10 ตุลาคม 2554

นารีขี่ม้าขาวลุยน้ำ...


 โสภณ องค์การณ์10 ตุลาคม 2554
ช่วง 2 สัปดาห์ก่อน คำถามเสียงดังๆ และข้อสงสัยในใจคือ “น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่?” หลังจากสร้างความหายนะให้หลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน เหลือแต่เมืองหลวงเป็นไข่แดง รัฐบาลและ กทม. ระดมสรรพกำลังป้องกันอย่างเต็มกลืน
      
        สัปดาห์นี้ ไม่สงสัย นอกเมืองหลวงจมน้ำ แต่ไม่ลึกเหมือนนครสวรรค์ ไล่ลงมาจนถึงอยุธยา นิคมอุตสาหกรรมจมน้ำเสียหายเป็นหมื่นๆ ล้านบาท และคุกคามนนทบุรี ปทุมธานี ปราการสุดท้ายก่อนทะลักเข้าท่วมกรุง ถ้าระบบการป้องกันล้มเหลว
      
        น้ำท่วมกรุงเทพฯ บางส่วนแน่! กทม. และรัฐบาลยังกำหนดพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการจมน้ำ รวมทั้ง 4 เขตด้านตะวันออก คือ หนองจอก คลองสามวา มีนบุรี และลาดกระบัง เป็นบริเวณกว้างแค่ไหน ก็สุดแล้วแต่ปริมาณน้ำที่ผันออกและรุกเข้าพื้นที่นั้น
      
        เมื่อทุกฝ่ายปลงว่าเมืองหลวงอาจไม่รอด คำถามหวาดเสียวคือ “น้ำจะท่วมเป็นบริเวณกว้างแค่ไหน และน้ำจะลึกเท่าไหร่ 1-2 เมตร หรือมากกว่านั้น?”
      
        ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ นักการเมือง ผู้เกี่ยวข้อง มีหน้าที่แก้ไขปัญหาดูเหมือนจะมั่นใจในความสามารถ พร้อมทั้งฝันหวานว่าถ้าฟลุก น้ำไม่ท่วม ก็จะอ้างเอาเครดิตได้
      
        แล้วไง! ความเชื่อมั่นหดหาย ผู้ว่าฯ กทม. เสียงเปลี๊ยนไป๋ “ผมไม่ได้บอกว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ” ก็ไม่ว่าอะไร ต่อให้ใครอมพระอินทร์ตัวเขียวๆ ลงมาอ้างว่ากรุงเทพฯ จะรอด คงไม่มีใครเชื่อ เว้นแต่พวกไม่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองจมปลักดักดาน
      
        แทบไม่ต้องใช้สติปัญญาคาดเดา เมื่อทุกจังหวัดในภาคกลางจมอยู่ใต้น้ำเป็นพื้นที่ลึกและกว้างมหาศาล ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 100 ปี น้ำส่วนใหญ่จะทะลักมากรุงเทพฯ แล้วจะให้นั่งฝันหวานว่าเมืองหลวงจะรอดปลอดภัยได้อย่างไร
      
        เหลือเพียงว่า จะท่วมมากและลึกแค่ไหน? รัฐบาลหน่วยงานต่างๆ มีมาตรการแก้ไขอย่างไรเพื่อบรรเทาวิกฤตไม่ให้เกิดหายนะต่อประเทศโดยรวม ทั้งเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 10 ล้านคนในเมืองหลวงและจังหวัดรอบนอก
      
        เห็นความทุกข์ยากลำบากของชาวนครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา เหมือนสิ้นไร้ไม้ตอก เหลือแต่เสื้อผ้าติดตัวและหอบมาได้บางส่วน น้ำลึกถึงคอ ถ้ากรุงเทพฯ รอดได้คงเป็นความมหัศจรรย์ หรือโชคช่วยแบบอภิมหาเฮงเท่านั้น
      
        ยิ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าน้ำเหนือหลากมา น้ำทะเลหนุนสูง ฝนตกเพราะมีพายุเข้า เป็นสามแรงแข็งขันดันหนักๆ เขื่อนกระสอบทรายกั้นบนฝั่งเจ้าพระยาจะเอาอยู่หรือ
      
