เพื่อบรรลุถึงการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยการเผยแพร่ให้ความรู้ที่แท้จริงแก่ส่วนรวม
12 พฤษภาคม 2553
ยุบสภา ถามกูบ้างดิ
ตั้งแต่เดือนธ.ค.51 จนถึงวันเกิดเหตุรุนแรง 10 เม.ย. 53 15 เดือนเศษ ที่ฯพณฯ ขึ้นมาเป็นรัฐบาลทั้งหลายบกพร่องเรื่องการข่าวด้านความมั่นคงของชาติอย่างมากหรือไม่ก็ช่างเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ติดปลักของคำว่า " ไม่มีเขา เราก็ไม่มีหาง " อึปส์ "ถ้าไม่มีเขา เราก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล" ในวันนี้ ประสบการณ์เมษาเลือด 52 ไม่ได้สอนไม่ได้สั่งครั้งใหญ่ให้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส รีบดับไฟเสียแต่ต้นลม กลับปล่อยให้พิษสงอันร้ายกาจของระบอบตักขี้งอกงามแล้วยังปล่อยให้ขบวนการล้มเจ้าเติบใหญ่ ปล่อยให้วิทยุชุมชนที่จาบจ้วงสถาบันขยายตัว
เพียงเพราะว่าเสื้อแดงที่มีความจัญไรเป็นสรณะได้เริ่มต้นออกมาประท้วง ชุมนุมกันอย่างสันติ มหิงสาเพียงเพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลและตักขี้ของตนเสียผลประโยชน์ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของระบบศาลยุติธรรมไปเต็มๆ เมื่อพรรคแดงแพ้โหวตในสภาเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ตักขี้ก็เลยไม่สามารถแทรกแซงอำนาจศาลได้ อำนาจรัฐมันช่างหอมหวานเสียจริง แก๊งค์อันฑะพาลพวกนี้จึงพยายามจะแย่งชิงอำนาจรัฐ โดยแบ่งออกเป็นการจ่อสู้ทั้งในและนอกสภา กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาต้านรัฐบาลที่กำลังทำหน้าที่ ปกป้องอำนาจตุลาการ จัดการกับนักการเมืองโกงชาติโกงแผ่นดิน โดยแก๊งค์นี้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีการยุบสภา ชุมนุมสุมหัวกันไปตามอำเภอใจ เที่ยวไปเกะกะระราน ไปคุกคามผู้อื่น เกลี้ยกล่อมและกดดันให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว พยายามจะยกระดับความรุนแรงและความเสียหายต่อบ้านเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ มีกองกำลังติดอาวุธชุดดำลงมือปฏิบัติการใช้อาวุธสงครามร้ายแรงซึ่งยิงทั้งทหารและยิงคนเสื้อแดงด้วยกันเอง ด้วยแนวโค่นอำมาตย์ พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน สถาปนารัฐไทยใหม่ พอแกนนำเสื้อแดงนึกอะไรไม่ออกก็อ้างว่าทีพันธมิตรยังปิดสนามบินได้ เพราะฉะนั้นคนเสื้อแดงก็ต้องทำอะไรได้เหมือนกันและเป็นข้ออ้างลึกๆ ในความรู้สึกของคนเสื้อแดงจำนวนมาก โดยแกนนำเสื้อแดงนำความเท็จมาปลุกระดมชาวบ้านให้เกิดความโกรธแค้น ชิงชัง หรือขาดสติยั่งคิด ในลักษณะว่าเสื้อเหลืองทำอะไรก็ไม่ผิด
ข้อเท็จจริงแวดล้อมและข้อเท็จจริงภายในกระบวนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯและนปช.แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แกนนำเสื้อแดงสิ้นคิดใช้ข้ออ้างแบบแผ่นเสียงตกว่าพันธมิตรปิดสนามบินไม่เห็นมีความผิดอะไร เป็นข้ออ้างปัญญาอ่อน ไร้วุฒิภาวะและขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างน่ารังเกียจที่สุด พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลที่จะช่วยคนโกง มีคดีความที่ต้องรับผิดชอบต่อการไปชุมนุมของตน แกนนำที่ถูกระบุชื่อในข้อกล่าวหาทุกคนได้เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว กรณีที่บุกรุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีแนวร่วมพันธมิตรฯที่กระทำการต้องเข้าไปนอนในคุกเกือบหนึ่งร้อยคนและต้องหาเงินหาทองมาเป็นใช้ประกันตัวออกมาสู้คดี ในระหว่างการชุมนุมโดยสงบทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ อันธพาลคนเสื้อแดงของฝ่ายรัฐบาลและอาวุธสงครามต่างก็ได้มอบความรุนแรงให้แก่ผู้ชุมนุมของพันธมิตรฯ หลายครั้ง ถูกฆ่า ถูกทำร้าย ถูกสลายการชุมนุม
สำหรับแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว "การยุบสภาเป็นแค่หมากตาแรก" ความต้องการซ่อนเร้นอื่นคือความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดรัฐไทยใหม่หลังการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งใหญ่นั้นล้วนแล้วแต่โยงไปเกี่ยวข้องกับตักขี้ กินชะมัดทั้งสิ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตักขี้เองไม่เคยออกมาปฏิเสธความเกี่ยวพันกับขบวนการเหล่านี้ ตักขี้ทำแค่ยืนยันว่าตนยังจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์แต่ไม่เคยออกมาชี้แจง ยิ่งหากวิเคราะห์คำว่าสงครามชนชั้น สงครามประชาชนกับการหลุดคำว่าปฏิวัติฝรั่งเศส ราชวงศ์โรมานอฟและ "ปฏิวัติบอลเชวิคของรัสเซีย"ออกมาเป็นระยะๆ จากแกนนำของ นปช. จากแนวคิดที่หลงเหลือจากอดีตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ล้าสมัยและเป็นเผด็จการไม่น้อยไปกว่าระบบปัจจุบันด้วยการจับมือกับทุนนิยมสุดขั้วและนักฉวยโอกาสทางการเมืองย่อมจะไม่อาจจะกระทำได้เป็นอันขาด ประเทศไทยเป็นของทุกคนใครก็ตามอย่าได้อ้างจะสร้างรัฐใหม่เพียงเพื่อจะกลับมามีอำนาจทางการเมือง
ความพ่ายแพ้ทางการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าของแกนนำคนเสื้อแดงจึงกลายเป็นตัวเปิดช่องให้กับบรรดากองกำลังไม่ทราบฝ่ายและทราบฝ่ายทั้งหลาย พวกฮาร์ดดอร์ เถื่อน ถ่อย ดิบและหยาบ เข้ามากำหนดเกมมากขึ้นเรื่อยๆ การป้องกัน ควบคุมหรือการรับมือกับกลุ่มคนเหล่านี้มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องอดทน รอคอยกันไปอีก ไหนๆก็รอมาตั้ง 2 เดือนกว่าแล้วสังคมไทยต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนรู้สึกหดหู่ อึดอัด ไม่รู้เมื่อไรจะจบเสียที มาตรการกดดันต่างๆของรัฐบาลในการไล่ตะเพิดเสนียดแดงให้พ้นไปจากสี่แยกราชประสงค์ที่กินเวลานานหลายสัปดาห์แล้วยังไม่มีความสำเร็จใดๆอันเป็นรูปธรรมเลยแม้แต่เรื่องเดียว ปัญหาคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ไม่กี่พันคนที่รัฐบาลยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการอย่างไรดี...นอกจากการปิดล้อมกดดันกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผู้รับผิดชอบอย่างจ่าเฉย ผู้การนิ่ง นายพลใจเย็นต่างก็รอคำสั่งจากผู้นำแหย จากหัวหน้ายามป๊อกแป๊กที่พร่ำแต่บอกว่า “ไม่ใช้กำลังสลาย” จะทำตามมาตรฐานโลก จากเบาไปหาหนัก หัวหน้ายามคงกลัวมือเปรอะ กลัวว่าผู้ก่อการร้ายตายหรือบาดเจ็บ แล้วปล่อยให้ชาวบ้านถูกกระทำ โดนย่ำยี พวกรับเคราะห์ถูกลูกหลงในบริเวณนั้นก็ให้ถือว่าเป็นเหยื่อที่ต้องยอมรับสภาพกันไป "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง" เวลาชาวไทยส่วนมากขอบอกหัวหน้ายามป๊อกแป๊กว่า " ยามคุณถูกถีบตกเก้าอี้คุณก็แก้ปัญหาไปเองก็แล้วกัน " ก็ในเมื่อลูกชายยามไปกิ๊กกับลูกสาวหัวหน้าโจรกบถก่อการร้ายนี่ ทำอย่างไรได้เล่า
