13 พฤษภาคม 2552

ถ้าเรากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อีกครั้ง...

พฤติกรรมที่แตกต่างกันต้องควบคุมด้วยมาตรการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนำมาปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนและมาตรการในการดำเนินคดีต่อแกนนำเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงที่แน่นอนต้องแตกต่างกัน ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2549 และจากการชุมนุมอันยืดเยื้อยาวนานในรอบหลังอีกประมาณ 193 วันใน 2-3 รัฐบาลที่ผ่านมาของระบอบทักษิณถึงแม้จะได้ก่อความเดือดร้อนให้แก่สังคมส่วนหนึ่งมิใช่น้อยแต่สังคมส่วนใหญ่ก็ยังยอมรับได้ในพฤติกรรมและอุดมการณ์อันแน่วแน่เพื่อประเทศชาติ เป็นฝ่ายถูกกระทำ มีผู้ต้องล้มตายและบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย แต่แกนนำสามารถควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในขอบเขตและวินัยที่ดีตลอดเวลา ในขณะที่กลุ่มม็อบแดงมีผู้ชุมนุมไม่ได้มีหัวใจแดงเดือดตามพฤติกรรมที่แสดงออกโดยแกนนำและฮาร์ทคอร์บ้าเลือดเสียทั้งหมดแต่แน่นอนว่ามีคนอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาโดยต้องการให้เกิดความวุ่นวายรุนแรงขึ้นในบ้านเมือง ปิดการจราจรในจุดสำคัญหลายแห่ง เพียงประมาณ 10 วันคนเสื้อแดงสร้างพฤติกรรมที่เสียหายร้ายแรงมากมายอย่างไม่น่าเชื่อประกาศไล่ล่านายกรัฐมนตรี มีการประกาศให้ค่าหัวเป็นเงินรางวัลในการทำร้ายนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาล รุมทุบทำลายรถประจำตำแหน่งคนสำคัญๆหลายต่อหลายคน ประกาศจะบุกปล้นธนาคารเอาเงินออกมาใช้จ่ายในการชุมนุม เตรียมระเบิดทำลายธนาคารสำคัญและบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เผาทำลายรถเมล์ประจำทางหลายสิบคัน นำรถยนต์บรรทุกแก๊สเต็มถังถึง 3 คันไปจอดในที่ชุมนุมชนประกาศระเบิดรถแก๊สเผาเมือง ดังนั้นการควบคุมด้วยมาตรการที่ต่างกันสำหรับสองพฤติกรรมที่ต่างกันไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐานแต่อย่างใด

สิ่งที่เรียกว่าสองมาตรฐานแท้จริงแล้วมันคืออะไร คนจน คนชั้นกลางหลายคนไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี ทั้งทางการเงิน การเมืองก็ต้องติดคุก ติดตะรางโดยเร็วและฉับพลัน แต่ขณะที่ลูก ญาติ ตัวของนักการเมืองทำผิดกฏหมายไม่สามารถที่จะทำการเล่นงานได้เลย ยังมีหน้ามาถามอีกว่ารู้ไหมกูลูกใคร

ในความผิดการกระทำอันขัดกันในประโยชน์จากการรับทำหน้าที่พิธีกรรายการทำอาหารทางทีวีซึ่งสมัครรับค่าตัวเดือนละนับแสนบาทในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับมาประกาศปาวๆว่า"ทำอาหารถูกปลด เป็นกบฏถูกปล่อย" (ดูมันโยนบาปให้คนอื่น) เพียงแค่ชาวบ้านร้านช่องแค่รับงานนอกองค์กรที่ตนทำงานอยู่ด้วยไปทำนอกเวลา ยังได้รับจดหมายตักเตือนจากองค์กรนั้นๆที่เขาสังกัดอยู่ให้ยุติการรับงานนอกเลย แต่นี่เป็นถึงนายกรัฐมนตรียังมีหน้าส่งลิ่วล้อมาร้องแรกแหกกระเฌออีก

คนที่ใช้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ เซ็นรับรองให้ภรรยาสามารถซื้อที่ดินผืนนั้นได้ แล้วตัวเองก็ประกาศเลื่อนวันหยุดโดยไม่จำเป็นไม่เหมาะสมและมีเจตนาฉ้อฉลทำให้ภรรยาไม่ต้องจ่ายเงินภาษีซื้อขายที่ดินส่งผลรัฐเสียรายได้นับสิบล้านบาทเพราะวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่กฏหมายที่ตัวเองแก้ไขไว้จะมีผล พอตัวเองถูกตัดสินจำคุกก็หลบหนีไป คนๆนี้ในวันนี้ให้ร่างทรงมาตำหนิศาลว่าใช้ศาลเดียวตัดสิน ขาดเลยแต่ในความเป็นจริงคนๆนี้ไม่กล้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองแม้กระทั่งการขออุทธรณ์ เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่าศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังเปิดโอกาสให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถอุทธรณ์ได้ในเวลาที่กำหนด น่าจะดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 เสียอีกที่

พรรคพลังประชาชนโดนศาลรัฐธรรมนูญลงมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคก็กล่าวหาว่าตุลาการศาลสูงแห่งนี้จงใจกลั่นแกล้งทั้งๆที่เกิดจากความผิดของยงยุทธ ตู้เย็นที่เป็นกรรมการบริหารฯทำความผิดทุจริตการเลือกตั้ง หากเป็นแค่ลูกจ้างขับรถยนต์เกิดเหตุเฉี่ยวชนทำความเสียหายแก่บุคคลอื่นนายจ้างที่ไม่ได้อยู่ด้วยหรือรู้เห็นร่วมการกระทำผิดของลูกจ้างแต่ต้องร่วมกันรับผิดในการกระทำของลูกจ้างผู้กระทำตามการที่จ้างนั้นด้วย อย่างนี้เรียกว่าสองมาตรฐานหรือไม่

หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีอันพังพาบไปหลังจากสลายการชุมนุม แกนนำพยายามใส่ไข่ บิดเบือน พยายามยิ่งในการพลิกกลับมาเป็นผู้เสียหายเสียเอง กล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดฉากใส่ร้ายคนเสื้อแดง แต่กระนั้นก็ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะฟังแต่ในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อเท่านั้นเป็นมวลชนที่ยังอุตส่าห์ลากขาเดินตามแกนนำเสื้อแดงเหล่านี้ยังมีอยู่มากซึ่งแกนนำเองก็หวังจะปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่งรื้อฟื้นพลังเสื้อแดงกลับคึกคักขึ้นใหม่อีกครั้ง แม้ว่าแกนนำขี้เท็จ โกหกหน้าด้านๆครั้งแล้ว-ครั้งเล่า มวลชนที่ยากเอามากๆต่อการชี้แจง-ทำความเข้าใจยังคงออกมาขานรับความเท็จวันนี้จากแกนนำอีกต่อๆไป ทำไงได้...ในเมื่อบรรดากลุ่มคนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นพี่ๆน้องๆของเราทั้งนั้น จะไปจับตัวเอามาผ่ากะโหลกควักสมองออกมาขัดถูด้วยสกอตไบรท์แล้วยัดกลับเข้าไปในกบาลเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในแบบฉับพลันทันทีมันคงไม่ถึงกับง่ายขนาดนั้น ขนาดเอ็นจีโอของมอนเตเนโกรประเทศเล็กๆเกิดใหม่ในยุโรปยังไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลสาธารณรัฐมอนเตเนโกรที่ให้พาสปอร์ตแก่ทักษิณเพราะไม่โปร่งใสในกระบวนการออกพาสปอร์ตของมอนเตเนโกรเอง

เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยจึงยกจักแร้ชูประเด็นเรียกร้องหยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างค่านิยมให้คนไทยได้ตระหนัก ตีขลุมกล่าวโทษขบวนการทางการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวตามสิทธิ ชี้หน้าด่ากราดไปเสียทุกกลุ่ม เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยควรจะหยุดหลอกตัวองก่อนและเลิกรับจ้างคนอื่นได้แล้ว คนผิดต้องได้รับโทษและคนดีต้องได้รับการสนับสนุน ยกย่อง สรรเสริญ เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยนั่นแหละที่ทำลายประเทศชาติด้วยการปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก ยังแยกถูกแยกผิดไม่ได้ ไม่แม้กระทั่งจะบอกสังคมว่าถูกต้องเป็นถูก ผิดต้องเป็นผิด รณรงค์ให้ตายก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ตราบใดที่ยังโกหกและมีคนโง่เชื่อเรื่องโกหกนั้นอยู่ปัญหาก็จะไม่จบ ใครก็ตามที่ยังไม่กล้าประกาศว่า นช.ทักษิณและสมุนเป็นศัตรูของชาติก็อย่าหวังว่าจะพาประเทศออกจากวิกฤตความรุนแรงได้

รัฐธรรมนูญ 2550 ร่างขึ้นมา โดยเอาจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ 2540 มาปรับปรุงแก้ไขใหม่ แล้วรัฐธรรมนูญ 2540 มีอะไรดีไดโนเหนาะและพวกจึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากกลับไปใช้นักหนา ผู้อาวุโสที่เสนอให้นิรโทษกรรม พลิ้วไหว เคยทิ้งทักษิณ โดดขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เปิดใจในหนังสือ คนรู้ทัน เปิดโปงพฤติกรรมซ่อนเงื่อนที่แฝงเร้นผลประโยชน์ของระบอบทักษิณก้มลงเลียน้ำลายตัวเองยังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นตัวตั้งตัวตีในการคัดค้านรัฐธรรมนูญ 2540 มาก่อนจนได้ฉายาว่าเป็น“ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี”ติดตัวมาจนบัดนี้ ไดโนเหนาะพูดเหมือนกับว่าข้อกล่าวหาคดีทุจริตประพฤติมิชอบทั้งหลายของทักษิณเกิดจากการถูกกลั่นแกล้ง จนบัดนี้หลายคดีที่กล่าวหาก็ยังไม่เห็นตัดสินใจอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การที่หลายคดียังไม่ตัดสินเพราะต้องใช้เวลาในการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมโดยรอบคอบ แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไม่กล้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองทำให้ศาลต้องจำหน่ายคดีชั่วคราว หรือการเสนอขายทางเลือกพิเศษนายกฯคนกลางของไดโนเหนาะน่าจะเป็นแผนพิเศษให้ขั้วอำนาจใหม่เบียดแทรกเข้ามาหยิบชิ้นปลามัน