        เราได้เห็นนักการเมืองแก้ไขปัญหาแบบสะเปะสะปะ นายกฯ “เด็กหญิง” น้องสาวเหลี่ยมร้ายเอ๋อหลายรอบ ฟ้องให้เห็นอาการป้ำๆ เป๋อๆ สติเลอะเลือนเหมือนคนจมน้ำ พวกที่เคยโอ้อวดว่าเก่งฉกาจ ทำตัวเป็นนกรู้ เพราะวิกฤตหนักหนาสาหัสเกินแก้ไข
      
        ซ่าไม่ออก! ว่างั้นเถอะ ระดับ “เสี่ยปลอดประสบการณ์” ตามคำเรียกขานของ “เสี่ยหมัก” ผู้วายชนม์ ก็ยังทำมาดเท่ห์ไม่เต็มบ้อง ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าของตำนานนักพิฆาตจระเข้ด้วยปืนเอ็ม 16 และส่งลูกเสือโคร่งไปเมืองจีน จนโดนเด้งจากราชการแบบสิ้นลาย
      
        มาคราวนี้สวมหมวกเสนาบดีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นั่งเคียงข้างทำตัวเป็นพี่เลี้ยง “เด็กหญิง” หัวหน้ารัฐบาล ยังไม่ได้พิสูจน์ความรู้ ความสามารถให้ประทับใจ ก็เริ่มต้นด้วยการโยนของเหม็นใส่ข้าราชการ โทษว่าประเมินสถานการณ์ผิด
      
        ชาวเมืองหลวงรู้แล้วว่าเสี่ยงต่อมหันตภัย จึงแห่กันไปซื้อข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเอาไว้รับสถานการณ์ เมื่อเห็นความทุกข์ยากลำบากของเพื่อนร่วมแผ่นดินในจังหวัดเหนือกรุงเทพฯ พึ่งพาใครไม่ได้ นอกจากตนเป็นที่พึ่งแก่ตน
      
        คำถามที่ใครยังตอบไม่ได้ คือ ถ้าน้ำท่วม จะยืดเยื้อเป็นเดือน รอจนกระทั่งหลังเทศกาลลอยกระทงหรือไม่ เพราะเห็นคนจังหวัดอื่นจมใต้น้ำเกิน 2 เดือน ทุกข์สาหัส สิ้นเนื้อประดาตัว แถมยังโดนพวกโจรร้ายสารเลวซ้ำเติมเข้าไปขโมยทรัพย์สิน
      
        รัฐบาลให้กองทัพระดมคน อุปกรณ์ พาหนะช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นกองกำลังสำคัญ แต่มักไม่เป็นข่าว คล้ายกับว่าไม่ต้องการให้ทหารได้เครดิต ได้ใจชาวบ้าน เพราะพวกแกนนำแดง ส.ส. ส.ว. ทาสเงินเหลี่ยมร้ายจ้องทำร้ายกองทัพอย่างต่อเนื่อง
      
        แกนนำแดงสู้แล้วรวย ว่างจากการเผาเมือง ทำเป็นแกล้งเซ่อ สร้างกิจกรรม สร้างหมู่บ้านแดง ตำบลแดง อำเภอแดง และจังหวัดแดง! ถ้าสำเร็จจะเป็นประเทศไทยแดง
      
        ก่อนถึงวันนั้น ท่านแต่งชุดแดง เติมเกล็ดแดง หางแดงเดินให้ชาวบ้านชมได้มั้ย!
      
