ครอบครัวชาวนาอยุธยาของอาจารย์ปรีดีต่างจากครอบครัวพ่อค้านักธุรกิจและนักการเมืองอย่างไร อาจารย์ปรีดีรับราชการตลอดชีวิตต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ไปทำมาหากินในธุรกิจส่วนตัว อาจารย์ปรีดีทำงานเพื่อประเทศชาติส่วนรวมยาวนานตลอดชีวิตไม่เคยมีมลทินเป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าแผ่นดิน อาจารย์ปรีดีไม่เคยถูกคดีเช็คเด้ง ไม่เคยถูกกล่าวหาว่าโกง ไม่เคยร่ำรวยขึ้นมาได้ก็ด้วยธุรกิจผูกขาด ไม่เคยหลีกเลี่ยงไม่จ่ายภาษี อาจารย์ปรีดีไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ภริยาของอาจารย์ปรีดีเป็นป้อมเพชรแท้ๆไม่ได้ไปขอใช้นามสกุลใครมา ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของสามีเป็นแบบอย่างที่พึงประสงค์ของสังคมไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สมถะเรียบง่ายยามจากโลกไปก็ไม่สร้างความลำบากให้กับลูกหลาน ญาติมิตร อาจารย์ปรีดีพยายามอภิวัฒน์ประเทศไทย,สถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเพื่อสร้างพลเมืองที่รู้เท่าทันการเมือง,เจรจาแก้ไขสนธิสัญญาที่ประเทศชาติเสียเปรียบ อาจารย์ปรีดีไม่เคยปลุกระดม จัดซื้อจัดตั้งประชาชนหรือสร้างขบวนการป่วนบ้านป่วนเมืองเมื่อพ้นจากอำนาจไปอยู่ต่างแดนแม้จะอยากกลับบ้าน อาจารย์ปรีดียังคงได้รับการเคารพยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างสูงยิ่งเป็นที่จดจำรำลึกของอนุชนรุ่นต่อๆไป
“อยากกลับบ้านแต่ถ้าเรากลับมาแล้ว บ้านเมืองวุ่นวาย ต้องมีคนไม่ชอบแล้วอย่างนี้จะกลับได้ยังไง อยากให้บ้านเมืองสงบ คิดว่าอยู่ต่างประเทศดีกว่า ใจน่ะอยากกลับ ถ้ากลับมาไม่สงบก็เป็นคนไม่รักชาติ เราต้องการให้ชาติบ้านเมืองมีความสงบรุ่งเรือง...”
ระบอบทักษิณ
ปราโมทย์ นาครทรรพได้นิยามลักษณะของระบอบทักษิณว่าเป็นระบบความเชื่อและระบบความประพฤติของกลุ่มบุคคลที่เคยได้ดีเพราะทักษิณที่มีความเชื่อว่าเมื่อตนและพวกได้ตำแหน่งจะโดยสัญลักษณ์ของการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นในครม. ในสภา เทศบาล อบจ.หรืออบต.ก็ตาม หรือโดยการแต่งตั้งในกระทรวงทบวงกรมก็ตามก็จะต้องดูแลพวกพ้องและบริวารและใช้ขีดความสามารถในและเหนืออำนาจหน้าที่อย่างเหี้ยมหาญให้เกิดรายได้และเครือข่ายอุปถัมภ์จากโครงการและงบประมาณของรัฐบาล โดยไม่ย่นระย่อและเอาชนะอุปสรรคตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ให้ได้ขณะนี้ระบอบทักษิณยังอยู่และเป็นปกติสุขดี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ล้วนแล้วแต่มีเยื่อใยไมตรีหรือไม่ก็เห็นอกเห็นใจเป็นฝ่ายของระบอบทักษิณและซากเดนเช่นกลุ่มเพื่อนเนวินเป็นส่วนใหญ่ ทัศนะของระบอบทักษิณว่าเมืองไทยเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญรอคอยการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เมื่อหากจะยังคงมีพระมหากษัตริย์อยู่ก็จะเป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น
สงครามการเมือง
สงครามการเมืองยังไม่ยุติทักษิณยังไม่วางมือพยายามจะกลับเข้ามาสถาปนาเหนือราชอาณาจักรไทยต่อไป ตราบใดที่ทักษิณยังอยู่ สงครามการเมืองก็ไม่มีวันเลิกรา นพ.เกษม ตันติผลาชีวะได้วิเคราะห์สภาพจิตของคนๆ นี้ในหนังสือรู้ทันทักษิณ 5 สงครามการเมืองว่าคนๆ นี้มีปมด้อยในจิตใจที่มากพอจะเป็นแรงผลักดันให้อยากมีอำนาจเสียเองต้องการการชดเชยเพื่อลบล้างปมด้อยที่ฝังลึกในจิตใจ โกหกเป็นอาจินต์ทำระยำได้ทุกสิ่ง หลงตนเอง โทษว่าคนอื่นว่าอิจฉาตนเพราะร่ำรวยหรือมีความสามารถและอำนาจมาก หลายอย่างที่เขากระทำไปเป็นเรื่องที่คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่น่าทำ ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี คิดแต่จะจ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น วันนี้ ทุกคนก็รู้ ทุกสถาบันก็รู้ เรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรามีรั้วของชาติที่ต้องรักษา เรามีประชาธิปไตยของบ้านเมือง เรามีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องมาดูแลทรัพย์สินของประชาชน เรามีเจ้าเมืองที่ต้องไปดูแลแต่ละจังหวัดๆ เรามีนายอำเภอเป็นพ่อบ้าน เรามีระบบอยู่ แต่คนๆ นี้มาทำลายระบบทั้งหมดเลย แม้คนๆ นี้จะไม่มีแผ่นดินอยู่แต่เราชาวไทยก็ยังต้องรู้ทัน
เสนาะ เทียนทองแห่งแก๊งค์วังน้ำเย็นตัวแปรสำคัญในการช่วยเหลือเกื้อหนุนให้ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีชูมือทักษิณ"นายกฯ คนต่อไป" “คนของเรา คนไหนที่คิดว่าจะเป็นหน้าตาของเรา หรือลูกศิษย์ลูกหาเรา มันก็ดูดเอาไป ... ดูดคนจากผมไปเป็นคนของเขา พร้อมกับแจกเงิน ... ทำให้ผมไปสั่งอะไรไม่ได้แล้ว ... ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่เขาลืมบุญคุณ ก็เพราะว่าเขาลืมตัว ทำให้หน้ามืดตามัว” พิจารณาปากคำของเสนาะ เทียนทองไปแล้วลองพิจารณาดูเอาว่าใครทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน การใช้อำนาจในทางการเมืองเพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือพวกพ้องมิได้มุ่งหมายเพื่อตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะถือได้ว่าเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน คตส. เห็นว่าการใช้อำนาจในตำแหน่งนายกฯของคนๆ นี้กระทำการเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเองและพวกพ้องทำให้ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรและเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติจึงขอให้ศาลฎีกาฯสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน คนๆนี้เป็นนักโทษที่มีเงิน มีพรรคพวกเป็นผีโมแป้งรับจ้างทำร้ายประเทศอยู่มาก เป็นนักโทษที่ป่วยทางจิต ถ้าคนป่วยทางจิตคนนี้ยังอยู่จะไม่มีวันหยุดทำร้ายประเทศไทย
ก่อนโน้นมีคนทรงเจ้าเข้าผีเข้าทรงบอกว่าอดีตชาติเป็นถึงเจ้าขี้เมือง แต่พอต่อมาเจ้าขี้เมืองกลับมาทำหน้าตาละห้อยสร้อยเศร้าโทรศัพท์มาบอกชาวบ้านเปรียบตัวเองเป็นหมาไปเสียอย่างนั้นไม่ใช่เป็นแค่หมาธรรมดานะแต่เป็นหมาเชื่องและไม่ใช่หมาเชื่องธรรมดาอีกเหมือนกันและยังเชื่องได้กว่านี้อีกถ้าผู้เป็นนายต้องการ ฟังแล้วอยากจะเรียกมันเป็นภาษาจีนว่าไอ้เฮียๆๆ ก็ไม่ใช่หมาตัวนี้หรอกหรือที่เคยทั้งเห่า ทั้งกัดเจ้าของบ้านมาแล้ว ดูจากการกระทำฟังจากคำพูดทั้งในอดีตและปัจจุบันของอดีตเจ้าขี้เมืองที่ตอนนี้บังอาจยกตัวเองขึ้นไปเปรียบตีตัวเสมอกับสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่น่ารัก-เป็นมิตรและที่สำคัญยังซื่อสัตย์มากมายนี้แล้ว ต้องบอกว่าน่าสมเพชและเวทนาเป็นที่สุดเพราะแทนที่เจ้าตัวจะได้ใช้ช่วงวันเวลาที่ผ่านๆ มาคิดทบทวนถึงสิ่งที่กระทำในอดีตว่าตนเองทำอะไรผิดถึงต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ แต่กลับกลายเป็นว่านับวันคนๆ นี้ยิ่งเข้าใจว่าการกระทำหรือแม้แต่คำพูดของตนเองในทุกๆ เรื่องถูกคนอื่นต่างหากที่ผิด ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ปัญหามีกรูเท่านั้นที่แก้ปัญหาได้ ทั้งๆ ที่ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ปัญหามันเกิดขึ้นมาก็เพราะมรึงทั้งนั้น
แค่เศรษฐีสัมปทานคนหนึ่งมาเล่นการเมืองที่เอาตัวเองเป็นกฎหมายจะมาเป็นความถูกต้องทุกอย่างในชาติได้อย่างไร ทักษิณนั้นนอกจากจะไม่ยอมรับโทษยังหลบหนีความผิด แล้วยังมีพฤติกรรมโจมตีทำลายกระบวนการยุติธรรมและศาลยุติธรรมของประเทศยิ่งกว่านั้น ยังมีพฤติกรรมจาบจ้วง ล่วงละเมิด บงการ ใช้ หรือจ้างวาน หรือกระทำการอันกระทบกระเทือนต่อพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์ คำพิพากษาของศาลอาญาที่ให้ยกฟ้องในคดีที่ทักษิณฟ้องหมิ่นประมาทสุเทพ เทือกสุบรรณกรณีถูกกล่าวหาว่าอยากกลับมาเป็นประธานาธิบดีในคำพิพากษาดังกล่าวบางตอนมีการเอ่ยถึงพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
การกระทำของสุเทพเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนเองท่านก็เห็นว่าทักษิณมีพฤติการณ์เหยียบย่ำ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงได้เทศนาสั่งสอนเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2548 ว่าอย่าคิดอาจเอื้อมเป็นประธานาธิบดี ระหว่างเป็นนายกฯทักษิณได้แสดงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์หลายต่อหลายครั้ง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกครั้งได้นำรูปของทักษิณขึ้นนำขบวนเรียกร้องให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยรักไทยพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีของคนเสื้อแดงซึ่งทุกครั้งมักจะพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ติดไว้ที่ฉากหลังเวทีมีข้อความที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและมีการตั้งโต๊ะเสนอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ทักษิณน่าจะหยุดการกระทำอันไม่บังควรแต่กลับไม่หยุดกลับให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเซี่ยลไทม์ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวควรทราบเรื่องแผนการรัฐประหารมาล่วงหน้า" ตามหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 15 พ.ค.2552 ทักษิณให้การสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงให้มาชุมนุมกันจนนำไปสู่การจลาจล จงใจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าทักษิณเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและหากเลือกพรรคเพื่อไทยทักษิณจึงจะสามารถกลับประเทศไทยได้ มีความพยายามจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอีกครั้งว่าหากมีการถวายฎีกาทักษิณจึงจะสามารถกลับประเทศไทยได้ ทั้งๆ ที่ ในความเป็นจริงทักษิณสามารถกลับประเทศไทยได้อยู่แล้วและทางการทุกฝ่ายล้วนต้องการให้กลับเข้ามารับโทษและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมเฉกเช่นประชาชนคนไทยทุกคนเพียงแต่ทักษิณตัดสินใจหลบหนีออกไปเองและที่ไม่ยอมกลับเข้ามาก็เพราะตนเองไม่ต้องการติดคุก
ทักษิณให้สัมภาษณ์โจมตีอำนาจตุลาการ องคมนตรีและกองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลายครั้ง รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทักษิณจงใจกล่าวหาต่อสถาบันเหล่านี้เพื่อให้คนดูเสมือนว่าตนถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสถาบันดังกล่าวทั้งหมดอันเป็นการใส่ร้ายสถาบันดังกล่าวและกระทบกระเทือนถึงสถาบันเบื้องสูง ทักษิณได้เลือกใช้วิธีการให้คนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมืองกระทั่งลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์จลาจลในช่วงสงกรานต์แต่ก็ไม่บรรลุเป้าหมาย
The Earth time อ้างรายงานข่าวจาก Sueddeutsche Zeitung หนังสือพิมพ์ไทย-เยอรมันระบุว่าทักษิณ ชินวัตรได้เข้ามาลี้ภัยในเยอรมนีนาน 6 เดือนโดยอดีตนายกฯของไทย, ซึ่งกำลังถูกทางการไทยต้องการตัว, ได้เข้าเมืองผ่านหน่วยงานคนเข้าเมืองในกรุงบอนน์เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลเยอรมนีไม่พอใจต่อหน่วยงานข่าวกรองเนื่องจากเกรงว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อความสัมพันธ์ของเยอรมนีและไทย
พรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยได้ยื่นดาบให้ศัตรูฟันคอตัวเองไปเรียบร้อยหลายต่อหลายครั้ง การอภิปรายส่วนใหญ่ของส.ส.พรรค์นี้ไม่ได้ติเพื่อก่อ ไม่ได้ใช้โอกาสเพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาติ ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียอำนาจของทักษิณ ส.ส.หลายคนในการอภิปรายในสภาก้าวร้าว ไม่เชื่อฟังประธานสภาฯ หยาบคาย ถ่อยสถุล ส.ส.ทุกวันนี้ดูทรงเกียรติก็แค่เพราะใส่สูท ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง ทุกคนเป็นแค่ลูกน้องทักษิณมาก่อน ขณะนี้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจว่าหัวหน้าพรรคตัวจริงคือทักษิณ ชินวัตรหัวหน้าพรรคเถื่อนที่เป็นผู้ร้ายหลบหนีอาญาแผ่นดิน
คนพรรค์นี้เกลียดรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยอำนาจรัฐประหารอ้างเสมอว่าเพื่อทำลายทักษิณเพียงคนเดียว การถือหุ้นแม้เพียงบาทเดียวก็ถือว่ากระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่มันไม่เคยรู้กันเลยว่าหลักการมาตรา 265 (2)ในหมวดการขัดกันแห่งผลประโยชน์กรณีถือครองหุ้นในกิจการของรัฐในรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็มีบทบัญญัติเรื่องนี้เอาไว้ เพียงแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ขยายไปยังคู่สมรสและบุตรด้วยทำให้ชาวบ้านร้านช่องเขาหลงเข้าใจผิดไปด้วย
พรรคเพื่อไทยคือพรรคพลังประชาชนและพรรคพลังประชาชนคือพรรคไทยรักไทยคือพรรคการเมืองที่ถูกตราหน้าว่าสร้างความวิบัติฉิบหายแก่บ้านแก่เมือง มีการโกงกินกันมโหฬาร เลือกตั้งซ่อมจังหวัดสกลนครและศีรษะเกษเป็นเสมือนศึกเดิมพันบารมีและศักดิ์ศรีของทักษิณ ชินวัตรและเนวิน ชิดชอบ การได้เนื้อได้น้ำอันเนื่องมาจากกระแสการโฟนอินของหัวขบวนที่ยังคงหลงเหลือมนต์เสน่ห์อยู่อย่างไม่สร่างซาสามารถพลิกกระแสการเลือกตั้งซ่อมที่สกลนครชนิดเล่นเอาหมอผีเขมรหน้าแหก ประชาชนผู้ที่พร้อมจะยอมรับต่อรัฐบาลที่โกงขอเพียงให้มีฝีมือ ประชาชนผู้ที่อยากให้นักโทษหนีคดีอาญากลับมาช่วยกอบกู้เศรษฐกิจชักจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมไปแล้ว ประชาชนกลุ่มนี้ได้ให้บทเรียนแก่นายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าความพ่ายแพ้นั้นมาจากการที่ทักษิณโฟนอินเข้ามาหากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวะเวลาในการเคลื่อนไหวสอดคล้องกันพอดีที่ขบวนการเสื้อแดงจัดชุมนุมขึ้นมาอีกครั้งและแกนนำพรรคเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงโดยนำทักษิณมาต่อรองกับประชาชนว่าหากได้รับชัยชนะจะเป็นทางเดียวที่จะนำทักษิณกลับมาก็ฟ้องบอกอยู่โต้งๆว่าพรรคเพื่อไทยไม่แยแสต่อกฎหมายบ้านเมืองนอกจากประโยชน์ของตนเอง
ขบวนการเสื้อแดง
หลังจากที่เคยต้องงัดยุทธการดาวกระจายแยกย้ายกระจัดกระจายเดินทางกลับบ้านกลับช่องไปพร้อมๆ กับความหดหู่ห่อเหี่ยวเพราะสะดุดขาตัวเองในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาหลังจากคลุ้มคลั่งเผาบ้านผลาญเมืองก่อจลาจลกันมา สงกรานต์เลือดที่ผ่านพ้นไปยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศรวมถึงเป็นบทเรียนสำคัญที่แต่ละหน่วยงานได้รับในการประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงและนปช.ผิดพลาดทำให้พวกมันป่วนบ้านป่วนเมืองนำความฉิบหายมาให้กับประเทศตั้งแต่ระดับนานาชาติไปจนถึงระดับตรอกซอกซอย ไม่ว่าจะเป็นการล้มเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา การยึดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล การบุกเข้าไปทุบรถนายกรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทย การเผารถเมล์กลางถนนในใจกลางกรุงเทพมหานครจำนวนหลายสิบคัน การยึดรถแก๊สและนำไปขู่จะจุดไฟเพื่อให้รถแก๊สระเบิดตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครครั้งเดียวก็เกินพอ
ที่น่าจับตาดูกลยุทธ์ของทักษิณจะออกมาเป็นรูปแบบไหนใช้ความรุนแรงเลือดพล่านคงไม่ได้อีกแล้ว จะกล่าวโจมตี พล.อ.เปรมก็หมดเรื่อง ขบวนการเสื้อแดงพยายามเรียกขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นอีกรอบจัดชุมนุมขบวนการเสื้อแดงขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าแกนนำไม่ว่า สามเกลอ หมอเหวง อดิศร อริสมันต์ แรมโบ้ เดินสายถี่ยิบไปตามพื้นที่ต่าง ๆ จัดโต๊ะจีนมีทักษิณโฟนอินเข้ามาเปิดตัวเสื้อแดงซีกนักการเมืองอยากเสนอตัวเผื่อเลือกตั้งรอบใหม่ แดงซีกซ้ายสหายเก่าจุดพลุตามหาวันชาติไทยเสนอฟื้นวันชาติ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติ ก่อให้เกิดการตั้งคำถามกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเสมือนมีเจตนาเดียวกันกับคณะราษฎรที่ยึดอำนาจและเปลี่ยนการปกครอง ยกทักษิณ ชินวัตรนายใหญ่ของตนขึ้นไปเทียบชั้นปรีดี พนมยงค์แกนนำคณะราษฎรอย่างเกินความเป็นจริง