ในภาวะคับขันแบบนี้กลุ่มอำนาจใหม่ที่ใส่เสื้อสีน้ำเงินยังมีความพยายามหลอกล่อให้พันธมิตรฯออกมาตามเกมส์ชั่วออกมาปะทะ ออกมาต่อต้านกองกำลังก่อการร้ายเสื้อแดงด้วยความหวังที่จะให้มีสถานการณ์การปะทะและความรุนแรงเพี่อที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมทุกฝ่ายในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือกวาดล้างอุปสรรคทางการเมืองทุกฝ่ายให้สิ้นซาก กระทั่งวันนี้ตำรวจสีน้ำเงินอย่างสมยศ พุ่มพันธ์ม่วงได้ชงเรื่องให้ปทีปลงนามออกหมายจับ36 แกนนำพันธมิตรฯ อีกครั้งในคดีชุมนุมสนามบินทั้งๆที่มีการออกหมายเรียกไปรายงานตัวแต่ทุกคนก็ไป ไปเพื่อปฏิเสธที่จะรับทราบข้อกล่าวหาก่อการร้ายมาแล้ว นี่เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยไม่เข้าก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 ด้วยเพราะพันธมิตรฯรู้ทันเกมของกลุ่มอำนาจใหม่ในวันนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นการปล่อยการชุมนุมของคนเสื้อแดงให้ยืดเยื้อ สร้างความรุนแรงและความเสียหายต่อบ้านเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ใส่เกียร์ว่าง เพื่อกระชับอำนาจ สั่งสมเงินทองและเปลี่ยนฐานอำนาจรัฐใหม่ ยิ่งมีอนาธิปไตยโดยกลุ่มคนเสื้อแดงเกิดขึ้นนานวันเท่าใดนายกฯอภิสิทธิ์ก็ยิ่งแพ้ไข้ไปเท่านั้น
ภายใต้บรรยากาศในยุค อันธพาลครองเมืองเช่นนี้ชาวบ้านก็คอยเงี่ยหูฟังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการจัดการวิกฤติอย่างไร กลไกรัฐใกล้ล่มสลาย สภาพบ้านเมืองจ่ออยู่ปากเหวแห่งความเป็นอนาธิปไตย เมื่อเสื้อแดงกร่างคับประเทศ ตั้งด่านตรวจ รีดไถชาวบ้าน ไม่ชอบใจใครก็ลากออกมาซ้อม ยกระดับเป็นกบฏและกองกำลังก่อการร้าย ยึดกลางเมืองเป็นป้อมบัญชาการ สร้างโรงงานน้ำแข็งกลางเมือง จับชาวบ้านที่ถูกหลอกมาเอาไว้เป็นตัวประกันในโรงน้ำแข็งกลางถนนราชประสงค์แกนนำจิกหัวด่า ในแต่ละจังหวัดแกนนำคนเสื้อแดงพร้อมที่จะบุกเผาบ้าน เผาเมืองให้ฉิบหายวายวอดได้ทุกเมื่อ ฆ่าทหารกันสดๆ คาสี่แยกคอกวัว ลอบยิงวัดพระแก้ว ระเบิดคลังน้ำมัน บุกเข้ายึดโรงพยาบาลและหยามเหยียดหมิ่นเกียรติสถาบันเบื้องสูงทุกวัน มีการขยายเครือข่ายจาบจ้วงสถาบันอย่างรุนแรงตามสื่อต่างๆ กว้างขวางขึ้น ทั้งในประเทศและที่ต่างประเทศ มีการทำแผ่นซีดี.ตัดต่ออย่างสกปรกนับล้านแผ่น แจกจ่ายไปทั่ว เช่น บริเวณ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดลำลูกกา ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น และอีกหลายๆจังหวัดในภูมิภาค หลายแห่งมีจ่าฉิวมะเขือเทศกับจ่าไม่เฉยมะเขือเทศเป็นผู้แจกกระจายไปในหมู่คนที่ขาดข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่ถูกต้อง ยิ่งนับวันความเลวยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจนไร้ขีดจำกัดและก็ไม่เคยมีครั้งใดที่ผู้สมควรรับผิดชอบบ้านเมืองจะเพิกเฉยได้ขนาดนี้ คนเสื้อแดงกระหายเลือดรุมทำร้ายทหารและชาวบ้านบาดเจ็บคาโรงพยาบาล ได้ยกระดับความเถื่อนจนประชาสังคมขยะแขยงสุดทน รวมตัวกันลุกขึ้นต่อต้านกันทั้งบ้าน-ทั้งเมือง กบฏตักขี้เลยกลายสภาพเป็นโจรกบถแผ่นดินที่โดดเดี่ยวไม่มีใครอยากให้อยู่ร่วมแผ่นดิน แรกๆก็เข้าใจว่ายึดราชประสงค์เท่ากับจับกรุงเทพฯเป็นตัวประกัน แต่ที่ไหนได้พวกตัวเองกลับกลายเป็นถูกตำรวจ-ทหารรวมทั้งประชาชนปิดกั้นจะขยับขยายออกไปทางไหนก็ไม่ได้เหมือนควายติดคอก
แต่อยู่ๆเรดแมปเพื่อความปรองดอง 5 ข้อ-เลือกตั้ง 14 พ.ย.ของนายกฯอภิสิทธิ์ก็ได้ไหลโจ๊กออกมาโดยอ้างว่าเป็นการรวบรวมความคิดเห็นของกลุ่มองค์กร คณะบุคคลต่างๆได้เสนอความเห็นทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาว่าจะเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองแบบยั่งยืน ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะถูกกดดันถูกตำหนิรอบทิศจนเบลอหรือเพราะป้อมกห.ที่เคยวิ่งหนีคนเสื้อแดงจนหางจุกมาแล้วและหัวหน้ายามอย่างป๊อกแป๊กที่ซื้อเวลามาตลอดภายใต้เสื้อสีน้ำเงินที่ใช้กลยุทธ์เลี้ยงไข้คนเสื้อแดงเอาไว้ฆ่านายกฯอภิสิทธิ์ ผู้คนหลายๆฝ่ายรวมทั้งพวกนักการเมืองเขี้ยวลากดินออกมามั่วนิ่มเละเทะจนนายกฯอภิสิทธิ์โดนไปหลายดอกกว่าจะตั้งหลักได้ การออกมาแจงต่อสังคม สมาชิกพรรค วุฒิสภา สื่อ ต่างๆ และอื่นๆทั้งยังขีดเส้นตายม็อบแดงตัดสินใจรับหรือไม่รับข้อเสนอรัฐบาลโดยหากรับการเลือกตั้งจะเกิดปลายปี แต่ถ้าหากไม่ตอบสนองรัฐจะเดินหน้าต่อไป ความผิดอาญาต้องดำเนินการตามกม.ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดไม่ว่าเรื่องก่อการร้ายหรือจาบจ้วงสถาบัน
ขนาดรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังเคยกล่าวแสดงความกังวลด้วยว่า “ผมไม่มั่นใจว่าระหว่างการหาเสียงจะยังมีความรุนแรงอยู่อีกหรือไม่โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่ความขัดแย้งกระจายอยู่ทั่วไป หากทีมหาเสียงของประชาธิปัตย์ไปปราศรัยที่จังหวัดอุบลราชธานีอาจจะมีระเบิดเอ็ม 79 มาเป็นเวทีทำให้คนของพรรคตายคาไมโครโฟนก็เป็นได้และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผมจะขอสละสิทธิ์ไม่ลงเลือกตั้งจึงจำเป็นต้องขอดูท่าทีแกนนำคนเสื้อแดงก่อนว่านอกจากจะรับโรดแมปของนายกฯ และจะให้การรับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงระหว่างการหาเสียงอีก นอกจากนี้คนที่มีหมายจับจะต้องยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย”
เรดแหม็บๆ ทำให้สติกเกอร์“ยุบสภา ถามกูบ้างดิ”ของกลุ่มคนหลากสีต้องไร้ค่าหลังจากที่ได้รณรงค์กันอย่างหนัก หลังรัฐบาลประกาศปรองดองกับโจรกลุ่มก่อการร้ายล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ยอมจำนนกับการบีบคั้นกดดันของกลุ่มผู้ก่อการร้ายเหมือนตกลงเจรจาซื้อขายสินค้าประเทศชาติโดยที่ไม่เคยถามความรู้สึกของประชาชน ยอมจำนนให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงเลื่อนการยุบสภาและเลือกตั้งให้เร็วขึ้น แกนนำคนเสื้อแดงสายพิราบได้ยอมรับเรดแหม็บๆปรองดองแต่วาดลีลาอยู่หลายวันมาแล้วกว่าจะถอนสมอ แล้วเป็นไงการแอบไปคุยนอกรอบ ยอมรับอำนาจถ่อย คุยกับโจร หน้าแหกไปเป็นแถวๆเมื่อไม่มีสัจจะในหมู่โจรอยู่แล้ว บรรดาแกนนำฮาร์ดดอร์เถื่อน ถ่อย ดิบและหยาบบอกไปดิ มรึงตาย จะให้เลิกการชุมนุมที่ราชประสงค์ได้อย่างไรก็ในเมื่อยังไม่บรรลุเป้าหมายอะไรเลยสักอย่างสำหรับตักขี้ชาวมอนเตรเนโกรตัวนั้น ดังนั้นบรรดาแกนนำฮาร์ดดอร์จะปล่อยให้โล่ห์ไพร่แดงกลับบ้านไปทำไร่ไถนามือเปล่าๆไม่ได้ ต้องเก็บกวาดขยะในราชประสงค์ไปด้วยเอ้อม่ายช่ายต้องอยู่ต่อไป เป็นตัวประกันและเป็นเหยื่อ ที่จะล่อหรือกดดันให้รัฐบาลเข้ามาสลายการชุมนุมเพราะตักขี้อยากเล่มเกม 10 เมษายนอีกครั้งหนึ่งดีกว่าอยู่เปล่าๆ ทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ย่อยยับ สร้างความแตกแยกในประเทศ เปลี่ยนแปลงการปกครองให้มากเข้าไว้แล้วคนจัญไรจาได้กลับมา
