20 พฤษภาคม 2552

การตัดสินใจของประชาชนที่จะกำหนดทิศทางของภาคประชาชนและอนาคตประเทศชาติด้วยตัวเอง

การเมืองในปัจจุบันตอบสนองเจตนารมณ์ของวีรชนแล้วหรือยัง
การเมืองในปัจจุบันจะนำไปสู่การเมืองใหม่ได้หรือไม่
พันธมิตรฯ ควรเดินหน้าเพื่อสานเจตนารมณ์ต่อไปหรือไม่
กลุ่มคนใดที่มีโอกาสสร้างการเมืองใหม่ได้จริง
พันธมิตรฯ จะสร้างการเมืองใหม่ให้เป็นผลสำเร็จด้วยวิธีใด
ทราบหรือไม่ว่าต่อไปจะมีข้อจำกัดในอนาคตที่นักการเมืองพยายามออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการชุมนุม
รัฐบาลในปัจจุบันจะสามารถคลี่คลายได้สำเร็จหรือไม่
พันธมิตรฯ ควรพอใจหรือยังกับการตอบสนอง/ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ ทั้ง 13 ข้อ
ถึงเวลาหรือยังว่าควรมีพรรคการเมืองใหม่เพื่อสร้างการเมืองใหม่
บทบาทของพันธมิตรฯ กับพรรคการเมืองใหม่ควรมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
แกนนำพันธมิตรฯควรมีบทบาทอย่างไรในอนาคต
อะไรทำให้พันธมิตรฯควรที่จะก้าวเข้าสู่การเมืองเพื่อสร้างการเมืองใหม่มากที่สุด
อยากเห็นใครเป็นหัวหน้าพรรค
เห็นว่าควรตั้งพรรคเมื่อใด
คาดหวังอะไรจากพรรคการเมืองใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น
หากมีการเลือกตั้งท่านจะตัดสินใจลงคะแนนเลือกพรรคใด
อะไรเป็นสิ่งที่ท่านกังวลมากที่สุดในการตั้งพรรคการเมืองใหม่
อยากให้พรรคการเมืองใหม่มีผู้นำ/โครงสร้าง/นโยบายอะไรบ้าง

พันธมิตรฯ นั้นไม่ยินยอมประนีประนอมกับความชั่วและจะใช้สื่อเอเอสทีวีอันทรงพลังเป็นหัวหอกแฉโพยความสามานย์ของกลุ่มการเมืองต่างๆ อย่างชนิดถึงลูกถึงคน คนเสื้อเหลืองนั้นมีวจีกรรมและกรรมแห่งการกระทำทั้งปวงที่ล้วนมุ่งมั่นเพื่อต่อสู้กับพวกทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ถึงขนาดยอมพลีชีพเพื่อปกป้องสถาบันสำคัญของชาติซึ่งตรงกับภารกิจหลักของกองทัพไทยหรือเป็นภารกิจที่กองทัพต้องเป็นกองหน้าในเชิงปฏิบัติด้วยซ้ำไป ปรากฏการณ์การต่อสู้ของสนธิ ลิ้มทองกุลตามด้วยการผสานพลังของแกนนำพันธมิตรฯ ได้นำกองทัพคนเสื้อเหลืองอันไพศาลออกมาต่อสู้กับรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลนอมินีสมัคร สุนทรราชรวมทั้งสมชายกระโปรง ด้วยวิธีการสันติอหิงสาอย่างต่อเนื่อง ในบางครั้งรู้สึกทดท้อเหนื่อยล้าเพราะความยืดเยื้อและวิธีการต่อสู้ในบางครั้งจากการชุมนุม 193 วันคนไทยหลายล้านคนได้ตื่นตัวอย่างขนานใหญ่ของประชาชนไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชาชนออกมากันเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ จนระบอบทักษิณต้องทำแผนไทยฆ่าไทยที่นำเอากลุ่มอันธพาลเสื้อแดงพร้อมอาวุธนานาชนิดจากสนามหลวงมายังสถานที่ชุมนุมอย่างสันติของพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานฯ และทำเนียบรัฐบาลหวังทำร้ายคนเสื้อเหลืองโดยไม่แยแสต่อตัวบทกฎหมายท่ามกลางตำรวจและสื่อมวลชนมากมาย รัฐบาลสมัยนั้นเองก็ได้สลายการชุมนุมอย่างป่าเถื่อนโดยผิดขั้นตอนด้วยอาวุธสงครามนานาชนิด ลอนส่งผู้มีอิทธิพลในเครื่องแบบบางกลุ่มมาลักลอบยิงและปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมกลางกรุงเทพฯ จนบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน แต่นายทหารใหญ่ทั้งนอกและในราชการบางคนก็มิได้กระทำการใดๆ แถมกลับยังมีทัศนะว่าทั้งเหลือง-แดง-ล้วนเป็นภัยต่อความมั่นคง (ของพวกกู) ทั้งคู่

เรายังไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนทำเพื่อชาติเลยทุกคนทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น ทหารใหญ่เหล่านี้กลับไปร่วมมือพวกนักการเมืองขี้โกงทั้งในลับและเปิดเผยเพื่อสร้างกลุ่มการเมืองใหม่และขุมกำลังคนสีน้ำเงินเป็นบันไดก้าวขึ้นยึดครองอำนาจรัฐ ชายไทยชื่อพม่าหน้าเขมรคนนี้กับพรรคพวกกำลังฉวยโอกาสสวาปามเงินงบประมาณชาติด้วยสารพัดโครงการของรัฐอย่างมูมมามโดยมีชาวประชาธิปัตย์บางคนกระทำทั้งหลิ่วตาและให้ท้ายรวมทั้งร่วมกันแบ่งปันกระสุนดินดำเข้ากระเป๋า กลุ่มการเมืองใหม่มีการกระทำอะไรบางเรื่องบางราวไม่ถูกต้องและหากมีอำนาจทางการเมืองไว้ในกำมือเมื่อไหร่คนเหล่านี้จะแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองและพวกพ้องอย่างไร้ยางอายอีกด้วย คนเหล่านี้จึงมองสนธิลิ้มและพันธมิตรฯ ทั้งปวงเป็นก้างขวางคอทางการเมืองชิ้นใหญ่และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถีบอภิสิทธิ์ลงจากเก้าอี้นายกโดยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ เหตุการณ์รถนายกฯ โดนล้อมกรอบที่พัทยา, เหตุการณ์นายกฯ เฉียดตายที่กระทรวงมหาดไทย, เหตุการณ์สงกรานต์เลือดในเดือนเมษายน เหนือความคาดฝัน นายกฯ อภิสิทธิ์จึงได้ใช้นายทหารใหญ่ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายและไม่ได้อยู่ในสายคุมกำลังมาจัดการกับม็อบอันธพาลการเมืองโดยมีนายทหารใหญ่ทั้งนอกและในราชการบางคนที่ทำตัวนอกลู่นอกทางนั่งหูห้อยคอตกให้ชาวบ้านอย่างเราๆ ได้เห็นในระหว่างการประกาศอธิบายสถานการณ์ในห้วงเวลานั้น ความมุ่งมั่น ตีแผ่ เปิดเผยความจริงของเอเอสทีวีและสนธิลิ้มอย่างรุนแรงจึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ว่ามีกระสุนจากอาวุธสงคราม เสียงปืนร้อยกว่านัดมุ่งฆ่าสนธิ ลิ้มให้ดับดิ้น คนสั่งฆ่าสนธิคงเชื่อว่าสนธิตาย-พันธมิตรฯ ตาย-พรรคพันธมิตรฯ ตาย-เอเอสทีวีตาย-ก้างขวางคอตาย แต่สนธิ ลิ้มดันรอดชีวิตในวินาทีแห่งความตายมาเยือนอยู่ต่อหน้าต่อตา

ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ทุ่มเท เสียสละของแกนนำและเพื่อนพ้องพันธมิตรฯ จากทั่วทุกสารทิศที่รู้เห็นและตระหนักในปัญหาร่วมกันคือการเมืองในปัจจุบันเป็นการเมืองเก่าและล้มเหลว ความเหลวเละเหลวแหลกของนักการเมืองไทย นักการเมืองก็ยังคงมัวเมาในอำนาจและยังปกครองประเทศเพื่อประโยชน์ของทักษิณ ของพวกพ้องและตัวกรูต่อไปและต่อไป เราจึงต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เราจึงต้องการดิ้นหลุดจากวงจรอุบาทว์ แม้ว่าในวันนี้เรายังมีความหวังกับประชาธิปัตย์เพราะเราศรัทธาในตัวนายกฯอภิสิทธิ์ กรณ์ จาติกวณิช บุญยอด สุขถิ่นไทยและอีกหลายๆท่านแต่บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนการเมืองแบบเก่าให้เป็นการเมืองใหม่ได้โดยลำพังเพราะถูกจำกัดทั้งโครงสร้างของการเมืองรัฐบาลผสม วัฒนธรรม วิธีคิดของพรรค ในวันนี้เราไม่สามารถพึ่งพิงพรรคการเมืองใดๆได้เลย เรายังต้องต่อสู้บนแนวทางภาคประชาชนโดยพัฒนาปรับแต่งขบวนให้เข้มแข็งมากขึ้นและมากขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลเป็นหูเป็นตาเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน ไม่ให้พวกโจรมันปล้นชาติปล้นเมืองต่อไป

คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้ ...เมื่อเราเจอกันข้างพรหมลิขิตก็อยากใกล้ชิดมากเกินห้ามใจ ต้องเจียมตัวว่าเราคือใคร แค่แอบรู้ใจไม่ใช่แฟน......ก็อยากดูแลให้มากกว่านี้เหลือเกิน แต่กลัวจะเผลอ จนเผลอทำเกินหน้าที่...ขอโทษบางคราวที่ต้องเหินห่าง และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ บางอย่างที่ขอมากไป เจ้าที่หัวใจเขาหวงแหน...คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนทุกเรื่องไม่ได้ หน้าที่ตามฐานะใจ ห้ามเดินก้าวล้ำเส้นแฟน...ยอมอยู่ข้างใจ แต่ไม่ขอเป็นสำรอง ขออย่าได้มองความซื่อแล้วแปลว่าง่าย...

การตั้งพรรคการเมืองสู้ในแบบประชาธิปไตยตัวแทนคือมี ส.ส.ในสภาของพันธมิตรฯ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ว่าจะเร็วหรือช้าพันธมิตรฯ ก็คงจะต้องตั้งพรรคการเมืองเมื่อทำความเข้าใจกันดีแล้วเห็นร่วมกันแล้วว่าน่าจะตั้งก็ตั้ง ถ้าไม่ก็ยังไม่ตั้งมันจะเสียหายอย่างไรหากการต่อสู้เราจำเป็นต้องมีอาวุธเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิดน่าจะเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ใช้ความเสียสละ ความซื่อสัตย์และความกล้าหาญ ตลอดจนความรู้ความสามารถและผนึกพลังกันเดินหน้าสร้างการเมืองใหม่ให้เป็นจริงในอนาคตได้ สร้างความหวังให้ประชาชนที่กำลังเบื่อหน่าย สิ้นหวังกับการเมือง(เก่า) น่าจะได้เวลาที่พันธมิตรฯ ควรจะยกระดับการต่อสู้ด้วยการตั้งพรรคการเมือง โดยที่ยังไม่ละทิ้งการต่อสู้ภาคประชาชนอย่างพันธมิตรฯ มวลชนเราไม่สามารถออกมารวมตัวต่อสู้บนท้องถนนได้ในทุกสถานการณ์ การชุมนุมเคลื่อนไหวในลักษณะอารยะขัดขืนเช่น ยึดถนน ยึดสถานที่ราชการก็มีความจำกัดและยากลำบากกว่าเดิมจึงไม่ควรและไม่ใช่ทางเลือกหลัก แต่การปกป้องผลประโยชน์ชาติก็น่าจะหนักแน่นขึ้นถ้าพันธมิตรฯ ประสานเสียงการต่อสู้อย่างสร้างสรรค์ทั้งนอกสภาและในสภา

