแผ่นดินบ้าง ระลึกถึงคำสอน "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่ทุกเหล่าทุกฝ่ายทุกๆ คน หากท่านไม่พยายามสร้างภาพว่า ต้องเป็นคนทันสมัยเป็นคนโลกาภิวัตน์ ก็คงไม่ลงทุนเกินตัวหรือกู้เงินเกินตัว โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและจะไม่พาตัวสู่วิบัติเช่นนี้ น่าจะต้องยอมจำนนแล้วว่าทักษิณคงไม่สามารถลวงคนทั้งโลกได้อีกต่อไปว่าทักษิณเป็นนักธุรกิจคนเก่ง "รวยแล้วไม่โกง" ก็หวังว่าทักษิณจะได้ยอมรับฟังคำแนะนำของลูกน้องผู้เตือนท่านด้วยความรักว่า "มันจบแล้วครับนาย" ทักษิณควรกลับใจ ต่อสู้ความด้วยหลักฐาน และเหตุผล ใช้ความจริงครบด้านเผชิญความจริง ถ้าทักษิณ "ถูก" ทุกคนก็ศรัทธา ถ้าทักษิณ "ผิด" ก็ยอมเข้าคุก ให้ประชาชนเห็นข้อมูลเท่ากัน โดยไม่มีความแตกแยกและเห็น "คุณค่า" ของ "ความชอบธรรม" ให้คู่กับแผ่นดินไทย หลังจากนั้น ทักษิณก็จะมีชีวิตที่สง่างามขึ้นและบ้านเมืองก็จะมีมาตรฐานคุณธรรมสูงขึ้น และสงบสุขร่มเย็นต่อไป