โฟนอินอ้อนบรรดาพ่อยกแม่ยกช่วงหลังๆนี้ตลอดเวลาที่ทักษิณพูดอารมณ์แปรปรวนตลอดเดี๋ยวเศร้า-หดหู่อ้อนวอนขอร้องให้พากลับบ้าน เหมือนเด็กรบเร้าผู้ปกครอง เดี๋ยวเกรี้ยวกราด-คุคลั่งหลั่งเลือด เดี๋ยวอวดรวย อวดเศรษฐีชวนชาวบ้านไปทำเหมืองเพชร เดี๋ยวบอกเหงาทอดอาลัยตายอยากกลัวตายกลางทะเลทรายขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวบอกว่าเป็นนักปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับก็สบายใจ เดี๋ยวเอาอีกแล้วอ้อนจะกลับมาบริหารกอบกู้เศรษฐกิจไทยให้รวยกันทั้งประเทศ คุยโขมงว่าตัวเองไม่มีความผิดแล้วจะขอพระราชทานโทษให้กับคนไม่มีความผิดไม่มีโทษได้อย่างไร
สุรชัย แซ่ด่านอดีตสหายซ้ายอกหักหลงยุคกำลังต่อสู้กับศักดินาซึ่งมีความแข็งแกร่งมากต้องสามัคคีกับทุนนิยมยอมให้ทักษิณมาเป็นผู้นำมีพลังทางการเมืองมากต้องโค่นศักดินาแล้วหลังจากนั้นจีงล้มทุนนิยมเมื่อเอาชนะศักดินาได้แล้วจึงค่อยกลับมาต่อสู้กับทุนนิยมของทักษิณสอดคล้องกับจุดยืนและพฤติกรรมของบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงหลายคน ส่อเจตนาราวกับว่ามีแผนต้องการปลุกระดมขยายแนวร่วมมวลชนเพื่อปฏิวัติโดยประชาชนหวังเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศซึ่งหากจริงก็ถือเป็นภัยอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ แทนที่พวกญาติพี่น้องและข้าทาสบริวารทั้งหลายจะห่วงใยกลับช่วยกันหลอกกิน-หลอกใช้ทักษิณ สับสนอยู่ว่าทักษิณกำลังหลอกใช้วีระหรือว่าวีระกำลังหลอกกินทักษิณแถมลวงคนเสื้อแดงทุกคนให้หลงเชื่อผิดๆด้วยทำให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรเกิดความสั่นไหวในศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง ทั้งพวกทนายพวกนักกฎหมายอดีตผู้พิพากษากลับไม่ท้วงติงปล่อยให้ซ้ายอกหักหลงยุคมาเกาะหลัง
การปรากฏตัวครั้งใหม่ของขบวนการเสื้อแดงทั้งหลายที่ได้จังหวะโอกาสในการเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลกันอีกรอบ การเริ่มต้นด้วยการสร้างแรงกดดันรัฐบาลนอกเวทีรัฐสภาจึงได้ถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ...ตามแผนดากสิ้น 2 ตามสำเนียงอังกฤษหรือแผนทักษิณ 2 ใช้ปฏิบัติการการเคลื่อนไหวการเมืองที่รุนแรงยิ่ง การสลายตัวชั่วคราวของขบวนการคนเสื้อแดงครั้งนี้อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นโดยเป็นเพียงการหยั่งเชิงกระแสของสังคมทั้งๆที่จุดยืนข้อเรียกร้องของขบวนการคนเสื้อแดงแล้วค่อนข้างจะสะเปะสะปะสับสน ไม่ว่าแผนอุบาทว์นั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ความเคลื่อนไหวที่ขบวนการเสื้อแดงน่าจะเป็นส่วนหนึ่ง วางหมากไว้ด้วยโจทย์ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้รัฐบาลต้องเผชิญกับศึกทุกด้านจนอยู่ในสภาพ บริหารได้แต่ปกครองไม่ได้ ที่แกนนำนปช.พยายามบอกว่าแผนนี้แม้แต่ควายก็ยังไม่ได้คิด เราเชื่อว่าควายอาจไม่ได้คิดจริงแค่มีควายนำแผนอุบาทว์นั้นมาปฏิบัติก็แค่นั้น
จากบทเรียนเมื่อสงกรานต์จึงเป็นตำราเล่มสำคัญที่บอกทักษิณว่าไม่อาจใช้กำลังจัดการได้อย่างเดียวแผนทักษิณ 2 ที่มีควายนำแผนอุบาทว์นั้นมาปฏิบัตินั้นกำหนดไว้ 7 ยุทธศาสตร์ 6 ยุทธวิธีนั้นมีเป้าหมายโดยสรุปของ 7 ยุทธศาตร์ตั้งธงไว้ที่การล้มล้างรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้แล้วว่า หากล้มสำเร็จโดยคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลในกลางเดือนนี้ จะนำไปสู่คณะกรรมการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปนั้น ร่างที่ฝั่งเพื่อไทยวางไว้มาจากการเขียนของนายแพทย์โหวงเหวง โตจิราการ ที่เป้าหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเข้าไปกำจัดกฎหมายทุกฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการกลับประเทศของ ทักษิณ ชินวัตรเพื่อให้กลับเข้าสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง ตีล้อมรัฐบาลด้วยการสร้างจุดอ่อนให้เกิดเป็นแผลไปทั่วเป็นยุทธวิธีของพวกลัทธิคอมมิวนิสต์ทั้งสิ้น กล่าวหารัฐบาลทำสองมาตรฐานเสนอให้เปลี่ยนแปลงวันชาติจากวันที่ 5 ธันวาคมมาเป็นวันที่ 24 มิถุนายนเพื่อการเปลี่ยนสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง สร้างข่าวลือด้วย ทั้งการสร้างข่าวด้านลบของรัฐบาลในประเด็นคอร์รัปชั่นหรือเรื่องส่วนตัวรัฐมนตรีลามไปถึงสถาบันองค์มนตรีหรือสูงกว่านั้น เป้าหมายคือเพื่อขยายผลทางจิตวิทยานำไปสู่การค่อยๆซึมซับด้วยการค่อยๆดีสเครดิตและลดคุณค่าของสถาบันต่างๆ สร้างสงครามทางการเมืองทั้งเวทีในสภาและนอกสภา ซึ่งหากตกลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนาไม่สำเร็จ ถึงจะใช้แผนสำรองที่ได้เปิดตัวไว้ก่อนแล้วก็คือการผลักดันให้มีการอภัยโทษแก่ทักษิณ ดังนั้นการขอนิรโทษกรรมที่สร้างความชอบธรรมระยะยาวพร้อมทั้งอ้างว่านี่คือความต้องการของประชาชนโดยการใช้ฐานประชาชนในการปูพรมกลับประเทศ สอดคล้องกับที่ดร.เฉลิม อยู่ทำไมแกนนำพท.หลุดออกมาแล้วว่าหากพท.ได้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งสมัยหน้าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม 111และ 109 อดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกเว้นวรรค 5 ปี ซึ่งจะส่งผลให้ทักษิณถูกปลดล็อกจากพันธนาการและสามารถกลับสู่มาตุภูมิต่อสู้ทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยได้อีกครั้ง
การถวายฎีกาในแบบที่ขบวนการเสื้อแดงริอ่านจะทำกันก็น่าจะเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่งและไม่เคยมีพสกนิกรผู้จงรักภักดีทำแบบนี้มาก่อน จะต้องยอมรับโทษเข้าไปอยู่ในคุกเสียก่อน ต้องกระทำไปเงียบๆโดยตัวนักโทษเอง มีใครห้ามไม่ให้ทักษิณกลับประเทศไทยหรือเปล่า ก็เปล่า ทั้งอัยการและกระทรวงการต่างประเทศยิ่งต้องการให้ทักษิณกลับ ต่อให้คนรากหญ้าเลือกพรรคเพื่อไทยมาเยอะขนาดไหนก็ไม่มีทางอุ้มทักษิณ หรือทำให้ทักษิณกล้ากลับประเทศได้เพราะหากกลับมาต้องติดคุกแน่นอนเพราะหากกลับมาแล้วจะต้องมารับโทษทัณฑ์ทางอาญาที่ศาลตัดสินไปแล้ว 1 คดีให้จำคุก 2 ปีโดยไม่ต้องรอลงอาญาและยังมีคดีที่รอคิวเป็นหางว่าวยาวตั้งแต่อาคารชินวัตร 3 พหลโยธินไปจนถึงสนามกอล์ฟอัลไพน์โน่น ทักษิณเลยได้ลูกยุถวายฏีกาส่อเจตนาก้าวล่วงพระราชอำนาจกรณีที่ต้องการให้ปลด 3 องคมนตรีและเป็นการใช้พลังประชาชนับล้านคนมากดดันสถาบันเบื้องสูงให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่สำนึกในความผิดของตัว ท้าทายทำตัวเป็นปฏิปักษ์ และยังทำลายระบบกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ลุยคนเดียวมันไม่มีน้ำหนักเราจึงได้พบข้อมูลจ้างล็อบบี้ยีสต์ช่วยกระพือข่าวในสื่อต่างชาติ เมื่อทักษิณตัดสินใจเอาแบบนี้ก็แสดงถึงธาตุแท้อีกครั้งว่าไม่สนใจจะทำให้บ้านเมืองสู่หายนะเพียงใด ขอมุ่งสู่สิ่งที่คิดว่าจะเป็นชัยชนะของตัวเองเท่านั้นเป็ นสำคัญ
สุรชัย แซ่ด่านอดีตสหายที่รอปราศรัยในวันนั้นปราศรัยต่อไม่ได้พูดไม่ออกเท่ากับว่าทักษิณทำความผิดจริงถ้าผิดทำไมจึงไม่รับโทษแล้วคดีอื่นๆที่พิจารณาอยู่ทำอย่างไร สุรชัย แซ่ด่านไม่เคยได้สำนึกและไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ทักษิณและพวกทำไปทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายจึงไม่ต้องขออภัยโทษเพราะถ้าขออภัยโทษก็แปลว่าสิ่งที่ทักษิณและพวกทำไปทั้งหมดละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ทั้งสุรชัยเองก็เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษ วีระเองก็เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษแต่ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเบื้องพระยุคลบาท