การเมืองใหม่น่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ สามารถช่วงชิงที่นั่งของภาคกลาง ภาคอิสาน ภาคเหนือให้ได้มากที่สุด การเมืองใหม่ไม่มีขาย ใครจะทำให้ถ้าไม่ทำเอง อยากได้ต้องทำเอง การเมืองใหม่ไม่มีทางได้มาด้วยการชุมนุมเรียกร้อง ชุมนุมให้ตายก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองได้เพราะขาดอำนาจบริหารจัดการ หรือแค่ได้ยื่นหนังสือให้ผู้มีอำนาจซึ่งเขาไม่ทำแน่นอนถ้าไม่ส่งผลประโยชน์โพดผลอะไรให้เขา ภายใต้ค่านิยมและวัฒนธรรมการเมืองเก่าที่ฝังรากลึก อย่าลืมว่าสนธิลิ้มเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่รับตำแหน่งการเมืองนั้น "มาด้วยจิตใจบริสุทธิ์ และไม่มีทางลงรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นในอนาคต เพียงต้องการเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน หากผิดคำพูดถุยน้ำลายใส่หน้า หรือถอดรองเท้าตบหน้าได้เลย" อย่าอ้างความจำเป็นหรือประชามติที่ต้องผิดคำพูด ทำให้ดุกันชัดๆเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนรุ่นใหม่ต่อไปที่จะรักษาคำพูด สนธิควรจะอยู่ตรงนี้ทำผู้จัดการ astv ต่อไปดีกว่าไม่จำเป็นต้องมีอำนาจทางการเมือง

ในการ 1) ประชุมตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรประชาชน ฯ ของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศกับแกนนำเพื่อหาแนวทางการตั้งพรรคการเมือง ณ มหาวิทยาลัยรังสิตที่อาคารนันทนาการ ในวันที่ 24 พค. 2552 แกนนำจะเป็นฝ่ายพูดความในใจและวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจและสถานการณ์การเมืองไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรม การเมืองใหม่กับก้าวต่อไปของพันธมิตรฯ รวมทั้งพรรคการเมืองและ 2) การชุมนุมใหญ่เพื่อระลึกถึงวันครบรอบ 1 ปีของการชุมนุมใหญ่ 193 วัน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สนามกีฬา เมน สเตเดียม ในวันที่ 25 พค. 2552 พันธมิตรฯ ทั่วประเทศจะยอมรับและเคารพการตัดสินใจของประชาชนในวันนั้นและไม่ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไรก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจของประชาชนที่จะกำหนดทิศทางของภาคประชาชนและอนาคตประเทศชาติด้วยตัวเอง

13 พฤษภาคม 2552

ถ้าเรากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อีกครั้ง...

