21 ธันวาคม 2552

"ถ้าจะทา เลือดนั้นคือเลือดกบฏ"


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้เมื่อวันที่  5 ธันวาคม  52  นี้ว่าบ้านเมืองของเรามีความเจริญ  มั่นคง  เป็นปกติสุข  สำเร็จผลเป็นจริงไปได้ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง  ด้วยสติ  รู้ตัว  ด้วยปัญญา  รู้ผิด  และด้วยความสุจริต  จริงใจ  โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น  ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง  แล้วทำตั้งจิต  ตั้งใจ  ให้เที่ยงตรงหนักแน่น  ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ มีความเจริญ  มั่นคง  ยั่งยืนไป  กรรมของประเทศในเวลานี้เกิดจากกรรมของคน ไอ้ที่ประเทศชาติเราต้องมาเป็นอย่างนี้ก็เพราะการกระทำของคนในชาติ  ฉะนั้นถ้าจะแก้กรรมของแผ่นดินก็สามารถแก้ได้โดยการแก้ที่การกระทำของคนอันเป็นประชาชนพลเมืองไทยนั่น เพราะว่าปัญหาบ้านเมืองทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องกองทัพนักกีฬาไทย  ถูกกองทัพนักกีฬาเวียดนามคว้าเหรียญทองแซงหน้า  หรือกองทัพเวียดนามซื้อเรือดำน้ำตัดหน้ากองทัพไทยแต่อย่างใด  แต่ไม่ว่าจะเป็นการเมือง  เศรษฐกิจ  สังคมล้วนเกิดจากผู้มีหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญๆมิได้สนใจรักษาความซื่อสัตย์และความตรงไปตรงมาต่อหน้าที่ตามกระบวนการที่ถูกต้องและตามครรลองของกฎหมายที่เรียกว่า"ธรรมาภิบาล"

ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ที่สุดแสนจะโชคดีเอามากๆ  เราคงไม่ถึงกับต้องไปดิ้นรน  ทะเยอทะยานอะไรกันมากมาย อุปนิสัยและสันดานดั้งเดิมของไทยเราเองมีความสุขสบายจนกระทั่งไม่ต้องเดือดร้อนลำเค็ญ  ไม่ต้องถูกแรงกดดัน  คุกคามเหมือนบ้านอื่นเมืองอื่นอันกลายเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้คนไทยมักจะหันมากัดกันเองเสียจนเคยตัว หนักเข้าๆต้องเรียกว่ากัดไม่ปล่อย  ไม่ไล่ไม่เลิกแถมยังไปลากคนอื่นเข้ามากัดคนในชาติเดียวกันเสียด้วย     หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปถึงแม้นบอลไทยจะได้ไปบอลโลกหรือถึงแม้นกองทัพไทยจะสั่งซื้อจรวดนิวเคลียร์เข้ามาประจำการก็ตาม  แต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้นที่จะต้องสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดินไม่วันใดก็วันหนึ่ง

หากส.ส.ตระหนักในอำนาจหน้าที่ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช้ภาษีของประชาชนแต่ไม่ได้สนใจทำหน้าที่ในสภา  ไม่เป็นเครื่องมือของต่างชาติในการบั่นทอนความมั่นคงของรัฐ  ไม่ทำหน้าที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างหมิ่นเหม่และสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ยึดผลประโยชน์ของนายจ้างที่ตนไปรับงานซ้ำซ้อนมาเป็นใหญ่

หากกกต.องค์กรอิสระแห่งความหวังของประชาธิปไตยยุคใหม่  ให้ความสำคัญกับอำนาจของประชาชนเป็นใหญ่  ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา  โปร่งใส   ตรงไปตรงมาตามหลักการของการพิจารณา  ไม่กระทำการทำลับๆ  ล่อๆ ให้เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง

หากข้าราชการพลเรือน  ทหาร  ตำรวจตลอดจนข้าราชการบริพารได้ดำเนินบทบาทหน้าที่ของตนเองโดยยึดมั่นต่อคำสัตย์ปฏิญาณที่จะปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์  สุจริต ใส่ใจในการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง  ตรงไปตรงมา ก็จะไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น การวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่ง  การมีทหารเลวนอกแถวด่าทอประจานผู้ใหญ่ในกองทัพ  ไม่มีเอกสารลับของทางการออกมาสู่มือทรพี  

หากรัฐบาลทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมากฎหมาย  และตามนโยบาย นำพารัฐนาวา  สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชน  ใช้อำนาจบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส

หากนักเรียนทุนอานันทมหิดลได้รับพระมหากรุณาธิคุณรับทุนไปร่ำไปเรียนสูงส่งเกินกว่าสามาญชนทั่วไปจะได้รับ  ได้กลับมาสร้างความเจริญตามเส้นตามทางที่ได้ร่ำเรียนมา เพื่อนำมาสร้างคุณูปการให้สังคมอย่าไปเอาอย่างขุนหลวงนัยนาวิวาทกัมพุชชาติพาณิชยชั่วที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้จากทุนการศึกษาหลวงไปในการนำประเทศไปขายให้เขมรในปี 51 ที่ผ่านมา

หากสื่อต่างๆในปัจจุบันให้ข่าวสารบ้านเมืองผ่านทางหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ได้ใช้สติ-สัมปชัญญะและแยกแยะเรื่องราวด้วยปัญญาตามรู้บ้านเมืองอันเป็นส่วนรวม  ไม่สร้างอันตรายจากข่าวลวงและข่าวบิดเบือนเพราะสื่อทุกวันนี้เหมือนกระดาษซับ ซับทุกอย่าง  ซับทั้งขี้  ทั้งเยี่ยว ทั้งสารพิษ  ทั้งสารคุณภาพ  ซับอะไรมาได้ก็สาดออกไปแบบดิบๆตามสื่อที่ตนถืออยู่อย่างนั้นทั้งหมดโดยไม่มีการสังเคราะห์  ผู้บริโภคจึงตกอยู่ในลักษณะสำลักข่าวสารเจือพิษ

การผนึกกำลังกันระหว่างชาวเขมรบางคน ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านพรมแดนติดกัน กับ นักการเมืองชาวไทยใจเขมรบางกลุ่มบางรายแห่งพรรคเพื่อทุยหรือเพื่อเขมรก็มิอาจสรุปได้มีส่วนทำให้การเมืองในประเทศกับการเมืองระหว่างประเทศกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกันได้และพยายามสาดแข้งออกอาวุธใส่ไทยไม่เว้นวันโดยไม่คิดลดราวาศอกเอา  อะไรที่ขบวนการพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดเสียประโยชน์  ก็หาว่ารัฐบาลไทยใช้  2  มาตรฐาน  แล้วทีอย่างในการจับกุมคนขนอาวุธร้ายเข้าประเทศโดยรัฐบาลไทยใช้มาตรฐานเดียว    กลับออกมาด่าว่า  ถามทำไมไม่ใช้มาตรฐานที่  2

พรรคเพื่อทุยถอนตัว ตัดสินใจเลือกที่จะไม่เดินตามแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 เบื้องต้น 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯเสนอ  เพื่อทุยพยายามยัดเยียดฐธรรมนูญ 40 ให้กลับมาใช้โดยจะแก้ไขหลักการให้เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 27 มิถุนายน 2475 ที่บอกว่าอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย  ลืมร่างรัฐธรรมนูญฉบับคปพร.ของนพ.โหวงเหวง เลวเกินจินตนาการและจะรั้น ดิษฐาอภิชัยที่ลอกรัฐธรรมนูญ 40 มาทั้งหมดยกเว้นบทเฉพาะกาลมาตรา 314  (ม.292/รธน.50) ที่รับรองการคงอยู่ของคณะองคมนตรี  สามเกลอหัวดอของคนเสื้อแดงเคยเปิดประเด็นว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 24 วรรคสองที่กำหนดให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราว ณ สถานการณ์หนึ่งที่เป็นรอยต่อ ความคิดแบบฮุนเซนโมเดลนี้แสดงว่าคนไทยใจเขมรพวกนี้มีความคิดในหมู่คนเสื้อแดงบางส่วนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์จริง เพื่อกฎมณเฑียรบาลต้องไม่สูงกว่ารัฐธรรมนูญและลดพระราชอำนาจให้เหลือในระดับที่ไม่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย   แม้ประเด็นเหล่านี้จะยังไม่ได้เป็นฉันทมติของคนเสื้อแดงทั้งหมดและไม่อาจสรุปได้ว่าพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดคิดไปไกลขนาดนี้เลยหรือไม่แต่ก็ดูเหมือนจะต้องการให้ 1) ไม่ต้องมีองคมนตรีหรืออย่างน้อยถ้าจะมีองคมนตรีก็ต้องไม่ใช่โดยการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย   2) การขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเพราะในอดีตเพียงแค่แจ้งรัฐสภาเพื่อรับทราบเท่านั้น    3) การสืบราชสันตติวงศ์ต้องไม่เป็นการใช้พระราชอำนาจโดยเฉพาะของพระมหากษัตริย์    4) พระมหากษัตริย์ไม่อาจมีพระราชดำรัสสดๆโดยพระองค์เองต่อสาธารณะได้