ถ้าคนไทยผู้รักชาติ รักสถาบันยังไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หรือคิดว่าธุระไม่ใช่ แล้ว สังคมไทย ประเทศไทยซึ่งเคยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบคงจะไม่มีแล้ว วุ่นวายกันเหลือเกินแค่จะนำเข้าตะกวดตัวเดียว
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หลังจากผ่านสถานการณ์ฉุกเฉิน บนความเป็นความตายในช่วงสงกรานต์เลือด ที่ฝ่าย “ทักษิณ-เสื้อแดง” จงใจก่อจลาจลเพื่อโค่นล้มรัฐบาล ทำให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความแข็งแกร่ง และนิ่งมากขึ้นกว่าเดิมและที่สำคัญสามารถรับรู้ด้วยตัวเองว่าใครจริง ใครของปลอม และใครขี้โม้ท่าดีทีเหลว เมื่อผ่านมาได้ก็ย่อมทำให้มีเวลาตั้งตัว อ่านเกมเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ใหม่ที่กำลังเริ่มก่อตัวตั้งเค้าขึ้นมาอีกรอบ คราวนี้ก็น่าเชื่อว่าน่ากลัวไม่แพ้คราวก่อนแน่นอนเพราะฝ่ายตรงข้ามเคยแก้ผ้าล่อนจ้อนกลางตลาดมาแล้ว คราวนี้จึงไม่มีอะไรจะเสียหรือต้องเก็บงำประกายเอาไว้อีกต่อไป และบังเอิญว่ามีข่าวเรื่องแผนทักษิณ2 ที่มีความ ดิบ-ถ่อย-เถื่อน ขึ้นมาสอดรับกันพอดี แม้ว่าจะมีเสียงปฏิเสธออกมาอย่างแข็งขันก็ตาม เมื่อเห็นความยุ่งยากดักรออยู่ข้างหน้าอีกไม่นานนัก ก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องเตรียมการรับมือเอาไว้ให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งยังมีอำนาจรัฐอยู่ในมืออย่างเต็มเปี่ยม คงไม่มีใครงอมืองอเท้ารอรับชะตากรรมหรอก
ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวไว้ว่า... "ประชาธิปไตยควรเป็นไปเพื่อลดหรือป้องกันความเห็นแก่ตัว ถ้าเห็นแก่ตัว ก็มีแต่ประชาธิป...ตาย โดยไม่รู้สึกตัว ความไม่เห็นแก่ตัว จึงเป็นรากฐานของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแท้จึงมีแต่ความไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นของมีได้ยาก สำหรับปุถุชนสมัยนี้...ที่บูชาแต่วัตถุ..."
เพื่อบรรลุถึงการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยการเผยแพร่ให้ความรู้ที่แท้จริงแก่ส่วนรวม
02 กรกฎาคม 2552
24 มิถุนายน 2552
การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ที่น่ากลัว กับ ภายใต้ความผุพังของราง หัวจักร และตู้โบกี้ ร.ฟ.ท.
รัฐบาลยุคจอมพลสฤษดิ์เปลี่ยนวันชาติมาเป็นวันเดียวกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคมของทุกปี เสื้อแดงซีกซ้ายสหายเก่าได้จัดทำกิจกรรมจุดพลุตามหาวันชาติไทยในวันที่ 24 มิ.ย.และเสนอให้สังคมเลือกว่าจะเอา 5 ธันวาคม หรือ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติไทยตามที่คณะราษฎรฯเคยกำหนดไว้เมื่อได้มาซึ่งอำนาจ คนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นร้ายกาจมากเพราะสามารถมองและถกกันได้ทุกมุมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซึ่งเสนอด้วยเจตนาสุจริตก็เรื่องหนึ่ง แต่หากเสนอด้วยกลอุบายทางการเมืองข้อเสนอนี้เป็นหมากใช้
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีสินทรัพย์กว่า 3000,000 ล้านบาทแต่กลับเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีการขาดทุนมหาศาลจะต้องมีการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงระบบรถไฟไทยครั้งใหญ่เพื่อพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขึ้น ตลอดจนมีการใช้ทรัพยากรและจุดแข็งของการรถไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด แนวทางที่แยกการบริหารระบบขนส่งรถไฟไทยโดยให้มีองค์กรแม่ดูแลการลงทุน และบำรุงรักษา โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบราง ฯลฯ ซึ่งรัฐจะเป็นผู้ลงทุน กำกับดูแลและจะให้มีองค์กรเข้ามาดูแลเรื่องการเดินรถ การให้บริการการเดินรถ ขบวนรถเป็นอีกองค์กรหนึ่งต่างหากเป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุน มีการนำเสนอกันมานานแล้ว ยิ่งถ้ามีการทำให้เกิดการแข่งขันในระบบประชาชนก็น่าจะได้ประโยชน์มากขึ้นเหมือนกับว่ารัฐเป็นเจ้าของถนนแล้วให้เอกชนเข้ามาประกอบกิจการเดินรถโดยที่รัฐกำกับดูแลให้ผู้ประกอบกิจการแข่งขันกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม การรถไฟมีทรัพย์สินมากมายที่ยังบริหารจัดการไม่ได้ผลประโยชน์มากเท่าที่ควร
ส่วนใหญ่ที่ดินของร.ฟ.ท.จะเป็นที่ดินตั้งแต่เหนือจรดใต้รวมแล้วกว่า 2.5 แสนไร่ แยกเป็นที่ดินในทำเลทอง ย่านในเมืองไม่น้อยกว่า 5 หมื่นไร่ที่เห็นเป็นตัวอย่างได้ชัดเจนก็คือที่ดินในโครงการ เซ็นทรัลลาดพร้าว ตลาดนัดสวนจตุจักร ย่านรัชดาภิเษก รวมไปถึงตามสถานีรถไฟในเมืองทั่วประเทศก็มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์มหาศาลซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าถ้าบริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพก็สามารถทำรายได้มูลค่ามหาศาลในทำเลทองดังกล่าวไม่น้อยกว่า 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว หากพิจารณาให้เห็นภาพก็ถือว่าร.ฟ.ท.มีศักยภาพโดยตัวของมันเองอยู่แล้วในการจัดการหารายได้แต่ที่ผ่านมาผลออกมาในทางกลับกัน ร.ฟ.ท.จึงกลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองร่วมมือกับผู้บริหารการรถไฟร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อมาตลอดจนเวลานี้ขาดทุนสะสมบักโกรกร่วมแสนล้านบาทจนดูเหมือนว่าวันนี้ไม่ได้พัฒนารุดหน้าแตกต่างไปจากการก่อตั้งในยุคพระพุทธเจ้าหลวงที่ก่อตั้งเมื่อร่วม 100 ปีก่อนแต่อย่างใด ในวันนี้ร.ฟ.ท.ให้บริการที่ ขบวนรถไม่ตรงเวลา อาหารที่จำหน่ายบนรถราคาแพง ห้องน้ำก็ไม่สะอาด องค์กรร.ฟ.ท.เองมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรโดยเฉพาะส่วนงานด้านปฎิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่ติดเงื่อนไขมติครม.ที่ให้รับพนักงานเพิ่มในแต่ละปีไม่เกิน 5% ของจำนวนพนักงานที่เกษียณทำให้โครงสร้างพนักงานไม่เหมาะสมกับความต้องการจริงมีระดับบริหารหรือฝ่ายสนับสนุนมากเกินความจำเป็นไม่เหมาะกับเนื้องานที่มีน้อย บางคนได้รับการแต่งตั้งในคราวเดียวขึ้น 2 ระดับจาก ระดับ 8 เป็น ระดับ 10 ภายในเวลาชั่วข้ามวัน
ก่อนหน้านี้ร.ฟ.ท.มีการตกลงกับสหภาพแรงงานชุดก่อนแล้วมีกระบวนการที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรอย่างชัดเจนจะต้องตกลงกับสหภาพแรงงานก่อน ที่ผ่านมาในกระบวนการนั้นมุ่งแต่จะผลักดันให้ผ่านโดยไม่ได้บอกถึงข้อตกลงว่าไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่เพราะแผนนี้จะไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวันเวลา เงื่อนไข สภาพการจ้างทั้งหมด ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันมาบ้าง พอรู้เรื่องกันเป็นการภายใน แต่ไม่มีการพูดคุยเจาะลึกถึงเรื่องรายละเอียด กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่เคยสนใจมาพูดคุยกับทางสหภาพตามที่ตกลงกันไว้เลย และที่สำคัญแผนฟื้นฟูนั้นนายสาวิทย์ แก้วหวานประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยและเลขาธิการสมาพันแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) ได้รับรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างชัดเจนวันที่ 31 มิถุนายนซึ่งไม่ได้มีการตกลงกับสหภาพแรงงาน แต่ได้มีการนำเข้าครม.ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายนก่อนที่ประธานสร.ร.ฟ.ท.จะได้รับแผนฟื้นฟูเสียอีก สหภาพพนักงานร.ฟ.ท. ได้เคลื่อนไหวมาหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ทั้งก่อนและหลังการนำวาระแผนฟื้นฟูการรถไฟฯหรือแผนยุทธศาสตร์ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าพิจารณาใน ครม. แต่บังเอิญถูกกระแสการฟื้นฟูขสมก.ด้วยการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันกลบไปหมดสิ้น