พฤติกรรมที่แตกต่างกันต้องควบคุมด้วยมาตรการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนำมาปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนและมาตรการในการดำเนินคดีต่อแกนนำเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงที่แน่นอนต้องแตกต่างกัน ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2549 และจากการชุมนุมอันยืดเยื้อยาวนานในรอบหลังอีกประมาณ 193 วันใน 2-3 รัฐบาลที่ผ่านมาของระบอบทักษิณถึงแม้จะได้ก่อความเดือดร้อนให้แก่สังคมส่วนหนึ่งมิใช่น้อยแต่สังคมส่วนใหญ่ก็ยังยอมรับได้ในพฤติกรรมและอุดมการณ์อันแน่วแน่เพื่อประเทศชาติ เป็นฝ่ายถูกกระทำ มีผู้ต้องล้มตายและบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย แต่แกนนำสามารถควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในขอบเขตและวินัยที่ดีตลอดเวลา ในขณะที่กลุ่มม็อบแดงมีผู้ชุมนุมไม่ได้มีหัวใจแดงเดือดตามพฤติกรรมที่แสดงออกโดยแกนนำและฮาร์ทคอร์บ้าเลือดเสียทั้งหมดแต่แน่นอนว่ามีคนอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาโดยต้องการให้เกิดความวุ่นวายรุนแรงขึ้นในบ้านเมือง ปิดการจราจรในจุดสำคัญหลายแห่ง เพียงประมาณ 10 วันคนเสื้อแดงสร้างพฤติกรรมที่เสียหายร้ายแรงมากมายอย่างไม่น่าเชื่อประกาศไล่ล่านายกรัฐมนตรี มีการประกาศให้ค่าหัวเป็นเงินรางวัลในการทำร้ายนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาล รุมทุบทำลายรถประจำตำแหน่งคนสำคัญๆหลายต่อหลายคน ประกาศจะบุกปล้นธนาคารเอาเงินออกมาใช้จ่ายในการชุมนุม เตรียมระเบิดทำลายธนาคารสำคัญและบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เผาทำลายรถเมล์ประจำทางหลายสิบคัน นำรถยนต์บรรทุกแก๊สเต็มถังถึง 3 คันไปจอดในที่ชุมนุมชนประกาศระเบิดรถแก๊สเผาเมือง ดังนั้นการควบคุมด้วยมาตรการที่ต่างกันสำหรับสองพฤติกรรมที่ต่างกันไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐานแต่อย่างใด

สิ่งที่เรียกว่าสองมาตรฐานแท้จริงแล้วมันคืออะไร คนจน คนชั้นกลางหลายคนไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี ทั้งทางการเงิน การเมืองก็ต้องติดคุก ติดตะรางโดยเร็วและฉับพลัน แต่ขณะที่ลูก ญาติ ตัวของนักการเมืองทำผิดกฏหมายไม่สามารถที่จะทำการเล่นงานได้เลย ยังมีหน้ามาถามอีกว่ารู้ไหมกูลูกใคร

ในความผิดการกระทำอันขัดกันในประโยชน์จากการรับทำหน้าที่พิธีกรรายการทำอาหารทางทีวีซึ่งสมัครรับค่าตัวเดือนละนับแสนบาทในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับมาประกาศปาวๆว่า"ทำอาหารถูกปลด เป็นกบฏถูกปล่อย" (ดูมันโยนบาปให้คนอื่น) เพียงแค่ชาวบ้านร้านช่องแค่รับงานนอกองค์กรที่ตนทำงานอยู่ด้วยไปทำนอกเวลา ยังได้รับจดหมายตักเตือนจากองค์กรนั้นๆที่เขาสังกัดอยู่ให้ยุติการรับงานนอกเลย แต่นี่เป็นถึงนายกรัฐมนตรียังมีหน้าส่งลิ่วล้อมาร้องแรกแหกกระเฌออีก

คนที่ใช้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ เซ็นรับรองให้ภรรยาสามารถซื้อที่ดินผืนนั้นได้ แล้วตัวเองก็ประกาศเลื่อนวันหยุดโดยไม่จำเป็นไม่เหมาะสมและมีเจตนาฉ้อฉลทำให้ภรรยาไม่ต้องจ่ายเงินภาษีซื้อขายที่ดินส่งผลรัฐเสียรายได้นับสิบล้านบาทเพราะวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่กฏหมายที่ตัวเองแก้ไขไว้จะมีผล พอตัวเองถูกตัดสินจำคุกก็หลบหนีไป คนๆนี้ในวันนี้ให้ร่างทรงมาตำหนิศาลว่าใช้ศาลเดียวตัดสิน ขาดเลยแต่ในความเป็นจริงคนๆนี้ไม่กล้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองแม้กระทั่งการขออุทธรณ์ เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่าศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังเปิดโอกาสให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถอุทธรณ์ได้ในเวลาที่กำหนด น่าจะดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 เสียอีกที่