ในเรดแหม็บๆของนายกฯอภิสิทธิ์หากบรรลุข้อตกลงจะเป็นการกวาดขยะซุกไว้ใต้พรม หากไม่ต้องการให้ทุกฝ่ายนำประเด็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเป็นส่วนในข้อต่อสู้ทางการเมือง ผู้จาบจ้วงนั่นโดนเล่นแน่นอนแล้วฝ่ายที่ออกมาปกป้องเล่า โทรทัศน์และวิทยุชุมชนฝ่ายเสื้อแดงที่หยุดไปแล้วตามพรก.และพรบ.ก็จะถูกเปิดขึ้นมาปั่นบ้านป่วนเมืองอีกครั้ง ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปดูก็ไม่สามารถดูต่อเนื่องได้เกิน 5 นาทีสักครั้ง ส่วนรายการที่สามารถสืบค้นความจริงได้และไม่สามารถปรองดองความดีกับความชั่วได้เช่นของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อาจารย์เสรี วงษ์มณฑา แทนคุณ จิตต์อิสระ สันติสุข มะโรงศรี และ ฯลฯ ต้องถูกถอดหรือลดเวลาลงด้วยหรือรวมทั้งเอเอสทีวีต้องลดสีจากขาวเป็นเทาหรือดำไปด้วยเลยหรือไม่เพราะการต่อสู้กับความชั่วร้ายในสังคมเป็นอุดมการณ์ของเอเอสทีวี ถ้านายกฯอภิสิทธิ์ตามใจพรรคร่วมรัฐบาลที่มีนักการเมืองที่คิดจะนิรโทษกรรมให้ตัวเองกับพวกพ้นผิด พันธมิตรฯ เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี ไม่สามารถรับแนวคิดนี้ได้ ประชาชนต้องมีต่อต้านรัฐบาลอย่างแน่นอน แผนการปฏิรูปประเทศและการตรวจสอบข้อเท็จจริงของนายกฯอภิสิทธิ์ก็ยังเป็นวุ้นจับต้องไม่ได้ไร้รูปธรรมอยู่เลย
ทันทีที่มีเสียงต่อต้านจากพันธมิตรฯ พรรคประชาธิปัติย์ก็ได้ระบุว่าพันธมิตรฯ คือกลุ่มการเมืองที่ไม่อยากเห็นความสงบสุขภายในบ้านเมือง มีคนกล่าวหาว่าพันธมิตรฯกระหายเลือด มีการกล่าวหาพล.ต.จำลองว่ากระหายเลือดเลิกถือศีลหันมาถือสาก มีสาวกพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาแสดงความคิดเห็นโจมตีทันทีทันใด ใครที่ดูแล้วไม่ใช้สติก็จะมองว่าพันธมิตรฯชั่วร้ายเห็นแก่ตัว พล.ต.จำลองบอกให้สลายโดยการปิดล้อม 100% ไม่ให้ใครเข้า ตัดน้ำ ตัดไฟ ไม่เห็นว่าจะมีคนตายแล้วมือใครจะมาเปื้อนเลือดที่ตรงไหนกัน ก็ในเมื่อไอ้หัวหน้ายามไม่ทำงานดังนั้นม.ทภ.1ที่มีหน้าที่ตรงต่อภาคกลางก็สามารถประกาศกฏอัยการศึกได้ เรื่องมันจะได้จบๆไปถ้ามาดูกึ๋นม.ทภ.1 อาจจะไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อเลยก็ได้ พอนายกฯโดนแฉว่ามีข่าวรั่วไหลว่ามีการล้มมวยเจรจาลับกันโดยกลุ่มคนรอบๆตัวนายกฯอภิสิทธิ์ในช่วงที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ถูกคุกคามกอรปกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่กกต.ตัดสินยุบพรรคมีแนวโน้มสูงในห้วงเวลาไล่กับการเลือกตั้ง 14 พ.ย.ที่ว่าไว้ การต่อรองก็แกว่งไปแกว่งมา
ถ้านายกฯอภิสิทธิ์ที่แสดงออกว่านายกฯเองกำลังเป็นตัวกลางของปัญหาของคนสองกลุ่มในสังคม เป็นกลางในความขัดแย้งจึงไม่ได้จัดการกับปัญหาต่างๆ ปล่อยให้กำนันเทือกและกลุ่มอำนาจใหม่ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศตอนนี้ ก็จึงสมควรแล้วที่นายกฯอภิสิทธิ์รับไม่ได้ที่จะต้องโดนปลดทางอากาศจากการยุบพรรคก่อนยุบสภาอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งในการทำเรดแหม็บๆขึ้นมา แต่ถ้ากกต.ลงมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เพราะว่าเขาน้อยใจว่าพรรคนี้เป็นรัฐบาลแท้ๆ แต่พวกเขายังถูกขู่ฆ่าขนาดนี้ ไม่มีการมาดูแลชีวิตและทรัพย์สินของเขาเลยแม้แต่น้อย ประชาธิปัตย์ก็สมควรยุบมันไปเลยดีกว่า สงสารประเทศโคตรๆที่คนที่มีหน้าที่คิดกันได้แค่นี้
อาจจะเป็นไปได้ว่ารัฐบาลได้แสดงออกถึงความพยายามแยกปลาออกจากน้ำอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่อย่างไรๆประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย การประกาศเงื่อนไขเวลาการยุบสภาออกมาเช่นนี้ย่อมจะทำให้ข้าราชการและกลไกรัฐทั้งหมดใส่เกียร์ว่างเพื่อรักษาตัวรอดและอาจฝักใฝ่นักการเมืองที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐมากขึ้น ข้าราชการคนใดอยากจะทำงานที่อาจจะกระทบนักการเมืองอย่างเต็มที่จึงย่อมใส่เกียร์ว่างไปเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นที่อยู่ภายใต้อำนาจทางการเมือง คดีการก่อการร้ายและคดีล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เมื่อมีความเกี่ยวพันทางการเมืองก็พอคาดเดาได้ว่าจะไม่มีวันคืบหน้า หากเหล่าข้าราชการโดยเฉพาะกองทัพและตำรวจใส่เกียร์ว่างก็จะทำให้รัฐบาลอยู่ในสภาพเหมือนเป็ดง่อยที่กลายเป็นรัฐล้มเหลวนับถอยหลังรอวันพ้นจากอำนาจเท่านั้น ในระยะเวลาอันสั้นแค่ 4 เดือนครึ่งเรดแหม็บๆเป็นการผูกมัดตัวเองและผิดพลาดอย่างมหันต์ เช่นนี้แล้วนักการเมืองคนไหนจะมาสนใจที่จะมาปฏิรูปประเทศ แก้ไขปัญหาของชาติ สื่อในเครือคนเสื้อแดงทั้งหมด ทั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เว็บไซต์
วิทยุชุมชน สื่อสิ่งพิมพ์ก็จะหวนกลับมาปั้นน้ำเป็นตัวปลุกระดมประชาชนให้หลงเชื่อมากขึ้น สถานการณ์จะรุนแรง อำมหิต และเหี้ยมโหด ยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่า นักการเมืองทุกฝ่ายแก้ไขกติกา รัฐธรรมนูญ และกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองกันเอง ระหว่างนี้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้เต็มปีและยังสามารถจัดสรรงบประมาณไว้กินไว้ใช้ในปีหน้าได้อีกด้วย
การปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าเลือก14 พ.ย.53 จริง แสดงว่ารัฐบาลต้องยุบสภาก่อนหน้านั้นรัฐบาลชุดนี้ต้องการผ่านการโยกย้าย-แต่งตั้งข้าราชการประจำปีไปให้ได้ รัฐบาลจะได้มีโอกาสตั้งคนที่ไว้ใจมาอยู่ในสองตำแหน่งนี้ทั้งตำรวจมีผลกับการเลือกตั้งมากๆ ในแง่ของการตั้งด่านตรวจการซื้อเสียง และการจับกุมการซื้อ-ขายเสียง ย้ายผู้ว่าฯย้ายนายอำเภอ ย้ายตำรวจ ย้ายข้าราชการ จัดงบประมาณลงพื้นที่ เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง กะจะใช้ทั้งอำนาจรัฐ และอำนาจเงินเอาชนะพรรคเพื่อไทยให้ได้มากที่สุด ความรุนแรงต่างๆ ระเบิด การวินาศกรรม จะสิ้นสุดจริงๆหรือ? การรวมตัวประท้วงขับไล่ ก่อให้เกิดความเกลียดชังกันจะหมดไปจริงหรือ? พรรคการเมืองต่างๆจะสามารถหาเสียงได้ในทุกพื้นที่โดยไม่มีคนมาก่อกวนได้จริงๆหรือ? ในเมื่อความจริง และความยุติธรรมต่างๆยังไม่ปรากฎ ความรักจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้อยาวนาน คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการต่างๆที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทำให้กลุ่มอำนาจใหม่ได้ทีกระชับอำนาจ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหารก็ย่อมจะต้องถูกครอบงำภายใต้อิทธิพลของกลุ่มอำนาจใหม่ ที่จริงแล้วการประกาศยุบสภาในครั้งนี้คือการซื้อเวลาเพื่อเตรียมเผชิญสถานการณ์ความรุนแรงยิ่งกว่านี้หลายเท่าหลังการยุบสภาคือการสถานปนารัฐไทยใหม่ดีๆนี่เอง