ภายใต้ความผุพังของราง หัวจักร และตู้โบกี้ ร.ฟ.ท. ซึ่งประชาชนใช้บริการอยู่ทุกวันนี้มีขุมทรัพย์อันมหึมาซุกซ่อนอยู่และบรรดานักการเมืองทุกยุคทุกสมัยต่างดูดเอาขุมทรัพย์นี้ไปหารับประทาน บางคนที่หน้าด้านหน่อยก็ฮุบเอาไปเป็นของตัวเสียเลย ข้อเรียกร้องของสหภาพที่ยืนยันมาโดยตลอดคือการให้รัฐบาลเข้ามาลงทุนในระบบรางสร้างทางคู่โดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ปรับปรุง รถจักร รถพ่วง (ล้อเลื่อน) และแยกบัญชีโครงสร้างพื้นฐานกับการเดินรถเชิงสังคมพร้อมปรับปรุงค่าเช่าจัดการผลประโยชน์ที่ดินเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่กว่า 36,000 ไร่ โดยเฉพาะการบุกรุกยึดครองที่ดินเขากระโดงของนักการเมืองที่ จ.บุรีรัมย์ นั้นต้องเอากลับมาเป็นของร.ฟ.ท. และนำมาบริหารจัดการเอง เช่น บ่อหินต้องนำมาใช้ในกิจการของร.ฟ.ท. แต่กลับไม่ทำ รวมถึงรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนให้กับร.ฟ.ท. ในการบริการสังคม เช่น รถไฟฟรี, ตั๋วชั้น 3 ที่ทางร.ฟ.ท. เก็บต่ำกว่าที่กำหนด แต่รัฐบาลกลับโยนหนี้มาให้ร.ฟ.ท. แทนเป็นต้น
ระหว่างที่ประธานสร.ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการร่วมประชุมประจำปีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 3 มิถุนายน 2552 เห็นชอบแผนปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน ร.ฟ.ท.อย่างเงียบๆ โดยจะมีการตั้ง2 บริษัทลูกคือบริษัทเดินรถหนึ่งและบริษัทบริหารทรัพย์สินอีกหนึ่งและปรับโครงสร้างทางการเงินโดยภาครัฐ
1) รับภาระจากปัญหาหนี้และขาดทุนสะสมในอดีต 72,850 ล้านบาท
2) แก้ปัญหาภาระเงินบำนาญของพนักงานร.ฟ.ท.จำนวน 25,749 คน 156,000 ล้านบาท มีการคาดการณ์กันว่าจะช่วยปลดล็อคปัญหาการขาดทุนสะสมและบริษัทลูกจะทำให้การบริหารงานมีความคล่องตัวและทำให้รายได้เพิ่มขึ้นอีกทั้งผู้บริหารจะต้องพัฒนาองค์กรให้มีการคุณภาพมากขึ้น รัฐบาลมีมติให้ ร.ฟ.ท.ปรับโครงสร้างโดยจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา 2 บริษัท คือบริษัทเดินรถและบริษัทบริหารทรัพย์สินแยกจาก ร.ฟ.ท. โดยให้ ร.ฟ.ท.ถือหุ้น 100% และให้จัดตั้งบริษัทลูกทั้ง 2 แห่ง ภายใน 30 วันนับแต่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ และให้เริ่มดำเนินการได้ภายใน 180 วัน ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นเพียงผู้จัดหาเอกชนเข้าพัฒนาที่ดินและบริหารสัญญาเท่านั้น ขณะที่ให้ภาครัฐรับภาระการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพิจารณาในการแก้ไขภาระหนี้สิน โดยใช้รายได้ของ ร.ฟ.ท. และบริษัทลูกที่จะหาได้ในอนาคตจ่ายคืนและดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังช่วยเหลือ รวมถึงการเพิ่มบทบาทให้กับเอกชนในกิจการของ ร.ฟ.ท. พร้อมอ้างว่า ผลที่จะได้จากการลงทุนในครั้งนี้จะทำให้ภายใน 6 ปี จำนวนขบวนรถที่วิ่งบนรางจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ปริมาณในการขนส่งโดยสารเพิ่มร้อยละ 25 และการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 100 พร้อมทั้งจะมีรายได้จากการบริหารสินทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 ล้านบาท ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า ตามมติครม.นั่นเป็นมติให้สลายร.ฟ.ท. ออกเป็น 3 ส่วน
แต่ในความจริงแล้วเป็นเพียงกลอุบายเลื่อนลอยไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงและเป็นแผนการทำลายรถไฟเพื่อนำสมบัติของสาธารณะไปให้บริษัทเอกชนเข้ามารับผลประโยชน์ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าบริษัทเอกชนเหล่านั้นก็เป็นกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมืองโฉดชั่ว โกงชาติ โกงแผ่นดินตามแผนขายสัมปทานรถไฟให้เอกชนนั่นเอง แผนฟื้นฟูฯนี้เป็นแผนการในฝัน (ร้าย) คล้ายๆ ขสมก.เพียงแต่รถไฟยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาเอี่ยวในเบื้องต้นเท่านั้นมองดูเผินๆเหมือนกับว่าร.ฟ.ท.ยังเป็นเจ้าของแต่ในความจริงกลายเป็นว่ามีการเปิดช่องให้เอกชนเข้ามาบริหารเข้ามาชุบมือเปิบโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรและคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะมีกลุ่มทุนการเมืองเข้ามาหาประโยชน์ รัฐบาลเองก็ไม่มีหลักประกันความมั่นใจว่าจะไม่ทำให้พนักงานร.ฟ.ท. ตกงานแค่ไหน ประชาชนจะได้รับบริการที่ดีขึ้นอย่างไรและในอนาคตจะนำไปสู่การที่มีเอกชนเข้ามาถือหุ้นเพื่อให้บริการในกิจการเดินรถแทน รฟท.ซึ่งไม่มีการจัดแบ่งสัมปทานได้ให้เกิดการแข่งขันได้อย่างแน่นอน เรายังใช้ระบบรางเดียวกันอยู่เลยจึงถือว่าเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาผูกขาดเส้นทางเดินรถนั่นเอง
ประธานสร.ร.ฟ.ท.ได้เดินทางกลับถึงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาและประชุมกันภายใน สหภาพพนักงานร.ฟ.ท.จึงได้พากันนัดหยุดเดินรถทั่วประเทศตั้งแต่ 22-23 มิถุนายน 2552 เพื่อประท้วงรัฐบาลเพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติของประเทศชาติผลประโยชน์ส่วนรวมและของประชาชนในระยะยาว ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับความไม่สะดวกในการเดินทางแล้วตามมาด้วยคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นความเดือนร้อนเฉพาะหน้าที่ต้องเผชิญเพียงชั่วครั้งชั่วคราวที่เทียบกันไม่ได้กับความเดือดร้อนแบบถาวรหากยังปล่อยให้นักการเมืองและผู้บริหารร.ฟ.ท.บางกลุ่มร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อโดยยกเอาเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารจัดการมาเป็นฉากบังหน้าทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้วก็คือแผนฮุบร.ฟ.ท. เปิดช่องให้เอกชนเข้ามาหาผลประโยชน์ภายใต้การผลักดันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโสภณ ซารัมย์เพื่อนของเนวินคนเดิม เจ้าเก่า นายสาวิทย์ได้ยืนยันข้อเรียกร้อง1) ยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 2) ขอให้เพิกถอนสิทธิการครอบครองที่ดิน ร.ฟ.ท.บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ จากนายชัย ชิดชอบ และ นางกรุณา ชิดชอบ ทันที 3) ให้สหภาพมี ส่วนร่วมทุกขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลง ร.ฟ.ท. และจะหยุดเดินรถจนกว่าครม.จะทบทวนมติดังกล่าวเพื่อให้ร.ฟ.ท.กับสหภาพกลับมาเริ่มต้นหารือกันใหม่ พรรคการเมืองใหม่ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในการประท้วงครั้งนี้แม้ว่าหัวหน้าพรรคคือนายสมศักดิ์ โกศัยสุขจะเป็นที่ปรึกษาของสหภาพก็ตาม
ด้วยเงื่อนเวลาสั้นๆ องค์กรทั้งสองซึ่งเป็นบริการสาธารณะเป็นขนส่งมวลชน เป็นกิจการของรัฐเหมือนๆ กันก็จริง ทว่าประเด็นของ ขสมก.ดูจะเข้าใจได้ง่ายกว่าในกระบวนท่าของการจัดซื้อ-จัดจ้างในรูปแบบถนัดของนักโกงกินทุจริตคอร์รัปชันประเภทเดิมๆ ตามแผนฟื้นฟูมีคำอธิบายจากนักการเมืองและบอร์ดบริหารร.ฟ.ท.เป็นอะไรที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าเพราะเป็นแผนฟื้นฟูฯที่จะทำให้เกิดการแยกภารกิจของร.ฟ.ท. ออกจากกันอันจะเป็นการทำลายรถไฟทั้งระบบ แยกตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินเพื่อบริหารจัดการที่ดินและทรัพย์สินให้คล่องตัวมากกว่าที่เป็น จัดตั้งบริษัทเดินรถเป็นสองเรื่องหลักๆคือรถโดยสาร รถขนส่งสินค้าแบบเดิมๆที่เราท่านคุ้นชินกันมานานและโครงการระบบขนส่งทางรถไฟที่เรียกว่าแอร์พอร์ตลิงก์ที่กำลังจะเริ่มเปิดเดินรถปลายปีนี้และมีประเด็นต้องพิจารณาสำคัญ 2 ประการ คือ ผู้เข้ามาเดินรถเป็นใคร ดำเนินการอย่างโปร่งใสคุ้มประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่เพียงใด ในโครงการก่อสร้างแอร์พอร์ตลิงค์ก็ยังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตที่คตส.ได้ตรวจสอบเอาไว้ อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ กรรมการคตส.ถึงกับเคยกล่าวถึงโครงการแอร์พอร์ตลิงค์นี้ว่า "โคตรหน้าด้าน" !