วันนี้พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดเริ่มแสดงอาการแกว่ง อยู่กับที่ไม่เป็นสุขจนต้องดิ้นพล่าน  พล่านถึงขั้นที่ว่าให้ระดมเกจิอาจารย์พระสายวิปัสนาไปสอนนั่งสมาธิสงบจิตสงบใจถึงดูไบ แต่ก็ไม่อาจช่วยหยุดใจที่ฟุ้งซ่านของพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดได้ การที่พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดที่เที่ยวตะลอนไปตะลอนมาหลายประเทศก็พอบ่งบอกได้ว่ามีความสงบทางจิตติดลบเลยอยู่ไม่ติด  อันนี้ต้องยกให้เป็นผลงานของกษิต ภิรมย์ที่มีภารกิจกำจัดบุคคลที่หนีคดีและเป็นภัยรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่สะดวกที่จะให้ใช้นครดูไบเป็นฐานการเมืองแล้วจึงเป็นเหตุให้พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดต้องเผ่นหนีจากถิ่นพำนักแห่งนี้และคิดจะย้ายฐานไปที่รัสเซียหรือประเทศยุโรปตะวันออก โดยอาศัยมือดีลมาเฟียรัสเซีย Oleg Yevidokimenko ที่เคยดีลธุรกิจในอังกฤษด้วยกันมาก่อนหาที่ทางให้ซุกหัว  แต่เมื่อพิจารณาแล้วรัสเซียหรือประเทศยุโรปตะวันออกคงเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมกับภาวะที่ต้องการเปิดศึกป่วนบ้านเกิดเมืองนอนของตน    ไปๆ-มาๆแล้วกระบวนการเช่นนี้ ชักจะดูเป็นกิจการและยิ่งชัดเจนขึ้นทุกทียิ่งในช่วงหน้าข้าว-หน้าเหล้าหรือช่วงใกล้จะมีข่าวการยึดทรัพย์ในอีกไม่นานไม่ช้า ก็ไอ้เงินที่ว่าขนาดขายก๋วยเตี๋ยวยังโดนสรรพากรมานั่งนับชามเพื่อเก็บภาษีแล้วทำไมขายหุ้นถึงไม่เสียภาษี  กระบวนการที่ว่านี้ก็ดูจะยิ่งกระเหี้ยนกระหือรือยิ่งขึ้นเท่านั้น   อะไรๆจะไหลมารวมตัวกันอย่างเป็นระบบเป็นกิจการเช่นนี้  พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดก็เลยต้องหาที่ใหม่เพื่อเปิดเกมรุกก่อนถึงเงื่อนเวลาอันตรายคดียึดทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้าน ใช้เขมรเป็นกองบัญชาการหลัก เล่นไพ่ใบสุดท้าย  ชนะ-ได้ครองเมือง แต่ถ้าแพ้-กบฏแผ่นดิน  ยืมมือผู้นำเพื่อนบ้านใช้เมืองต่างๆให้เคลื่อนไหวได้สะดวก   สาวกคนเสื้อแดงจะได้ไปเยี่ยมและไถเพื่อแจกเงินและสั่งงานได้สะดวก  ขณะเดียวกันสาวกได้แอบจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ   กลุ่มนปช.ได้จัดตั้งอบรมคนเสื้อแดงมาแล้วหลายรุ่นโดยให้ความรู้แบบผิดๆ ฝึกการใช้อาวุธ เดินเกมใต้ดิน ตั้งกองกำลังส่วนตัวไว้พร้อมสู้กับทางการไทย  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแผนการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในประเทศเพื่อนบ้าน   ด้วยจิตที่ฟุ้งซ่านคิดระแวงไปต่างๆ นานาของพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดและถ้ามากๆ เข้า หรือเดินเกมสะเปะสะปะสักวันพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดอาจถึงขั้น จิตแตก-จิตดับได้โดยเฉพาะเมื่อแผนการโฉดที่วางไว้ ต้องล้มเหลวลง  ไอ้ที่ต้องเร่งต้องรีบจะต้องกลับไทยเพราะพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดต้องใกล้แพทย์เฉพาะทางโดยด่วนนั่นเอง