วันนี้เมืองไทยกำลังเผชิญกับสงครามจิตวิทยาครั้งใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตักขี้และบริวารใช้ทุกคนและทุกอย่างเป็นอาวุธ ใช้อย่างมีแผน ใช้กับคนทุกชั้นในสังคมและไม่จำกัดรูปแบบ ไม่มีกติกา ไม่เคารพกฎเกณฑ์ หลักศีลธรรมหรือจริยธรรมอย่างใดทั้งสิ้น เขาใช้สื่อทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง กว้างขวางและไม่หยุดยั้ง ใช้ทั้งสิ่งพิมพ์ ใบปลิว เครื่องขยายเสียง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต และปากต่อปาก ทำการแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม ไม่ว่าเป็นความจริงหรือเป็นเท็จขอให้เสียหายแก่ฝ่ายตรงกันข้ามได้เป็นพอ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการในพระองค์อื่นๆสถาบันพระมหากษัตริย์จึงถูกลบหลู่จาบจ้วง ใส่ความและให้ร้ายอย่างต่อเนื่องโดยรัฐธรรมนูญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงมีพระราชอำนาจและไม่ทรงอยู่ในฐานะที่จะระงับวิกฤตการณ์ใดๆ เว้นเสียแต่เมื่อวิกฤตการณ์นั้นถึงขั้นที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่จะใช้บังคับได้เท่านั้นจึงจะมีพระบรมราชวินิจฉัยได้ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การที่ศูนย์อิเหลี่ยเฉื่อยแฉะหรือศอฉ.ได้นำแผนผังโครงข่ายจาบจ้วงสถาบันที่ได้จัดทำกันอย่างเร่งรีบมาแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด ผู้ที่ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการล้มเจ้าอย่างใกล้ชิดมาก่อน เส้นสายระโยงระยางบนกระดาษแผ่นเดียวใบนี้ ไม่ทำให้เข้าใจ เห็นภาพว่า ใครเป็นใคร ใครทำอะไร ส่วนผู้ที่เกาะติดสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ก็รู้ซึ้ง รู้ลึก รู้มากกว่าข้อมูลที่ศอฉ.นำมาเผยแพร่หลายเท่า แต่กระนั้นมันก็ยังทำให้คนบางคนตุ๊กแกบางตัวต้องร้องออกมา ในขบวนการล้มเจ้านี้มีความเคลื่อนไหวที่สลับซับซ้อน ทั้งปิดลับและเปิดเผย หลายระดับ หลายรูปแบบทั้งในและต่างประเทศ บนดินและใต้ดิน มีทั้งที่ขึ้นเวทีอย่างเปิดเผยจาบจ้วงด้วยภาษาไพร่ มีทั้งที่แฝงมาในรูปวิชาการ แอบอิงอยู่กับทฤษฎี ปรัชญาความคิด บิดบังเจตนาอันแท้จริง ความคิดที่ไม่เคยเปลี่ยนบวกกับความต้องการที่ไม่เคยพอเป็นแรงผลักดันให้แสดงพฤติกรรมจาบจ้วง เหิมเกริม
จะดีไม่น้อยหากแผนผังโครงข่ายล้มเจ้าฉบับศอฉ.จะสร้างประโยชน์มากกว่าถ้าหากผู้ที่มีหน้าที่จัดทำจะแสวงหาข้อมูลเพื่อจัดทำคำบรรยายประกอบว่า ใครเป็นใคร ใครทำอะไร เพื่อใคร และมีคำอธิบายถึงภูมิหลังทางความคิด ผลประโยชน์ที่พึ่งพาอาศัยกัน ทั้งรัฐบาลและกองทัพซึ่งมีภาระหน้าที่พิทักษ์ราชบัลลังก์จะต้องตั้งใจจริงและทุ่มเทให้มากกว่านี้ ต้องระดมทรัพยากรที่มีอยู่และที่ต้องแสวงหาเพิ่มเติม เพื่อต่อสู้ทางความคิดและสร้างความรับรู้ที่ถูกต้อง ให้กับประชาชนจึงจะเป้นหลักประกันความมั่นคงของสถาบันได้
อย่างอดีตนายกฯหน้าปลาตีนชวลิต ยงใจยุทธที่ถูกประเสริฐ ทรัพย์สุนทรครอบไว้นั้นได้ชูและเผยแพร่คำว่าสภาเปรซิเดียมมานานมากแล้วที่มีเป้าหมายคล้ายคลึงกับความหมายของคำว่าปฏิญญาฟินแลนด์ที่ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีบทบาทเสมอเป็นเพียงสัญลักษณ์ อดีตนายกฯหน้าปลาตีนคนเดียวกันนี้ยังเคยเสนอแนวคิดที่กระทบต่อสถาบันมาหลายต่อหลายครั้ง หนึ่งในลูกศิษย์ของประเสริฐ ทรัพย์สุนทรก็คือชูพงษ์ ถี่ถ้วนที่เป็นที่ปรึกษาของนิตยสารเสียงตักขี้ที่ผลิตรายการทางออกประเทศไทยที่มีเนื้อหาดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ซึ่งนอกจากเผยแพร่ทางเว็บไซต์แล้วยังถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล สุเทพเทือกเคยให้สัมภาษณ์ว่า “พ.ต.ท.ตักขี้คิดจะกลับมาเป็นประธานาธิบดี” และอภิปรายซ้ำในสภาจนกระทั่งมีการฟ้องร้องต่อศาลซึ่งศาลก็ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงที่ออกมาบอกว่า “การต่อสู้ของคนเสื้อแดงไม่ต้องการระบอบประธานาธิบดีหรือประชาธิปไตยที่มีนายทหารนอกราชการบงการการเมืองอยู่ตลอดเวลาแต่เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขคล้ายกับประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก เบลเยียม” ด้วย
ในการปราศัยบนเวทีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์มีเจตนาที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่าคนที่อยู่เหนือจากท่านผู้หญิงจรุงจิตต์คือผู้ที่สั่งการใช่หรือไม่ในสั่งการกดดันหัวหน้ายามป๊อกแป๊กให้สลายการชุมนุม “ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์นั้นคือ นางสนองพระโอษฐ์และรองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อดีตนายกฯหน้าปลาตีนก็ยิ่งทำให้คนไทยผู้จงรักภักดีเกิดความไม่สบายใจเป็นที่สุดจากการพ่นลมว่า “มีความพยายามของพวกเราที่จะไปกราบพระบาทด้วยตัวของพวกเราเองมาโดยตลอดเพียงแต่ว่าได้ทราบว่าพระอาการยังไม่ค่อยดี แต่วันนี้ทราบว่าท่านทรงพระสำราญขึ้นแล้วก็อาจจะมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม” ความเหิมเกริมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นหากแต่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันพวกเขายังแสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีเจตจำนงเพื่อโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน
อย่างเช่นวารสารเสียงตักขี้เกี่ยวกับไพ่ 3 ใบว่า "ไพร่ตาสุดท้าย" และ "อำมาตย์อัสดง" หมายถึงใคร ? มากกว่าครึ่งของคณะผู้ผลิตวารสารนี้และคอลัมนิสต์ทุกคนเป็นสส. ไพร่เพื่อทักจึงแสดงว่ามีเป้าประสงค์ชัดแจ้งทางการเมืองในแนวทางเดียวกันด้วย (ทั้งหมดจึงได้มากระทำการร่วมกันให้กับตักขี้ที่แบ็คอัพอยู่ข้างหลัง) มีบรรณาธิการบริหารชื่อสมยศ พฤกษาเกษมสุขต้องหมายจับคดีหมิ่นฯ