        กิจกรรมเปิดอำเภอแดง เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นไม่ให้ชาวบ้านถามว่าทำไมไม่ยอมเจียดแบ่งความมั่งคั่งจากภารกิจสู้แล้วรวยมาช่วยเหลือพวกเสื้อแดงบ้าง ทุกวันนี้ไม่ไปเยี่ยมเยียน ยังซ่า ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของประเทศ อ้างว่าประชาชนเลือกเข้ามา
      
        ปัดโธ่! ไอ้คุณเบื๊อกทั้งหลายรู้แก่ใจแล้วว่าที่โงหัว เผยอหน้ามาได้ เพราะซื้อเสียง ซ้ำร้าย น้ำท่วมประเทศแท้ๆ พวกเผาเมืองเดนคุก ผีโม่แป้งทาสเงินผีบุญเหลี่ยม ไม่เจือจานชาวบ้าน ดันทำตัวเป็นพวกมือไม่พาย เอาตีนราน้ำ แกว่งปากหารองเท้าบูทหาร
      
        ปีกลายเผาเมือง ปีนี้น้ำท่วมหนัก เกิดอาเพศ ไพร่จัญไรเป็นใหญ่ใช่หรือไม่? พวกเสื้อแดงเอาเลือดชั่วไปสาดใส่ทำเนียบฯ เอาตีนกระทืบกำแพง สาดเลือดชั่วใส่รูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม ทำพิธีกรรมอุบาทว์สารพัด พฤติกรรมเนรคุณให้บ้านเมือง ใช่มั้ย!
      
        ไม่อยากบอกว่าพื้นที่น้ำท่วมเป็นหนักเป็นฐานที่มั่นเสื้อแดง! คำทำนาย “จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ” แม่นจริงๆ ก่อนจะจบเห่แบบไม่สวยนิ! อิอิอิ!!

01 ตุลาคม 2554

ไม่ต้องเปิดบ่อนก็รวยแล้ว!


โสภณ องค์การณ์
30 กันยายน 2554 18:16 น.
       บริหารบ้านเมืองมานาน 2 เดือน รัฐบาลปู โคลนนิ่งยังทำตัวเหมือนเล่นจับปูใส่กระด้ง อะไรๆ ดูไม่ลงตัวสักอย่าง ทั้งนโยบายรถ-บ้านหลังแรก จะลามไปถึงกาสิโนแห่งแรก
      
        งานงาบแหลกนั้นเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากยุครัฐบาล “โกงทั้งโคตร” ขณะนี้นอมินีรุ่น 3 แสดงให้เห็นเจตนารมย์ในการสืบสานปณิธานคอรัปชั่นเชิงนโยบายอย่างจริงจัง อัตราเร่งไม่เกรงใจชาวบ้านคนเสียภาษีให้พวกเสนาบดี อำมาตย์แปลงจากไพร่
      
        สร้างมูลเหตุจูงใจให้คนซื้อรถยนต์ในสภาวะที่น้ำท่วมกว่าครึ่งค่อนประเทศ ชาวบ้านได้รู้ซึ้งว่าพื้นที่ไหนน้ำท่วม จะได้ไม่โดนหลอกไปซื้อบ้านย่านนั้น! แน่นอน โครงการใหญ่ เล็งกวาดเงินจากโครงการเนียนๆ ย่อมต้องป้องกันน้ำท่วมเต็มที่
      
        ถ้าหน่วยงานไหน ปล่อยให้น้ำท่วมโครงการเกี่ยวโยงกับผู้กุมอำนาจรัฐ รับรองโดนเด้ง เพียงแต่ กทม. อยู่ภายไต้การดูแลของ กทม. จะสั่งการเต็มที่ยังไม่ได้ หวังรอตีกินชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ ครั้งต่อไปถ้า กทม. จมน้ำเพราะน้ำเหนือหลากเกินกว่าจะรับมือได้
      
        รัฐบาลทำเป็นเหมือนใส่ใจ ดูแลชาวบ้านที่จมอยู่ในทะเลทุกข์นาน 2 เดือน แทบไม่มีโอกาสทำมาหากิน ต้องเตรียมหาเงินซื้อทรัพย์สินชุดใหม่ เมื่อสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ เสียหายจากการจมน้ำยาวนาน กลายเป็นท่วมบูรณาการนิรันดรไปแล้ว
      
