แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอาประเทศไทยคืนมา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอาประเทศไทยคืนมา แสดงบทความทั้งหมด

01 กรกฎาคม 2553

ข้าว ไข่ นักการเมือง



ข้าวเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต ให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย  ข้าวมีคุณค่าทางยา บางคนกล่าวอ้างว่าข้าวจ้าวเป็นข้าวของชนชั้นเจ้า ส่วนข้าวเหนียวเป็นอาหารของชนชั้นไพร่     ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วนั้นข้าวมิใช่เครื่องหมายแบ่งชนชั้นเพราะคำว่าจ้าวหรือจ่าวในภาษาถิ่นหมายถึงหุงด้วยน้ำ  ข้าวจ้าวคือข้าวที่ต้องหุงด้วยน้ำ ส่วนข้าวเหนียวคือข้าวที่นึ่งสุกแล้วจับตัวกันแน่นบางท้องที่เรียกว่าข้าวนี้ว่าข้าวนึ่ง  เมืองไทยนั้นมีอารยธรรมการปลูกข้าวรุ่นแรกๆ ของโลกก็บ้านเรานั้นเป็นเขตมรสุม พื้นที่ราบมีน้ำอุดมสมบูรณ์   คนไทยรู้จักพัฒนาพันธุ์ข้าวมาตั้งแต่อดีตและสนใจในเรื่องการปลูก อีกทั้งยังยกย่องในเรื่องข้าวมาก คนไทยเรามีการประกอบพิธีต่างๆมากมายเกี่ยวกับข้าว คนไทยเรียกชื่อข้าวว่าพระแม่โพสพ ต่อมาจึ่งมีพันธุ์ข้าวมากที่สุด มีเป็นหลายร้อยหลายพันธุ์และข้าวไทยมีชื่อหลายร้อยชนิดซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยเรายกย่องข้าวมากมาย

สำหรับคนไทยข้าวมิใช่มีความหมายเพียงอาหารหรือใช้เป็นยาเท่านั้นแต่ข้าวยังเป็นวัฒนธรรมและประเพณีของคนไทยมาตั้งแต่โบราณอย่าง ข้าวต้มปัดหรือข้าวปัด คือข้าวเหนียวต้มที่ห่อด้วยใบมะพร้าวหรือใบเตยใช้ถวายพระภิกษุในเทศกาลออกพรรษา ข้าวทิพย์หรือข้าวกระยาทิพย์ เป็นข้าวที่ปรุงด้วยเครื่องกวนประกอบด้วยน้ำผึ้ง  น้ำนม ถั่วงา นิยมทำในพิธีสารท   ข้าวบิณฑ์เป็นข้าวสุกในกรวยทำด้วยใบตองสำหรับการเซ่นสรวงบูชา  ข้าวประดับดินเป็นข้าวที่นำไปบูชาพระธาตุเจดีย์เซ่นต้นโพธิ์ สถูป หรือเจดีย์ในเดือนเก้า  ข้าวผอกกระบอกน้ำเป็นข้าวที่ใช้ไหว้ผีบ้านผีเรือนมักใส่ภาชนะหรือผูกห่อไว้ที่บันไดในวันตรุษต่างๆ    ข้าวพระคนไทยใช้เรียกข้าวที่เตรียมถวายพระพุทธรูปหรือเรียกว่าข้าวถวายพระพุทธ  ข้าวเภาเป็นข้าวที่คลุกด้วยสีเหลือง  สีแดงแล้วปั้นเป็นก้อนๆ ใช้ในพิธีรับช้างเผือกของพราหมณ์  ข้าวแม่ซื้อข้าวพวกนี้เป็นข้าวสุกปากหม้อนำมาปั้นเป็นก้อนๆ และชุบสีเหลือง ขาว แดง ดำ ใช้ในการรักษาเด็กๆ ที่ตัวร้อนไม่สบายบ่อยๆในพิธีทิ้งข้าวแม่ซื้อมาใช้รับขวัญเด็กโดยนำข้าวแม่ซื้อจำนวน 4 ชิ้นๆ ละ 1 สี มาวนรอบตัวเด็ก   ข้าวเปรตเป็นข้าวที่ใช้เซ่นเปรตในพิธีสารทเป็นต้น คัดจากบทความของคุณประทีป ชุมพลเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553



ข้าวหอมมะลิหรือ Jasmine Rice ที่ทั่วโลกต้องยกย่องว่าเป็นข้าวดีที่สุดในโลกและได้รับนิยมไปทั่วโลก ไทยจึงได้จดสิทธิบัตรแต่ก็มีผู้ลักลอบนำไปอ้างอิงทั้งๆที่เป็นของปลอม   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับสั่งตลอดเวลาเรื่องการดูแลพันธุ์ข้าวไทยรวมถึงการหวงแหนทรัพยากรการผลิตอาหาร ทั้งที่ดินทำกิน
และชาวนาไทย   โดยทรงพัฒนาพันธุ์ปลูกข้าวในแปลงทดลองส่วนพระองค์และการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมเพื่อเป็นต้นแบบให้คนไทยตระหนัก  เมื่อพระองค์ทรงรับสั่ง 1 ครั้งรัฐบาลก็ตื่นตัวแก้ปัญหา 1 ครั้ง รัฐบาลไม่เคยมีเรื่องความจริงจังในการแก้ปัญหามาแต่ไหนแต่ไร   อย่างตอนนี้สหรัฐฯก็กำลังพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมะลิ JAZZMEN ที่ต่อยอดมาจากพันธุ์ข้าวหอมดอกมะลิ 105 ของไทย  ยิ่งไปกว่านั้นคูเวตยังสนับสนุนงบประมาณการปลูกข้าวในกัมพูชาเพื่อมาเทียบชั้นกับข้าวไทย  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงอุทิศพระวรกายในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าวและการผลิตข้าวไทยมาโดยตลอด

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ค้นพบยีนที่ควบคุมความหอมในข้าวที่เรียกว่า Os2AP และสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกาได้ออกสิทธิบัตรให้แล้วเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชในขณะนั้นจึงได้ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณและกราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับสิทธิบัตรยีนที่ควบคุมความหอมในข้าว ในพระราชวโรกาสนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ได้ทรงมีพระราชดำรัสขอบใจและทรงระบุว่าสิทธิบัตรที่ได้นี้จะเป็นหลักประกันว่า ข้าวไทยเป็นของไทยแท้ เรากินข้าวไทยและจะได้กินข้าวไทยต่อไป และหวังว่าทุกคนจะรักษาความเป็นไทยได้ด้วยการกินข้าวไทย พระองค์ทรงมีความภูมิใจที่ได้กินข้าวไทย


ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่ไข่




ในทุกยุคสมัยราคาไข่เป็นดัชนีชี้วัดภาวะข้าวยากหมากแพง  ไข่ขึ้น-ลงจึงย่อมมีนัยสำคัญต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลอย่างหนีไม่พ้น  ในสมัยม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ปี 19 ไข่คุณชายไซส์ใหญ่ฟองละ 1.50 บาทแพงกว่าค่ารถเมล์ 75 สตางค์ก็ถูกชาวบ้านค่อนแคะแล้ว   น้ำมันแพงที่สุดยุคหนึ่งในสมัยพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ปี 22 ไข่เกรียงศักดิ์ใบใหญ่สุดฟองละ 1.60 บาท   ไข่ป๋าเปรมปี 24 ฟองละ 1.26 บาทผ่านไป 6 ปีไข่ท่านใบใหญ่ขึ้นราคาไปอีก 30 สตางค์  ต่อมาได้ไข่น้าชาติ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณในปี 33 โหดกว่าใครไข่แกเบอร์ 0 ฟองละ 1.90-2.00 บาท ที่สำคัญไข่น้าชาติไม่ทันได้แพงอยู่นานเพราะน้าชาติสั่งให้กระทรวงพาณิชย์ขายไข่แบบชั่งกิโลฯขึ้นเป็นครั้งแรกร่วมกับชมรมเลี้ยงไก่ไข่แปดริ้วและสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ไข่ท่านอานันท์ ปันยารชุนถูกอย่างเหลือเชื่อฟองละ 1 บาท   ในปี 36 ไข่คุณชวนหลีกภัยย่านไหนราคาหนึ่ง ส่วนอีกย่านก็อีกราคาหนึ่งตั้งแต่ 1.65-2.70 บาท  ไข่ไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่อย่างตักขี้แพงมหาโหดลบสถิติไข่คุณชวนก็แหมไข่ไก่เบอร์ 0 ฟองละ 2.62 บาทครั้นไข่เป็นหวัดนกก็ตกวูบไปแล้วชูกลับมาใหม่หลุดโลกไปเลยทะลุ 3 บาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เล่นไปฟองละ 3.20 บาท ไข่บิ๊กแอ๊ดพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์เบอร์ 0 ราคาฟองละ 3 บาทไข่สมัครก็ 3 บาทเช่นกัน  แต่ไข่มาร์คแพงหูฉี่ ไข่ไก่ในยุคนายกฯอภิสิทธิ์ทำสถิติแพงที่สุดไปแร้ว เพราะวันนี้ไข่ไก่ได้ขยับขึ้นมาที่ฟองละ 3.30 บาทแล้วจนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค จริงหรือที่อธิบดีกรมการค้าภายในอ้างต่อสังคมว่าต้นเหตุเกิดจากวิกฤตภัยแล้ง สภาพอากาศร้อน มีปัญหาขาดแคลนน้ำทำให้ไข่ไก่มีปริมาณลดลงร้อยละ 20 ในปีนี้

เมื่อกลางปี 45 เกิดปัญหาไข่ตกแตกเอ้ยราคาไข่ไก่ลดลงอย่างมาก  10 กว่าปีก่อน ไข่ไก่มีมากไปราคาก็ไข่ถูก  จนกรมปศุสัตว์ได้โอกาสใช้เป็นข้ออ้างกำหนดแนวทางในการควบคุมปริมาณการเลี้ยงไก่ไข่ทั้งประเทศ ถึงขั้นตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางการผลิตและการตลาดไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ในปีต่อมาโดยมีจิ๋กโก๋บุรีรัมย์แห่งซอยรางน้ำครำเป็นรมช.ในยุคที่ไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ครองเมืองด้วยข้ออ้างสวยหรูในการแก้ปัญหาไก่ไข่ทั้งระบบ  ให้มันรู้ไว้ว่าฉายายี้ห้อยร้อยยี่สิบไม่ใช่ได้มาโดยโชคช่วย   กาลต่อมาจึงกลายเป็นการผูกขาดของทุนใหญ่ 9 รายมาจนถึงทุกวันนี้    สรุปง่ายๆได้ความว่าจากนโยบายรัฐที่เข้าไปแทรกแซงควบคุมปริมาณการเลี้ยงไก่ไข่จนกลายเป็นการสมรู้ร่วมคิดระหว่างข้าราชการและทุนใหญ่ทำให้เกิดการผูกขาดทำลายเกษตรกรรายย่อยจนพินาศย่อยยับถึงขั้นหมดอาชีพไปก็มี   นอกเหนือไปจากการเปิดการค้าเสรีหรือเอฟทีเอที่เคยบรรลุข้อตกลงกันกับจีน ออสเตรเลียและอื่นๆในยุคที่ไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ครองเมืองเช่นกัน  เห็นชัดเจนว่าผักและผลไม้จีนทะลักเข้ามาบ้านเราถาโถมมาจนกระทั่งสินค้าไทยที่มีราคาแพงกว่าถูกตีตลาดกระเจิงไปและเกษตรกรก็เดือดร้อนอย่างหนัก

คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติเป็นผู้พิจารณากำหนดสัดส่วนปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้ทั้งประเทศปันส่วนให้ผู้ได้รับโควต้าการผลิต 9 ราย  เมื่อมีการผูกขาดโดยทุนใหญ่ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั้งประเทศก็ล้มระเนระนาด  ทุนใหญ่สามารถทำธุรกิจเกี่ยวกับไก่ไข่ครบวงจรตั้งแต่การเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผลิตลูกไก่ไข่ เลี้ยงไก่สาวจำหน่ายและเลี้ยงไก่ไข่เองไปจนถึงมีธุรกิจต่อเนื่องในการจำหน่ายและแปรรูปไข่ไก่ เกษตรกรรายย่อยทั่วไปจึงถูกย่อยถูกบีบทุกทางจนต้องตกเป็นเบี้ยล่างทุนนิยมสามานย์นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด เกษตรกรที่ต้องการซื้อลูกไก่จากรายไหนใน 9 รายนั้นก็จะต้องซื้ออาหารสัตว์ของบริษัทใน 9 รายนั้นด้วย อันเป็นการผูกขาดก่อให้เกิดการกระจายพันธุ์สัตว์อย่างไม่เป็นธรรม   ทำลายอาชีพการเลี้ยงไก่สาวของเกษตรกรที่มีอยู่เดิม  ภายใต้สภาวะการณ์แข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเพราะทุนการผลิตไข่ไก่ของเกษตรกรทั่วไปจะสูงกว่าของบริษัทประมาณ 30 สตางค์  จากการควบคุมปริมาณการผลิตให้ต่ำกว่าปริมาณความต้องการอยู่ตลอดเวลาสามารถบริหารจัดการได้ง่ายๆ กำหนดราคาได้เองตามความต้องการ บีบเกษตรกรอิสระให้มีต้นทุนสูงขึ้นจนขาดทุน+สูญเสียตลาด+เลิกกิจการหมดอาชีพไป  ผลที่ตามมากระทบถึงผู้บริโภคโดยตรงทำให้ราคาไข่ไก่คละปัจจุบันหน้าฟาร์มฟองละ 2.80 บาทผู้บริโภคก็ต้องซื้อไข่ไก่ในราคาแพงโดยไม่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ภัยแล้งหรืออากาศร้อนตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เพราะอย่างไรๆคนไทยทั้งประเทศก็ต้องซื้อไข่ราคาแพงกำหนดได้ตลอดไป  พออยากให้ราคาไข่ไก่ตกก็นำไข่ไก่ที่ซุกไว้ในห้องเย็นออกมาตีตลาด เมื่อไข่ไก่ล้นตลาดราคาก็จะตกลง  แต่ถ้าต้องการให้ไข่ไก่ราคาสูงก็เก็บไข่ไปซุกไว้ในห้องเย็น ไข่ไก่ก็ขาดตลาด  ข้ออ้างที่ว่าไข่ไก่แพงมาจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนไก่เครียดก็มั่ว โรงเรือนปิดก็ควบคุมอุณหภูมิได้แล้วไง  ราคาไข่ไก่ย่อมมิอาจสะท้อนถึงต้นทุนการผลิตลูกไก่ไข่และไก่สาวได้ ผู้ผลิตลูกไก่ไข่หรือไก่สาวฉวยโอกาสที่ราคาไข่ไก่แพง ปรับราคาลูกไก่ไข่หรือไก่สาว ผลักภาระต้นทุนการผลิตมาให้กับผุ้เลี้ยงไก่เสียดื้อๆก็มี

ทุนใหญ่ที่ใช้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจอันลึกซึ้งและแนบแน่นกับทั้งอำนาจรัฐและข้าราชการเข้ามาทำลายระบบการเกษตรของไทยอย่างน่ากลัว นี่เป็นภัยเงียบที่คนส่วนใหญ่ของสังคมไม่ได้ให้ความสนใจ คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติประกอบด้วยตัวแทนจากภาคราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ องค์กรอิสระ ภาคเอกชน และ ผู้แทนเกษตรกร จริงๆแล้วตัวบุคคลที่เข้าไปล้วนแต่เป็นตัวแทนของกลุ่มทุนแทบทั้งสิ้น กรรมการชุดนี้ประกอบด้วยรมว.เกษตรฯ เป็นประธาน ปลัดกระทรวงเกษตรฯ  อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มีอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ   มีผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คนคือณรงค์ เจียมใจบรรจง วิชัย เตชะวัฒนานันท์  มนูญ สุคนพาทิพย์และสุพัฒน์ ธนะพิงค์พงษ์  รู้กันในวงการเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ว่ามีเพียงสุพัฒน์เท่านั้นที่ไม่ได้เป็นคนคุ้นเคยซีพี  ตัวแทนองค์กรอิสระที่มีอยู่ 2 คนก็มีบริษัทเอกชนส่งมาทั้งสิ้นทั้งนายกสัตวแพทยสมาคมที่ส่งประกวดโดยซีพีและนายกสมาคมสัตวบาลที่ส่งประกวดโดยบจก.อาหารเบทเทอร์ ส่วนตัวแทนผู้ประกอบการผลิตลูกไก่ไข่นั้น  เบทราโกภูมิใจเสนอกฤษฎา ฤทธิชัยดำรงกุลและผู้แทนผู้ค้าส่งที่ซีพีภูมิใจเสนอก็สุรินทร์ ชินวงศ์พรม  ตัวแทนจากผู้แทนเกษตรกรก็ดั๊นเป็นเกษตรกรที่สวมบทลูกจ้างซีพีนามมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์  เกษตรกรเต็มขั้นอย่างตัวแทนสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ชื่ออาทร ช่วยณรงค์ที่มีความอิสระสูงแต่ไม่มีเสียงไปโดยปริยายเพราะจะไปทัดทานอะไรใครเขาได้   ข้าราชการบางรายก็ไม่ได้กินเงินเดือนเพียงอย่างเดียวแต่รับสามเด้ง ทั้งจากภาษีประชาชน จากนักธุรกิจการเมือง และจากบริษัทเอกชน  บางคนกะไม่เลิกรวยหลังเกษียณจะไปเป็นที่ปรึกษาใหญ่ของซีพีอีกคนเร็วๆนี้


.นักธุรกิจการเมือง.นักธุรกิจการเมือง.นักธุรกิจการเมือง.นักธุรกิจการเมือง.นักธุรกิจการเมือง.นักธุรกิจการเมือง.นักธุรกิจการเมือง.

ไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่อย่างตักขี้ กินชะมัดเก่งแค่ไหนก็ดูเอา  เมื่อก่อนชาวบ้านเขาเสียภาษีที่นาไร่ละ 5 บาท 10 ไร่ 50 บาทพอไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่เข้ามา 10 ไร่ เสีย 180 ช่วยรากหญ้าได้จริง ๆ   สมัยท่านชวนข้าวเกวียนละ 3,800 ปุ๋ยลูกละ 320 ทำนาเสร็จเหลือเงินแค่ 32,000 แย่จริง ๆ หักธกส.แล้วเหลือ 22,000 ข้าวก็ถูก กองทุนหมู่บ้านก็ไม่มี  เงินหมู่บ้านละ 200,000 ก็ไม่มี  ครั้นพอไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่เข้ามา โอ้โฮ ข้าวเกวียนละ 8,300 ปุ๋ยลูกละื 1,300 เองเกี่ยวข้าวแล้วเหลือเงินตั้ง 40,000  แต่ว่าต้องเอาไปใช้หนี้ธกส. 10,000 ใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านอีก 12,000 อ้อ เงินหมู่บ้านจากรัฐบาล 200,000 เราก็เอา 6,000, 40,000 หัก 28,000 เหลือ 12,000   ทำไม๊ทำไมสมัยท่านชวนหักโน่นหักหนี้แล้วแล้วเหลือแค่ 22,000 ทำไมเงินเหลือเยอะกว่าสมัยไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ งงๆๆๆ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเติมวันทูคอลละเนี่ย   อย่างนี้ก็ต้องเดือดร้อนรัฐและรัฐบาลให้หากองทุนใหม่ให้กู้อีก ถึงจะพอสินี่

ชาวไทยต้องจมปลักอยู่กับการเมืองน้ำเน่ากับนักการเมืองโกงกินอยู่ชั่วนาตาปี เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเมืองและมีการเลือกตั้งใหม่ ก็ปรากฏว่านักการเมืองขี้โกงที่ได้รับเลือกก็เป็นพญายักษ์พญามารเหมือนเดิม  ประเทศชาติและประชาชนขาดทุนทั้งขึ้นทั้งล่อง ขาดทุนตลอดชาติ กำไรก็แค่ไปอยู่ที่รมต. นักการเมืองและนักลงทุนทางการเมืองบางคน     ชาติเราจะล่มจมได้ ก็เพราะนักการเมืองน้ำเน่าพวกนี้เอง ที่สำคัญพญายักษ์พญามารทุกตัวตนไม่เคยชอบการเมืองภาคประชาชนแม้แต่ตัวเดียว  นักการเมืองขี้โกงส่วนใหญ่ชอบที่จะรับเงินสดๆ เป็นค่าจ้างทำงานการเมืองและชื่นชอบที่จะเก็บเงินสดไว้ในที่ลับๆของบ้านถึงขนาดนักการเมืองใหญ่ที่มีบ้านใหญ่โตอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคนหนึ่งได้สร้างห้องใต้ดินไว้เก็บเงินสดกันเลย  ทหารก็บุกเข้าไปตรวจค้นบ้านส.ส.หญิงคนหนึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้งทั้งยังเป็นคนสนิทของไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ได้เก็บซ่อนเงินสดกว่า 5 ร้อยล้านบาทไว้ตามที่ต่างๆ รวมทั้งในฝาผนังบ้านหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 49  ไม่กี่ปีที่ผ่านมามักปรากฏรายงานข่าวว่านักการเมือง ผู้มีชื่อเสียงหรือทรงอิทธิพลในเมืองไทย ต่างหลบหนีคดีอาญา หลายคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วและยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่นักโทษเหล่านี้กลับล่องหนหายตัวไป   แต่กลับมีผู้พบเห็นตัวเป็นๆไปซ่อนตัวอยู่ในเขมรหลายราย  

ถึงตอนนี้รัฐบาลจะคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ตามสถานการณ์อันควร มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเราๆท่านๆนั่นสักเท่าไร ไอ้คนที่กลัวพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรียกร้องให้ยกเลิกไวๆ
เห็นจะมีแต่พวกมิจฉาชีพใจไม่บริสุทธิ์เท่านั้น ไม่น่าจะทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมบิดเบือน แต่การคงมาตรการลดค่าครองชีพยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือนนี่สิ  มันเป็นการกระแทกโครงสร้างเศรษฐกิจ-การลงทุนและสังคมให้บิดเบี้ยวไปและจะสร้างปัญหาให้สังคมมากกว่าผลที่ได้แค่คะแนนนิยมทางการเมืองในระยะสั้นๆเท่านั้น     นโยบายบริหารเอาใจชาวบ้านให้บริการน้ำฟรี-ไฟฟรี-รถเมล์-รถไฟฟรีเกินจำเป็นเป็นการสร้างนิสัยเสียให้แก่ชาติในอนาคต  รัฐบาลกำลังเพาะเป็นทัศนคติใหม่กับชาวบ้านว่านี่คือหน้าที่ที่รัฐบาลต้องจัดหามาบริการให้ เป็นสิ่งควรได้เป็นของแถมทางการเมืองที่ใครมาเป็นรัฐบาลต่อๆ ไปก็ต้องจัดเป็นชุดสังฆทานอย่างนี้ให้ชาวบ้านด้วย   พอเถอะเลิกทำให้ชาวบ้านต้องเป็นขอทานถาวรเสียผู้เสียคนอีกเลยสุดท้ายเราอาจจะถึงขั้นต้องเสียเมืองตามโมเดลอาร์เจนตินาของอีวา เปรอง   นายกฯ อภิสิทธิ์อย่าบริหารแบบเอารัฐบาลรอดแต่ประเทศไม่รอดเลย นายกฯอภิสิทธิ์จะทำนโยบายบริหารประชาสังคมมากไปกว่าไพร่มหาอำมาตย์ใหญ่จนทำท่าจะผลักบางโครงการให้เป็นโครงการฟรีถาวรไปโน่นเลย ทั้งๆที่ด่าเขาเอาไว้มากมายเลยหรือ!?

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเมื่อรัฐบาลพิชิตศึกฝูงไพร่กบถแดงที่สี่แยกราชประสงค์สำเร็จ  ระหว่างที่นักเคลื่อนไหวและนักการเมืองไทยหลายคนเดินกันให้ขวักไขว่ในปอยเปตและพนมเปญหลังจากเผาบ้านเผาเมืองมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา  และชายที่ได้ชื่อว่าเลวที่สุดเท่าที่เคยมีในประวัติศาสตร์ชาติไทยเดินแกว่งไข่ในมอสโกหลังเผากรุงครั้งนี้ ศูนย์อิเหลื่อยเฉื่อยแฉะได้สั่งห้ามนักการเมืองแตะเงินในบัญชีส่วนตัวและบริษัทห้างร้านของนักการเมืองทำธุรกรรมทางการเงินถึง 83 รายด้วยกัน  ฮือฮากันไปทั้งเมือง บริษัทที่ถูกสงสัยเป็นท่อน้ำแดงนั้นส่วนใหญ่เป็นบริษัทในเครือญาติและพวกพ้องของไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่แทบทั้งนั้นอย่างเอสซี อย่างบี.บี.เป็นต้น  นักการเมืองที่มีเงินเข้า-ออกมากผิดปกตินั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่มีบทบาทในการขนคนมาร่วมชุมนุมก็อย่างแถบสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เชียงราย ลำพูน ลำปาง หรือไม่ก็อยู่ในบางเขตของกรุงเทพฯ..เช่น..คลองเตย ห้วยขวาง พระประแดง อ้อมน้อย-อ้อมใหญ่  

เมื่อนายทิวา เงินยวงสส.กทม.เขต 6 จากพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่งด่วนจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บเขตเลือกตั้งเล็กๆ เขตนี้กลายเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาทันที     พรรคเพื่อเผาไทยตัดสินใจส่งไพร่ผู้ถูกฝากขังในข้อหา“ผู้ก่อการร้ายและก่ออาชญากรรม” ลงสมัคร   ทั้งพรรคและแกนนำไพร่กบถแดงตีปี๊บโหมประโคมความสำคัญของแกนนำไพร่ตนนั้นสนามเลือกตั้งเขต 6 กทม.ภายหลังการจากไปของดร.ทิวา เงินยวง นี่จึงไม่ใช่การเลือกตั้งซ่อมธรรมดาๆเพราะนั่นหมายถึงแกนนำฝูงไพร่กบถแดงสายแร้งคนสำคัญผลักดันเกมภายใต้ความเห็นชอบของไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ที่จนตรอกเต็มไปด้วยความคั่งแค้นอยากเอาคืน ที่สำคัญการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อาจจะเป็นการจุดชนวนการชุมนุมของฝูงไพร่กบถแดงอีกครั้งเลยทีเดียวถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การชุมนุมก็เหมือนการชุมนุม


ก่อ เกิดบนผืนแผ่นดินไทย ใยทรยศ

แก้ว ใจคดพูดโป้ปดหลอกพี่น้อง
พิ นอบพิเนาเหลี่ยมแม้วดั่งผู้ปกครอง
กุล สกุลหมองต้องอาญาเผาแผ่นดิน
ทอง แดงกะทะร้อนรอเจ้าแล้ว ก่อแก้ว พิกุลทอง
                  หนุ่ม มท.


ลำพังแค่เพียงพรรคเผาไทย ชาวบ้านอุตส่าห์จะมีโอกาสได้เลือกผู้แทนราษฎรเข้าไปทำงานแทนในสภา แต่กลับได้พรรคที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อไทยอย่างชื่อ ที่ไม่รู้กาละเทศะ ไม่แยแสประชาชน ตัดสินใจส่งคนที่ถูกคุมขังอยู่ให้ชาวบ้านเลือกตั้งซ่อม ทั้งๆที่เป็นแค่ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งที่ร่วมในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองมาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 หน ทั้งๆที่ปลอดประสพการณ์ดี สุรัสวดีรองหัวหน้าเคยบอกว่า พรรคอาจจะไม่ส่งส.ส.แต่จะส่งทีมงานลงไปหาเสียงสู้กับพรรคปชป.ให้ประชาชนในพื้นที่ลงคะแนนเสียงให้กับหมาแทน    ปล่อยให้ก่อแก้วแต่งชุดนักโทษร้อยโซ่เดินทางจากคุกมายื่นใบสมัคร สนองตัณหา ความสะใจ หรือฉวยประโยชน์ทางการเมืองจากโอกาสของการเลือกตั้งซ่อมแค่หวังผลหาหนทางกระหน่ำซ้ำเติม หาช่องทาง หาจังหวะ หาโอกาส กระทำการปลุกระดม สร้างสถานการณ์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งพึงระวังโปรดเลือกประเทศไทยและอย่าเลือกก่อ(การร้าย)แก้ว  อย่าตกเป็นเครื่องมือช่วยให้พวกมันเผาไทยได้ง่ายชึ้นหรือทำให้คนไทยเกลียดคนไทยด้วยกันจนอาจทำให้คนไทยทำร้ายคนไทยกันเองอีกต่อไป  เพราะพรรคนี้ทำเป็นแต่เผาไทย  เผายางรถยนต์ เผารถเมล์ เผาตึก เผาศาลากลาง เผาส่วนราชการ ฯลฯ จัดฉากให้ชาวบ้านเห็นว่าเป็นเพียงนักรบโอท็อป ใช้แห ใช้หนังยาง ใช้ยางรถยนต์ ใช้ไม้ไผ่ แต่เอาเข้าจริงแล้วใช้ M79 ปืนจริงและอาวุธสงครามมากมาย   ที่แน่ๆ M79 ที่ลงราวกับห่าฝนนั้นไม่เคยตกใส่หัวกบาลพวกฝูงไพร่กบถแดงเลยสักครั้ง

ขณะเดียวกันไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ก็พูดผ่านร่างทรงอย่างทนายหน้าหอแบบสัปปะดน ปัสสาวะว่า ไม่ขวางและยังสนับสนุนการปรองดองด้วยทัศนคติที่ดีเช่นไม่ไล่ล่าศัตรูหรือคู่แข่งทางการเมือง ไม่ยัดเยียดข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จและไม่ใช้สื่อของรัฐบิดเบือนข้อมูล และควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  หากจริงใจที่จะปรองดองก็พร้อมที่จะพูดคุย แต่ไม่รู้ว่ามันจะให้โรเบิร์ต แอมสเตอร์ดัมทำร้ายทำลายประเทศไทยทำไม   ทำไมไม่มาพีชถ็อก(Peace Talk)กันจะจะต่อหน้าต่อตาละไอ้หัวถ่อกให้ไอ้เวรตะไลตาน้ำข้าวทำลายบ้านเกิดอยู่ได้  ส่วนตัวเองก็ฟูมฟายให้ร้ายประเทศอยู่ได้

ฝูงไพร่กบถแดงควรเรียนรู้จากเรื่องนี้แล้วใช้ปัญญาไตร่ตรองดูว่าแดงตัวพ่อไพร่หมาอำมาตย์ใหญ่ได้ใช้อำนาจรัฐที่เคยมีต่อสู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างความจนกับความรวยหรือเป็นผู้ขยายช่องว่างให้เกษตรกรกลายเป็นไพร่ดักดานอยู่ภายใต้อาณัติของทุนไพร่แสนล้านกันแน่  ปัญหาสังคมทุกวันนี้เกิดจากการที่คนเราไม่ได้รับการพัฒนาจิตใจทั้งๆ ที่เป็นเรื่องหลักที่จะต้องได้รับการพัฒนา    เมื่อคนไม่พัฒนาก็ก่อให้เกิดปัญหาด้านคุณธรรม ศีลธรรม การเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ    ดังนั้นจึงต้องใช้เครื่องมือในการแก้ไขปัญหาด้านจิตใจโดยขอยกตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก   เศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าวสอนให้คนรู้จักประมาณตนเช่น ประหยัด รู้จักมีเหตุผล ไม่หลงไปตามค่านิยม มีภูมิคุ้มกันตัวเอง มีคุณธรรมและมีความรู้เท่าทันทั้งโลกทั้งสังคมด้วย  จำเป็นต้องขับเคลื่อนการเมืองใหม่ด้วยการตั้งพรรคการเมืองที่มีคุณธรรมจริยธรรมเพื่อสร้างความแตกต่างไปจากนักการเมืองเก่าๆ ในการยกระดับมาตรฐานเหมือน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ที่นักการเมืองเขาละอายต่อบาปและดำเนินการเมืองภาคประชาชนไปพร้อมๆ กัน จะยากเย็นแค่ไหนก็ต้องทำ ใช้กฏหมายอย่างเฉียบขาด  เป็นการน้อมนำพระราชดำริและพระราชดำรัสที่ว่า"การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี  หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"มาใช้





29 เมษายน 2553

ประเทศไทยไม่พ่ายแพ้




ตามฤกษ์ฝังเสาหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์นี้ในทางโหราศาสตร์ถือเป็นฤกษ์  ดวงเมืองประเทศไทย และเพิ่งครบ 228 ปีนับจากวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล จุลศักราช 1144 หรือวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2325 เวลา 06.54 น. ผืนแผ่นดินที่เราเหยียบอยู่มีพื้นฐานการพัฒนามาอย่างไร ตั้งแต่โบราณประเทศเรามีการรบรากับชนกลุ่มน้อย ทำศึกสงครามกับกบถในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด การที่บ้านเมืองจะเป็นปึกแผ่นได้ชนชั้นปกครองจำเป็นต้องมีความมั่นคงและมี อำนาจเด็ดขาดเพื่อป้องกันภัยกบถจากภายในชาติ   ในเวลาต่อมาความเคร่งครัดของกฏหมายก็ลดน้อยลงหรือเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ สอดคล้องกับสภาพการปกครองในแต่ละสมัยเรื่อยมา เช่นว่า ประชาชนสามารถสบตากษัตริย์ได้ สามารถร้องเรียนหรือถวายบังคมทูลโดยตรงกับกษัตริย์ได้ สามารถทูลเสนอความคิดเห็นได้ แต่ข้อกฎหมายเหล่านี้ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องสถาบันที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นจุดเปราะบางของความมั่นคงของชาติจึงต้องบัญญัตไว้   จริงอยู่ว่าประเพณีที่ทำมากันเป็นเวลายาวววววนานไม่สามารถเปลี่ยนในชั่ววันชั่วคืน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจะมีผลกระทบความเชื่อตามทำนองคลองธรรมของคนกลุ่มใหญ่ในชาติ คนไทยไม่ได้เทิดทูนเพราะกลัวนรกจะกินกบาลแต่เป็นเพราะสิ่งที่ท่านอุทิศให้ประเทศชาติ ท่านพยายามถ่ายทอดหลักการที่ให้ประชาชนของท่านให้เห็นว่าคนไทยควรมีการพัฒนา อย่างไรให้เหมาะกับพื้นฐานวัฒนธรรมหรือแม้แต่ทรัพยากรที่มีในประเทศของเรา ไม่ใช่ตามเอาแต่ตูดประเทศอื่นๆโดยไม่เหลียวหลังดูตนเอง พระบรมเดชานุภาพนั้นไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ ไม่ใช่สิ่งที่อำนาจทางการเงิน การเมือง การทหารใดๆจะมาทำลายได้

คนรุ่นใหม่อาจมีความรู้สึกต่อต้านสถาบันกษัตริย์ในประเพณีนี้   ลองพิเคราะห์ดูว่าถ้าหากมีคนมายืนด่าคุณกลางที่สาธารณะ ใช้ความเป็นเท็จกล่าวหา คุณก็สามารถที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้   หากคุณไม่ติดใจเอาความก็สามารถจะปล่อยๆมันไปหรือยกฟ้องไม่เอาความผิดกับบุคคลนั้นไป  ในทางกลับกันหากเราถอดกฏหมายหมิ่นประมาทออกไปคุณจะทำอย่างไรเมื่อคุณถูกป้ายสี ถูกใส่สีตีไข่   พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่สามารถที่จะไปแก้ไขกฎหมายในรัฐธรรมนูญได้ตามพระทัยเพราะพระองค์ท่านเองก็ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นกัน   แต่พระเจ้าอยู่หัวท่านก็ทราบข้อนี้ดีว่าหากการวิพากวิจารณ์เป็นแค่การโจมตี ใส่ร้ายป้ายสีท่านเช่น วาดภาพล้อเลียน กล่าวหาว่าร้าย เรื่องส่วนตัว พระองค์ท่านก็ได้เลือกที่จะพระราชทานอภัยโทษให้คนที่โดนข้อหานี้ตลอดมาและยังมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับการส่งเสริมให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปก็สามารถวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางที่สร้างสรรค์  คนรุ่นใหม่ถูกปลูกฝังในเรื่องนินทาว่าร้ายเรื่องฉาวที่เล่ามาปากต่อปากขาดหลักฐานเกี่ยวกับราชวงศ์ ราชทายาท

พาฟโลฟ (Pavlov) นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้พิสูจน์ว่าสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งคนด้วยอาจเห็นผิดเป็นถูกได้ง่ายๆ ด้วยสงครามจิตวิทยาในแบบที่คนอย่างตักขี้และบริวารนั้นกำลังใช้อยู่คือการแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งที่เป็นความจริงและเท็จ ไม่คำนึงถึงศีลธรรม ให้ประชาชนหวาดกลัว ระแวงสงสัย สับสน หรือเข้าใจผิดในพระราชวงศ์  ใช้ทุกคนและทุกอย่างเป็นอาวุธ ใช้อย่างมีแผน ใช้กับคนทุกชั้นในสังคมและไม่จำกัดรูปแบบ ใช้สิ่งพิมพ์ ใบปลิว เครื่องขยายเสียง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต และปากต่อปาก สื่อทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง กว้างขวาง และไม่หยุดยั้ง ขอให้เสียหายแก่ฝ่ายตรงกันข้ามได้เป็นพอ แม้จะจับได้ว่าโกหกก็ช่าง  โฆษณาลบหลู่จาบจ้วง ใส่ความ และให้ร้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการในพระองค์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้ไอ้พวกนปช.เมกาที่ไม่สามารถอยู่เมืองไทยไปกลับเมกาเหมือนคนไทยทั่วๆไปได้นั้นเพียงหยิบมือกำลังสุมหัวกันในอีกซีกโลกหนึ่ง  พวกมันกำลังตอกลิ่มให้คนไทยแตกแยก คิดต่างกล่าวหาสถาบันกษัตริย์ของเราอย่างหนักหน่วงจาบจ้วงรุนแรงมากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์  ในตลอดชีวิตของคนพวกนี้ได้เคยทำคุณูปการใดๆต่อบ้านนี้เมืองนี้มาก่อนหรือไม่สักเพียงแค่กระผีกหนึ่งของคนไทยปรกติหรือไม่  นปช.เมกากำลังลุ่มหลงไปกับภาษาของนักวิชาเกินการกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในแผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้านั้นด้วยกอรปกับการยัดเยียดชุดความคิดต่อต้านสถาบันเบื้องสูงด้วยความบิดเบือน   เริ่มจากการที่ราชวงศ์จักรีก่อเกิดจากการปล้นมาจากพระเจ้าตากสินมหาราช ที่พระเจ้าตาก(ผ้านุ่งหญิง) ณ สันกำแพงกลับชาติมาสร้างตึกชินฯให้บริวารวาดภาพกษัตริย์หน้าเหลี่ยมๆ ปลุกปั่นว่ามันคือพระเจ้าตากกลับชาติมาเกิด เพื่อทวงบัลลังค์คืนทำให้พระเจ้าตากสินมหาราชต้องหนีตายกระเซอะกระเซิงไปถึงนครศรีฯ ใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้นตราบจนวันสิ้นพระชนม์  กรณีพวกนักวิชาการในมหาวิทยาลัยอุบาทว์ที่ชอบเปิดสอนสาวๆ ลูกศิษย์ลูกหาชาวม.เชียงใหม่กับเมียเพื่อนตอนดึกๆจนกระทั่งนักวิชาการคนหนึ่งทิ้งเอี่ยวศรีเมียตัวเองเสียดื้อๆแล้วหันมาอยู่กินกับเมียของเพื่อนแทน ชอบเอามาเล่นงานเบื้องสูง ร่ายยาวการจาบจ้วงตั้งแต่พระปฐมบรมกษัตริย์จนมาถึงพระภัทรมหาราชที่ได้ขึ้นครองราชย์โดยธรรมด้วยความร่วมมือของพรรคประชาธิปัติย์ในขณะนั้น จบท่านปรีดี ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศตราบจนวาระสุดท้ายที่ญี่ปุ่น

นักวิชาเกินการพวกนี้ทำมาหากินอย่างอื่นไม่เป็น ทำได้ก็แค่เพียงอ่านหนังสือแล้วก็บ่นเพ้อไปตามอารมณ์ มองโลกด้วยสายตาเพ้อฝัน ไม่อยู่กับความจริง ฝังใจกับภาพประวัติศาสตร์เมื่อครั้งปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศสและการปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียแถมยังปักใจเชื่อว่าพระมหากษัตริย์คือผู้ที่กดขี่ข่มเห่งราษฎร    คนแบบนี้มักกระจายตัวอยู่ตามคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ อักษรศาสตร์ สังคมศาสตร์ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิชาเกินการลอกความเห็นจากตำราของตะวันตกแล้วจำขี้ปากฝรั่งเอามาจัดชุดความคิดล้างสมองนิสิตนักศึกษาที่ไม่ชอบค้นคว้าตำราด้วยตนเอง   นักวิชาเกินการพวกนี้ล้วงลึกไปถึงสมัยพระเจ้าตากเขียนบทความใส่ชุดความคิดแนวเดียวกันนี้บ่อยๆ เหมือนอยู่ในเหตุการณ์แล้วเอามาสร้างจิตวิทยาหมู่  อดจะแวะไปเหลียวมองดู ชาญวิทย์ เกษตรศิริ สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล สุทธาชัย ยิ้มประเสริฐ เกษียร เตชะพีระ นิธิ เอียวศรีวงศ์ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์ สุดา รังกุพันธุ์ ฯลฯ เสียมิได้    เร็วๆนี้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลได้ประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำออกมาโต้ข้อหาของศอฉ.ดังที่ปรากฏในแผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้านั้นว่าไม่เป็นความจริงเลย การออกมาอ้างว่าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกำลังแต่งภาพละครแขวนคอภาคต่อครั้งที่สองในลักษณะตลกชวนสมเพช   ต่อจากท่านเสนีย์  ปราโมชร่วมกับคุณชวน หลีกภัยเมื่อครั้ง 6 ตุลาฯ 19 เคยทำไว้ครั้งแรกในลักษณะโศกนาฏกรรมจากการร่วมมือกันสร้างสถานการณ์ ให้อันธพาลการเมืองและกำลังตำรวจ ตชด.ได้บุกโจมตีเข้าไปธรรมศาสตร์ฆ่าหมู่กลางเมืองที่ป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย  แต่ไอ้การที่พวกของสมศักดิ์(ไม่)เจียมด่ากษัตริย์แบบจงเกลียดจงชังสมรู้กับกระบวนการตามแผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้านั้นมันหมายถึงพวกของสมศักดิ์(ไม่)เจียมกำลังเล่นละครแขวนคอหุ่นหรือคนที่แต่งหน้าเป็นองค์รัชทายาทอีกครั้งในสมัยนี้หรือไม่

สมศักดิ์(ไม่)เจียมตอบได้หรือไม่ว่าข้อความต่อไปนี้เป็นหนึ่งในผลิตผลที่ได้ทุ่มเทลงทุนลงแรงไปในช่วงกว่า 20 ปีของชีวิต...ตอนนี้แมงสาบทาสขันทีชั่วเริ่มใช้สุดยอดวิชาชั่วช้าประจำพรรคของมันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งการป้ายสีผู้ชุมนุมว่า "ผู้ก่อการร้าย"เอย ยิงระเบิดถล่มยอมสละชีิวิตและเลือดเนื้อคนของตัวเองเอย และ เคล็ดวิชาำอำมหิตของมันคือ ป้ัายสีฝ่ายตรงข้ามว่า ล้มล้างสถาบัน...
ในเวปนรก cbox ของ นปช.เมกามีบทสนทนานี้เมื่อ 26 Apr 10, 09:51 AM  คนตาคลี- เป้าหมายหมายศิริราชชั้นที่๑๖...ล้อคเรียบร้อย การฆ่าประชาชนเริ่มเมื่อใหร่ ..กองเอาะเยาะแน่
26 Apr 10, 09:54 AM  คนตาคลี- เราต้องทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะให้"พ่อหลวง"ของเรา ดิ่งตึกศิริราชให้ได้
26 Apr 10, 09:53 AM  allred- ห้ามถาม ห้ามสงสัย ซาบซึ้ง ได้อย่างเดียว
26 Apr 10, 10:52 AM Red Fire- Mr. Anti is really can read his mind,, It is high potential that will happen so Phumipon wants to be important person for the world to see what happened to this crisis.

26 Apr 10, 10:47 AM
Killer Whale_Boston- ว่าแล้ว- อยากให้อ.ชูพงษ์ เขาสายมา นปช usa  อ.ชูพงษ์'s latest talk at NorporchorUSA รายการสถานีเปลี่ยนระบอบ โดย อ.ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ ประจำวันที่ 26 เมย.
ขนาดปรกติ , ไซด์หนึ่ง , ไซด์สอง , ไซด์สาม
ขนาดเล็ก , ไซด์หนึ่ง , ไซด์สอง 

26 Apr 10, 11:04 AM pinyada17- ม.112 ออกมาเห็นแก่ตัวชะมัด


26 Apr 10, 11:01 AM Killer Whale_Boston- no uniform- แอบปลอมเป็นพนักงานทำความสะอาดโรงพยาบาลดีมั้ย no uniform- แล้วไปจัดการมันเลย pampampam: เขาคงรับหรอก ต้องสแกน สิบชั่วโคตร -- LOL

หลายๆคนพยามยามต่อสู้มาเพื่อประชาธิปไตยและเสรีภาพในการพ่นลมนินทาว่าร้ายเรื่องฉาวที่เล่ามาปากต่อปากขาดหลักฐานเกี่ยวกับราชวงซ์ ราชทายาทนั้น   คุณทำเพื่ออะไร คุณอยากมีระบบประชาธิปไตยแบบอเมริกา คุณพร้อมหรือยังที่จะลุกมาสู้เพื่อหลักการ ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล  คนอเมริกันเค้าต่อสู้เพื่อหลักการที่ผู้นำพร้อมจะมีและเสนอให้ แต่ไม่ได้ต่อสู่เพื่อตัวนายบุช นายคลินตัน หรือนายโอบามา หลายๆครั้งในเวปนรก cbox มักจะมีข้อความแกี่ยวกับตักขี้ รักตักขี้ เมื่อไรตักขี้จะกลับมา ตักขี้มาใหญ่ได้ไม่กี่ปี พวกมันรวยอื้อซ่า ในหลวงอยู่มากี่ปียังให้พวกมันไม่ได้อย่างที่ตักขี้ได้ให้ไป    พอเถิด  พอได้แล้ว หันกลับมามองความจริง หยุดเสียมีกับการทำลายชาติเพื่อบุคคลคนเดียวที่เข้ามาเพียงแต่ 8 ปีและมองข้ามคนอีกคนหนึ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติมาตลอดชีวิต  พระมหากรุณาธิคุณที่ปวงชนชาวไทยได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาแหล่งน้ำและธรรมชาติ การพัฒนาหลักคิดหลักปฏิบัติด้วยพระบรมราโชวาทในวาระต่างๆ ตลอดตั้งแต่เสด็จครองราชสมบัติมาตลอดรัชสมัยของพระองค์ไม่เคยมีมหาอำมาตยาธิปไตยและอำมาตยาธิปไตยใดๆทำให้ประชาชนได้เท่าพระองค์มาก่อน

ความละโมบของตักขี้ที่ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จจึงสนใจและฝักใฝ่ เพื่อปูทางไปสู่การเถลิงอำนาจโดยสมบูรณ์  อาศัยความคิดในการเปลี่ยนไทยเป็นสาธารณรัฐหรือคอมมิวนิสต์ของพวกนักวิชาการในมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะพวกกลุ่มที่สอนกันกลางวันไม่ได้ความกำเริบเสิบสานที่มองเห็นผลประโยชน์ซึ่งเป็นช่ิองว่างที่คนไทยไม่ตระหนักในสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่พลเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยของตักขี้       ทำให้เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากการสนับสนุนทางวิชาการจากนักวิชาการหลงยุค  อ้างประชาธิปไตย  ทั้งคณะราษฎร์และรัฐบาลทุกยุคสมัยไม่เคยมีการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องประชาธิปไตยนี้แก่ประชาชน ทำให้เป็นช่องโหว่ที่คนอย่างตักขี้และนักวิชาการบางกลุ่มได้สอดแทรกความคิดและความเชื่อที่ผิดๆให้แก่ประชาชน  ดังนั้นกลุ่มอำมาตย์ใหม่ นักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นอำมาตยาธิปไตยใหม่ที่เกืดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงหลังรัฐบาลเปรมทำให้นักการเมืองแบบหลงจู๊ห้าสั้น, มนตรี ผงพาณิช, อดีตนายกฯหน้าปลาตีนเป็นต้นมาเป็นอำมาตยาธิปไตยใหม่ แต่ประชาชนยังไม่ได้เป็นเจ้าของอำนาจเพราะขายไปตั้งแต่กากบาทเลือกผู้แทน  หลังการโค่นล้มรสช.มาทำให้อำมาตยาธิปไตยเกิดการปรับตัวใหม่และเกิดโคตรอภิมหาอำมาตยาธิปไตยได้รับสัมปทานดาวเทียม ดูดเงินไปจากชาวไทยเจ้าของประชาธิปไตยมากมายเป็นหลายแสนล้าน กระนั้นไทยรักไทยก็ยังยึดอธิปไตยไม่เบ็ดเสร็จ

สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะเป็นต้นเหตุให้นำไปสู่สงครามกลางเมือง คนเสื้อแดงกร่างคับประเทศ ตั้งด่านตรวจ รีดไถชาวบ้าน ไม่ชอบใจใครก็ลากออกมาซ้อม ยกระดับเป็นกบถ และกองกำลังก่อการร้าย ยึดกลางเมืองเป็นป้อมบัญชาการสร้างโรงน้ำแข็งไปวันๆรอเวลาหาทางลงจากหลังเสือ    เที่ยวมาเรียกร้องให้รัฐบาลฯยุบสภา-ลาออก   คนเสื้อแดงเรื่มเหวง เริ่มดิ้นรน ร้องแรกแหกกระเชอ ตีอกชกหัว เมื่อรัฐบาลไม่สนใจ  หนักข้อเข้าคนเสื้อแดงก็บังเอิญมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ใช้อาวุธสงครามเข้ามาร่วมสร้างความรุนแรง  ร่วมก่อการร้ายในเมือง  บนเวทีเสื้อแดงก็เริ่มใช้วาทกรรมสอดประสานกับซ้ายอกหักที่มุ่งมั่นกับการสร้างรัฐไทยใหม่  เราจะเอาประเทศไทยไปไว้ที่ไหนกันเล่า   ถ้าคนเสื้อแดงมันเชื่อว่าถ้าจัดตั้งรัฐไทยใหม่ได้สำเร็จจะเกิดการเปลี่ยนแปลงการถือครองกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินและที่ดินใหม่ โดยให้ผู้ที่มีบทบาทและผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้เลือกถือครองก่อน มันบอกว่าแกนนำจะให้คนเสื้อแดงสามารถจับจองและเป็นเจ้าของที่ดิน ตึกอาคาร บ้านเรือนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพได้หมด โดยยึดจากเจ้าของเดิมมาให้กับกลุ่มเสื้อแดง และให้เสื้อแดงจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานตามตึกออฟฟิศต่าง ๆ แทนคนกรุงเทพที่ต่อต้านรัฐไทยใหม่ เพื่อที่คนเสื้อแดงจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมกับที่มาร่วมชุมชุม และจะกำจัดคนที่ต่อต้านรัฐไทยใหม่โดยการฆ่าพวกที่ต่อต้านไม่ยอมกลุ่มเสื้อแดงส่วนพวกที่หัวอ่อนก็จะให้ไปอยู่ต่างจังหวัดทำงานใช้แรงงานแทนคนเสื้อแดง นี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพวกเสื้อแดงจึงกร่างและเข้ามาร่วมชุมนุมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะพวกมันคิดว่าถ้าตั้งรัฐไทยใหม่ได้พวกมันไม่ต้องลำบาก ได้ใช้ชีวิตอาศัยในกรุงเทพและทำงานสบาย โดยที่คนพวกนี่ไม่ได้มีความคิดเรื่องการกลัวบาป หรือเรื่องศีลธรรมเลยมันบอกแต่เพียงว่าชีวิตพวกมันในต่างจังหวัดนั้นลำบากไม่มีอะไรกิน มาชุมนุมที่กรุงเทพมีเงินให้ มีข้าวให้กิน ก็ดีแล้ว ถึงแม้ว่าจะร้อนก็ดีกว่าที่บ้านพวกมันในต่างจังหวัดที่ไม่มีอะไรกิน และถ้าพวกมันทำสำเร็จพวกมันก็จะรวยและมีชีวิตที่สบายแทนคนกรุงเทพ มันบอกว่าคนกรุงเทพสบายมานานแล้วเอาเปรียบพวกมันที่เป็นคนไทยเจ้าของประเทศที่ต้องอยู่ต่างจังหวัด พวกมันอ้างระบบใหม่เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่พวกมันมีสิทธิ์ในการถือครองกรรมสิทธิ์ทุกอย่างในประเทศนี้

