13 ธันวาคม 2551

ใคร่ได้ใคร่มี ใ น พระบรมฉายาลักษณ์



คนในระบอบทักษิณนั้นไม่เคยสู้ด้วยการพูดความจริง คนพวกนี้ปฏิบัติการตะแบง"พูดซ้ายเป็นขวา พูดปลาเป็นนก" ชอบบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร โกหกคนไทยด้วยความเชื่อที่ว่า ความคิดของตนเป็นสิ่งถูกต้องและชอบธรรมอยู่ฝ่ายเดียว จะทำอะไรก็ได้ตามใจตนเองเมื่อมีอำนาจปกครอง ก็คิดเหิมเกริมคบคิดกันว่าตนเองนั้นสมควรปกครองประเทศไทยไว้ในอุ้งมือของพวกตนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียคนเดียว ใช่ในการต่อสู้ทางการเมืองมันไม่ผิดหรอกที่จะคิดแบบนี้หรือสังคมอื่น แต่ที่นี่ประเทศไทย เพียงแค่ทักษิณมันเข้ามาเล่นการเมืองไม่กีปี ตัวมันและตระกูลรวบตัวมันรวยเอา รวยเอาแต่ไม่คิดจะควักเนื้อแทนคุณแผ่นดินแถมยังเอาเงินภาษีของพวกเราที่ต้องทำทุกอย่างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มาโปรยทานให้รากหญ้าเพียงไม่กี่ คนๆหนึ่งก็ได้กันไปไม่เท่าไหร่ พวกเขาก็ขายจิตและวิญญาณและถวายชีวิตให้มันได้ อีเพ็ญ จักภพ เพ็ญขแขได้ทุนหลวงไปเรียนเมืองนอกเมืองนากลับมาไม่รู้คุณแผ่นดิน พาผัวกลับมากกเป็นเดือนๆหลายปีเลยทีเดียว ระหว่างนั้นก็ทำหน้าเศร้า เล่าความเท็จให้ผัวเข้าใจราชวงศ์ไทยผิดไปจากความเป็นจริง ผัวก็เทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านกับกรุงเทพฯแล้วทะลึ่งเอาบทความไปลงในสื่อสากลอันเป็นที่ทำงานของตน นอกจากนั้นยังมีหน้าไปคุยกับคนในวงการฑูต วงการสื่อนี้คือฝีมือกู(กับผัว)

อีเพ็ญ หัวหมู่ทะลวงฟันกับพวกนปช. เช่นวีระ มุสาพงษ์ต้องคดีหมิ่นซ้าซาก หมอโหวงเหวงผู้ลืมการแพทย์ที่ร่ำเรียนมา สามเกลอหัวขวดในรายการความเท็จวันนี้ เป็นต้น ไปจ้วงจาบองคมนตรีคณะที่ปรึกษาของพ่อ ลากรถไปปราศัยต่อป๋าเสียๆหายๆถึงหน้าบ้านท่าน เอาเศษเดนสังคมไปทำร้ายทำลายบ้านป๋า การตีทั่ง (ป่า) กระทนโกลน (คนที่อยู่เหนือ) ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ อาจมอาจารย์ในม.ดังๆหลายแห่งแลกการอบรมคนรุ่นใหม่ให้"ไม่ยืนไม่ใช่อาชญกร" มากมายได้เศษเงินเศษตำแหน่ง สื่อต่างๆทั้งไทยและเทศรับค่าขนมจ้างเขียนบทความกระทบกระแทก จาบจ้วงล่วงละเมิด เช่น

click to read these four topics ...

“สุชาติ นาคบางไทร” หนีหัวซุนคดีหมิ่นเบื้องสูง
รับจ้าง"คนอยู่เหนือ"
22 สค.ทางกระทรวงต่างประเทศปฏิเสธคำกล่าวอ้างของฟอร์บส์ว่าพ่อเป็นราชวงศ์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดของโลก
13 ธันวาคมกระทรวงต่างประเทศทำหนังสือประท้วง “ดิ อีโคโนมิสต์” หลังเผยแพร่เนื้อหาพาดพิงสถาบันกษัตริย์ไทยบิดเบือนความจริง

อีเพ็ญเปิดฉากวาทกรรมจาบจ้วงเบื้องสูงมาเป็นปีๆชัดๆตั้งแต่หลังรัฐประหารล่าสุด กว่าพวกตำรวจจะรู้ ตำรวจน้ำดีที่ยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้างก็แจ้งความจับตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง จน อีเพ็ญ เข้ารับตำแหน่งในรํฐบาล แล้วก็ลาออกไปแล้ว ตำรวจน้ำดีคนนั้นก็ถูกส่งเข้ากรุในฤดูโยกย้ายต่อมา ใครเห็นบ้างว่าอีเพ็ญโดนดำเนินคดีอย่างไรและคนที่ร้องทุกข์โดนกระทำอย่างไร การใช้คนนั้นคนนี้จาบจ้วงราชวงศ์ปรากฏอยู่โดยทั่วไปและมักจะเป็นคนเดือนตุลาที่เรียกว่าซ้ายอกหักพวกมันกำลังดิ้นพล่าน เฮือกสุดท้าย มันกำลังก่อสงครามประชาชน ถ้าเรานิ่งมากพอเท่าใด ความชอบธรรมเราจะมีมากเท่านั้น พยายามอัดเสียงมันไว้ช่วยกันเผยแพร่ว่าพวกเสื้อแดงมันทำลายสถาบัน ให้ความรู้แก่ชาวบ้านได้ตาสว่าง

คนพวกนี้ทุกวันนี้ก็ยังพึ่งพระราชบารมี พระบรมโพธิสมภารของพ่ออยู่เช่นคุณพ่อของอีเพ็ญเคยไปนอนป่วยที่รพ.ภูมิพลได้ทำการฉีดสีสวนหัวใจด้วยนอนรพ.อยู่หลายวันอีเพ็ญเองก็เคยไปเยี่ยมที่รพ.ภูมิพล เช่นไรก็ตามทีถ้ายังมีความกตัญญูรู้คุณบุพการีอันเป็นสิ่งซึ่งมนุษย์มนาปกติควรมีก็คงจะไม่ตกเป็นทาสกิเลสตัณหาได้ถึงเพียงนี้ เพียงพระบารมีแค่ชื่อรพ.ยังช่วยเหลือคุณพ่อได้ มิควรยิ่งที่จะผยองพองตน ที่สำคัญที่สุดคนพวกนี้ยังพกพา โลภโมโทสันกระสันใคร่ได้ใคร่มีพระบรมฉายาลักษณ์ไว้ในครอบครองมากมายไม่รู้จักจบจักสิ้นไม่ว่าจะสีน้ำตาลสีเขียวสีแดงสีม่วงและสีเทา

10 ธันวาคม 2551

คนไทยทั้งประเทศกำลังเฝ้ารอความหวังจากรัฐบาลชุดใหม่

ด้วยวัยเพียง 44 ปีของนักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลลลลลลลลล....มากๆๆๆๆๆๆอย่างคุณอภิสิทธิ์ถือได้ว่าเป็นนักการเมืองที่มีต้นทุนสูงที่สุดคนหนึ่งในแวดวงการเมืองไทยในเวลานี้ ทั้งหน้าตา ภาพลักษณ์ การศึกษา ประวัติครอบครัว ประวัติส่วนตัว ประสบการณ์ทางการเมือง กลับเก็บอาการยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความเสี่ยงสูงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอนาคอนดาทางการเมือง, แผนหักหลังคล้ายๆกรณีสมัครหลังถูกตัดสินเรื่องการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางการเมืองกับรายการทีวีชิมไปยัดห่าไปหรือแผนการสอดไส้แก้รัฐธรรมนูญเข้าทางพรรคพังประชาชนด้วยการรวมกลุ่มก้อนสส.ที่มีรอยด่างดวงบ้านแตกสาแหรกขาดจากการตัดสินยุบพรรคทั้งสองครั้งอย่างเนวิน ชิดชอบ และอดีตพรรคร่วมรัฐบาลพังประชาชนมาปนเปื้อนบ้างก็ตาม แม้ว่าประชาชนชาวไทยก็ยังพอจะกล้ำกลืนฝืนทนกับ “ความอัปลักษณ์” หน้านี้ของการเมืองไทยไปได้ เพราะอย่างน้อยทุกคนก็คาดหวังเอาไว้ว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ในนามอภิสิทธิ์ น่าจะดูได้มากกว่ารัฐบาลเพื่อไทยชื่ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น “เสนาะ-ประชา-เฉลิม-เชษฐา” นั้นหากไม่เป็นสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็ต้องถือว่าเป็นชื่อที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้จักก็เป็นเพียงชื่อที่ไร้เครดิต-ไร้บารมีในฐานะผู้นำประเทศ ผิดกับชื่อ “อภิสิทธิ์” ที่ตอนนี้ผู้คนทุกภาคส่วนให้การยอมรับไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ ทหาร ต่างประเทศ สื่อมวลชน ประชาชน เลขาพรรคประชาธิปัตย์รับว่าขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่งต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ทางโน้นทั้งดูด ทั้งดึง พลังมหาศาล ราคาก็ขึ้นเรื่อยแต่จะไม่เป็นปัญหาอะไร

ขณะที่การเมืองเก่ากำลังวิ่งฝุ่นตลบภาคีเครือข่ายประชาชนเพื่อฟื้นฟูชาติและพัฒนาการเมืองได้ยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานรัฐบาลเฉพาะกาลแล้วและจะไปหารือร่วมกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอีกครั้ง เพื่อหาทาง ออกร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องชี้ให้ชัด เกิดความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวและไข้ขอข้องใจต่อประชาชนอันอาจเป็นผลร้ายต่อการปกครองของเราว่า
๑) ส.ส.สัดส่วนของพรรคที่ถูกยุบจะยังคงสภาพส.ส.อยู่หรือไม่และสามารถย้ายไปพรรคอื่นได้หรือไม่ เพื่อความชัดเจนก่อนเปิดสภาเลือกนายกฯ
๒) ส.ส.แบบแบ่งเขตที่ยังไม่มีพรรคการเมืองสังกัดและกกต.ยังไม่รับรอง จะสามารถปฏิบัติหน้าที่
๓) สมาชิกภาพของผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร"ชัย ชิดชอบ" และตำแหน่งรองประธานสภาฯ หลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบจะสามารถดำเนินการเรียกประชุมสภาฯ ได้หรือไม่
๔) ผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถรักษาการ ำหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและไม่ได้มีการแต่งตั้งกันอีกในระหว่างที่มรการตัดสินคดีแม้ว่าเขาคนนั้นจะเคยทำหน้าที่นี้ของนายกชายกระโปรงคนก่อนระหว่างการไปตากหน้าที่เปรูครั้งสุดท้ายก่อนถูกถีบลงจากเก้าอี้
๕) พรรคการเมืองที่จะรับสมาชิกสภาผู้แทนฯเข้าสังกัดต้องเป็นพรรคการเมืองที่มีอยู่ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.หรือไม่
แม้ว่าการตรวจสอบคุณสมบัติส.ส.สัดส่วน และส.ส.เขตจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยนายทะเบียนและสื่อสารกับสังคมด้วยคนคนเดียวเช่นเลขาฯโดยคนที่กกต.อีก 4 คนไม่ควรออกความเห็น ควรงดพูดเพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้ประชาชนสับสน

คนไทยทั้งประเทศกำลังเฝ้ารอความหวังจากรัฐบาลชุดใหม่ดังนั้นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไขก่อนปัญหาใดๆและต้องเป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อแก้วิกฤตของประเทศชาติและของประชาชนจริงๆ มิใช่การแก้ไขปัญหาเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือตระกูลใดตระกูลหนึ่งเท่านั้น