แผนนี้ถือว่าปิดลับมาโดยตลอดและเชื่อได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เพราะมีผู้หวังผลประโยชน์ในที่ดินกว่า 2 แสนไร่เช่นที่ดินจ.บุรีรัมย์ ยิ่งมองไปที่นักการเมืองและผู้บริหารร.ฟ.ท.ที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ก็ยิ่งไม่น่าไว้ใจส่วนหนึ่งก็เคยผลักดันโครงการอื้อฉาวเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท(ล่าสุดยอมลดลงมาเหลือ 6.4 หมื่นล้านบาท) จนถูกสังคมวิจารณ์ด่ากันขรมมาแล้ว แม้ว่านายยุทธนา ทัพเจริญผู้ว่าการ รฟท.เปิดเผยว่าการจัดตั้งบริษัทลูกถือเป็นทรัพย์สินของรฟท.และจะเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ซึ่งหากในอนาคตมีใครนำบริษัททั้ง 2 แห่งไปให้เอกชนถือหุ้น รฟท.ก็พร้อมยุบเลิกทั้ง 2 บริษัททันทีโดยไม่มีข้อแม้ และโสภณ ซารัมย์กับประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ช่วยกันยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้แปรรูปร.ฟ.ท.แต่อย่างใด ข้ออ้างเหล่านี้ที่คนพวกนี้ใช้ได้เผยให้เห็นความจริงมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลกว่าเป็นเพียงกลอุบายที่เลื่อนลอยไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงรัฐบาลยังคงต้องสนับสนุนงบประมาณต่อไป ประเทศอังกฤษแยกเป็นบริษัทแล้วทำให้การเดินรถเกิดอุบัติเหตุบ่อย ประเทศนิวซีแลนด์แยกแล้วมีปัญหาในการประสานงาน การบริการไม่ดีแต่ราคาบริการกลับสูงขึ้นจนรัฐบาลนิวซีแลนด์ต้องซื้อกลับมาคืนเป็นของรัฐดังเดิม การปรับโครงสร้างการรถไฟฯ ของไทยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอนที่เห็นได้ชัดเจนคือประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้นเพราะได้กำหนดไว้ในแผนฯอย่างชัดเจนในการปรับเพิ่มค่าโดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ในปีงบฯ 2553 ปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นร้อย 10 และ ปรับขึ้นอีกร้อยละ 10 ทุกๆ 3 ปี
โสภณ ซารัมย์อ้างว่าเรื่องแผนฟื้นฟูได้ผ่านครม.แล้วหากจะให้ตนมาเปลี่ยนแปลงนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การบริหารราชการแผ่นดินต้องยึดกฎหมาย น.ส.รสนา โตสิตระกูลมองว่าทางสหภาพฯ มีบทเรียนจากการแปรรูป กฟผ.มาแล้วซึ่งเขา(รฐบาล)จะไม่ใช้วิธีการออกพระราชกฤษฎีกาแปรรูปตามพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจแต่ใช้วิธีการตั้งเป็นบริษัทก่อนให้รัฐถือหุ้นใหญ่ 100% ซึ่งตนมองว่าเป็นการแต่งตัวพร้อมเปิดประตูเมื่อไหร่ก็ออกไปได้เลยเมื่อนั้นค้านลำบาก ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์รองนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานคณะกรรมการชี้แจงและรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มสหภาพแรงงานรฟท.โดยเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาหาข้อยุติร่วมกันทุกฝ่ายในวันที่ 23 วานนี้เพื่อให้สามารถบริการเดินรถได้ นายกฯอภิสิทธิ์อธิบายว่าได้ให้พล.ต.สนั่น และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับสหภาพว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อน มติครม.ที่มีออกไปเป็นเพียงหลักการหากมีข้อท้วงก็สามารถเสนอกลับมา เป็นที่น่ายินดีว่ารัฐบาลยังฟังเหตุฟังผลกันบ้างทำให้การเดินรถไฟกลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ 18.00 นาฬิกาวานนี้
การฉ้อฉล ไม่ชอบมาพากลของนักการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลที่นำคนของตนเข้ามาเป็นบอร์ดพยายามแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ตัวเอง การเมืองภาคประชาชนที่ร่วมต่อสู้เพื่อต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาโดยตลอดเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยรวมพลังต่อต้านการทำลาย รฟท. แม้ว่าจะต้องใช้ยาแรงก็ต้องทนดีกว่าอับจนหนทางในการกอบกู้เอากลับคืนมา ถึงจะมีตัวอย่างให้เห็นได้ว่ามีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรไปแล้วและสามารถสร้างผลกำไรกับสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองแต่ด้วยความเป็นบริษัทมหาชนที่มุ่งเน้นแต่ผลกำไรแต่จะมีสักกี่องค์กรที่ทำได้เช่นนั้น ที่ปตท.จากที่เคยกำไรไม่กี่หมื่นล้านบาทกลับเพิ่มขึ้นเป็นแสนล้านบาทหลังการแปรรูปแต่กลับส่งเงินเข้ารัฐน้อยลง ราคาเชื้อเพลิงโลกผันผวน เน้นแค่ค่าการตลาด ไม่เห็นหัวผู้บริโภค แอบนำสมบัติชาติออกนอกประเทศแล้วนำกลับเข้ามาขายสวมรอยว่าต้องซื้อ ต้องนำเข้าทั้งๆที่เป็นสมบัติของเรา สะใจคนไทยทั้งชาติแล้วหรือยัง
การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ที่น่ากลัวมากสามารถก่อให้เกิดการตั้งคำถามกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีสินทรัพย์กว่า 3000,000 ล้านบาทแต่กลับเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีการขาดทุนมหาศาลจะต้องมีการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงระบบรถไฟไทยครั้งใหญ่เพื่อพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขึ้น ตลอดจนมีการใช้ทรัพยากรและจุดแข็งของการรถไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด แนวทางที่แยกการบริหารระบบขนส่งรถไฟไทยโดยให้มีองค์กรแม่ดูแลการลงทุน และบำรุงรักษา โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบราง ฯลฯ ซึ่งรัฐจะเป็นผู้ลงทุน กำกับดูแลและจะให้มีองค์กรเข้ามาดูแลเรื่องการเดินรถ การให้บริการการเดินรถ ขบวนรถเป็นอีกองค์กรหนึ่งต่างหากเป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุน มีการนำเสนอกันมานานแล้ว ยิ่งถ้ามีการทำให้เกิดการแข่งขันในระบบประชาชนก็น่าจะได้ประโยชน์มากขึ้นเหมือนกับว่ารัฐเป็นเจ้าของถนนแล้วให้เอกชนเข้ามาประกอบกิจการเดินรถโดยที่รัฐกำกับดูแลให้ผู้ประกอบกิจการแข่งขันกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม การรถไฟมีทรัพย์สินมากมายที่ยังบริหารจัดการไม่ได้ผลประโยชน์มากเท่าที่ควร
ส่วนใหญ่ที่ดินของร.ฟ.ท.จะเป็นที่ดินตั้งแต่เหนือจรดใต้รวมแล้วกว่า 2.5 แสนไร่ แยกเป็นที่ดินในทำเลทอง ย่านในเมืองไม่น้อยกว่า 5 หมื่นไร่ที่เห็นเป็นตัวอย่างได้ชัดเจนก็คือที่ดินในโครงการ เซ็นทรัลลาดพร้าว ตลาดนัดสวนจตุจักร ย่านรัชดาภิเษก รวมไปถึงตามสถานีรถไฟในเมืองทั่วประเทศก็มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์มหาศาลซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าถ้าบริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพก็สามารถทำรายได้มูลค่ามหาศาลในทำเลทองดังกล่าวไม่น้อยกว่า 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว หากพิจารณาให้เห็นภาพก็ถือว่าร.ฟ.ท.มีศักยภาพโดยตัวของมันเองอยู่แล้วในการจัดการหารายได้แต่ที่ผ่านมาผลออกมาในทางกลับกัน ร.ฟ.ท.จึงกลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองร่วมมือกับผู้บริหารการรถไฟร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อมาตลอดจนเวลานี้ขาดทุนสะสมบักโกรกร่วมแสนล้านบาทจนดูเหมือนว่าวันนี้ไม่ได้พัฒนารุดหน้าแตกต่างไปจากการก่อตั้งในยุคพระพุทธเจ้าหลวงที่ก่อตั้งเมื่อร่วม 100 ปีก่อนแต่อย่างใด ในวันนี้ร.ฟ.ท.ให้บริการที่ ขบวนรถไม่ตรงเวลา อาหารที่จำหน่ายบนรถราคาแพง ห้องน้ำก็ไม่สะอาด องค์กรร.ฟ.ท.เองมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรโดยเฉพาะส่วนงานด้านปฎิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่ติดเงื่อนไขมติครม.ที่ให้รับพนักงานเพิ่มในแต่ละปีไม่เกิน 5% ของจำนวนพนักงานที่เกษียณทำให้โครงสร้างพนักงานไม่เหมาะสมกับความต้องการจริงมีระดับบริหารหรือฝ่ายสนับสนุนมากเกินความจำเป็นไม่เหมาะกับเนื้องานที่มีน้อย บางคนได้รับการแต่งตั้งในคราวเดียวขึ้น 2 ระดับจาก ระดับ 8 เป็น ระดับ 10 ภายในเวลาชั่วข้ามวัน
ก่อนหน้านี้ร.ฟ.ท.มีการตกลงกับสหภาพแรงงานชุดก่อนแล้วมีกระบวนการที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรอย่างชัดเจนจะต้องตกลงกับสหภาพแรงงานก่อน ที่ผ่านมาในกระบวนการนั้นมุ่งแต่จะผลักดันให้ผ่านโดยไม่ได้บอกถึงข้อตกลงว่าไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่เพราะแผนนี้จะไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวันเวลา เงื่อนไข สภาพการจ้างทั้งหมด ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันมาบ้าง พอรู้เรื่องกันเป็นการภายใน แต่ไม่มีการพูดคุยเจาะลึกถึงเรื่องรายละเอียด กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่เคยสนใจมาพูดคุยกับทางสหภาพตามที่ตกลงกันไว้เลย และที่สำคัญแผนฟื้นฟูนั้นนายสาวิทย์ แก้วหวานประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยและเลขาธิการสมาพันแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) ได้รับรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างชัดเจนวันที่ 31 มิถุนายนซึ่งไม่ได้มีการตกลงกับสหภาพแรงงาน แต่ได้มีการนำเข้าครม.ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายนก่อนที่ประธานสร.ร.ฟ.ท.จะได้รับแผนฟื้นฟูเสียอีก สหภาพพนักงานร.ฟ.ท. ได้เคลื่อนไหวมาหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ทั้งก่อนและหลังการนำวาระแผนฟื้นฟูการรถไฟฯหรือแผนยุทธศาสตร์ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าพิจารณาใน ครม. แต่บังเอิญถูกกระแสการฟื้นฟูขสมก.ด้วยการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันกลบไปหมดสิ้น
ภายใต้ความผุพังของราง หัวจักร และตู้โบกี้ ร.ฟ.ท. ซึ่งประชาชนใช้บริการอยู่ทุกวันนี้มีขุมทรัพย์อันมหึมาซุกซ่อนอยู่และบรรดานักการเมืองทุกยุคทุกสมัยต่างดูดเอาขุมทรัพย์นี้ไปหารับประทาน บางคนที่หน้าด้านหน่อยก็ฮุบเอาไปเป็นของตัวเสียเลย ข้อเรียกร้องของสหภาพที่ยืนยันมาโดยตลอดคือการให้รัฐบาลเข้ามาลงทุนในระบบรางสร้างทางคู่โดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ปรับปรุง รถจักร รถพ่วง (ล้อเลื่อน) และแยกบัญชีโครงสร้างพื้นฐานกับการเดินรถเชิงสังคมพร้อมปรับปรุงค่าเช่าจัดการผลประโยชน์ที่ดินเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่กว่า 36,000 ไร่ โดยเฉพาะการบุกรุกยึดครองที่ดินเขากระโดงของนักการเมืองที่ จ.บุรีรัมย์ นั้นต้องเอากลับมาเป็นของร.ฟ.ท. และนำมาบริหารจัดการเอง เช่น บ่อหินต้องนำมาใช้ในกิจการของร.ฟ.ท. แต่กลับไม่ทำ รวมถึงรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนให้กับร.ฟ.ท. ในการบริการสังคม เช่น รถไฟฟรี, ตั๋วชั้น 3 ที่ทางร.ฟ.ท. เก็บต่ำกว่าที่กำหนด แต่รัฐบาลกลับโยนหนี้มาให้ร.ฟ.ท. แทนเป็นต้น
ระหว่างที่ประธานสร.ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการร่วมประชุมประจำปีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 3 มิถุนายน 2552 เห็นชอบแผนปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน ร.ฟ.ท.อย่างเงียบๆ โดยจะมีการตั้ง2 บริษัทลูกคือบริษัทเดินรถหนึ่งและบริษัทบริหารทรัพย์สินอีกหนึ่งและปรับโครงสร้างทางการเงินโดยภาครัฐ
1) รับภาระจากปัญหาหนี้และขาดทุนสะสมในอดีต 72,850 ล้านบาท
2) แก้ปัญหาภาระเงินบำนาญของพนักงานร.ฟ.ท.จำนวน 25,749 คน 156,000 ล้านบาท มีการคาดการณ์กันว่าจะช่วยปลดล็อคปัญหาการขาดทุนสะสมและบริษัทลูกจะทำให้การบริหารงานมีความคล่องตัวและทำให้รายได้เพิ่มขึ้นอีกทั้งผู้บริหารจะต้องพัฒนาองค์กรให้มีการคุณภาพมากขึ้น รัฐบาลมีมติให้ ร.ฟ.ท.ปรับโครงสร้างโดยจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา 2 บริษัท คือบริษัทเดินรถและบริษัทบริหารทรัพย์สินแยกจาก ร.ฟ.ท. โดยให้ ร.ฟ.ท.ถือหุ้น 100% และให้จัดตั้งบริษัทลูกทั้ง 2 แห่ง ภายใน 30 วันนับแต่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ และให้เริ่มดำเนินการได้ภายใน 180 วัน ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นเพียงผู้จัดหาเอกชนเข้าพัฒนาที่ดินและบริหารสัญญาเท่านั้น ขณะที่ให้ภาครัฐรับภาระการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพิจารณาในการแก้ไขภาระหนี้สิน โดยใช้รายได้ของ ร.ฟ.ท. และบริษัทลูกที่จะหาได้ในอนาคตจ่ายคืนและดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังช่วยเหลือ รวมถึงการเพิ่มบทบาทให้กับเอกชนในกิจการของ ร.ฟ.ท. พร้อมอ้างว่า ผลที่จะได้จากการลงทุนในครั้งนี้จะทำให้ภายใน 6 ปี จำนวนขบวนรถที่วิ่งบนรางจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ปริมาณในการขนส่งโดยสารเพิ่มร้อยละ 25 และการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 100 พร้อมทั้งจะมีรายได้จากการบริหารสินทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 ล้านบาท ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า ตามมติครม.นั่นเป็นมติให้สลายร.ฟ.ท. ออกเป็น 3 ส่วน
แต่ในความจริงแล้วเป็นเพียงกลอุบายเลื่อนลอยไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงและเป็นแผนการทำลายรถไฟเพื่อนำสมบัติของสาธารณะไปให้บริษัทเอกชนเข้ามารับผลประโยชน์ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าบริษัทเอกชนเหล่านั้นก็เป็นกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมืองโฉดชั่ว โกงชาติ โกงแผ่นดินตามแผนขายสัมปทานรถไฟให้เอกชนนั่นเอง แผนฟื้นฟูฯนี้เป็นแผนการในฝัน (ร้าย) คล้ายๆ ขสมก.เพียงแต่รถไฟยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาเอี่ยวในเบื้องต้นเท่านั้นมองดูเผินๆเหมือนกับว่าร.ฟ.ท.ยังเป็นเจ้าของแต่ในความจริงกลายเป็นว่ามีการเปิดช่องให้เอกชนเข้ามาบริหารเข้ามาชุบมือเปิบโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรและคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะมีกลุ่มทุนการเมืองเข้ามาหาประโยชน์ รัฐบาลเองก็ไม่มีหลักประกันความมั่นใจว่าจะไม่ทำให้พนักงานร.ฟ.ท. ตกงานแค่ไหน ประชาชนจะได้รับบริการที่ดีขึ้นอย่างไรและในอนาคตจะนำไปสู่การที่มีเอกชนเข้ามาถือหุ้นเพื่อให้บริการในกิจการเดินรถแทน รฟท.ซึ่งไม่มีการจัดแบ่งสัมปทานได้ให้เกิดการแข่งขันได้อย่างแน่นอน เรายังใช้ระบบรางเดียวกันอยู่เลยจึงถือว่าเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาผูกขาดเส้นทางเดินรถนั่นเอง
- แผนฟื้นฟูฯนี้เป็นการเริ่มต้นของการนำไปสู่การแปรรูปกลายๆ
ประธานสร.ร.ฟ.ท.ได้เดินทางกลับถึงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาและประชุมกันภายใน สหภาพพนักงานร.ฟ.ท.จึงได้พากันนัดหยุดเดินรถทั่วประเทศตั้งแต่ 22-23 มิถุนายน 2552 เพื่อประท้วงรัฐบาลเพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติของประเทศชาติผลประโยชน์ส่วนรวมและของประชาชนในระยะยาว ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับความไม่สะดวกในการเดินทางแล้วตามมาด้วยคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นความเดือนร้อนเฉพาะหน้าที่ต้องเผชิญเพียงชั่วครั้งชั่วคราวที่เทียบกันไม่ได้กับความเดือดร้อนแบบถาวรหากยังปล่อยให้นักการเมืองและผู้บริหารร.ฟ.ท.บางกลุ่มร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อโดยยกเอาเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารจัดการมาเป็นฉากบังหน้าทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้วก็คือแผนฮุบร.ฟ.ท. เปิดช่องให้เอกชนเข้ามาหาผลประโยชน์ภายใต้การผลักดันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโสภณ ซารัมย์เพื่อนของเนวินคนเดิม เจ้าเก่า นายสาวิทย์ได้ยืนยันข้อเรียกร้อง1) ยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 2) ขอให้เพิกถอนสิทธิการครอบครองที่ดิน ร.ฟ.ท.บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ จากนายชัย ชิดชอบ และ นางกรุณา ชิดชอบ ทันที 3) ให้สหภาพมี ส่วนร่วมทุกขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลง ร.ฟ.ท. และจะหยุดเดินรถจนกว่าครม.จะทบทวนมติดังกล่าวเพื่อให้ร.ฟ.ท.กับสหภาพกลับมาเริ่มต้นหารือกันใหม่ พรรคการเมืองใหม่ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในการประท้วงครั้งนี้แม้ว่าหัวหน้าพรรคคือนายสมศักดิ์ โกศัยสุขจะเป็นที่ปรึกษาของสหภาพก็ตาม
ด้วยเงื่อนเวลาสั้นๆ องค์กรทั้งสองซึ่งเป็นบริการสาธารณะเป็นขนส่งมวลชน เป็นกิจการของรัฐเหมือนๆ กันก็จริง ทว่าประเด็นของ ขสมก.ดูจะเข้าใจได้ง่ายกว่าในกระบวนท่าของการจัดซื้อ-จัดจ้างในรูปแบบถนัดของนักโกงกินทุจริตคอร์รัปชันประเภทเดิมๆ ตามแผนฟื้นฟูมีคำอธิบายจากนักการเมืองและบอร์ดบริหารร.ฟ.ท.เป็นอะไรที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าเพราะเป็นแผนฟื้นฟูฯที่จะทำให้เกิดการแยกภารกิจของร.ฟ.ท. ออกจากกันอันจะเป็นการทำลายรถไฟทั้งระบบ แยกตั้งบริษัทบริหารทรัพย์สินเพื่อบริหารจัดการที่ดินและทรัพย์สินให้คล่องตัวมากกว่าที่เป็น จัดตั้งบริษัทเดินรถเป็นสองเรื่องหลักๆคือรถโดยสาร รถขนส่งสินค้าแบบเดิมๆที่เราท่านคุ้นชินกันมานานและโครงการระบบขนส่งทางรถไฟที่เรียกว่าแอร์พอร์ตลิงก์ที่กำลังจะเริ่มเปิดเดินรถปลายปีนี้และมีประเด็นต้องพิจารณาสำคัญ 2 ประการ คือ ผู้เข้ามาเดินรถเป็นใคร ดำเนินการอย่างโปร่งใสคุ้มประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่เพียงใด ในโครงการก่อสร้างแอร์พอร์ตลิงค์ก็ยังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตที่คตส.ได้ตรวจสอบเอาไว้ อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ กรรมการคตส.ถึงกับเคยกล่าวถึงโครงการแอร์พอร์ตลิงค์นี้ว่า "โคตรหน้าด้าน" !