พรรคพลังประชาชนโดนศาลรัฐธรรมนูญลงมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคก็กล่าวหาว่าตุลาการศาลสูงแห่งนี้จงใจกลั่นแกล้งทั้งๆที่เกิดจากความผิดของยงยุทธ ตู้เย็นที่เป็นกรรมการบริหารฯทำความผิดทุจริตการเลือกตั้ง หากเป็นแค่ลูกจ้างขับรถยนต์เกิดเหตุเฉี่ยวชนทำความเสียหายแก่บุคคลอื่นนายจ้างที่ไม่ได้อยู่ด้วยหรือรู้เห็นร่วมการกระทำผิดของลูกจ้างแต่ต้องร่วมกันรับผิดในการกระทำของลูกจ้างผู้กระทำตามการที่จ้างนั้นด้วย อย่างนี้เรียกว่าสองมาตรฐานหรือไม่

หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีอันพังพาบไปหลังจากสลายการชุมนุม แกนนำพยายามใส่ไข่ บิดเบือน พยายามยิ่งในการพลิกกลับมาเป็นผู้เสียหายเสียเอง กล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดฉากใส่ร้ายคนเสื้อแดง แต่กระนั้นก็ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะฟังแต่ในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อเท่านั้นเป็นมวลชนที่ยังอุตส่าห์ลากขาเดินตามแกนนำเสื้อแดงเหล่านี้ยังมีอยู่มากซึ่งแกนนำเองก็หวังจะปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่งรื้อฟื้นพลังเสื้อแดงกลับคึกคักขึ้นใหม่อีกครั้ง แม้ว่าแกนนำขี้เท็จ โกหกหน้าด้านๆครั้งแล้ว-ครั้งเล่า มวลชนที่ยากเอามากๆต่อการชี้แจง-ทำความเข้าใจยังคงออกมาขานรับความเท็จวันนี้จากแกนนำอีกต่อๆไป ทำไงได้...ในเมื่อบรรดากลุ่มคนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นพี่ๆน้องๆของเราทั้งนั้น จะไปจับตัวเอามาผ่ากะโหลกควักสมองออกมาขัดถูด้วยสกอตไบรท์แล้วยัดกลับเข้าไปในกบาลเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในแบบฉับพลันทันทีมันคงไม่ถึงกับง่ายขนาดนั้น ขนาดเอ็นจีโอของมอนเตเนโกรประเทศเล็กๆเกิดใหม่ในยุโรปยังไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลสาธารณรัฐมอนเตเนโกรที่ให้พาสปอร์ตแก่ทักษิณเพราะไม่โปร่งใสในกระบวนการออกพาสปอร์ตของมอนเตเนโกรเอง

เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยจึงยกจักแร้ชูประเด็นเรียกร้องหยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างค่านิยมให้คนไทยได้ตระหนัก ตีขลุมกล่าวโทษขบวนการทางการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวตามสิทธิ ชี้หน้าด่ากราดไปเสียทุกกลุ่ม เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยควรจะหยุดหลอกตัวองก่อนและเลิกรับจ้างคนอื่นได้แล้ว คนผิดต้องได้รับโทษและคนดีต้องได้รับการสนับสนุน ยกย่อง สรรเสริญ เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยนั่นแหละที่ทำลายประเทศชาติด้วยการปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก ยังแยกถูกแยกผิดไม่ได้ ไม่แม้กระทั่งจะบอกสังคมว่าถูกต้องเป็นถูก ผิดต้องเป็นผิด รณรงค์ให้ตายก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ตราบใดที่ยังโกหกและมีคนโง่เชื่อเรื่องโกหกนั้นอยู่ปัญหาก็จะไม่จบ ใครก็ตามที่ยังไม่กล้าประกาศว่า นช.ทักษิณและสมุนเป็นศัตรูของชาติก็อย่าหวังว่าจะพาประเทศออกจากวิกฤตความรุนแรงได้