นักเขียนประจำอย่างอีเพ็ญจักรภพ เพ็ญขา สส.หัวล้านสุรพงษ์ โตแล้วไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สหายจรัล ดิษฐาอภิชัยคอมฯหลงยุค สส.พลโทมะ โพธิ์งามที่เคยสาบานต่อหน้าธงไชยเฉลิมพลมาแล้ว สส.สุนัข จนหัวหงอกหมดแล้ว สส.สงวน พงษ์มณี สุธาชัย ยิ้มประเสริฐคอมฯหลงยุค อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐอีกหลายตัวเช่นสุดา รังกุพันธ์ ธเนศ เจริญเมือง, จารุพรรณ กุลดิลกเมียสส.ไพร่ มีชูพงษ์ ถี่ถ้วน, สุรชัย แซ่ด่านวัฒนานุสรณ์คอมฯหลงยุค, หัวขวดวีระ มุสาไปวันๆ, สุทิน คลังแสง, สุวิทย์ ทองนวลเป็นที่ปรึกษา มีสุธรรม แสงประทุมคอมฯหลงยุคเป็นประธานบริหาร ส่วนในกองบรรณาธิการก็อีเพ็ญ, โฆษกจิรายุ ห่วงแค่ทรัพย์, จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ, ไชยวัฒน์ ตระการรัตนสันต์ ใช้กฤษฎา ใจสุวรรณ์, ชาคริต คงงามเป็นฝ่ายศิลปกรรม ฝ่ายสมาชิกก็มีเบญจา หอมหวาน, กับชรินรัตน์ อิงพงษ์พันธ์หลอกล่อชาวบ้านธนาธิป ชุมเกษียณเป็นช่างภาพ
การตัดสินใจรับตำแหน่งประธานไพร่เพื่อทักก็ยืนยันว่าอดีตนายกฯหน้าปลาตีน นช.ตักขี้แห่งมอนเตรเนโกร กลุ่มคนเสื้อแดงและไพร่เพื่อทักอยู่ในครอกเดียวกันมีความคิดเหมือนกันจนพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษถึงกับกล่าวเตือนอดีตนายกฯหน้าปลาตีนว่า“ขอให้ไตร่ตรองให้รอบคอบเพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการทรยศต่อชาติ
29 เมษายน 2553
ประเทศไทยไม่พ่ายแพ้
ตามฤกษ์ฝังเสาหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์นี้ในทางโหราศาสตร์ถือเป็นฤกษ์ ดวงเมืองประเทศไทย และเพิ่งครบ 228 ปีนับจากวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล จุลศักราช 1144 หรือวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2325 เวลา 06.54 น. ผืนแผ่นดินที่เราเหยียบอยู่มีพื้นฐานการพัฒนามาอย่างไร ตั้งแต่โบราณประเทศเรามีการรบรากับชนกลุ่มน้อย ทำศึกสงครามกับกบถในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด การที่บ้านเมืองจะเป็นปึกแผ่นได้ชนชั้นปกครองจำเป็นต้องมีความมั่นคงและมี อำนาจเด็ดขาดเพื่อป้องกันภัยกบถจากภายในชาติ ในเวลาต่อมาความเคร่งครัดของกฏหมายก็ลดน้อยลงหรือเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ สอดคล้องกับสภาพการปกครองในแต่ละสมัยเรื่อยมา เช่นว่า ประชาชนสามารถสบตากษัตริย์ได้ สามารถร้องเรียนหรือถวายบังคมทูลโดยตรงกับกษัตริย์ได้ สามารถทูลเสนอความคิดเห็นได้ แต่ข้อกฎหมายเหล่านี้ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องสถาบันที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นจุดเปราะบางของความมั่นคงของชาติจึงต้องบัญญัตไว้ จริงอยู่ว่าประเพณีที่ทำมากันเป็นเวลายาวววววนานไม่สามารถเปลี่ยนในชั่ววันชั่วคืน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจะมีผลกระทบความเชื่อตามทำนองคลองธรรมของคนกลุ่มใหญ่ในชาติ คนไทยไม่ได้เทิดทูนเพราะกลัวนรกจะกินกบาลแต่เป็นเพราะสิ่งที่ท่านอุทิศให้ประเทศชาติ ท่านพยายามถ่ายทอดหลักการที่ให้ประชาชนของท่านให้เห็นว่าคนไทยควรมีการพัฒนา อย่างไรให้เหมาะกับพื้นฐานวัฒนธรรมหรือแม้แต่ทรัพยากรที่มีในประเทศของเรา ไม่ใช่ตามเอาแต่ตูดประเทศอื่นๆโดยไม่เหลียวหลังดูตนเอง พระบรมเดชานุภาพนั้นไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ ไม่ใช่สิ่งที่อำนาจทางการเงิน การเมือง การทหารใดๆจะมาทำลายได้
คนรุ่นใหม่อาจมีความรู้สึกต่อต้านสถาบันกษัตริย์ในประเพณีนี้ ลองพิเคราะห์ดูว่าถ้าหากมีคนมายืนด่าคุณกลางที่สาธารณะ ใช้ความเป็นเท็จกล่าวหา คุณก็สามารถที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ หากคุณไม่ติดใจเอาความก็สามารถจะปล่อยๆมันไปหรือยกฟ้องไม่เอาความผิดกับบุคคลนั้นไป ในทางกลับกันหากเราถอดกฏหมายหมิ่นประมาทออกไปคุณจะทำอย่างไรเมื่อคุณถูกป้ายสี ถูกใส่สีตีไข่ พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่สามารถที่จะไปแก้ไขกฎหมายในรัฐธรรมนูญได้ตามพระทัยเพราะพระองค์ท่านเองก็ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่พระเจ้าอยู่หัวท่านก็ทราบข้อนี้ดีว่าหากการวิพากวิจารณ์เป็นแค่การโจมตี ใส่ร้ายป้ายสีท่านเช่น วาดภาพล้อเลียน กล่าวหาว่าร้าย เรื่องส่วนตัว พระองค์ท่านก็ได้เลือกที่จะพระราชทานอภัยโทษให้คนที่โดนข้อหานี้ตลอดมาและยังมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับการส่งเสริมให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปก็สามารถวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางที่สร้างสรรค์ คนรุ่นใหม่ถูกปลูกฝังในเรื่องนินทาว่าร้ายเรื่องฉาวที่เล่ามาปากต่อปากขาดหลักฐานเกี่ยวกับราชวงศ์ ราชทายาท
พาฟโลฟ (Pavlov) นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้พิสูจน์ว่าสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งคนด้วยอาจเห็นผิดเป็นถูกได้ง่ายๆ ด้วยสงครามจิตวิทยาในแบบที่คนอย่างตักขี้และบริวารนั้นกำลังใช้อยู่คือการแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งที่เป็นความจริงและเท็จ ไม่คำนึงถึงศีลธรรม ให้ประชาชนหวาดกลัว ระแวงสงสัย สับสน หรือเข้าใจผิดในพระราชวงศ์ ใช้ทุกคนและทุกอย่างเป็นอาวุธ ใช้อย่างมีแผน ใช้กับคนทุกชั้นในสังคมและไม่จำกัดรูปแบบ ใช้สิ่งพิมพ์ ใบปลิว เครื่องขยายเสียง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต และปากต่อปาก สื่อทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง กว้างขวาง และไม่หยุดยั้ง ขอให้เสียหายแก่ฝ่ายตรงกันข้ามได้เป็นพอ แม้จะจับได้ว่าโกหกก็ช่าง โฆษณาลบหลู่จาบจ้วง ใส่ความ และให้ร้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการในพระองค์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้ไอ้พวกนปช.เมกาที่ไม่สามารถอยู่เมืองไทยไปกลับเมกาเหมือนคนไทยทั่วๆไปได้นั้นเพียงหยิบมือกำลังสุมหัวกันในอีกซีกโลกหนึ่ง พวกมันกำลังตอกลิ่มให้คนไทยแตกแยก คิดต่างกล่าวหาสถาบันกษัตริย์ของเราอย่างหนักหน่วงจาบจ้วงรุนแรงมากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในตลอดชีวิตของคนพวกนี้ได้เคยทำคุณูปการใดๆต่อบ้านนี้เมืองนี้มาก่อนหรือไม่สักเพียงแค่กระผีกหนึ่งของคนไทยปรกติหรือไม่ นปช.เมกากำลังลุ่มหลงไปกับภาษาของนักวิชาเกินการกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในแผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้านั้นด้วยกอรปกับการยัดเยียดชุดความคิดต่อต้านสถาบันเบื้องสูงด้วยความบิดเบือน เริ่มจากการที่ราชวงศ์จักรีก่อเกิดจากการปล้นมาจากพระเจ้าตากสินมหาราช ที่พระเจ้าตาก(ผ้านุ่งหญิง) ณ สันกำแพงกลับชาติมาสร้างตึกชินฯให้บริวารวาดภาพกษัตริย์หน้าเหลี่ยมๆ ปลุกปั่นว่ามันคือพระเจ้าตากกลับชาติมาเกิด เพื่อทวงบัลลังค์คืนทำให้พระเจ้าตากสินมหาราชต้องหนีตายกระเซอะกระเซิงไปถึงนครศรีฯ ใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้นตราบจนวันสิ้นพระชนม์ กรณีพวกนักวิชาการในมหาวิทยาลัยอุบาทว์ที่ชอบเปิดสอนสาวๆ ลูกศิษย์ลูกหาชาวม.เชียงใหม่กับเมียเพื่อนตอนดึกๆจนกระทั่งนักวิชาการคนหนึ่งทิ้งเอี่ยวศรีเมียตัวเองเสียดื้อๆแล้วหันมาอยู่กินกับเมียของเพื่อนแทน ชอบเอามาเล่นงานเบื้องสูง ร่ายยาวการจาบจ้วงตั้งแต่พระปฐมบรมกษัตริย์จนมาถึงพระภัทรมหาราชที่ได้ขึ้นครองราชย์โดยธรรมด้วยความร่วมมือของพรรคประชาธิปัติย์ในขณะนั้น จบท่านปรีดี ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศตราบจนวาระสุดท้ายที่ญี่ปุ่น