แผนนี้ถือว่าปิดลับมาโดยตลอดและเชื่อได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เพราะมีผู้หวังผลประโยชน์ในที่ดินกว่า 2 แสนไร่เช่นที่ดินจ.บุรีรัมย์ ยิ่งมองไปที่นักการเมืองและผู้บริหารร.ฟ.ท.ที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ก็ยิ่งไม่น่าไว้ใจส่วนหนึ่งก็เคยผลักดันโครงการอื้อฉาวเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท(ล่าสุดยอมลดลงมาเหลือ 6.4 หมื่นล้านบาท) จนถูกสังคมวิจารณ์ด่ากันขรมมาแล้ว แม้ว่านายยุทธนา ทัพเจริญผู้ว่าการ รฟท.เปิดเผยว่าการจัดตั้งบริษัทลูกถือเป็นทรัพย์สินของรฟท.และจะเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ซึ่งหากในอนาคตมีใครนำบริษัททั้ง 2 แห่งไปให้เอกชนถือหุ้น รฟท.ก็พร้อมยุบเลิกทั้ง 2 บริษัททันทีโดยไม่มีข้อแม้ และโสภณ ซารัมย์กับประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ช่วยกันยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้แปรรูปร.ฟ.ท.แต่อย่างใด ข้ออ้างเหล่านี้ที่คนพวกนี้ใช้ได้เผยให้เห็นความจริงมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลกว่าเป็นเพียงกลอุบายที่เลื่อนลอยไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงรัฐบาลยังคงต้องสนับสนุนงบประมาณต่อไป ประเทศอังกฤษแยกเป็นบริษัทแล้วทำให้การเดินรถเกิดอุบัติเหตุบ่อย ประเทศนิวซีแลนด์แยกแล้วมีปัญหาในการประสานงาน การบริการไม่ดีแต่ราคาบริการกลับสูงขึ้นจนรัฐบาลนิวซีแลนด์ต้องซื้อกลับมาคืนเป็นของรัฐดังเดิม การปรับโครงสร้างการรถไฟฯ ของไทยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอนที่เห็นได้ชัดเจนคือประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้นเพราะได้กำหนดไว้ในแผนฯอย่างชัดเจนในการปรับเพิ่มค่าโดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ในปีงบฯ 2553 ปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นร้อย 10 และ ปรับขึ้นอีกร้อยละ 10 ทุกๆ 3 ปี
โสภณ ซารัมย์อ้างว่าเรื่องแผนฟื้นฟูได้ผ่านครม.แล้วหากจะให้ตนมาเปลี่ยนแปลงนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การบริหารราชการแผ่นดินต้องยึดกฎหมาย น.ส.รสนา โตสิตระกูลมองว่าทางสหภาพฯ มีบทเรียนจากการแปรรูป กฟผ.มาแล้วซึ่งเขา(รฐบาล)จะไม่ใช้วิธีการออกพระราชกฤษฎีกาแปรรูปตามพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจแต่ใช้วิธีการตั้งเป็นบริษัทก่อนให้รัฐถือหุ้นใหญ่ 100% ซึ่งตนมองว่าเป็นการแต่งตัวพร้อมเปิดประตูเมื่อไหร่ก็ออกไปได้เลยเมื่อนั้นค้านลำบาก ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์รองนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานคณะกรรมการชี้แจงและรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มสหภาพแรงงานรฟท.โดยเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาหาข้อยุติร่วมกันทุกฝ่ายในวันที่ 23 วานนี้เพื่อให้สามารถบริการเดินรถได้ นายกฯอภิสิทธิ์อธิบายว่าได้ให้พล.ต.สนั่น และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับสหภาพว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อน มติครม.ที่มีออกไปเป็นเพียงหลักการหากมีข้อท้วงก็สามารถเสนอกลับมา เป็นที่น่ายินดีว่ารัฐบาลยังฟังเหตุฟังผลกันบ้างทำให้การเดินรถไฟกลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ 18.00 นาฬิกาวานนี้
<สื่อต่างๆทั้งทางหน้าปัดวิทยุ ทั้งหน้าจอโทรทัศน์ เช่น รายการของคลื่น 92.25 ในช่วงสาย, รายการคุยโขมงบ่าย 3 โมงทางช่อง 9, รายการทางคลื่น 101 ของคุณพิสิทธิ์ กีรติการกุล ในช่วงบ่ายแก่ๆ รวมถึงอีกหลายรายการซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์และต่อว่าต่อขาน คุณสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯ ร.ฟ.ท. ประกอบกับที่ในช่วงเย็นสื่อต่างๆ ก็ทยอยกันนำเสนอข่าวโจมตีสหภาพฯ ร.ฟ.ท.ทางอ้อม ด้วยการหยิบยกผลการวิจัยของเอแบคโพลล์ที่ได้เผยผลสำรวจระบุว่า กว่า 3 ใน 4 หรือร้อยละ 75.2 ของประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการหยุดเดินรถไฟ ดูเหมือนว่าสื่อมวลชนไทยจะไม่ได้เรียนรู้หรือมีบทบาทในการสร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้สังคมเลยโดยในกรณีรถไฟหยุดวิ่งครั้งนี้ สื่อเพียงแค่หยิบเอาเปลือกของปัญหามาประโคมข่าวว่าสหภาพฯ ประท้วงได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและละเลยที่จะขุดค้นถึงรากเหง้าของปัญหากับหาทางออกว่าแท้จริงแล้วเหตุใดสหภาพฯ ร.ฟ.ท.จึงต้องออกมาเรียกร้อง ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มาตรฐานของสื่อไทยส่วนใหญ่หากจะกล่าวไปก็ไม่ได้มีพัฒนาการอะไรพอๆ กันกับรถไฟไทย เพียงทุกวันนี้พิธีกรหยิบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์-อินเทอร์เน็ตมาหากินทางวิทยุและโทรทัศน์ด้วยอารมณ์ ความรู้สึกความเห็นของตนโดยที่ไม่สนว่าสิ่งที่ตัวเองพูดจะมีส่วนช่วยให้สังคมไทยจะพัฒนาดีขึ้นหรือไม่ --- -- - โดย วริษฐ์ ลิ้มทองกุล 24 มิถุนายน 2552 13:08 น.>
การฉ้อฉล ไม่ชอบมาพากลของนักการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลที่นำคนของตนเข้ามาเป็นบอร์ดพยายามแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ตัวเอง การเมืองภาคประชาชนที่ร่วมต่อสู้เพื่อต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาโดยตลอดเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยรวมพลังต่อต้านการทำลาย รฟท. แม้ว่าจะต้องใช้ยาแรงก็ต้องทนดีกว่าอับจนหนทางในการกอบกู้เอากลับคืนมา ถึงจะมีตัวอย่างให้เห็นได้ว่ามีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรไปแล้วและสามารถสร้างผลกำไรกับสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองแต่ด้วยความเป็นบริษัทมหาชนที่มุ่งเน้นแต่ผลกำไรแต่จะมีสักกี่องค์กรที่ทำได้เช่นนั้น ที่ปตท.จากที่เคยกำไรไม่กี่หมื่นล้านบาทกลับเพิ่มขึ้นเป็นแสนล้านบาทหลังการแปรรูปแต่กลับส่งเงินเข้ารัฐน้อยลง ราคาเชื้อเพลิงโลกผันผวน เน้นแค่ค่าการตลาด ไม่เห็นหัวผู้บริโภค แอบนำสมบัติชาติออกนอกประเทศแล้วนำกลับเข้ามาขายสวมรอยว่าต้องซื้อ ต้องนำเข้าทั้งๆที่เป็นสมบัติของเรา สะใจคนไทยทั้งชาติแล้วหรือยัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)