รัฐธรรมนูญ 2550 ร่างขึ้นมา โดยเอาจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ 2540 มาปรับปรุงแก้ไขใหม่ แล้วรัฐธรรมนูญ 2540 มีอะไรดีไดโนเหนาะและพวกจึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากกลับไปใช้นักหนา ผู้อาวุโสที่เสนอให้นิรโทษกรรม พลิ้วไหว เคยทิ้งทักษิณ โดดขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เปิดใจในหนังสือ คนรู้ทัน เปิดโปงพฤติกรรมซ่อนเงื่อนที่แฝงเร้นผลประโยชน์ของระบอบทักษิณก้มลงเลียน้ำลายตัวเองยังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นตัวตั้งตัวตีในการคัดค้านรัฐธรรมนูญ 2540 มาก่อนจนได้ฉายาว่าเป็น“ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี”ติดตัวมาจนบัดนี้ ไดโนเหนาะพูดเหมือนกับว่าข้อกล่าวหาคดีทุจริตประพฤติมิชอบทั้งหลายของทักษิณเกิดจากการถูกกลั่นแกล้ง จนบัดนี้หลายคดีที่กล่าวหาก็ยังไม่เห็นตัดสินใจอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การที่หลายคดียังไม่ตัดสินเพราะต้องใช้เวลาในการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมโดยรอบคอบ แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไม่กล้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองทำให้ศาลต้องจำหน่ายคดีชั่วคราว หรือการเสนอขายทางเลือกพิเศษนายกฯคนกลางของไดโนเหนาะน่าจะเป็นแผนพิเศษให้ขั้วอำนาจใหม่เบียดแทรกเข้ามาหยิบชิ้นปลามัน