        นายกฯ ปู โคลนนิ่ง กำลังกลายสภาพเป็นปูโพรก รอยเหี่ยวย่นเริ่มปรากฎชัด ความสดใสถดถอย ยังเจื้อยแจ้วเรื่องภาพรวม บูรณาการ คงต้อง...คงต้อง...คงต้อง...ขอเวลาทำงาน ขณะที่รัฐมนตรี ส.ส. กินเงินภาษี ไม่เคยโผล่ไปให้ชาวบ้านได้เห็นหน้า
      
        เสนาบดีและผีโม่แป้งในตำแหน่งต่างๆ แข่งกันเสนอแผน โครงการ ไม่ลืมตาดูสภาพความเป็นจริง ทำให้ชาวบ้านสงสัยว่านายกฯ ปูรู้หรือไม่ว่าทำหน้าที่อะไร
      
        อย่าคิดว่า “หนูไม่รู้” จะช่วยให้เอาตัวรอดตลอดไป ถ้าไม่ไหวพี่เหลี่ยมร้ายคงไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหาย ลดโอกาสในการกระชับอำนาจเพื่อการกอบโกย ...รอบนี้น่าจะเป็นโอกาสสุดท้าย จะเริงร่ากับการผยองอำนาจนานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการเร่งเปิบ
      
        ความเลอะเทอะเฟอะฟะ ฟ้องให้เห็นการไม่เป็นงาน ทุกวันนี้ต้องหาเรื่อง สร้างประเด็นใหม่มากลบความสิ้นท่า เริ่มต้นด้วยการกู้เงิน 1 หมื่นล้านบาทมาโปะกองทุนน้ำมัน หลังจากทำเป็นใจดี ตัดเงินสมทบเข้ากองทุนให้ผู้ค้าน้ำมันกอบโกยโดยสะดวก
      
        ความเสียหายเกิดระดับหมื่นล้านบาท และยังจะมีเรื่อยๆ รัฐบาลไม่ใส่ใจเพราะไม่ใช่เงินส่วนตัวของรัฐมนตรี และผลสุดท้ายเงินจะไหลไปสู่ผู้ค้าน้ำมัน ผู้ถือหุ้น และตามมาติดๆ คือคำประกาศน่าหัวเราะว่าจะเลิกขายน้ำมันเบนซิน 91 ปีหน้า
      
        ไม่ถามประชาชนสักคำว่ามีรถใช้เบนซิน 91 ตกค้างอยู่ในระบบเท่าไหร่! ถ้าจะให้เดา คงอยากดันให้รถใช้เบนซิน 91 ต้องไปใช้เบนซิน 95 แพงกว่าเดิม เพราะใช้น้ำมันประเภทอื่นไม่ได้ เว้นแต่ต้องปรับไปใช้แก๊ส และเข้าทางพ่อค้าแก๊สอีกเช่นเคย
      
        นี่คือนโยบายตลบตะแลงปลิ้นปล้อน เสนอสิ่งยั่วใจหลอกชาวบ้านให้หลงปลื้มชั่วคราว ก่อนตลบหลัง! ยังมีโครงการลดภาษีบ้าน รถยนต์ แล้วไปรีดเงินภาษีเงินได้ส่วนบุคคลภายไต้นโยบายถอนขนห่าน ไม่สนใจพวกหงส์ ห่านฟ้า เศรษฐีระดับแนวหน้า
      
        เออ! เห็นพวกรัฐมนตรี ส.ส. อำมาตย์แดงมีทรัพย์สินเป็นสิบล้าน ร้อยล้านบาท น่าจะให้แสดงตัวเลขการเสียภาษีเงินได้แต่ละปีว่ามากน้อยเพียงใด! ถ้า ปปช. หรือองค์กรใดยังไม่มีแผนให้โชว์ตัวเลขเงินภาษี ก็น่าจะเริ่มในยุคนี้
      
        เห็นเข้าแถวประกาศต่อต้านทุจริต คอรัปชั่น เป็นข่าวทั้งวัน ไม่ใช่เรอะ!
      