นักวิชาเกินการพวกนี้ทำมาหากินอย่างอื่นไม่เป็น ทำได้ก็แค่เพียงอ่านหนังสือแล้วก็บ่นเพ้อไปตามอารมณ์ มองโลกด้วยสายตาเพ้อฝัน ไม่อยู่กับความจริง ฝังใจกับภาพประวัติศาสตร์เมื่อครั้งปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศสและการปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียแถมยังปักใจเชื่อว่าพระมหากษัตริย์คือผู้ที่กดขี่ข่มเห่งราษฎร คนแบบนี้มักกระจายตัวอยู่ตามคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ อักษรศาสตร์ สังคมศาสตร์ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิชาเกินการลอกความเห็นจากตำราของตะวันตกแล้วจำขี้ปากฝรั่งเอามาจัดชุดความคิดล้างสมองนิสิตนักศึกษาที่ไม่ชอบค้นคว้าตำราด้วยตนเอง นักวิชาเกินการพวกนี้ล้วงลึกไปถึงสมัยพระเจ้าตากเขียนบทความใส่ชุดความคิดแนวเดียวกันนี้บ่อยๆ เหมือนอยู่ในเหตุการณ์แล้วเอามาสร้างจิตวิทยาหมู่ อดจะแวะไปเหลียวมองดู ชาญวิทย์ เกษตรศิริ สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล สุทธาชัย ยิ้มประเสริฐ เกษียร เตชะพีระ นิธิ เอียวศรีวงศ์ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์ สุดา รังกุพันธุ์ ฯลฯ เสียมิได้ เร็วๆนี้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลได้ประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำออกมาโต้ข้อหาของศอฉ.ดังที่ปรากฏในแผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้านั้นว่าไม่เป็นความจริงเลย การออกมาอ้างว่าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกำลังแต่งภาพละครแขวนคอภาคต่อครั้งที่สองในลักษณะตลกชวนสมเพช ต่อจากท่านเสนีย์ ปราโมชร่วมกับคุณชวน หลีกภัยเมื่อครั้ง 6 ตุลาฯ 19 เคยทำไว้ครั้งแรกในลักษณะโศกนาฏกรรมจากการร่วมมือกันสร้างสถานการณ์ ให้อันธพาลการเมืองและกำลังตำรวจ ตชด.ได้บุกโจมตีเข้าไปธรรมศาสตร์ฆ่าหมู่กลางเมืองที่ป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย แต่ไอ้การที่พวกของสมศักดิ์(ไม่)เจียมด่ากษัตริย์แบบจงเกลียดจงชังสมรู้กับกระบวนการตามแผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้านั้นมันหมายถึงพวกของสมศักดิ์(ไม่)เจียมกำลังเล่นละครแขวนคอหุ่นหรือคนที่แต่งหน้าเป็นองค์รัชทายาทอีกครั้งในสมัยนี้หรือไม่
สมศักดิ์(ไม่)เจียมตอบได้หรือไม่ว่าข้อความต่อไปนี้เป็นหนึ่งในผลิตผลที่ได้ทุ่มเทลงทุนลงแรงไปในช่วงกว่า 20 ปีของชีวิต...ตอนนี้แมงสาบทาสขันทีชั่วเริ่มใช้สุดยอดวิชาชั่วช้าประจำพรรคของมันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งการป้ายสีผู้ชุมนุมว่า "ผู้ก่อการร้าย"เอย ยิงระเบิดถล่มยอมสละชีิวิตและเลือดเนื้อคนของตัวเองเอย และ เคล็ดวิชาำอำมหิตของมันคือ ป้ัายสีฝ่ายตรงข้ามว่า ล้มล้างสถาบัน...
ในเวปนรก cbox ของ นปช.เมกามีบทสนทนานี้เมื่อ 26 Apr 10, 09:51 AM คนตาคลี- เป้าหมายหมายศิริราชชั้นที่๑๖...ล้อคเรียบร้อย การฆ่าประชาชนเริ่มเมื่อใหร่ ..กองเอาะเยาะแน่
26 Apr 10, 09:54 AM คนตาคลี- เราต้องทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะให้"พ่อหลวง"ของเรา ดิ่งตึกศิริราชให้ได้
26 Apr 10, 09:53 AM allred- ห้ามถาม ห้ามสงสัย ซาบซึ้ง ได้อย่างเดียว
26 Apr 10, 10:52 AM Red Fire- Mr. Anti is really can read his mind,, It is high potential that will happen so Phumipon wants to be important person for the world to see what happened to this crisis.
26 Apr 10, 10:47 AM
Killer Whale_Boston- ว่าแล้ว- อยากให้อ.ชูพงษ์ เขาสายมา นปช usa อ.ชูพงษ์'s latest talk at NorporchorUSA รายการสถานีเปลี่ยนระบอบ โดย อ.ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ ประจำวันที่ 26 เมย.
ขนาดปรกติ , ไซด์หนึ่ง , ไซด์สอง , ไซด์สาม
ขนาดเล็ก , ไซด์หนึ่ง , ไซด์สอง
26 Apr 10, 11:04 AM pinyada17- ม.112 ออกมาเห็นแก่ตัวชะมัด
26 Apr 10, 11:01 AM Killer Whale_Boston- no uniform- แอบปลอมเป็นพนักงานทำความสะอาดโรงพยาบาลดีมั้ย no uniform- แล้วไปจัดการมันเลย pampampam: เขาคงรับหรอก ต้องสแกน สิบชั่วโคตร -- LOL
หลายๆคนพยามยามต่อสู้มาเพื่อประชาธิปไตยและเสรีภาพในการพ่นลมนินทาว่าร้ายเรื่องฉาวที่เล่ามาปากต่อปากขาดหลักฐานเกี่ยวกับราชวงซ์ ราชทายาทนั้น คุณทำเพื่ออะไร คุณอยากมีระบบประชาธิปไตยแบบอเมริกา คุณพร้อมหรือยังที่จะลุกมาสู้เพื่อหลักการ ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล คนอเมริกันเค้าต่อสู้เพื่อหลักการที่ผู้นำพร้อมจะมีและเสนอให้ แต่ไม่ได้ต่อสู่เพื่อตัวนายบุช นายคลินตัน หรือนายโอบามา หลายๆครั้งในเวปนรก cbox มักจะมีข้อความแกี่ยวกับตักขี้ รักตักขี้ เมื่อไรตักขี้จะกลับมา ตักขี้มาใหญ่ได้ไม่กี่ปี พวกมันรวยอื้อซ่า ในหลวงอยู่มากี่ปียังให้พวกมันไม่ได้อย่างที่ตักขี้ได้ให้ไป พอเถิด พอได้แล้ว หันกลับมามองความจริง หยุดเสียมีกับการทำลายชาติเพื่อบุคคลคนเดียวที่เข้ามาเพียงแต่ 8 ปีและมองข้ามคนอีกคนหนึ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติมาตลอดชีวิต พระมหากรุณาธิคุณที่ปวงชนชาวไทยได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาแหล่งน้ำและธรรมชาติ การพัฒนาหลักคิดหลักปฏิบัติด้วยพระบรมราโชวาทในวาระต่างๆ ตลอดตั้งแต่เสด็จครองราชสมบัติมาตลอดรัชสมัยของพระองค์ไม่เคยมีมหาอำมาตยาธิปไตยและอำมาตยาธิปไตยใดๆทำให้ประชาชนได้เท่าพระองค์มาก่อน