ถ้าเรากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อีกครั้ง... การซื้อตัวส.ส.ยกเข่ง ยกพรรคจะสามารถเกิดขึ้นได้อีกเพื่อยึดครองเสียงข้างมากอย่างผิดปกติในสภา ฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถตรวจสอบดุลและคานอำนาจฝ่ายบริหารได้ยากขึ้นจะต้องใช้ ส.ส. ถึง 2 ใน 5 ในการขออภิปรายนายกฯ และนักการเมืองจะอาจกลับไปใช้วิธีสลับเก้าอี้ปรับตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อหลบหนีการอภิปรายได้ด้วย คนใกล้ตัวนักการเมืองสามารถเป็นหุ้นส่วนหรือถือครองหุ้นบริษัทธุรกิจได้และไม่ต้องแจ้งทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ในชื่อผู้อื่นอันจะทำให้ส.ส.หรือส.ว.โกงได้ง่ายขึ้น รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีบทบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาจริยธรรมของผู้ที่มีตำแหน่งแห่งหนไว้ป้องกันภัย บรรดาส.ว.จะกลับไปเป็นสภาหมอนข้างหรือสภาผัวเมียหรือแม้แต่สภาทาสได้อีกเหมือนที่เคย องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่มีจะถูกครอบงำแทรกแซงได้ง่ายๆ ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงน้อยลงการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะยากขึ้นจาก 20,000 ชื่อเป็น 50,000 ชื่อ ไม่ต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชนเสียก่อนก่อนดําเนินโครงการขนาดใหญ่ๆ หน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคไปอยู่ใต้อาณัติของนายทุนนักการเมือง รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่บัญญัติให้มีสภาเกษตรกรที่จะใช้แก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร เอกชนบางรายสามารถเป็นเจ้าของผูกขาดกิจการสาธารณูปโภคได้ นักการเมืองสามารถเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นผู้ถือหุ้นอันเป็นการครอบงำ แทรกแซง บิดเบือนการทำหน้าที่ของสื่อได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม การทำงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจะยากลำบากขึ้น ประชาชนจะถูกปิดช่องทางในการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงและไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลฎีกา นักการเมืองจะสามารถซื้อเสียงกันแบบตัวใครตัวมัน คตส. และการดำเนินงานของคตส.จะถูกล้มล้างตามไปด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีบทลงโทษพรรคการเมือง นักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการให้ยุบพรรคการเมือง และลงโทษกรรมการบริหารพรรคที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งไม่ให้มีสิทธิในการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี บทลงโทษดังกล่าวนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อพรรคการเมืองใดเลยหากพรรคการเมืองนั้นเล่นการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ รัฐธรรมนูญไม่ได้มีความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย ปัญหาความแตกแยกขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวกับมาตราใดมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ แต่นักการเมืองเขี้ยวลากดินหากินอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่แก่เพราะกินข้าวเฒ่าเพราะเกิดนานกำลังทุรนทุรายกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ยาแรงที่ทำให้นักการเมืองเหล่านั้นทำมาหากินไม่สะดวก ถูกกักบริเวณ ชาวบ้านรู้เท่าทันนักการเมือง 111 คนรวมไปถึงอีก 109 คนรวมเบ็ดเสร็จ 220 คนเคลื่อนไหวกันอย่างเป็นขบวนการสอดคล้องกันแล้วว่ามีความพยายามเพราะต้องการกดดันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้ ต้องการการนิรโทษกรรมความผิดของนักการเมือง โดยเฉพาะต้องการฟอกผิดคดีทุจริตทั้งหมดให้กับทักษิณ ชินวัตรเป็นหลัก มีทั้งการเคลื่อนไหวจากคนเสื้อแดงและคนนอกสภาผสมโรงเข้ามา ทั้งๆที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่น่าจะเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับชาติบ้านเมืองขณะนี้ อย่าไปเข้าใจผิดว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้วบ้านเมืองจะแตกแยก การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ทำเพื่อฟอกคนผิดให้กลับมาถูกต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้นักการเมือง ต้องไม่ยุบองค์กรอิสระ ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผลสำรวจออกมาแล้วว่าผู้ที่ทำร้ายประเทศไทยเรามากที่สุดคือนักการเมืองซึ่งถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญก็อย่าสมัครลงเลือกตั้งเสียก็หมดเรื่อง อย่ามาอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มาจากเผด็จการทหารเพราะไม่ว่าจะฉบับไหนๆมันก็มาจากผู้ที่ทำการปฏิวัติทั้งสิ้น ดังนั้นการยุบทิ้งรัฐธรรมนูญปี 2550 ไปทั้งฉบับเพื่อกลุ่มนักการเมืองเลวจะได้กลับมารุมปล้นบ้านกินเมืองเหมือนอย่างที่ผ่านมา

ถ้านักการเมืองอาชีพที่ได้อาสาเข้ามาบริหารประเทศตามกระบวนการประชาธิปไตยสามารถกระทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ได้หาเสียงกับประชาชนว่าจะเป็นตัวแทนเข้าไปในสภาเพื่อกำกับดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมนั้น ประเทศไทยคงไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมถูกทำร้าย กระทำชำเราต่างๆนานาครั้งแล้วครั้งเล่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน "ปัญหาหลายอย่างก็มาจากการเมือง เมื่อมาจากการเมือง นักการเมืองก็เป็นผู้ก่อ แต่ว่ากรุณาอย่าไปสรุปว่าแปลว่านักการเมืองทุกคน หรือแม้แต่จะไปสรุปว่านักการเมืองส่วนใหญ่ ทุกวงการก็มีคนที่สร้างปัญหา นักการเมืองสร้างปัญหาผลไปตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่ของพวกเรานักการเมือง แต่ส่วนใหญ่มีความตั้งใจดีที่จะไม่ให้เกิดปัญหา ก็ต้องมาช่วยกันแก้ไข เน้นถึงเรื่องการใช้ทางสายกลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกในปัจจุบันนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาซึ่งเกิดขึ้นจากความสุดโต่งทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้ง หรือเรื่องอื่นๆ" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าว


คลิ๊กอ่าน - เมื่อเอาประชาชนมาทะเลาะกัน ในการเมืองของชาติ - โดย ขวัญสรวง อติโพธิ