        สภาพบ้านเมืองเหมือนไร้กลไก ส.ส. พรรคเหลี่ยมร้าย ยังคงปลื้มกับผลงานจากการไปไหว้เจ้าของคอกผีโม่แป้ง เหมือนผีบุญมาโปรดสัตว์ด้อยปัญญา! กอดรัด คุกเข่ากราบไหว้ฮุนเซนยิ่งกว่าเป็นบรรพบุรุษมาแต่ปางก่อน หรือเป็นลูกหลานพระยาละแวก
      
        พวกนี้เคยไปสักการะอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้า พระนเรศวร พระเจ้าตาก และวีรกษัตริย์อื่นๆ ของไทยบ้างหรือไม่! หรือข้าวไม่มียางกับปลากรอบเขมรทำให้ลืมคุณแผ่นดินเกิด และพื้นที่เพื่อการชุมนุม “สู้แล้วรวย” ตามที่ตัวเลขโชว์ทรัพย์สิน
      
        ประเทศเกิดวิกฤติจากน้ำท่วมหนัก เป็นพื้นที่ของพวกกาเบอร์ให้พรรคเหลี่ยมร้าย รัฐบาลยังไม่รู้สึกเดือดร้อน ทั้งๆ ที่ควรประกาศภาวะฉุกเฉิน ให้ทหารทุกหน่วยนำพาหนะและอุปกรณ์ต่างๆ มารับภารกิจกู้ภัย! หรือไม่ไว้ใจ กลัวทหารสวมรอย
      
        กรุงเทพฯ เป็นไข่แดง รอบนอกนั้นกำลังถูกคุกคามโดยน้ำเหนือไหลบ่ามา ตามสภาพของน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เว้นแต่จะผันออกไปนอกเขตเศรษฐกิจสำคัญ ทำให้พื้นที่รอบนอกต้องรับเป็นผู้เสียสละโดยไม่คุ้มค่า และคนเมืองหลวงไม่รู้สึก
      
        ถ้ากรุงเทพฯ ต้องจมน้ำ เพราะกลไกต่างๆ นั้น “เอาไม่อยู่” คงไม่มีใครประหลาดใจ เพียงแต่ว่าจะนานเพียงใด ระดับของวิกฤติจะสร้างความเสียหายมากน้อยแค่ไหน
      
        เมื่อคนเมืองหลวงยังอยู่ดี รัฐบาลใจเย็น ชาวบ้านก็ไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง ความยากลำบาก ถ้ากรุงเทพฯ อยู่ใต้น้ำเพียง 1 เมตรในบริเวณกว้าง! จะเป็นเมืองเน่าเหม็น ปัญหาการดำรงชีพจะกระจายไปสู่ชุมชนต่างๆ การขาดแคลนอาหาร ของยังชีพ
      
        นายกฯ ปู ออกแนวไร้เดียงสา อ้างไม่มีนโยบายเรื่องเปิดบ่อนกาสิโนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แถมมีข่าวพ่อค้านักเก็งกำไรไปกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ หวังโกยเงินรอบแรก
      
        นี่เป็นนโยบายตีกิน ตีเมืองขึ้นชัดๆ! เพียงแค่นักการเมืองเปิดปากเรื่องกาสิโน คนรู้ทันก็เห็นไส้เน่าเป็นขดๆ นี่คงนั่งรอพวกเจ้าของบ่อนในเขมร มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย และพม่ามาจิ้มก้อง เอาขนมมาฝาก เพื่อกล่อมให้เลิกแผนตั้งบ่อน
      
        ตั้งได้เมื่อไหร่ บ่อนใกล้และไกลบ้านจะขาดรายได้จากลูกค้ารายใหญ่! ดังนั้น นักการเมือง พวกเปิดปากเรื่องเปิดบ่อน เตรียมเปิดบ้านรอรับกระเป๋าเงินจากนายบ่อนแล้ว! นี่เป็นการหาเงินแบบง่ายๆ เหมือนคำขู่ว่าจะตรวจคาเฟอีนในเครื่องดื่มชูกำลัง
      
        คนอะไร ทั้งโกงเก่ง หน้าด้าน ตะกละตะกลาม ไม่เสียชาติเอี้ยมาเกิดจริงๆ นิ! อิอิอิ!!!