นี่มันหน้าอะไร ฤดูอะไรกันในห้วงเวลาที่รัฐบาลอภิสิทธิ์อ่อนแอ   ทหาร-ข้าราชการ-ตำรวจไร้เอกภาพและเสื่อมลงทุกวัน    พรรคเพื่อทุย นปช. สาวกคนเสื้อแดงถูกปลุกขวัญ-กำลังใจได้ที่แล้ว  ไม่เคยมีที่ไหนในโลกที่ผู้นำสมคบกับอาชญากรแผ่นดินของอีกประเทศถึงขนาดยกประเทศให้เป็นฐานบัญชาการชิงเมือง   เพียงต้องการให้พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดพ้นผิดหวนกลับมามีอำนาจคนหนักแผ่นดินกลุ่มนี้ตั้งใจจะทำสงครามแตกหักทั้งในสภาและนอกสภามีเป้าหมายหลักให้รัฐบาลเลือกตั้งใหม่   มุ่งหวังให้เกิดการจลาจลเพื่อเปลี่ยนแปลงการเมือง  ให้คนเสื้อแดงชุมนุมเป็นเรือนแสน ป่วนบ้านเมืองโดยหวังให้เกิดการจลาจล  ทั้งๆที่การต่อสู้ของคนเสื้อแดงไม่มีความชอบธรรม     สั่ง  ส.ส.ลาออกกดดันยุบสภา  ใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรเป็นแรงกดดันอีกทางหนึ่ง  โหรฟันธงแล้วว่า  ครานี้...ชนะแน่  การร่วมมือ  ร่วมตีน  แยกกันเดิน  รวมกันตีน  หรือแยกอาณาเขตแดนแต่หันมารวมตัวกันรุมกระทืบประเทศไทย  รัฐบาลไทย  ระบบยุติธรรมไทย  กองทัพไทยหรือแม้กระทั่งการสร้างข้อเปรียบเทียบระหว่างสถาบันบางสถาบัน  ฯลฯ     หากไม่สามารถเอาชนะได้พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดอาจต้องประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในเขมรเพราะมีฮุนเซนตนเดียวเท่านั้นที่ยอมให้ทำเช่นนั้นได้ เหมือนเราอยู่บ้านดีๆ แล้วมีหมาจรจัดมาคำรามนอกประตูรั้วบ้าน สลับกับการเห่าหอน(คลิ๊กอ่านคำเต็ม)  ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นหน้าหนาวไม่ใช่หน้าฝนแต่การที่ฝนตกชะขี้หมูในแต่ละก้อน  จะไหลไปซึมซับน้ำในแหล่งใดๆก็แล้วแต่จนก่อให้เกิดความเลวในระดับสามารถไหลมารวมตัวกันได้เช่นนี้  โอกาสที่จะเผชิญกับความวิบัติ  ความจัญไรจนต้องฉิบหาย  วายวอด  ลงไปทั้งเล้าก็ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ  