ความละโมบของตักขี้ที่ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จจึงสนใจและฝักใฝ่ เพื่อปูทางไปสู่การเถลิงอำนาจโดยสมบูรณ์ อาศัยความคิดในการเปลี่ยนไทยเป็นสาธารณรัฐหรือคอมมิวนิสต์ของพวกนักวิชาการในมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะพวกกลุ่มที่สอนกันกลางวันไม่ได้ความกำเริบเสิบสานที่มองเห็นผลประโยชน์ซึ่งเป็นช่ิองว่างที่คนไทยไม่ตระหนักในสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่พลเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยของตักขี้ ทำให้เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากการสนับสนุนทางวิชาการจากนักวิชาการหลงยุค อ้างประชาธิปไตย ทั้งคณะราษฎร์และรัฐบาลทุกยุคสมัยไม่เคยมีการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องประชาธิปไตยนี้แก่ประชาชน ทำให้เป็นช่องโหว่ที่คนอย่างตักขี้และนักวิชาการบางกลุ่มได้สอดแทรกความคิดและความเชื่อที่ผิดๆให้แก่ประชาชน ดังนั้นกลุ่มอำมาตย์ใหม่ นักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นอำมาตยาธิปไตยใหม่ที่เกืดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงหลังรัฐบาลเปรมทำให้นักการเมืองแบบหลงจู๊ห้าสั้น, มนตรี ผงพาณิช, อดีตนายกฯหน้าปลาตีนเป็นต้นมาเป็นอำมาตยาธิปไตยใหม่ แต่ประชาชนยังไม่ได้เป็นเจ้าของอำนาจเพราะขายไปตั้งแต่กากบาทเลือกผู้แทน หลังการโค่นล้มรสช.มาทำให้อำมาตยาธิปไตยเกิดการปรับตัวใหม่และเกิดโคตรอภิมหาอำมาตยาธิปไตยได้รับสัมปทานดาวเทียม ดูดเงินไปจากชาวไทยเจ้าของประชาธิปไตยมากมายเป็นหลายแสนล้าน กระนั้นไทยรักไทยก็ยังยึดอธิปไตยไม่เบ็ดเสร็จ
สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะเป็นต้นเหตุให้นำไปสู่สงครามกลางเมือง คนเสื้อแดงกร่างคับประเทศ ตั้งด่านตรวจ รีดไถชาวบ้าน ไม่ชอบใจใครก็ลากออกมาซ้อม ยกระดับเป็นกบถ และกองกำลังก่อการร้าย ยึดกลางเมืองเป็นป้อมบัญชาการสร้างโรงน้ำแข็งไปวันๆรอเวลาหาทางลงจากหลังเสือ เที่ยวมาเรียกร้องให้รัฐบาลฯยุบสภา-ลาออก คนเสื้อแดงเรื่มเหวง เริ่มดิ้นรน ร้องแรกแหกกระเชอ ตีอกชกหัว เมื่อรัฐบาลไม่สนใจ หนักข้อเข้าคนเสื้อแดงก็บังเอิญมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ใช้อาวุธสงครามเข้ามาร่วมสร้างความรุนแรง ร่วมก่อการร้ายในเมือง บนเวทีเสื้อแดงก็เริ่มใช้วาทกรรมสอดประสานกับซ้ายอกหักที่มุ่งมั่นกับการสร้างรัฐไทยใหม่ เราจะเอาประเทศไทยไปไว้ที่ไหนกันเล่า ถ้าคนเสื้อแดงมันเชื่อว่าถ้าจัดตั้งรัฐไทยใหม่ได้สำเร็จจะเกิดการเปลี่ยนแปลงการถือครองกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินและที่ดินใหม่ โดยให้ผู้ที่มีบทบาทและผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้เลือกถือครองก่อน มันบอกว่าแกนนำจะให้คนเสื้อแดงสามารถจับจองและเป็นเจ้าของที่ดิน ตึกอาคาร บ้านเรือนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพได้หมด โดยยึดจากเจ้าของเดิมมาให้กับกลุ่มเสื้อแดง และให้เสื้อแดงจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานตามตึกออฟฟิศต่าง ๆ แทนคนกรุงเทพที่ต่อต้านรัฐไทยใหม่ เพื่อที่คนเสื้อแดงจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมกับที่มาร่วมชุมชุม และจะกำจัดคนที่ต่อต้านรัฐไทยใหม่โดยการฆ่าพวกที่ต่อต้านไม่ยอมกลุ่มเสื้อแดงส่วนพวกที่หัวอ่อนก็จะให้ไปอยู่ต่างจังหวัดทำงานใช้แรงงานแทนคนเสื้อแดง นี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพวกเสื้อแดงจึงกร่างและเข้ามาร่วมชุมนุมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะพวกมันคิดว่าถ้าตั้งรัฐไทยใหม่ได้พวกมันไม่ต้องลำบาก ได้ใช้ชีวิตอาศัยในกรุงเทพและทำงานสบาย โดยที่คนพวกนี่ไม่ได้มีความคิดเรื่องการกลัวบาป หรือเรื่องศีลธรรมเลยมันบอกแต่เพียงว่าชีวิตพวกมันในต่างจังหวัดนั้นลำบากไม่มีอะไรกิน มาชุมนุมที่กรุงเทพมีเงินให้ มีข้าวให้กิน ก็ดีแล้ว ถึงแม้ว่าจะร้อนก็ดีกว่าที่บ้านพวกมันในต่างจังหวัดที่ไม่มีอะไรกิน และถ้าพวกมันทำสำเร็จพวกมันก็จะรวยและมีชีวิตที่สบายแทนคนกรุงเทพ มันบอกว่าคนกรุงเทพสบายมานานแล้วเอาเปรียบพวกมันที่เป็นคนไทยเจ้าของประเทศที่ต้องอยู่ต่างจังหวัด พวกมันอ้างระบบใหม่เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่พวกมันมีสิทธิ์ในการถือครองกรรมสิทธิ์ทุกอย่างในประเทศนี้
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์และผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กจะคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ ศูนย์อำนวยการอิเหลื่อยเฉื่อยแฉะ(ศอฉ.)ที่มีรองสุเทพ เทือกเป็นผอ.และมีป๊อกแป๊กเป็นหัวหน้าคณะผู้ปฏิบัติงานไม่เป็นเอกภาพ ทำผิดพลาดซ้ำซาก ประเมินสถานการณ์ต่ำ เลือกใช้คนที่ไร้ประสิทธิภาพ นายกฯอภิสิทธิ์ประเมินศักยภาพของสุเทพเทือกสูงเกินไป น้องเดียวสาทิตย์กว่าจะเปิดเกมรุกด้านสื่อก็เกือบจะไม่ทันการณ์ นายกฯอภิสิทธิ์ไปออกทีวีก็โดนมือเลวกวนคลื่นสัญญาณมีตำรวจมะเขือเทศ มีทหารแตงโมฝังตัวอยู่ในศอฉ.คอยรายงานข้อมูลให้แกนนำหัวขวดอยู่ตลอดเวลา ทั้งพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐและป๊อกแป๊กกำลังจะเกษียณอายุราชการเหมือนกัน ลำพังแค่การแต่งตั้งผบ.ตร.ยังคาราคาซังกันอยู่ ดังนั้นเราจึงเห็นอาการของตำรวจเกียร์ว่างกับตำรวจมะเขือเทศที่ไม่ยอมดำเนินการใดๆเลย ตำรวจเกียร์ว่างหลายต่อหลายครั้ง กลไกรัฐ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการหรือฝ่ายการเมืองที่ลอยตัวไม่ร่วมรับผิดชอบ คอยสร้างปัญหากดดันซ้ำเติม พวกจ่าเฉยกับผู้การนิ่งและนายพลใจเย็นรอคำสั่งจากผู้นำสถานเดียว (สำนวนของคุณโสภณฯ เล่นนอกสภา คมชัดลึก) ประชาชนตาแดงๆหลายคนเชื่อว่าพวกเราโคตรผิดหวังและเสียใจที่ประเมินขีดความสามารถของพวกท่านสูงเกินไป การเกี่ยวก้อยกันไปออกทีวีของนายกฯอภิสิทธิ์กับผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าป๊อกแป๊กหรือกองทัพจะเต็มร้อยกับทางรัฐบาล การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ดังนั้นปัญหาของประชาชนต้องแก้โดยประชาชนใช่หรือไม่ป๊อกแป๊ก กระทั่งวันนี้รัฐบาลก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการอย่างไรดีนอกจากการปิดล้อม–กดดันกันไปเรื่อยๆ รัฐบาลควรคิดแยกควายออกจากรัฐบาลและศูนย์อำนวยการอิเหลื่อยเฉื่อยแฉะก่อนเป็นลำดับแรกๆ ให้ควายดำกับควายเถิกออกก่อนเพื่อนเลย
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งล่าสุดทรงระบุเอาไว้ว่า...การที่ประเทศนี้ผู้ที่ตั้งใจทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่านอกจากความเรียบร้อยที่จะเกิดขึ้นเป็นการแสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ในประเทศที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน อย่างชัดเจนและตั้งใจที่จะรักษาเอาไว้ซึ่งความเรียบร้อยของประเทศ ทำให้ประชาชนทั่วไปมีความตั้งใจในตัวที่จะปฏิบัติงานของตนอย่างซื่อสัตย์ สุจริตเหมือนกัน...
ยุคนี้เป็นยุคที่ทหารอ่อนแอถึงขีดสุด กองทัพตกต่ำได้ถึงขีดสุด และ ความเป็นผบ.ทบ.ตกต่ำทรุดโทรมยิ่งกว่าหัวหน้ายามแล้ว กองทัพก็ต้องเสียมือดีในกองทัพไปด้วยความอำมหิตของกบถแดงถ่อย กองทัพต้องหันเอาหน้าไปซุกคลังแสงด้วยความอับอาย ต้องมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตำรวจสวนทางกับอดีตอันรุ่งโรจน์ของกองทัพไทย การโยกย้าย ผบ.ทบ. ต้องนำเรื่องเข้าสภากลาโหมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องเป็นคนทำแต่วันนี้อดีตบิ๊กบูรพาวิถีแนบแน่นกับผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กที่ฉลาดในการลอยตัวอย่างที่สุดจนลืมหน้าที่มาหลายปีผลาญอนาคตนายกฯมาแล้วถึง 3 คน ตอนนี้กำลังหมายมั่นปั้นมือที่จะทำให้ชีวิตทางการเมืองของคนหนุ่มอนาคตไกลต้องมาตกต่ำ เสื่อมโทรม ต้องหมดอนาคตลงไปพร้อมๆกับอายุราชการที่ป๊อกแป๊กหวงนักหวงหนา ไม่ต้องการให้ชีวิตราชการของตัวต้องมาตกสี ขาดวิ่นกระรุ่งกระริ่ง เหมือนอย่างที่ผบ.ทบ.ในอดีตหลายๆคนได้พบเจอมาหลังเกษียณ อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...
ตำรวจเกียร์ว่าง ตำรวจสีแดงหลายๆคนกำลังทรยศต่อชาติและทรยศต่อหน้าที่ทั้งร่วม-ทั้งรู้เห็นเป็นใจเรียกว่าเป็นไปกับขบวนการกบถแดง ถ้าอยากเป็นพวกกบถแดง-กบถตักขี้ก็ควรลาออกไปกินเงินเดือนกบถตักขี้แล้วประกาศตัวให้ชัดเจนไปเลย แต่การทำอย่างนี้ยังเป็นคนหลวง กินเงินเดือนหลวง แต่ทรยศหลวง ทรยศประชาชน ทำตัวเป็นคนไม่มีค่า-ไม่มีราคาความเป็นคนอะไรเลย ตำรวจกลุ่มใหญ่ออกแรงขู่นายกฯอภิสิทธิ์แกมบังคับให้รับตำรวจหลายนายซึ่งต้องคำพิพากษาจากประชาชนและหน่วยงานรัฐ จากกรณีสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 51 ที่หน้ารัฐสภาและคดีม็อบคนรักอุดรให้กลับเข้ารับราชการก่อนจึงจะใส่เกียร์เดินหน้า รสก.ผบ.ตร.พล.ต.อ.ปทีปจึงได้ลงนามตั้งเพิ่มศักดิ์กับสุชาติ เหมือนแก้วกลับมารับราชการในตำแหน่งผู้การประจำตร.แล้ว ถือว่าพล.ต.อ.ปทีปทำดีที่สุดแล้วซึ่งก็จริงเพียงแต่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่พยายามทำดีตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เท่านั้น อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...
ข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งในทางตรงและทางอ้อมยุติบทบาท คบหา มั่วสุมหรือสนับสนุนแก๊งอันธพาลและผู้มีอิทธิพลที่สนับสนุนอันธพาล ทรยศต่อวิชาชีพและทรยศต่อหน้าที่ ยิ่งพวกที่รอหากเกิดการพลิกขั้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตนแล้วยอมจะนิ่ง ละทิ้งหน้าที่ ทรยศชาติ อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...
แม้ว่าการข่าวด้านความมั่นคงรายงานความเคลื่อนไหวว่ามีกลุ่มคนถูกจ้างวานให้มาทำภารกิจใต้ดิน มาก่อความรุนแรง มาปั่นป่วนสถานการณ์บ้านเมือง ลักลอบฝึกอาวุธ จัดตั้งกองกำลัง อดีตคนมีสี ทหาร ตำรวจร่วมก่อการ ลำเลียงอาวุธสงครามเข้ามาทางแนวชายแดน สุเทพเทือกประเมินสถานการณ์ผิด ไม่รับรู้ ไม่รายงานตรงต่อนายกฯ ประชาธิปัตย์เองก็หมื่นเหม่จากคำตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ของกกต. สุเทพเทือกเอาใจออกห่างพรรคแถมยังมีใจให้ขั้วอำนาจใหม่ที่ประกอบด้วยบิ๊กตะหานที่เคยสร้างวีรกรรมวิ่งหนีหมาบ้าใส่เสื้อแดงในมหาดไทยมาแล้วกับทหารแก่รุ่นน้องอย่างป๊อกแป๊กและจิ๊กโก๋รางน้ำผู้โหนเถาวัลย์ของความจงรักภักดี ตลอดขวบปีที่ผ่านไปสุเทพเทือกปล่อยให้จิ๊กโก๋รางน้ำมีบทบาทในสตช.ให้คุณให้โทษกับคนใส่ชุดสีกากีเหล่านี้ได้ สุเทพก็กลายเป็นแค่เจว็ด ตำรวจมะเขือเทศกับตำรวจเกียร์ว่างถึงได้เกลื่อนเมือง กฎหมายถูกฉีกทิ้ง รัฐบาล กองทัพ และตำรวจ ถูกมองข้ามหัว จนใครใคร่ปล้น-ปล้น ใครใคร่ขู่เข็ญ-กรรโชกจนถึงทำร้ายใครก็ทำได้ ยิ่งมาได้ยินจิ๋กโก๋รางน้ำว่า "บ่มสถานการณ์ไปก่อนอย่าเพิ่งทำอะไร ปล่อยให้พวกมันปิดราชประสงค์ไปเรื่อยๆ ให้คนเกลียดชังพวกแดงมากขึ้นไปกว่านี้อีก แล้วเร่งกระพือข่าวทักษิณใกล้ตาย ให้พวกมันปั่นป่วน อีกไม่นานก็หมดแรง แล้วเราจะกวาดอีสานขาดลอย" นานาชาติเริ่มกระตุ้นให้รัฐบาลลงมือทำอะไรสักอย่าง การกลับมาของจิ๋กโก๋รางน้ำคนนี้ได้สร้างภาพ ย้ำถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงแล้วหันมาสั่งการให้ตำรวจเกียร์ว่างแลกงานสลายการกระทำถ่อยกับการดึงตำรวจที่ถูกพิพากษาได้กลับมาทำงานต่อและเปลี่ยนตัวรสก.ผบ.ตร.เป็นจุมพล มั่นหมายที่เคยเป็นแคนดิแดทกับพล.ต.อ.ปทีปมาก่อน สังคมไทยจึงได้เห็นว่าการสั่งการของศูนย์อำนวยการอิเหลื่อยเฉื่อยแฉะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...
น่าเสียดายเอามากๆ...ที่คนหนุ่มยังมีเรี่ยวแรง กำลังวังชา มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ในการก้าวขึ้นมามีตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศแถมมีจิตใจมุ่งมั่น เสียสละ ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ อีกด้วย ชีวิตทางการเมืองของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าจะจบลงคล้ายๆกับชีวิตทางการเมืองของท่านอดีตนายกฯมรว.เสนีย์ ปราโมชหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และยิ่งว่าน่าสงสารประเทศไทยยิ่งขึ้นที่จะต้องมีนายกฯคนต่อไปเป็นจิ๋กโก๋จากซอยรางน้ำ
ส่วนกรณีที่ว่าหากทักษิณจบ ปัญหาทุกอย่างจะจบนั้นน่าจะไม่ใช่ เพราะจะมีคนใหม่ขึ้นมานำให้ฝูงคนเสื้อแดงตรึงพื้นที่ราชประสงค์และบริเวณสวนลุมพินีต่อไป การรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆในพรรคเพื่อทุยที่ได้รับการดูแล ทั้งในเรื่องของเงินสนับสนุน การวางยุทธศาสตร์ นโยบายของพรรครวมถึงการยึดโยงผลประโยชน์เป็นหลักและแตะมือกันอย่างหลวมๆจะรัดกันแน่นเข้าแล้วส่งคนไปดูแลการก่อหวอดอย่างใกล้ชิดอย่างเงียบเชียบ บางส่วนก็จะสละเรือไปซบอกจิ๋กโก๋ ยิ่งไอ้พวกมวลชนบางส่วนในกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไม่หยุดแน่
ปัญหาต่างในสังคมที่ฉายชัดยิ่งขึ้นจากการก่อหวอดของคนเสื้อแดงถึงคราวที่ต้องหันมามาปฏิรูปประเทศกันอย่างจริงจังเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันของสังคมและแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทยทั้งปัญหาการบังคบใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม การเข้าถึงทรัพยากร ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ เป็นต้นซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขกันอย่างจริงจังและประเทศไทยอย่างไรๆก็ไม่พ่ายแพ้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



.jpg)
.jpg)