ถ้าเรากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 อีกครั้ง... การซื้อตัวส.ส.ยกเข่ง ยกพรรคจะสามารถเกิดขึ้นได้อีกเพื่อยึดครองเสียงข้างมากอย่างผิดปกติในสภา ฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถตรวจสอบดุลและคานอำนาจฝ่ายบริหารได้ยากขึ้นจะต้องใช้ ส.ส. ถึง 2 ใน 5 ในการขออภิปรายนายกฯ และนักการเมืองจะอาจกลับไปใช้วิธีสลับเก้าอี้ปรับตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อหลบหนีการอภิปรายได้ด้วย คนใกล้ตัวนักการเมืองสามารถเป็นหุ้นส่วนหรือถือครองหุ้นบริษัทธุรกิจได้และไม่ต้องแจ้งทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ในชื่อผู้อื่นอันจะทำให้ส.ส.หรือส.ว.โกงได้ง่ายขึ้น รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีบทบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาจริยธรรมของผู้ที่มีตำแหน่งแห่งหนไว้ป้องกันภัย บรรดาส.ว.จะกลับไปเป็นสภาหมอนข้างหรือสภาผัวเมียหรือแม้แต่สภาทาสได้อีกเหมือนที่เคย องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่มีจะถูกครอบงำแทรกแซงได้ง่ายๆ ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงน้อยลงการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะยากขึ้นจาก 20,000 ชื่อเป็น 50,000 ชื่อ ไม่ต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชนเสียก่อนก่อนดําเนินโครงการขนาดใหญ่ๆ หน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคไปอยู่ใต้อาณัติของนายทุนนักการเมือง รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่บัญญัติให้มีสภาเกษตรกรที่จะใช้แก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร เอกชนบางรายสามารถเป็นเจ้าของผูกขาดกิจการสาธารณูปโภคได้ นักการเมืองสามารถเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นผู้ถือหุ้นอันเป็นการครอบงำ แทรกแซง บิดเบือนการทำหน้าที่ของสื่อได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม การทำงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจะยากลำบากขึ้น ประชาชนจะถูกปิดช่องทางในการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงและไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลฎีกา นักการเมืองจะสามารถซื้อเสียงกันแบบตัวใครตัวมัน คตส. และการดำเนินงานของคตส.จะถูกล้มล้างตามไปด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีบทลงโทษพรรคการเมือง นักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการให้ยุบพรรคการเมือง และลงโทษกรรมการบริหารพรรคที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งไม่ให้มีสิทธิในการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี บทลงโทษดังกล่าวนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อพรรคการเมืองใดเลยหากพรรคการเมืองนั้นเล่นการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ รัฐธรรมนูญไม่ได้มีความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย ปัญหาความแตกแยกขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวกับมาตราใดมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ แต่นักการเมืองเขี้ยวลากดินหากินอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่แก่เพราะกินข้าวเฒ่าเพราะเกิดนานกำลังทุรนทุรายกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ยาแรงที่ทำให้นักการเมืองเหล่านั้นทำมาหากินไม่สะดวก ถูกกักบริเวณ ชาวบ้านรู้เท่าทันนักการเมือง 111 คนรวมไปถึงอีก 109 คนรวมเบ็ดเสร็จ 220 คนเคลื่อนไหวกันอย่างเป็นขบวนการสอดคล้องกันแล้วว่ามีความพยายามเพราะต้องการกดดันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้ ต้องการการนิรโทษกรรมความผิดของนักการเมือง โดยเฉพาะต้องการฟอกผิดคดีทุจริตทั้งหมดให้กับทักษิณ ชินวัตรเป็นหลัก มีทั้งการเคลื่อนไหวจากคนเสื้อแดงและคนนอกสภาผสมโรงเข้ามา ทั้งๆที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่น่าจะเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับชาติบ้านเมืองขณะนี้ อย่าไปเข้าใจผิดว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้วบ้านเมืองจะแตกแยก การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ทำเพื่อฟอกคนผิดให้กลับมาถูกต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้นักการเมือง ต้องไม่ยุบองค์กรอิสระ ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผลสำรวจออกมาแล้วว่าผู้ที่ทำร้ายประเทศไทยเรามากที่สุดคือนักการเมืองซึ่งถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญก็อย่าสมัครลงเลือกตั้งเสียก็หมดเรื่อง อย่ามาอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มาจากเผด็จการทหารเพราะไม่ว่าจะฉบับไหนๆมันก็มาจากผู้ที่ทำการปฏิวัติทั้งสิ้น ดังนั้นการยุบทิ้งรัฐธรรมนูญปี 2550 ไปทั้งฉบับเพื่อกลุ่มนักการเมืองเลวจะได้กลับมารุมปล้นบ้านกินเมืองเหมือนอย่างที่ผ่านมา

ถ้านักการเมืองอาชีพที่ได้อาสาเข้ามาบริหารประเทศตามกระบวนการประชาธิปไตยสามารถกระทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ได้หาเสียงกับประชาชนว่าจะเป็นตัวแทนเข้าไปในสภาเพื่อกำกับดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมนั้น ประเทศไทยคงไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมถูกทำร้าย กระทำชำเราต่างๆนานาครั้งแล้วครั้งเล่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน "ปัญหาหลายอย่างก็มาจากการเมือง เมื่อมาจากการเมือง นักการเมืองก็เป็นผู้ก่อ แต่ว่ากรุณาอย่าไปสรุปว่าแปลว่านักการเมืองทุกคน หรือแม้แต่จะไปสรุปว่านักการเมืองส่วนใหญ่ ทุกวงการก็มีคนที่สร้างปัญหา นักการเมืองสร้างปัญหาผลไปตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่ของพวกเรานักการเมือง แต่ส่วนใหญ่มีความตั้งใจดีที่จะไม่ให้เกิดปัญหา ก็ต้องมาช่วยกันแก้ไข เน้นถึงเรื่องการใช้ทางสายกลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกในปัจจุบันนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาซึ่งเกิดขึ้นจากความสุดโต่งทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้ง หรือเรื่องอื่นๆ" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าว


คลิ๊กอ่าน - เมื่อเอาประชาชนมาทะเลาะกัน ในการเมืองของชาติ - โดย ขวัญสรวง อติโพธิ

06 พฤษภาคม 2552

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรง



ปี 2548 – 2549 สื่อมวลชนถูกแทรกแซง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแทบทุกองค์กรถูกแทรกแซงจนไม่สามารถดำเนินคดีกับคนในรัฐบาลให้ขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลได้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถูกคุกคามอย่างหนัก เป็นเนติบริกรอย่างบวรศักดิ์ อุวรรณโณเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรตั้งแต่ปี 2546-2549 และมีส่วนรับรู้เรื่องราวความฉ้อฉล การคอร์รัปชัน การทำผิดกฎหมาย การทำผิดธรรมเนียมประเพณีของรัฐบาลทักษิณทั้งสองสมัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญในอุโบสถวัดพระแก้วของ พ.ต.ท.ทักษิณ, การอุ้มคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดสามหนาห้าห่วงแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เป็นบวรศักดิ์เองที่มีความคิดคับแคบ เห็นแก่ตัว ยกตนข่มท่าน อหังการ์ไร้เหตุผล หากินกับงบประมาณรัฐบาล ปรับสีไปเรื่อยทุกรัฐบาล เป็นเพียงนักฉกฉวยโอกาสกระโดดหนีออกจากข้างผู้จะแพ้ออกมาอยู่ข้างชนะทุกครั้งไปโดยไม่ต้องสนใจความผิดถูก เป็นบวรศักดิ์เองมิใช่หรือที่รู้สึกผิดจากพฤติกรรมและการเป็นเนติบริกรของตนในฐานะเลขาธิการ ครม.ช่วงรัฐบาลทักษิณจนต้องออกบวชที่วัดสระเกศเพื่อหวังจะไถ่โทษ

ในช่วงวันสองวันที่ผ่านมาใครต่อใครออกมารณรงค์เรียกร้องให้หยุดทำร้ายประเทศไทยอย่างคึกคักแต่ก็อย่าถึงกับไปยึดมั่นถือมั่นว่ามันจะสามารถนำมาซึ่งความปรองดอง สมานฉันท์ ความรัก สามัคคีกันได้ง่ายๆ ถึงแม้จะเชื่อได้ว่าข้อเรียกร้อง 9 ข้อของปฏิญญาประชาชน ไม่ทำร้ายประเทศไทย ไม่ใช้ความรุนแรงที่องค์กรสื่อ ประชาชน ภาครัฐและเอกชน 21 องค์กรร่วมกันจัดกิจกรรม “หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรง” นั้นรับฟังได้และเกิดจากจิตเจตนาที่ดี แต่ทำไมไม่มีแม้เพียงข้อเดียวที่เรียกร้องให้ทักษิณกลับมารับโทษและหยุดทำร้ายประเทศไทย เพราะความโลภ ความหลง ความเสื่อมโทรมทาง ศีลธรรม คุณธรรม ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ที่ซึมลึกลงไปสู่โครงสร้างของสังคมในทุกๆ ด้าน ทุกๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะในหมู่ชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง หรือชนชั้นรากหญ้า ไม่ว่าจะมีอาชีพเป็นตำรวจ ทหาร เป็นนักการเมือง นักธุรกิจ เป็นนักวิชาการ สื่อมวลชน หรือแม้กระทั่งเป็นพระสงฆ์องค์เจ้า ฯลฯ ก็ตามดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนแม้แต่สิ่งซึ่งเคยถูกยึดถือเป็นจุดศูนย์รวมความรัก ความสามัคคี ในสังคมยังต้องถูกกระทบกระเทือนไปด้วย กว่าเท่าที่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้

งานรณรงค์เรียกร้องครั้งนี้มีการสร้างภาพนักการเมืองเป็นชนชั้นพิเศษที่ประชาชนธรรมดาแตะต้องไม่ได้และอย่าบังอาจแตะต้องเรื่องการเมืองอยู่เฉยๆไว้เดี๋ยวนักการเมืองแบ่งเค็กกันเอง หยิบฉวยโอกาสเอาเบื้องสูงมาเล่นเพื่อลดบทบาทเสื้อเหลือง เสื้อแดงโดยพยายามถึงความแตกแยกให้เป็นฝ่ายเหลืองและแดง ซึ่งในความเเป็นจริงอาจดูว่าเหลืองกับแดงไม่ตรงกันคนละแนวทางกัน แต่ในความจริงเราไม่ใช่ศัตรูกันแต่ศัตรูที่แท้จริงของประเทศชาตินั่นทางเสื้อเหลืองเห็นคือระบอบการเมืองเก่าและระบอบทักษิณ ส่วนเสื้อแดงนั้นอาจมองว่าศัตรูของเขาคือการใช้อำนาจมิชอบกระทำการนอกประชาธิปไตยแต่ถ้าดูภาพรวมแล้วทั้งสองอย่างก็เป็นผลพวงมาจากระบอบการเมืองเก่าทั้งสิ้น งานนี้ทั้งกองทัพและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์สนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ดูผิวเผินก็ดูเป็นการรณรงค์ที่ดีและน่าสนับสนุนแต่ทำไมระบุว่ากลุ่มที่ทำร้ายประเทศไทยในขณะนี้คือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และมีคนใส่เสื้อขาวมีรูปธงชาติไทยในฐานะฝ่ายเป็นกลางหรือพลังเงียบออกมาเรียกร้องรณรงค์น่าจะเป็นการตั้งโจทย์ที่ผิดเพี้ยนไป ประชาชนที่เข้าร่วมจำนวนมากก็หลงเข้าใจว่าเป็นการหยุดยั้งการทำลายประเทศไทยของคนเสื้อแดงในปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีคนเสื้อแดงที่นิยมความรุนแรงในบางจังหวัดจึงได้ฉกฉวยโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ราวกับว่าฝ่ายตัวเองไม่ได้ใช้ความรุนแรงไปเสียอีก คนที่ออกมาดำเนินกิจกรรมหลายคนถอดเสื้อแดงมาใส่เสื้อขาวพร้อมกับบอกให้หยุดทำร้าย/ทำลายประเทศไทยทั้งที่การกระทำของแต่ละคนไม่ขาวและหรือแดงโร่

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการอ้างว่าความรุนแรงและการปลุกระดมนั้นเกิดขึ้นจากการใช้คำพูดที่รุนแรงผ่านสื่อโทรทัศน์ 2 ค่าย ค่ายหนึ่งถูกปิดไปแล้ว อีกค่ายหนึ่งยังเปิดทำการอยู่ ซึ่งก็น่าจะหมายถึงสถานีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดง ดี สเตชั่น สถานีหนึ่งและเอเอสทีวี เป็นอีกสถานีหนึ่ง คนเสื้อเหลืองยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินเป็นสิ่งที่ผิดอย่างแน่นอนรัฐบาลจะต้องจัดการให้ได้ไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่าเป็นสองมาตรฐานและหากจัดการไม่ได้ก็ไม่ควรอยู่เป็นรัฐบาล เป็นความพยายามที่จะบอกกับสังคมว่ากลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองเป็นปัญหาของประเทศเข้าทางรัฐบาลสมประโยชน์ฝ่ายทหารและกลุ่มอำนาจใหม่ที่กำลังหาทางกำจัดคนทุกสี และยังมีพยายามอย่างยิ่งยวดในการขจัดการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากเอเอสทีวีและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อย่าลืมไปเสียสิ้นว่า สีเหลืองคือสีแห่งธรรมประจำจิต สีแดงคือสีโลหิตประจำเดือน ---* กรณีเอเอสทีวี ทำไมต้องสองมาตรฐาน read more ---* “เสื้อแดง” ชิงการนำ-ต้องถอยปรับขบวน read more เรายังไม่เห็นว่าเอเอสทีวีหรือเว็บผู้จัดการมีข้อมูลเท็จ แต่ดี สเตชั่นถ่ายทอดเวทีเสื้อแดงเรียกได้ว่าโกหกวันละคำยังน้อยไป ถ้ามีการโกหกคนนั้นเวทีนั้นก็จะเสื่อมไปเอง

เพราะคนไทยชอบคนที่พูดจานิ่มๆนวลๆอย่างปริญญา เทวาฯ โคทม อารียา บวรศักดิ์ อุวรรณโณที่พวกเขาไม่เคยชี้ว่าอะไรถูก-ผิด ถ้ามีใครด่าคนพวกนี้สักคนว่าเป็นคนที่ไม่จุดยืนไม่มีอุดมการณ์แล้ว คนที่ได้ด่าไปแล้วนั้นก็จะกลายเป็นคนก้าวร้าวเหมือนที่สังคมมองเสื้อเหลือง แต่ไม่เคยมีใครบอกว่าทำไมเสื้อเหลืองต้องออกมาชุมนุมและชุมนุมโดยสงบแต่ก็ถูกรอบทำร้ายโดยที่ฝ่ายรัฐบาลนิ่งเฉยหรือแอบให้ความสนับสนุนทางลับ อาจารย์ นักวิชาการ สื่อมวลชนสีขาวทั้งหลายจะไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้จริงหรือ ตอนที่เสื้อแดงมันเผาเมืองตอนสงกรานต์ ปล่อยให้รัฐบาลในระบอบทักษิณ ทำลายหลักนิติรัฐเผาบ้านเผาเมือง ตอนที่พันธมิตรโดนทำร้าย สนธิโดนลอบยิง นายกฯถูกล้อม คนพวกนี้ไม่เคยออกมาเลย เพียงแค่คนพวกนี้รอเสียบในทุกจังหวะเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว มัวแต่คิดแต่จะตีกิน ทำลายภาคประชาชนที่สำนึกดีต่อบ้านเมืองและทำตัวเป็นสีขาวที่ไร้ความรับผิดชอบและไม่สนใจความผิดชอบชั่วดี คนกลุ่มนี้ก็เป็นคนอีกประเภทที่ทำร้ายประเทศไทย เสื้อม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง....มันเป็นเพียงผลพวงมาจากระบอบการเมืองเก่า

ทั้งประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์แห่งสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่ในสมัยกุมบังเหียนอยู่ที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจที่เป็นผู้เปิดโปงเรื่องคดีซุกหุ้นภาค1 และการเปิดโปงการซุกหุ้นภาค 2 กรณีของแอมเพิลริชในปี 2549 นั้นจะไม่รู้เลยหรือว่าใครเป็นฝ่ายทำร้ายประเทศไทย ในสถานการณ์เช่นนั้นเนติบริกรอย่างบวรศักดิ์ อุวรรณโณและพวกที่ออกมาเรียกร้องว่าให้หยุดทำร้ายประเทศไทยอยู่ที่ไหน มีปัญญาเพียงพอที่จะบอกสังคมหรือไม่ว่าใครทำร้ายประเทศไทยด้วยเรื่องอะไร

นายกอภิสิทธิ์ไม่ควรลาออกหรือยุบสภาสถานการณ์ได้สร้างวีรบุรุษขึ้นแล้ว ขอเพียงฉวยโอกาสตีเหล็กที่กำลังร้อนจัดการกับทักษิณและระบอบทักษิณให้ราบคาบ ขออย่าไปฟังนักวิชาเกินที่เอาแต่มาร่ำร้องหาความสันติ ในโลกแห่งความเป็นจริงการปกครองคนหมู่มากคือการควบคุมคนเลวไม่ให้ออกมาทำร้ายสังคม และคนเลวก็มักจะไม่รู้จักความดีเสียด้วย บทเรียนจลาจลครั้งนี้ชัดเจนแจ่มแจ้งปฏิรูปการเมืองกันทำไมอีก ประเทศไทยต้องการรัฐบาลที่ดีทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งและชอบธรรม รัฐธรรมนูญจะร่างมาดีอย่างไรก็ตามพวกนักการเมืองเลวมันก็ยังหลุดเข้ามาในสภาได้อยู่ดี รัฐจะต้องมุ่งพัฒนาให้คนจนได้มีโอกาส ระบบมีความยุติธรรม คนได้รับการศึกษาและข่าวสารที่ถูกต้องเพื่อที่จะเลือกสรรคนดีดีเป็นนักการเมืองตัวแทนไม่ใช่ลงคะแนนเพราะสินจ้าง ท่านนายกต้องปฏิรูประบบโครงสร้างตำรวจให้เป็นผลเพราะท่านเองก็เกือบพลาดท่าก็เพราะตำรวจเลวพวกนี้ที่นอกแถวใส่เกียร์ว่าง มีนายพลทหารที่เป็นนกสองหัวเห็นเงินเห็นอำนาจแล้วตาลุกก็คงต้องถูกจัดการด้วยแต่ก็นั่นแหละ ถ้ามารไม่มีบารมีก็ไม่เกิด ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจำนวนไม่น้อยนิ่ง เฉย ดูสถาบันหลักๆถูกกระทบกระแทกโดยแทบไม่ได้แสดงอาการอนาทรร้อนใจใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ...บางกลุ่ม บางรายอาจหันไปแสดงความเคารพ นบนอบ ต่อผู้ที่จ้วงจาบ หยาบช้า ผู้ที่สามารถตอบแทนผลประโยชน์ส่วนตัวให้กับตัวเองและพรรคพวกกันแทน

นักการเมืองต้องหยุดคอร์รัปชัน นักการเมืองรุ่นเก่า กรุณากลับไปเลี้ยงหลานได้แล้ว และนักวิชาการ-สื่อมวลชนต้องหยุด ทำตัวไร้เดียงสาแต่แอบรับใช้ผู้มีเงิน-มีอำนาจเสียที ซึ่งถ้าพูดกันตามความเป็นจริง การคอร์รัปชันของนักการเมือง การบิดเบือนหลักวิชาการของนักวิชาการ และการเอาสื่อไปรับใช้นักการเมืองแบบผิดๆ มาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา น่าจะสร้างความฉิบหายให้กับประเทศชาติมากกว่าสิ่งที่เสื้อเหลืองและเสื้อแดงทำในช่วงที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ หรือโดยบริบทแล้วเราชาวไทยจำต้องยอมรับว่าบ้านเมืองปกติของเราชาวไทยใครโกงโกงไปขอให้ทำงานให้แล้วค่อยเจียดเศษเนื้อที่กระเด็นหลุดออกจากปากลงพื้นเอาเท้าเหยียบให้เราชาวไทยได้กินบ้างก็แล้วกันมานานแสนนาน ประเทศนี้ต้องมีหนทางที่จะหยุดนักการเมืองชั่วที่ทำร้ายทำลายประเทศ หยุดการทุจริตคอร์รัปชัน ผลาญบ้านผลาญเมือง หยุดระบบอภิสิทธิชนที่ไม่เคารพกฎหมาย..เพราะสิ่งเหล่านี้คือชนวนเหตุที่ทำให้สังคมเกิดความรุนแรง ปัญหาบ้านเมืองเราทุกวันนี้มีสาเหตุที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของนักการเมืองถ้ายังไม่ปฏิรูปนักการเมืองก่อนอื่นใดก็อย่าหวังว่าบ้านเมืองเราจะพ้นจากวิกฤตและปัญหาต่าง ๆ ไปได้ คณะกรรมการ 2 ชุดที่ตั้งมาหมาด ๆ เพื่อแก้ปัญหาของชาติควรจะต้องหาทางแก้คุณภาพของพวกนักการเมืองก่อนเถิดต้องรีบทำอย่างเร่งด่วนที่สุด หากนักการเมืองรับจ้างหลายๆคนยังเป็นอย่างที่เห็นๆกันอยู่ในสภาฯทุกวันนี้อย่างไรๆก็เอาไม่อยู่ เชื่อเถิดว่าถ้านักการเมืองดี ข้าราชการก็ต้องดีตามมา ผลประโยชน์ ทรัพยากรของผ่นดินจะตกกลับสู่ประชาชนอย่างทั่วถึงอย่างแน่นอน นักการเมืองต้องเสียสละ กล้าหาญ มีคุณธรรม สื่อสารมวลชน องค์กรรัฐและเอกชน สถาบันวิชาการ ทุกภาคส่วนควรที่จะได้รณรงค์เรียกร้องแสวงหาการเมืองที่ถูกต้อง ก้าวออกจากการเมืองที่ล้มเหลวโดยด่วน

หลังจากทหารปราบแดงแล้ว หันมาฆ่าสนธิเพื่อลดกระแสเหลืองสร้างภาพทหารจงรักภักดี ทั้งที่ประเทศที่มันวุ่นวายแบบนี้ก็เพราะผู้นำกองทัพเล่นการเมืองเล่นพวก โกงกินอาวุธ หวังลาภยศ ผลประโยชน์ หยิบฉวยโอกาส เรียกว่าปล้นอำนาจไปจากประชาชน ยังหวังต่อการเรียกร้องนี้ได้อีก การออกมาพูดว่าทั้งสีแดงและสีเหลืองเป็นคนทำร้ายประเทศไทยนั้นผู้พูดไม่ได้คิดเลยว่าสีเหลืองเสียสละอะไรบ้างให้ประเทศไทย ปรากฏการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2551 นั้นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง ป้องกันมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ มีเป้าหมายในการจงรักภักดี ออกมาปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากการทำประชามติของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเพื่อป้องกันมิให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดของนักการเมืองกันเองทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน หรือการโกงการเลือกตั้งและขับไล่รัฐบาลที่มีพฤติกรรมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างสถาบันองคมนตรีอันเป็นการลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

ความชั่วร้ายของรัฐบาลเก่าๆที่ผ่านมาจะมีมากขึ้นๆ รัฐบาลสามานสมัคร-สมชาย ก็ยังคงดื้อด้านกับการเอาเขาพระวิหารไปยกให้กับเขมร การละเมิดรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า การสั่งให้ตำรวจเอาระเบิดแก๊สน้ำตาและอาวุธไปยิงโครมๆ ใส่กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ชุมนุมอยู่บริเวณหน้ารัฐสภา-ทำเนียบรัฐบาล การปล่อยให้นักการเมืองงาบเงินงบประมาณและเงินภาษีของประชาชนโครงการแล้วโครงการเล่า แล้วเราประชาชนจะไปทำอย่างไรได้ถัาไม่ทำอย่างนั้นถ้าไม่กดดันรัฐบาลหรือสังคมขณะนั้นด้วยการ 1. การบุกสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 หรือ NBT 2. การบุกยึดทำเนียบรัฐบาล 3. การล้อมสนามบินดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยมีเสรีรัตน์รักษาการผู้ว่าการท่าฯสั่งปิดสนามบินโดยพลการไม่มีแม้กระทั่งแผนสำรองในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

ถ้าไม่มีพันธมิตรฯ ออกมาในวันนั้น วันนี้ประเทศไทยล่มสลายไปแล้ว แต่ในวันนี้พันธมิตรฯ อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ยังรวมกันอยู่ด้วยความผูกพัน ยังติดตามข้อมูลข่าวสาร กระจายข่าวสารสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่ม สร้างจุดมุ่งหมายร่วมกัน เป็นมวลชนที่ตื่นตัวทางารเมือง พันธมิตรฯคงต้องมุ่งมั่นตั้งพรรคการเมืองรณรงค์ต่อสู้เพื่อการเมืองใหม่ ในเวลานี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง ยังไม่มีพรก.เลือกตั้งเราจึงใช้สื่อ ASTV ได้เต็มที่ กำหนดนโยบายพรรคให้ชัดเจน ต่อจากนี้ 1 ปีคงมีโอกาสมากขึ้นในการเลือกตั้ง

ดังที่เราได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาในห้วง 8 – 13 เม.ย. 2552 ที่ผ่านมาเราๆ ท่านๆ ย่อมจะมองออกว่า ตราบใดที่เรื่องราวของคนชื่อทักษิณยังไม่จบในความเป็นจริงของสังคมการเมืองไทย ความขัดแย้ง ความวุ่นวายปั่นป่วนยังจะถูกสร้างถูกกระทำออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าแม้ว่าเราๆ ท่านๆ อยากจะให้ไปพ้นๆ ก็ตาม คนที่ตั้งโจทย์ได้ถูกต้องคมคายที่สุดก็คือนายกรัฐมนตรีของเรา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่บอกว่า... “ต้นเหตุของวิกฤต (รวมทั้งความรุนแรง การทำร้ายประเทศไทย ด้วย) เกิดจากการเมืองที่ล้มเหลว..” พวกเสื้อแดงที่ฆ่าชาวบ้านเพชรบุรี 2 คน เอารถแก๊ส ถังแก๊สหุงต้ม และขวางระเบิดขวดที่มันทำขึ้นมาเอง การจะฆ่านายกและผู้มีชื่อเสียง ทำลายทรัพย์สินย์ของหลวง ในเวลาที่วุ่นวายที่สุด ผู้นำม็อบกลับไม่อยู่ในที่ชุมนุม ปล่อยให้ประชาชนเสื้อแดงที่มาด้วยหัวใจใสๆ เผชิญสถานการณ์ที่น่าใช้ความรุนแรงยุติจลาจลและกำลังทหารตำรวจและทหารกำลังต้องใช้อำนาจรัฐที่จริงจัง

จนบัดนี้เสียงปืนแตกไปก็หลายครั้ง ผู้นำความคิดของม็อบอยู่ที่ไหนให้คนที่ตัวรักออกนอกประเทศไปหมดแล้วหลอกให้คนที่รักตัวออกมาช่วยปกป้องตัวแต่กลับจัดฉากสร้างสถานการณ์เตรียมให้เกิดการปราบปรามกันอย่างรุนแรง ให้พวกเสื้อแดงไปหยุดไอ้พวกสารพัดเลวนั้นก่อนดีกว่าไหมแล้วค่อยมาเคลื่อนไหวต่อ จะชุมนุมเคลื่อนไหวประท้วงอย่างไรก็เป็นสิทธิที่พึงกระทำได้แม้ว่าการเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดยั้งของ นปช.-กลุ่มเสื้อแดงที่ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะเดินหน้าต่อ ตลอดจนทักษิณ ชินวัตรก็ประกาศเดินหน้าต่อเช่นเดียวกันแต่จะยึดสันติวิธี ทุกวันนี้เวทีเสื้อแดงเน้นที่การสื่อสารสมัยใหม่ที่จะชักจูงให้คนคล้อยตาม เขาใช้วิธีพูดความจริงไม่หมด หรือขยายความจริงและชักจูงเป็น package ทั้งทัศนะ ข้อมูล บิดผันหลักการ ปลูกฝังความเชื่อ ทั้งๆที่เป้าหมายของการชุมนุมนั้นมิได้ส่งเสริมประชาธิปไตยแต่ประการใดเพียงแต่ตอบสนอง-ตอบแทนบุคคลเท่านั้น

ในยุคสังคมข้อมูลข่าวสารที่บทบาทสื่อมวลชนมีอิทธิพลมากกับการรายงานข้อมูลข่าวสารไปได้ทั่วโลกเพียงไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงการรับรู้ก็กระจายไปทั่วโลก เพียงแต่ว่าการชุมนุมแต่ละครั้งคงไม่สำคัญเท่ากับว่าสื่อสารมวลชนทุกแขนงทั้งในประเทศและต่างประเทศจะนำเสนอรายงานเป็นไปตามภารกิจหน้าที่ของสื่อมวลชน แม้ว่าจะตรงไปตรงมาก็ตามปัญหาก็จะเกิดขึ้นแก่ภาพลักษณ์ประเทศชาติเสียหายเมื่อความปั่นป่วนของประเทศชาติที่ได้กระจายไปทั่วโลก หยุดทำร้ายประเทศไทยกันเถอะ! บ้านเมืองบอบช้ำมากเกินพอแล้ว อย่างเมื่อวานก็มีกรณีหนึ่ง
เหตุเกิดเวลา 19.38-19.39 น. เพลงสดุดีมหาราชากำลังจะจบ มีเสียงเพลงแสงดาวแห่งศรัทธาเข้ามาแทรกเป็นท่อนกำลังจบ และจบในเวลาไล่ ๆ กัน และมีเสียงสารคดีครบรอบการเสียชีวิตของนายจิตร ภูมิศักดิ์เข้ามาแทรก เหตุเกิดเป็นระยะเวลาเกือบ 1 นาทีเต็ม ปกติเจ้าหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณจะต้องเฝ้าคอนโทรล อยู่แล้ว การใช้เครื่องมืออื่น ๆ แม้แต่การดูเทปรายการต่าง ๆ ก็สามารถกระทำได้ เพราะถ้าไม่ปล่อยสัญญาณก็ไม่มีปัญหา แต่กลับมีการปล่อยสัญญาณเสียงออกมาทับ และเหตุเกิดเป็นเวลานานผิดปกติ ถ้าเป็นความประมาท ก็ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คงต้องโดนลงโทษอย่างร้ายแรงพอสมควร เช่น พักงาน ตัดเงินเดือน โยกย้ายไปทำหน้าที่อื่นชั่วคราว อย่างน้อย 3 เดือน ถ้าเป็นความจงใจก็สมควรให้ออก .... สถานีเองน่าจะมีจดหมายขอโทษด้วย หรือนายสถานีออกมาขอโทษด้วยตัวเอง มากกว่าการชี้แจง ...เพราะเป็นกรณีที่กระทบความรู้สึกของผู้คนในวงกว้าง

เพลงแสงดาวศรัธราที่ปล่อยแทรกเพลงสรรเสริญพระบารมีมานั้นเป็นเพลงประจำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต ไม่เคยมียุคสมัยใดที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะถูกคุกคามย่ำยีได้มากเท่ามากเช่นนี้มาก่อน ระบบออกอากาศไม่ได้ควบคุมโดยใครเพียงคนใดคนหนึ่ง ต้องทำเป็นทีม อย่างน้อยๆต้องมี
1.ผู้กำกับคิว คอยดูแลคิวในการออกอากศในแต่ละช่วง
2.ผู้ควบคุม Switcher คอยควบคุมสัญญาณที่กำลังออกอากาศ จากผู้เตรียม Tape เตรียมไว้ให้
3.ผู้เตรียม Tape เตรียมว่าจะต้องเอาอะไรออกอากาศเตรียมสัญญาณไว้ให้
4.ผู้ช่วยด้านต่างๆอีกมาย

ดังนั้น ยิ่งมีการถ่ายทอดสดด้วยแล้ว เจ้าหน้าที่จะประจำตำแหน่งมากกว่าช่วงที่ออกอากาศด้วยระบบ Automation เสียอีก

บ้านเมืองมีปัญหาไม่ได้มีสาเหตุมาจากประชาชน แต่มีสาเหตุมาจากนักการเมือง มาจากข้าแผ่นดินที่ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณใจไม่มั่นในงานเพื่อพระราชา การคิดจะปรองดองกันระหว่างความดีกับความชั่ว สมานฉันท์ระหว่างความถูกกับความผิดก็คือความสมานฉันท์แบบไร้หลักการเป็นความสงบที่สมยอมให้อีกฝ่ายทำชั่วต่อบ้านเมือง ความรุนแรง ความขัดแย้ง ความหวาดระแวงภายในสังคม ความแตกแยก อันเป็นการทำร้ายประเทศไทยหรือกระทั่งทำร้ายสถาบันอันเป็นจุดศูนย์รวมแห่งความรัก-สามัคคีของสังคมไทยมาโดยตลอดก็ยังคงจะดำเนินต่อไป จนกว่าศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม จะกลับคืนมาสู่สังคมเท่านั้น

งานรณรงค์เรียกร้องหยุดทำร้ายประเทศไทยนี้ดีไม่มีเสีย แต่มีคำถามคาใจอัญชะลี ไพรรีรักอยากได้คำตอบว่า จะบอกให้ใครหยุดทำร้ายประเทศไทยกันหรือ?

ก. ทักษิณ
ข. พจมาร
ค. ลูกทั้งสามและนักร้องคนนั้น
ง. บริวารของทักษิณที่เลี้ยงได้ด้วยเงินกับอำนาจ
จ. สื่อมวลชนจอมบิดเบือนที่สยบยอมให้กับเศษเงินทักษิณ
ฉ. ข้าราชการ – ทหาร –ตำรวจ ที่กระหายเงินส่วนแบ่งสองหมื่นหกพันล้านบาทที่ทักษิณดำริจะแบ่งให้
ช. คนไทยขี้หงุดหงิดชอบหนีปัญหา
และซ. พันธมิตรฯ ผู้มุ่งมั่นการเมืองใหม่