ทุกครั้งมีการส่งสัญญาณอาจจะเกิดความรุนแรงกับประเทศก็มักมีการข่าวที่พูดถึงการเจรจาขึ้นมา  เอาความรุนแรงมาขึ้นเพื่อที่จะใช้เป็นอำนาจในการต่อรอง  คิดในลักษณะนักต่อรองเพื่อผลประโยชน์ หากพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดโทร.มาคุยสุรยุทธ์ขิงแก่จะคุยไหม  จะมาเจรจาเรื่องอะไรกันยืนยันจุดยืนเดิมว่าพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดต้องยอมรับระบบกฎหมายไทยและเมื่อไรที่พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดยอมรับระบบกฎหมายไทยสังคมก็ให้อภัย  แต่ยิ่งพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดมีข้อแม้ว่า  1)ต้องไม่ติดคุก  2)ต้องไม่ดำเนินคดีความใดๆทั้งสิ้นและ 3)ต้องคืนเงินทั้งหมดให้แม้ว่าเงินนั้นจะได้ไปโดยไม่ถูกด้วยกฎหมายก็คงจะเป็นไปไม่ได้  นายไชยันต์   ไชยพรอาจารย์คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าจุดยืนของนายกฯอภิสิทธิ์ก็คงไม่ต่างกับพล.อ.สุรยุทธ์ ขิงแก่ที่ขึ้นอยู่กับว่าพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดจะโทร.มาหรือไม่   ถ้าคุยกันรู้เรื่องเช่นเจรจากันว่าจะกลับมารับโทษและขอพระราชทานอภัยโทษและจะคุ้มครองความปลอดภัยให้ได้ไหมเป็นต้น  พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดรู้เงื่อนไขหมดทุกอย่างแล้วแต่จะทำหรือไม่   เพราะไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดอยากจะเหนื่อยและทนทุกข์ทรมานไปอีกนานแค่ไหน
     "หากจะเจรจาให้ยกคดีความให้  พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดเลย  พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดก็ต้องไปอยู่เขมรเพราะที่นั่นเขาตัดสินและยกคดีกันเอง   ถ้าจะเอาแบบนั้นก็ไปอยู่ให้โลกเขาร่ำลือว่าเราตัดสินกันไปและยกกันเองอย่างนี้โดยไม่มีเหตุผลที่จะใช้กำลังเข้าข่มขู่กันก็ขอให้พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดไปทำที่กัมพูชา"  นายไชยันต์กล่าวในทำนองนี้

ป๋าเปลวแกปักทวนทับธงแล้วว่า ที่พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดโฆษณามกราจะทำสงครามชิงประเทศบวกกับที่บรรดาโหราออกมาประสานเสียงต้นปีหน้าเลือดทาแผ่นดินนั้น  "ถ้าจะทา  เลือดนั้นคือเลือดกบฏ" อย่างเก่งก็ทนกันถึงแค่พฤษภาปี 53  ปีนี้-จะเป็นปีที่ประเทศไทยจะได้โชคลาภใหญ่จากต่างชาติ-ต่างภาษาและมีมาให้ฮือฮากันแบบฟลุกๆชนิดปุบปับฉับพลัน  สำคัญแต่ว่าเมื่อถึงกลางปีหน้าไม่รู้ใครอาจต้องรอให้มีคนมาเคาะฝาโลงเรียกให้กินข้าวจึงจะได้กิน(คลิ๊กอ่านคำเต็ม)

"วันนี้เสื้อแดงต้องรวมพลังกันไล่เผด็จการประชาธิปไตยเพราะบ้านเมืองวันนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย   ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างเดียวไม่ว่ายังไม่มีประสบการณ์   ทำงานล้มเหลว  บ้านเมืองเสียหายหมด  เศรษฐกิจย่ำแย่  ประชาชนเดือดร้อน   ถ้าอยู่ต่อไปบ้านเมืองก็ล่มจม   ถึงเวลาที่พวกเราต้องทวงคืนประชาธิปไตย   ต้องขอแรงพี่น้องเสื้อแดงกันอีกครั้งต้องไปกันให้มากที่สุด   บอกให้พวกคนที่มีอำนาจสั่งการให้รู้ว่าพวกเราประชาชนไม่พอใจ   จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้บ้านเมืองจะพัง   พวกเราอยากเห็นการพัฒนา   ยืนยันกับพี่น้องประชาธิปไตย   ถ้าผมกลับมาได้เห็นแน่   ผมจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ   ทำให้ลูกหลานมีความสุขก้าวหน้า วันนี้พี่น้องต้องช่วยกัน   ถ้าทำสำเร็จตัวผมก็เป็นแค่ของแถมแล้วผมจะให้ประชาธิปไตยที่แท้จริง  ปีใหม่นี้พี่น้องจะได้พ้นทุกข์  ปีใหม่นี้เอาผมผูกโบใส่กล่องเป็นของขวัญปีใหม่"      พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดกล่าวทิ้งท้าย

ตัวเองก็เลยมาไกลตั้งนานแล้วโอกาสจะใช้เขมรเป็นหลังพิงดำเนินสงครามประชาชน  ก่อการจลาจลแยกเมือง  แยกประเทศ   เพียงแค่จุดเริ่มต้นก็มองไม่เห็นเงื่อนไขใดๆที่จะหยิบยกมาอ้างอิงเพื่อให้เกิดความสมเหตุสมผลหรือเพื่อให้เกิดความชอบธรรมเอาเลยแม้แต่น้อย



ไม่มีความคิดเห็น: