13 มิถุนายน 2554

ไม่ว่าเลือกใคร ก็โกงทั้งนั้น ขอให้มีผลงานบ้าง แนวคิดผู้ยอมจำนน สยบต่อคนชั่ว


‘เล่ห์ลิ้นแหลตกร่อง’
โดย โสภณ องค์การณ์13 มิถุนายน 2554 17:21 น.
เหลือไม่ถึง 20 วันจะถึงวาระตัดสินชะตากรรมประเทศไทย นักลงทุนการเมืองยังใช้กลยุทธ์โชว์ลีลาลวดลายสารพัดทุ่มซื้อใจชาวบ้านคนมีสิทธิ์กาเบอร์ แยกเขี้ยวยิงฟังฉีกยิ้ม เกินหน้าตลกคาเฟ่ จนแทบจะเป็นคู่แข่งนักแสดงสลับฉากละครลิงงานวัด
      
        การเมืองไทยจึงอยู่ในสภาพไร้อนาคต สิ้นหวัง เมื่อคนกาเบอร์ส่วนหนึ่งไม่ใช้สติปัญญาวิเคราะห์ว่าควรเลือกใคร! หรือเป็นเพราะมีแต่ตัวเลว วายร้าย ทุรชน ตากหน้ามาเสนอโครงการประชานิยมผสมกับการโกหกพกลม สัญญาด้วยคำพูดหวานหู
      
        ชาวบ้านมองหน้าก็รู้ว่าเป็นพวกตัวโกง แต่ยังจะเลือก เมื่อปลงเสียแล้ว ไม่ว่าเลือกใคร ก็โกงทั้งนั้น ขอให้มีผลงานบ้าง ตามแนวคิดทฤษฎีผู้ยอมจำนน สยบต่อคนชั่ว
      
        เสนอโครงการประชานิยม แต่ไม่บอกว่าจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินภาษีชาวบ้านและเงินกู้สะสมท่วมหัว! คนไทยเกิดมาต้องแบกหนี้ทันทีคนละหลายแสนบาท
      
        ช่วงนี้จะเห็นลีลา คำพูดชวนอาเจียนของพวกนักการเมือง นอกจากเกทับบลัฟแหลก ตีฝีปาก ตีกิน คุยโม้ว่าจะได้เสียงมาก สงวนท่าทีรอให้พรรคอื่นชวนร่วมตั้งรัฐบาล มีแต่ “เสี่ยอ่าง” ประกาศชัดๆ ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ที่เหลือเป็นพรรคแทงกั๊กรอเสียบ
      
        ยังประดิษฐ์คำหรู วางฟอร์ม บางจังหวะด้านยิ่งกว่าผู้หญิงขายตัวส่งสัญญาณแบะท่าหาลูกค้าตามข้างถนน! พรรคขนาดกลาง แต่เปิบคำโต เปิดช่องขอร่วมกับพรรคเต็งหาม ทั้งๆ ที่เขาบอกว่านโยบายการบริหารบ้านเมืองเชิงทำลายชาติต่างกัน
      
        แทนที่จะอาย ดันอ้อแอ้แก้เกี้ยวว่า “การเมืองไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร” ตามที่จำคำพูดคนอื่นมา ไม่พูดตามต้นฉบับเดิมที่ว่า “มีแต่ผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นที่ถาวร”
      
        ตัวแทนพรรคคนตัวสั้นลิ้นยาวแผล็บๆ ทำเป็นอ้างสัจนิยม ดำรงศักดิ์ศรีสูงส่ง ประกาศว่าไม่ยอมให้ใครใช้อำนาจพิเศษลากเข้าไปบีบในค่ายทหารให้จัดตั้งรัฐบาลซ้ำสอง ทั้งที่พฤติกรรมลื่นไหลตลอดอายุขัยฟ้องชัดกว่าค้านไม่เป็น กลัวอดอยากปากแห้ง
      
        ถ้าไม่พอใจ ทนอยู่ได้อย่างไรนานกว่า 2 ปี ยินดีกับงบจัดสรรอิ่มหมีพีมัน ตัวสั้นมือยาวล้วงลึก! ถ้ามีเรื่องไม่พอใจ ไม่เคยเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประชาชน มีแต่เรื่องงบประมาณงาบหัวคิว! ยุคนี้ฝันกระเจิง ละเมอว่าตัวแทนพรรคจะเป็นนายกฯ นั่นเชียว
      
        ปัญหาของนักการเมืองบ้านเราคือความไม่เจียมกะลาหัว เพราะเคยมีพวกโหล่ยโท่ยห่วยแตกรับบทตัวแทนอาชญากรหนีคุกได้นั่งเก้าอี้นายกฯ บ้านเมืองแทบบรรลัย! เสนอตัวเป็นทางเลือก อ้างว่าเน้นนโยบายปรองดอง แต่เหยียบย่ำกฎหมายบ้านเมือง
      
        หาทางปรองดองเพื่อเป็นสะพานทอดไปสู่การเข้าร่วมรัฐบาลผสม! นี่ก็จัดอยู่ในขบวนการแหลซึ่งหน้าระยะเผาขนเช่นกัน! คงไม่คิดกลับตัว ทำความดีก่อนสิ้นลมหายใจ
      
        หลังจากตระเวนหาเสียงได้เดือนกว่า ตัวเต็งเริ่มออกอาการแหลตกร่อง หลังจากช่วงแรกเหิมเกริมกระแสความนิยมตามแบบขี้ใหม่หมาหอม ประกาศนโยบายโฉ่งฉ่าง ตบหน้าเหยียบหัวประชาชน เมื่อลำพองหนักข้อ ก็เจอปัญหาย้อนเข้าตัว
      
        นโยบายนิรโทษกรรมให้อาชญากรหนีคุก และพวกมีคดีอาญาร้ายแรงติดตัวกลายเป็นปัญหาพันคอ สลัดไม่หลุด เมื่อพรรคคู่แข่งชิงจังหวะย้อนรอยตีกินหวังตีตื้น
      
        “อ๊ะ! อ๊ะ! จะนิรโทษกรรมช่วยสปอนเซอร์หลักของพวกฆ่าทหาร ล้มเจ้า เผาบ้าน เผาเมืองเรอะ!” โดนเข้าไปลูกนี้ นักท่องสคริปต์ออกอาการเหวอ ต้องแก้เกี้ยว แหลเลี้ยวหลบกลบรอย โชว์หน้าเด้งจ้อจ๋อยๆ ว่าเรื่องนิรโทษกรรมขึ้นอยู่กับประชาชน
      
        การเมืองไทยจึงพิลึก ดูแต่ละพรรคแล้ววิญญูชนได้แต่ปลง มีทั้งกลุ่มก๊วนเหมือนรังก่อการร้าย ซ่องโจร แหล่งซ่องสุมอาชญากรหนีคดีอาญาอาศัยเอกสิทธิ์ของสภาซุกตัว ทำเอา “หนุ่มมาร์ค” เสนอว่าน่าจะลดระดับเอกสิทธิ์คุ้มครองให้พวกอาชญากร
      
        เหน็บแบบแอบตีกิน “ทำไมเสื้อแดงมีสิทธิ์เหนือผู้อื่น?” ไม่ย้อนถามตัวเองว่าเป็นรัฐบาลนานกว่า 2 ปีไม่ทำอะไร ปล่อยแกนนำแดงนั่งเก้าอี้รองประธานสภาฯ เปิดช่องให้หัวโจกก่อการร้ายออกจากคุก ฟื้นขบวนการล้มเจ้า ขู่จะเผาเมืองอีกถ้าแพ้เลือกตั้ง
      
        โพลหลายสำนักอ้างตัวเลขว่าพรรคเหลี่ยมก่อการร้ายมาแน่ๆ ทั้งๆ ที่กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร! สำรวจถี่ยิบจน กกต. มีงานทำ ออกประกาศห้ามทำโพล 15 วันสุดท้ายก่อนวันกาเบอร์ แต่แสร้งทำเป็นไม่รับรู้ขบวนการซื้อเสียง
      
        กระแสของ “โหวตโน” ไม่เลือกหน้าไหน เริ่มสร้างความหวาดผวาให้นักการเมือง กลัวคะแนนหดหาย! ขาใหญ่พรรคเก่าแก่ร้องแฮ่ๆ ฮึ่มๆ ขู่ว่าถ้าประชาชนอยากเลือกพวกแดงก่อการร้ายทาสเหลี่ยมเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็ตามใจ จะขออยู่เฉยๆ!
      
        พูดได้น่าตบปากจริงๆ! ช่วงมีอำนาจเต็มบ้อง ไม่ทำอะไร ปล่อยให้ขบวนการแดงขยายตัวถึงขั้นกร่าง โทษทหารว่าฆ่าประชาชน จ้องล้างแค้นแต่แหลสดๆ ว่าจะปรองดอง
      
        เมื่อกระบวนการเลือกตั้งยังเดินหน้า อนาคตบ้านเมืองอยู่ในสภาพน่าห่วง พวกเซียนการเมืองมองว่าฝ่ายใดชนะก็จะนำไปสู่ความวุ่นวายกว่าเดิม ไม่มีใครยอมใคร! พวกแทงกั๊กรอเสียบจึงออกมาปรามนายทหารว่าอย่าใช้อำนาจเข้ามาจุ้น
      
        ขอจัดตั้งพรรคร่วมรับประทาน แบ่งสรรงบประมาณให้ตัวเองและพวกพ้อง! ประชาชนอยากถามเจ้าหน้าที่บ้านเมือง กระบวนการยุติธรรม องค์กรตรวจสอบทั้งหลายว่าจะกินเงินเดือนสบายๆ ไม่ทำงานให้คุ้มกับเงินภาษีประชาชนหรือ
      
        เงินภาษีของตัวเองส่วนหนึ่งจะถูกนักการเมืองเขมือบ ยังไม่รู้สึก! หรือหวังว่าเงินภาษีเรื่องเล็ก รับใช้นักการเมืองกังฉิน ชงโครงการใหญ่ๆ ได้ส่วนแบ่งดีกว่าเยอะ
      
        ถ้าผู้มีอำนาจขาดคุณธรรม ยังไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ บ้านเมืองเสี่ยงกับหายนะแน่ๆ นิ! อิอิอิ!!! 

04 มิถุนายน 2554

“5 เพราะ” และ “5 เพื่อ”

 นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าว
...
เรามีสาเหตุที่ทำให้ต้องโหวตโน 5 สาเหตุ และมีวัตถุประสงค์ในการโหวตโน 5 ข้อ ไม่ใช่โหวตโนแล้วเอาไปทิ้งน้ำ
       
       นายพิชายกล่าวต่อว่า 5 สาเหตุที่เราโหวตโนเพราะ 1.ระบบการเมืองไทยปัจจุบันล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เป็นระบบที่ไม่สามารถกีดกันคนเลวไม่ให้เข้าสู่สภาและมีอำนาจได้ และไม่สามารถป้องกันคนเลวในสภาไม่ให้ไปโกงกินและฉ้อฉลได้ 2.นักการเมืองและพรรคการเมืองที่เสนอตัวเข้ามาให้เราเลือกประมาณร้อยละ 80-90 หรือบางคนอาจบอกว่าร้อยละ 99 เป็นนักการเมืองที่ไร้ปัญญาและฉ้อฉลอย่างสิ้นเชิง เป็นนักการเมืองที่ดูถูกประชาชนอย่างร้ายกาจ และไม่มีคนใดพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าจะสร้างชาติหรือทำตัวเป็นรัฐบุรุษนำประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองปราศจากคอร์รัปชั่นได้ มีแต่โกหกตอแหลทั้งสิ้น
       
       3. เราจะไม่สร้างความชอบธรรมให้นักการเมืองพวกนี้อีกต่อไป ถ้าเราไปโหวตให้เราก็ไปสร้างความชอบธรรมให้ระบบที่เลวให้อยู่ต่อไป หรือให้นักการเมืองเลวนั่งชูคอต่อไป 4.ประชาชนที่โหวตโนจะสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการเมือง มีวิธีคิดใหม่ที่จะไม่ให้นักการเมืองมาครอบงำเราอีกต่อไป เป็นการเปลี่ยนแปลงความเชื่อใหม่ ใครที่ตามไม่ทันแปลว่าตกอยู่ในกระบวนทัศน์เดิม งมงายกับนักการเมืองชั่วแบบเดิม และ
       
       5.เราเป็นพลเมืองที่ตื่นแล้ว ไม่ตกอยู่ในมายาภาพของนักการเมืองที่พูดไปวันๆ สร้างภาพไปวันๆ อย่างนักการเมืองไทยขณะนี้ และล่าสุดมีบางคนเสนอตัวเป็นตัวเลือก คนหนึ่งบอกว่าจะต่อต้านคอร์รัปชั่น ทั้งที่ในอดีตเคยทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบาดคาดสินบนทั้งนั้น และไม่มีประวัติต่อต้านคอร์รัปชั่นมาก่อน ใครเลือกคนคนนี้ก็สิ้นคิด
       
       นายพิชายกล่าวต่อว่าที่บางคนวิเคราะห์ว่าการโหวตโนจะสร้างความยิ่งใหญ่ให้พันธมิตรฯ นั้น เป็นการวิเคราะห์ที่เลยเถิด เพราะภาคประชาชนยิ่งใหญ่อยู่แล้ว ไม่ได้ยิ่งใหญ่ด้วยปริมาณ แต่ยิ่งใหญ่ด้วยปัญญาและเหตุผลที่จะต่อสู้ เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์ 5 ข้อที่เราจะโหวตโนคือ 1.เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของเราว่าต้องการให้โหวตโนเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาของของชาติ แก้ปัญหาการเมือง การโหวตโนนั้นเราได้ใส่เจตจำนงทางการเมืองเข้าไปเต็มเปี่ยม ไม่ใช่โหวตโนเฉยๆ
       
       2.เราขยายความคิดเรื่องโหวตโนเพื่อทำให้พลังของภาคประชาชนมีมากขึ้น แล้วเราเอาพลังนั้นมาตรวจสอบถ่วงดุลนักการเมือง ซึ่งปัจจุบันการเมืองมี 3 ขั้วหลัก คือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และภาคประชาชน เราต้องเลือกขั้วภาคประชาชนเพื่อให้ประชาชนเข้มแข็ง 3.เราโหวตโนเพื่อเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างทรงพลัง และมีรากฐานจากประชานที่มีเจตจำนงทางการเมืองอย่างเปี่ยมล้น เพราะรัฐสภาไม่สามารถสร้างความหวังให้เราได้ว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองหรือขจัดคอร์รัปชั่น ส่วนการรัฐประหารเราก็ไม่เอาอีกต่อไป เราจะใช้พลังของประชาชนเป็นกุญแจที่ทรงคุณค่าทรงพลัง
       
       4.หลังเลือกตั้งเราจะเชิญตัวแทนประชาชนทุกกลุ่มมาสร้างสถาปัตยกรรมทางการเมืองใหม่ จัดสรรอำนาจในสังคมเสียใหม่ สร้างระบบการเมืองที่มีธรรมาภิบาล ให้อำนาจทางการเมืองกระจายไปอยู่กับทุกกลุ่ม แทนที่จะอยู่กับการเมืองและนายทุนพรรคเท่านั้น และ 5.เราจะโหวตโนเพื่อไม่ให้นักการเมืองหยิ่งผยองอีกต่อไป หรือเรียกว่าโหวตโนเพื่อตีคางคก ให้มันสำนึกว่าประชาชนไม่ใช่บันไดไปสู่อำนาจ ไม่ใช่บันไดไปสู่การใช้อำนาจฉ้อฉลอีกต่อไป
       
       นายพิชายกล่าวต่อว่า คนที่ไม่เข้าใจโหวตโนนั้น บางคนแกล้งไม่เข้าใจ เพราะมีผลประโยชน์กับการเมืองปัจจุบัน อยากจะถามว่า ยังทนอยู่กับการเมืองที่สกปรกอยู่ได้อย่างไร เมื่อไหร่จะปลดแอกจากการเมืองเหล่านี้เสียที นักการเมืองที่กำลังเสนอตัวลงเลือกตั้งอยู่ขณะนี้คิดแต่นโยบายที่ไร้ปัญญา ดูถูกประชาชน เมื่อดูนโยบายทุกพรรคที่ใช้หาเสียงอยู่ขณะนี้ สามารถสรุปออกมาได้ 4 อย่าง คือ “แจกขนมหวาน สร้างปราสาททราย ทำลายนิติรัฐ และกำจัดคู่แข่งทางการเมือง”
       
       “แจกขนมวาน”คือการใช้นโยบายประชานิยม เพราะสิ้นคิด ไร้ความสามารถวิเคราะห์ปัญหาอย่างลึกซึ้งแล้วคิดนโยบายออกมาแก้ จึงคิดออกอย่างเดียวคือแจกขนม คิดอะไรซับซ้อนไม่เป็น “สร้างปราสาททราย” ก็คือทำเมกะโปรเจกต์วาดวิมานในอกาศ เป็นช่องทางทำมาหากินกับงบประมาณและสร้างหนี้สินให้ประเทศ “ทำลายนิติรัฐ”คือออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับพรรคพวกตัวเอง ซึ่งไม่มีนักการเมืองในประเทศประชาธิปไตยทำกัน มีแต่คณะรัฐประหารเท่านั้นที่ออกกฎหมายนิรโทษให้ตัวเอง และ “กำจัดคู่แข่งทางการเมือง” คือการปราบปรามยาเสพติดในอดีตที่ฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องไป 2 พันกว่าคน หลายคนเป็นหัวคะแนนพรรคคู่แข่ง เลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าตั้งกองกำลังปราบยาเสพติด ส่วนพรรคเพื่อไทยจะทำสงครามยาเสพติดอีกครั้ง ซึ่งน่ากลัวว่าจะมีคนบริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่ออีก
       
       นายพิชายกล่าวเพิ่มเติมว่า คนที่พูดว่าโหวตโนเป็นแนวร่วมของทักษิณนั้นขอให้เข้าใจว่าคนที่พูดแบบนี้เป็นพวกประชาธิปัตย์ เพราะเขาอยากให้พวกเราโหวตให้ประชาธิปัตย์จึงพูดแบบนั้น อยากจะบอกว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์อยากได้คะแนนให้ไปหาเอาเอง อย่าเอาความกลัวทักษิณมาหากิน ให้เอาฝีมือตัวเองไปหากินดีกว่า และขอให้พวกเราอย่าเอาคะแนนไปทิ้งลงน้ำเน่าให้พวกที่ดีแต่พูด ให้พวกฉวยโอกาสทางการเมือง ไม่โหวตให้ใครทั้งสิ้น เราต้องโหวตโนเท่านั้น

...