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์และผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กจะคุมสถานการณ์ได้หรือไม่   ศูนย์อำนวยการอิเหลื่อยเฉื่อยแฉะ(ศอฉ.)ที่มีรองสุเทพ เทือกเป็นผอ.และมีป๊อกแป๊กเป็นหัวหน้าคณะผู้ปฏิบัติงานไม่เป็นเอกภาพ   ทำผิดพลาดซ้ำซาก  ประเมินสถานการณ์ต่ำ  เลือกใช้คนที่ไร้ประสิทธิภาพ  นายกฯอภิสิทธิ์ประเมินศักยภาพของสุเทพเทือกสูงเกินไป น้องเดียวสาทิตย์กว่าจะเปิดเกมรุกด้านสื่อก็เกือบจะไม่ทันการณ์ นายกฯอภิสิทธิ์ไปออกทีวีก็โดนมือเลวกวนคลื่นสัญญาณมีตำรวจมะเขือเทศ มีทหารแตงโมฝังตัวอยู่ในศอฉ.คอยรายงานข้อมูลให้แกนนำหัวขวดอยู่ตลอดเวลา  ทั้งพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐและป๊อกแป๊กกำลังจะเกษียณอายุราชการเหมือนกัน   ลำพังแค่การแต่งตั้งผบ.ตร.ยังคาราคาซังกันอยู่  ดังนั้นเราจึงเห็นอาการของตำรวจเกียร์ว่างกับตำรวจมะเขือเทศที่ไม่ยอมดำเนินการใดๆเลย  ตำรวจเกียร์ว่างหลายต่อหลายครั้ง  กลไกรัฐ  ทหาร ตำรวจ ข้าราชการหรือฝ่ายการเมืองที่ลอยตัวไม่ร่วมรับผิดชอบ  คอยสร้างปัญหากดดันซ้ำเติม  พวกจ่าเฉยกับผู้การนิ่งและนายพลใจเย็นรอคำสั่งจากผู้นำสถานเดียว  (สำนวนของคุณโสภณฯ เล่นนอกสภา คมชัดลึก)   ประชาชนตาแดงๆหลายคนเชื่อว่าพวกเราโคตรผิดหวังและเสียใจที่ประเมินขีดความสามารถของพวกท่านสูงเกินไป  การเกี่ยวก้อยกันไปออกทีวีของนายกฯอภิสิทธิ์กับผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าป๊อกแป๊กหรือกองทัพจะเต็มร้อยกับทางรัฐบาล การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ดังนั้นปัญหาของประชาชนต้องแก้โดยประชาชนใช่หรือไม่ป๊อกแป๊ก  กระทั่งวันนี้รัฐบาลก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการอย่างไรดีนอกจากการปิดล้อม–กดดันกันไปเรื่อยๆ   รัฐบาลควรคิดแยกควายออกจากรัฐบาลและศูนย์อำนวยการอิเหลื่อยเฉื่อยแฉะก่อนเป็นลำดับแรกๆ ให้ควายดำกับควายเถิกออกก่อนเพื่อนเลย

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งล่าสุดทรงระบุเอาไว้ว่า...การที่ประเทศนี้ผู้ที่ตั้งใจทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  เพราะว่านอกจากความเรียบร้อยที่จะเกิดขึ้นเป็นการแสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ในประเทศที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน  อย่างชัดเจนและตั้งใจที่จะรักษาเอาไว้ซึ่งความเรียบร้อยของประเทศ  ทำให้ประชาชนทั่วไปมีความตั้งใจในตัวที่จะปฏิบัติงานของตนอย่างซื่อสัตย์  สุจริตเหมือนกัน...

ยุคนี้เป็นยุคที่ทหารอ่อนแอถึงขีดสุด กองทัพตกต่ำได้ถึงขีดสุด และ ความเป็นผบ.ทบ.ตกต่ำทรุดโทรมยิ่งกว่าหัวหน้ายามแล้ว กองทัพก็ต้องเสียมือดีในกองทัพไปด้วยความอำมหิตของกบถแดงถ่อย กองทัพต้องหันเอาหน้าไปซุกคลังแสงด้วยความอับอาย ต้องมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตำรวจสวนทางกับอดีตอันรุ่งโรจน์ของกองทัพไทย การโยกย้าย ผบ.ทบ. ต้องนำเรื่องเข้าสภากลาโหมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องเป็นคนทำแต่วันนี้อดีตบิ๊กบูรพาวิถีแนบแน่นกับผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กที่ฉลาดในการลอยตัวอย่างที่สุดจนลืมหน้าที่มาหลายปีผลาญอนาคตนายกฯมาแล้วถึง 3 คน   ตอนนี้กำลังหมายมั่นปั้นมือที่จะทำให้ชีวิตทางการเมืองของคนหนุ่มอนาคตไกลต้องมาตกต่ำ  เสื่อมโทรม  ต้องหมดอนาคตลงไปพร้อมๆกับอายุราชการที่ป๊อกแป๊กหวงนักหวงหนา ไม่ต้องการให้ชีวิตราชการของตัวต้องมาตกสี ขาดวิ่นกระรุ่งกระริ่ง เหมือนอย่างที่ผบ.ทบ.ในอดีตหลายๆคนได้พบเจอมาหลังเกษียณ    อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด  อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...

ตำรวจเกียร์ว่าง  ตำรวจสีแดงหลายๆคนกำลังทรยศต่อชาติและทรยศต่อหน้าที่ทั้งร่วม-ทั้งรู้เห็นเป็นใจเรียกว่าเป็นไปกับขบวนการกบถแดง  ถ้าอยากเป็นพวกกบถแดง-กบถตักขี้ก็ควรลาออกไปกินเงินเดือนกบถตักขี้แล้วประกาศตัวให้ชัดเจนไปเลย     แต่การทำอย่างนี้ยังเป็นคนหลวง  กินเงินเดือนหลวง  แต่ทรยศหลวง  ทรยศประชาชน  ทำตัวเป็นคนไม่มีค่า-ไม่มีราคาความเป็นคนอะไรเลย  ตำรวจกลุ่มใหญ่ออกแรงขู่นายกฯอภิสิทธิ์แกมบังคับให้รับตำรวจหลายนายซึ่งต้องคำพิพากษาจากประชาชนและหน่วยงานรัฐ จากกรณีสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 51 ที่หน้ารัฐสภาและคดีม็อบคนรักอุดรให้กลับเข้ารับราชการก่อนจึงจะใส่เกียร์เดินหน้า    รสก.ผบ.ตร.พล.ต.อ.ปทีปจึงได้ลงนามตั้งเพิ่มศักดิ์กับสุชาติ เหมือนแก้วกลับมารับราชการในตำแหน่งผู้การประจำตร.แล้ว   ถือว่าพล.ต.อ.ปทีปทำดีที่สุดแล้วซึ่งก็จริงเพียงแต่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่พยายามทำดีตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เท่านั้น   อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด  อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...

ข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งในทางตรงและทางอ้อมยุติบทบาท คบหา มั่วสุมหรือสนับสนุนแก๊งอันธพาลและผู้มีอิทธิพลที่สนับสนุนอันธพาล  ทรยศต่อวิชาชีพและทรยศต่อหน้าที่ ยิ่งพวกที่รอหากเกิดการพลิกขั้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตนแล้วยอมจะนิ่ง ละทิ้งหน้าที่ ทรยศชาติ  อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด  อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...

 แม้ว่าการข่าวด้านความมั่นคงรายงานความเคลื่อนไหวว่ามีกลุ่มคนถูกจ้างวานให้มาทำภารกิจใต้ดิน มาก่อความรุนแรง มาปั่นป่วนสถานการณ์บ้านเมือง ลักลอบฝึกอาวุธ จัดตั้งกองกำลัง อดีตคนมีสี ทหาร ตำรวจร่วมก่อการ ลำเลียงอาวุธสงครามเข้ามาทางแนวชายแดน  สุเทพเทือกประเมินสถานการณ์ผิด  ไม่รับรู้ ไม่รายงานตรงต่อนายกฯ  ประชาธิปัตย์เองก็หมื่นเหม่จากคำตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ของกกต.   สุเทพเทือกเอาใจออกห่างพรรคแถมยังมีใจให้ขั้วอำนาจใหม่ที่ประกอบด้วยบิ๊กตะหานที่เคยสร้างวีรกรรมวิ่งหนีหมาบ้าใส่เสื้อแดงในมหาดไทยมาแล้วกับทหารแก่รุ่นน้องอย่างป๊อกแป๊กและจิ๊กโก๋รางน้ำผู้โหนเถาวัลย์ของความจงรักภักดี  ตลอดขวบปีที่ผ่านไปสุเทพเทือกปล่อยให้จิ๊กโก๋รางน้ำมีบทบาทในสตช.ให้คุณให้โทษกับคนใส่ชุดสีกากีเหล่านี้ได้ สุเทพก็กลายเป็นแค่เจว็ด ตำรวจมะเขือเทศกับตำรวจเกียร์ว่างถึงได้เกลื่อนเมือง กฎหมายถูกฉีกทิ้ง รัฐบาล กองทัพ และตำรวจ ถูกมองข้ามหัว จนใครใคร่ปล้น-ปล้น ใครใคร่ขู่เข็ญ-กรรโชกจนถึงทำร้ายใครก็ทำได้  ยิ่งมาได้ยินจิ๋กโก๋รางน้ำว่า "บ่มสถานการณ์ไปก่อนอย่าเพิ่งทำอะไร ปล่อยให้พวกมันปิดราชประสงค์ไปเรื่อยๆ ให้คนเกลียดชังพวกแดงมากขึ้นไปกว่านี้อีก แล้วเร่งกระพือข่าวทักษิณใกล้ตาย ให้พวกมันปั่นป่วน อีกไม่นานก็หมดแรง แล้วเราจะกวาดอีสานขาดลอย"   นานาชาติเริ่มกระตุ้นให้รัฐบาลลงมือทำอะไรสักอย่าง   การกลับมาของจิ๋กโก๋รางน้ำคนนี้ได้สร้างภาพ ย้ำถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงแล้วหันมาสั่งการให้ตำรวจเกียร์ว่างแลกงานสลายการกระทำถ่อยกับการดึงตำรวจที่ถูกพิพากษาได้กลับมาทำงานต่อและเปลี่ยนตัวรสก.ผบ.ตร.เป็นจุมพล มั่นหมายที่เคยเป็นแคนดิแดทกับพล.ต.อ.ปทีปมาก่อน     สังคมไทยจึงได้เห็นว่าการสั่งการของศูนย์อำนวยการอิเหลื่อยเฉื่อยแฉะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อะไรจะเลือดเย็น เหี้ยมโหด  อำมหิต ต่อประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้...

น่าเสียดายเอามากๆ...ที่คนหนุ่มยังมีเรี่ยวแรง  กำลังวังชา  มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ในการก้าวขึ้นมามีตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศแถมมีจิตใจมุ่งมั่น   เสียสละ  ซื่อสัตย์  บริสุทธิ์  อีกด้วย  ชีวิตทางการเมืองของนายกฯ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ น่าจะจบลงคล้ายๆกับชีวิตทางการเมืองของท่านอดีตนายกฯมรว.เสนีย์  ปราโมชหลังเหตุการณ์  6  ตุลาคม  2519 และยิ่งว่าน่าสงสารประเทศไทยยิ่งขึ้นที่จะต้องมีนายกฯคนต่อไปเป็นจิ๋กโก๋จากซอยรางน้ำ

ส่วนกรณีที่ว่าหากทักษิณจบ  ปัญหาทุกอย่างจะจบนั้นน่าจะไม่ใช่ เพราะจะมีคนใหม่ขึ้นมานำให้ฝูงคนเสื้อแดงตรึงพื้นที่ราชประสงค์และบริเวณสวนลุมพินีต่อไป การรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆในพรรคเพื่อทุยที่ได้รับการดูแล ทั้งในเรื่องของเงินสนับสนุน การวางยุทธศาสตร์ นโยบายของพรรครวมถึงการยึดโยงผลประโยชน์เป็นหลักและแตะมือกันอย่างหลวมๆจะรัดกันแน่นเข้าแล้วส่งคนไปดูแลการก่อหวอดอย่างใกล้ชิดอย่างเงียบเชียบ   บางส่วนก็จะสละเรือไปซบอกจิ๋กโก๋   ยิ่งไอ้พวกมวลชนบางส่วนในกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไม่หยุดแน่  

ปัญหาต่างในสังคมที่ฉายชัดยิ่งขึ้นจากการก่อหวอดของคนเสื้อแดงถึงคราวที่ต้องหันมามาปฏิรูปประเทศกันอย่างจริงจังเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันของสังคมและแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทยทั้งปัญหาการบังคบใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม  การเข้าถึงทรัพยากร ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ เป็นต้นซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขกันอย่างจริงจังและประเทศไทยอย่างไรๆก็ไม่พ่ายแพ้

09 มีนาคม 2553

บ้านดีต้องเริ่มที่ตัวพ่อ


ในความคิดของผู้คนไม่ว่ายุคสมัยใดล้วนให้คุณค่าต่อสิ่งที่อยู่เบื้องบนหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนหรือท้องฟ้าจนหลายครั้งเป็นการลดค่าของสิ่งที่อยู่ต่ำทั้งบนดินและใต้ดิน ครุฑเป็นทั้งตราแผ่นดินและสัญลักษณ์พระเจ้าแผ่นดินของเราจึงมีที่มาที่สื่อความหมายสูงส่ง ครุฑสื่อสัญลักษณ์ถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นตราประจำแผ่นดินของประเทศไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หมายถึงตาชั่งของกระทรวงยุติธรรม เป็นทั้งตราแผ่นดินและสัญลักษณ์พระเจ้าแผ่นดินของเราจึงมีที่มาที่สื่อความหมายสูงส่ง การนำครุฑพ่าห์มาใช้สำหรับคนไทยทั่วไปจึงมีน้อยมากหรือถ้ามีก็ทำด้วยความระมัดระวัง




จากภาพปกนิตยสาร Voice of Taksin ที่ทำเป็นรูปครุฑพ่าห์ปิดหน้าที่พาดหัวว่า... “ปิดหน้าปล้น” ต้องการกระทบชิ่งถึงคนที่ทั้งแผ่นดินให้ความเคารพเทิดทูนรวมใต้ภาพสัญลักษณ์ของสถาบันสูงสุดของชาติ พาดหัวรองประกอบอีกด้วยว่า... “บ้านจะดีต้องเริ่มที่พ่อ” ใครจะคิดอย่างไรไม่ทราบแต่คนไทยทั่วไปไม่อาจคิดเป็นอื่นได้




นิตยสาร Voice of Taksin ที่มีสมยศ พฤกษาเกษมสุขแกนนำนปช.รุ่นที่ 2 และแกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. เป็นบรรณาธิการบริหาร ต้องออกมาแหลว่าจากภาพครุฑที่มีผึ้งทำรังเป็นภาพเมื่อวันที่16ก.ค.51 ในช่วงที่ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ปฯจำคุกพจมารและบรรณพจน์ อันเป็นช่วงเดียวกับที่มีขนมหล่นศาลสองล้านบาท คนที่ทำเสียงตักขี้ - Voice of Taksin คงไม่ใช่คนไทยทั่วไป พอเข้าไปดูที่บทความ

‘บ้านจะดีต้องเริ่มที่พ่อ’ นั้น ก็พบว่าเป็นบทความทางจิตวิทยาของสถาบันครอบครัวโดยพ่อต้องเป็นแบบอย่างที่ดี หากพ่อมีพฤติกรรม2มาตรฐานจะทำให้ลูกก้าวร้าวและก่อปัญหาให้สังคมได้และเนื้อหาก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับภาพบนปกเลย ดร.ชนาธิป ศิริปัญญาวงศ์ ในคอลัมน์ Family Secret ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตครอบครัวไว้อย่างน่าสนใจว่า

“พ่อบางคนทำผิดซ้ำซาก บางทีไม่คิดด้วยซ้ำว่าที่ตัวเองทำนั้นผิด แต่ปากพร่ำสอนลูกว่าอย่าทำผิด เช่น ตัวเองสูบบุหรี่พ่นควันปุ๋ยๆ ต่อหน้าลูก แต่ปากพร่ำพูดว่า 'อย่าสูบบุหรี่นะลูก มันไม่ดี' พ่อบางคนใช้ทรัพย์สินเงินทองซื้อหาความสุขอย่างเกินขอบเขต แต่กลับบอกลูกว่า 'คนเราต้องประหยัดนะลูก อย่าใช้จ่ายเงินจนเกินตัว' พ่อบางคนร่ำรวยมั่งคั่งจากการทุจริตเบียดบังเงินทองคนอื่น ได้ทรัพย์สินเงินทองมาด้วยพฤติกรรมหลอกลวงปลิ้นปล้อน แต่กลับพร่ำสอนลูกว่า 'คนเราต้องทำงานหนัก ต้องเป็นคนดีของสังคม ต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมนะลูก' ลูกที่พ่อพฤติกรรมอย่างนี้ก็ได้แต่หวานอมขมกลืน ก้าวเดินสู่โลกภายนอกได้ไม่สง่าผ่าเผย …”



ตักขี้ – พจมารหนีศาลคดีที่ดินรัชดาฯ ไปจีนโดยอ้างว่าจะไปปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยในฐานะประธานการจัดงานกิจกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีนโดยยื่นคำขออนุญาตต่อศาลว่าจะต้องไปรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพฯ ที่เสด็จฯ เยือนจีน แต่พอตักขี้-พจมารออกไปพร้อมกระเป๋าเดินทางอีกคนละสิบๆ ใบพร้อมๆกับเงินมากพอที่จะถูกยึดที่อังกฤษและป่วนบ้านเผาเมืองอยู่ในเวลานี้ ผัว-เมียคู่นี้ก็หายลับและไปโผล่ด่าศาลไทยฉอดๆ สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกทางการอังกฤษปฏิเสธวีซ่าแถมยังถูกอายัดเงินในบัญชี 1.4 แสนล้านบาทที่อังกฤษและเจอข้อหาฟอกเงินจากการซื้อ-ขายทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเอาเงินทั้งหมดมาจากแหล่งใดบ้าง ทางการไทยก็ได้ออกหมายจับสร้างความอับอายและเคียดแค้นให้กับตักขี้และพจมารไม่ใช่น้อยเพราะภายหลังรูปคู่ของเขาและเธอถูกพ่อค้าหัวใสนำมาพิมพ์เป็นพรมเช็ดเท้าขายดิบขายดี ยิ่งตอนนี้ยิ่งน่าอายไปถึงชั่วลูกชั่วหลานเมื่อมีมือดีดอดนำขึ้นไปประกาศขายผ่านทางเว็บอีเบย์ราคาเสนอ 0.99 เหรียญแต่ไม่ขยับเลย

ครั้นศาลตัดสินจำคุกในคดีที่ดินก็ตะแบงด่าศาลอย่างนั้นอย่างนี้มาตลอด หลังจากที่พ.ต.ท.ตักขี้ กินชะมัดได้ให้ญาติและพวกพ้องขึ้นเบิกความคัดค้านการยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทแล้วดูเหมือนว่าหนทางแห่งการชนะคดีจะริบหรี่ลงทุกวัน คำแถลงปิดคดียังระบุไว้อย่างชัดเจนว่าระหว่างที่พ.ต.ท.ตักขี้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังได้เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ปและบริษัทในเครืออีก 5 กรณี ไม่มีใครเชื่อว่าศาลท่านจะไม่ยึดทรัพย์ตักขี้ ตักขี้เองปากบอกไม่ห่วงคดียึดทรัพย์แต่ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับเล่นทวีตหามรุ่งหามค่ำหวงเงิน 7.6 หมื่นล้าน


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่อม.4/2551 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลฎีกาฯ -มติเอกฉันท์ คตส.มีอำนาจตรวจสอบโดยชอบ-มติเอกฉันท์ ปกปิดอำพรางหุ้น-มีนอมินี-มติเอกฉันท์ แปลงสัมปทานฯ เอื้อประโยชน์ชินคอร์ป-มติเสียงข้างมาก แก้ไขสัมปทานดาวเทียมเอื้อชินคอร์ป-มติเสียงข้างมาก ปล่อยเงินกู้พม่าเอื้อประโยชน์ชินฯ-มติเสียงข้างมาก ยึดคืนเงินปล้นชาติ 4.6 หมื่นล้าน! - มติเสียงข้างมาก รวยแล้วยังปล้นชาติ-ปล้นประชาชน ศาลพิจารณาตามบัญชีทรัพย์สินที่อายัดไว้ในชั้นคตส.ของพ.ต.ท.ตักขี้ คุณหญิงพจมาร พานทองแท้ พิณทองทา ยิ่งลักษณ์และนายบรรณพจน์มีจำนวนเพียงพอที่จะบังคับคดีได้หากไม่เพียงพอก็ให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาที่คตส.อายัดไว้แล้วและมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดผู้ถูกกล่าวหาอื่นนอกเหนือจากคนที่ถูกระบุที่คตส.มีคำสั่งเพิกถอนการอายัดทรัพย์แล้วรวมทั้งผู้คัดค้านรายอื่นด้วย กว่า 5 ชั่วโมงที่ศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำตัดสินโดยชี้ให้เห็นที่มาที่ไปตั้งแต่เริ่มต้นจนจบอธิบายถึงการฉ้อฉล การทุจริตอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเรียกได้ว่า “ประจานความชั่ว” เห็นไส้เป็นพุงว่ามีใส้กี่ขดกี่ขดได้เห็นกันหมด แต่กระนั้นก็ยังใจดีมีเงินทอน3หมื่นล. ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยฟังความชั่วหมกเม็ดของใครคนใดคนเดียวเต็มๆยาวนานหลายชั่วโมงแบบนี้เลย กระบวนการยึดทรัพย์คงต้องใช้เวลาถึง 30 วัน เงินสดที่อายัดไว้ก็ยังไม่ครบตามมูลค่าที่ศาลระบุ ยึดเข้าเป็นเงินของแผ่นดินกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท สรรพากรได้อายัดไว้แล้ว 1.2 หมื่นล้านบาท แล้วจะเอาที่ไหนไปคืนมันอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาท



ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองท่านใช้ระบบไต่สวน ศาลทำหน้าที่ค้นหาความจริงจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย หากยังไม่สิ้นสงสัยก็จะเรียกพยาน หลักฐานมาสืบเพิมเติมได้ จำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหาต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์หักล้างข้อกล่าวหาให้ศาลสิ้นสงสัย ตั้งแต่ต้นจนจบตักขี้กับคุณหญิงพจมารและลูกๆ ไม่สามารถพิสูจน์หักล้างข้อกล่าวหาของคตส.ได้เลย มีแต่ข้ออ้างลอยๆว่า ไม่รู้ ไม่จริง ไม่ใช่ ไม่ผิดปกติ วันนี้ที่ตักขี้แพ้ก็เพราะตักขี้ไม่มีสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือความจริง หลักฐานชิ้นสำคัญบางชิ้นที่มัดตัวตักขี้ว่าซุกหุ้นจริงก็มาจากฝ่ายตักขี้เองนั่นแหละ เผลอไผล ปล่อยให้หลุดมาถึงมือคตส.เพราะพฤติกรรมที่ซุกซ่อน อำพราง มากมายเหลือเกิน ซุกซ่อนกันมานานหลายปีโยกย้ายถ่ายโอนกันหลายรอบจนคนที่มีหน้าที่ดูแลเอกสาร ก็จำไม่ได้ว่าอันไหนจริง อันไหนเท็จ ส่งไปให้คตส.ดูหมด แต่ละประเด็นที่ทั้งตุลาการศาลท่านเค้นรอบคอบด้วยดุลยนิติธรรมออกมาเป็นคำตัดสิน อ่านให้ได้ฟังกันจะจะ ชัดๆ แยกแยะทีละประเด็น ให้เห็น-ให้ฟัง-ให้เข้าใจ กันไปทีละเปลาะ ฟังแล้วเข้าใจ-เห็นชัด มันโกงชาติ โกงประชาชนเอาไปเป็นของตัวมันกับครอบครัวมันชนิดไร้ข้อโต้แย้ง ไร้ข้อกังขาใดๆ ในการตัดสินของศาล



คนเสื้อแดงนั่งฟังคำพิพากษา กอดรูปตักขี้ แล้วร้องห่มร้องไห้เหมือนญาติกำลังตาย ทั้งๆที่ศาลท่านก็ชี้แจงความผิดต่างๆตั้งครึ่งค่อนวัน คนทั้งโลกเขาก็รู้ถึงความดีที่ตักขี้สร้างสรรค์ไว้กันทั้งนั้น คนเสื้อแดงเหล่านั้นทุกคนล้วนมีเงินเหลืออยู่ในกระเป๋าน้อยกว่าที่ตักขี้และครอบครัวมีอยู่ทั้งสิ้น บางคนก็แทบจะไม่มีกิน ถูกเขาฉ้อราษฎร์บังหลวงแท้ๆ ยังอุตส่าห์ไปสงสาร สงสารเศรษฐีโกงชาติปล้นชาติไปงุบงิบไว้อีกนับแสนล้านอีก ตักขี้เอาลูกเอาเมียบังหน้า เอาตัวเองหลบอยู่ข้างหลัง



"...วันนี้ผมแต่งชุดดำผูกไทดำไว้ทุกข์ ผมขออนุญาตไว้ทุกข์ให้กับความดื้อของตัวเองที่ดื้อไม่ยอมเชื่อคุณหญิงกับลูกๆ ที่คัดค้านว่าไม่ให้ผมเข้าการเมืองเพราะเขาบอกว่าชีวิตการเมืองมันวุ่นวายสับสน เราเป็นเศรษฐีอยู่แล้วสบายๆ ใช้ชีวิตแบบเศรษฐีดีกว่า อย่าไปสนใจเล่นการเมืองเลย... ...ดื้อกับคุณหญิง ดื้อกับลูก พ่อขอโทษด้วยนะลูกที่ดื้อเลยทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนทุกวันนี้.... ...ที่ว่าผมโกงเป็นการกล่าวหาทั้งนั้น คุณหญิงสอนลูกมาดี พวกเราไม่มีความจำเป็นดิ้นรนโกงบ้านเมือง..."



"Rest in peacet, don't worry. We will be in hell together forever regardless what's happening loog rak"

นอนตายตาหลับนะลูกรักเราจะลงนรกพร้อมกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

รักลูก รักเมีย รักกิ๊ก

จากพ่อ ตักขี้



คนที่เคยเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี พยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกหนี หลบเร้น และซุกซ่อน ใช้ช่องโหว่ ช่องว่างหาทางบิดเบี้ยวจากความเป็นจริง เพื่อให้เสียภาษีให้น้อยที่สุดหรือหากเป็นไปได้ไม่เสียภาษีเลย อยู่ห้องแอร์ นั่งจิบไวน์ สมองลื่นไหล คิดการโกงได้ทุกบาททุกสตางค์ คิดโกงให้คนทั้งตระกูล คิดโกงชาติโกงแผ่นดิน ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ดินกลางเมืองอย่างที่ดินย่านรัชดา มันสมองขี้โกง คิดได้ไม่หยุดไม่หย่อน โกงกินรวบ เป็นยิ่งกว่าสลากกินแบ่งฯ สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ตักขี้นั้นมีการเจรจาโดยเอาผลประโยชน์ประเทศไปเป็นเครื่องต่อรอง ไม่ว่าประเทศไหนที่ทำเอฟทีเอกับไทยก็ล้วนแล้วแต่เอาสินค้าการเกษตรมาแลกกับดาวเทียมไอพีสตาร์ ชาวไร่ชาวนาหมดเนื้อหมดตัว ต้องเปลี่ยนอาชีพ ต้องจำนำจำนองที่ทางทำมาหากิน ต้องเข้ามาเป็นกรรมกรในเมืองหลวงก็มาก ในขณะที่มันรวยเอารวยเอา จนกระทั่งเงินทองของชาวบ้านทั้งประเทศมากองรวมกันมั๊นก็ยังได้ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของไอ้ที่ตักขี้ได้กอบโกยไปจากประเทศ



การรณรงค์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 309 ที่รับรองให้อำนาจคตส.ไปทำงานไต่สวนจึงเป็นการปิดทองหลังพระที่แท้จริงเพราะด้วยเงื่อนไขในช่วงรัฐบาลหุ่นเชิดสมัคร สุนทรราชหรือสมชายกระโปรง วงสัด ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจรัฐหรือจำนวนส.ส.ที่มีอยู่ตักขี้ กินชะมัดสามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอนแต่ที่ทำไม่ได้ก็เพราะความเสียสละของ พธม.

เป็นการง่ายที่อาจารย์อาจมอย่างเกษียรหรือใครก็ตามจะมองว่าพธม.เป็นผู้ก่อการร้ายปิดสนามบินหรือปิดสนามบินแล้วไม่ผิดเป็นการเลือกปฏิบัติในภายหลังเป็นคนถือมีดเลือดโทรมกายเหมือนกันโดยไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงว่าพธม.ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใดทำไมจึงต้องยอมให้เลือดโทรมกายซึ่งพิสูจน์แล้วในภายหลังว่ามิใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ใดหากแต่เพื่อสังคมไทยโดยรวม หากไม่มี 193 วันการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2550 และขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด นับจาก 25-5-51 ถึง 2-12-51 ผลแห่งคำพิพากษาคงไม่เป็นเช่นนี้แน่



คตน.ชุดที่มีศ.ดร.คณิต ณ นคร(อดีตอัยการสูงสุด) เป็นประธานทำการศึกษาเรื่องนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์แล้วมีผลการศึกษาระบุว่าการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินนโยบายสงครามยาเสพติดยุคตักขี้เข้าลักษณะเป็น "อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ" หรือ "Crimes against humanity" อันเป็นความผิดอาญาระหว่างประเทศตามธรรมนูญแห่งกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับล่างเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้อื่นในฐานความผิดดังกล่าวเท่านั้น แต่เนื่องจากคตน.ไม่มีอำนาจพนักงานสอบสวนทำหน้าที่เพียงศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายและเมื่อหมดอายุการทำงานไปแล้ว รัฐบาลยุคต่อมา รัฐบาลสมัครสุนทรราชและรัฐบาลสมชายกระโปรง วงสัตว์ก็ไม่มีใครมอบหมายให้คตน.ได้มีโอกาสทำหน้าที่ต่อไปให้ถึงที่สุด



ที่ผ่านๆมาในอดีตเราไม่เคยเห็นอะไรๆที่ดร.เยส โน โคคาโคล่า เฉ ลิม อยู่ทำไมได้สร้างได้ทำคุณูปการให้กับประเทศชาติ เห็นแต่ใช้อำนาจตักโน่นตวงนี่เอาประโยชน์โพดผลเข้ากระเป๋าตัว อีกมือหนึ่งก็คอยกอบคอยโกยให้ไอ้ลูกโง่สามคนที่ไม่รู้จักแม้แต่พ่อของตัวเองมาอยู่ใต้ปีกของตัว ไอ้ลูกโง่พวกนี้เที่ยวถามชาวบ้านอยู่เป็นนิจว่า มึงรู้ไหม กูลูกใคร วันนี้ดร.เฉ ลิม อยู่ทำไมได้ใช้แบ็คโฮขุดเปิดปากหลุมฝังตักขี้ ดร.เยส โน โคคาโคล่า เฉ ลิม อยู่ทำไมส.ส.สัตว์ ส่วนพรรคเพื่อทุยได้ตั้งกระทู้ถามสดถามนายกฯอภิสิทธิ์ในการประชุมสภาถึงความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องการฆ่าตัดตอนคดีค้ายาเสพติดของรัฐบาลพ.ต.ท.ตักขี้ ได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ คืบหน้าไปถึงไหนดำเนินการกับผู้กระทำผิดหรือไม่ ผลดำเนินคดีเป็นอย่างไร "การจะเล่นงานพ.ต.ท.ตักขี้นายกฯต้องนำเรื่องนี้มาสอบเอาตัวพ.ต.ท.ตักขี้มาสอบให้ขึ้นศาลระหว่างประเทศ แล้วรัฐบาลต้องบอกด้วยว่าถ้าตรวจพบว่า 2,500 ศพไม่เกี่ยวกับยาเสพติดจะทำอย่างไรนายกฯต้องเอาพ.ต.ท.ตักขี้เข้าคุกให้ได้ไม่งั้นนายกฯต้องขอโทษพ.ต.ท.ตักขี้หรือไม่ก็หุบปากเรื่องนี้และอยากถามว่ามากล่าวหารัฐบาลพ.ต.ท.ตักขี้แล้วรัฐบาลนี้แก้ปัญหายาเสพติดไปถึงไหน"ดร.เยส โน โคคาโคล่า เฉ ลิม อยู่ทำไมกล่าว นายกฯ อภิสิทธิ์ น้อมรับข้อเสนอของดร.เยส โน โคคาโคล่า เฉ ลิม อยู่ทำไมฉวยโอกาสรื้อคดี ดร.เยส โน โคคาโคล่า เฉ ลิม อยู่ทำไมเป็นอะไรของแก ???? คงจะเห็นพ.ต.ท.ตักขี้วิดิโอลึงค์บ่นอยากจะไปขึ้นศาลโลกดร.เยส โน โคคาโคล่า เฉ ลิม อยู่ทำไมก็เลยพยายามจะจัดให้



ตักขี้วันนี้คุมสติไม่อยู่ ไฟธาตุแตก บ้าไปแล้ว โฟนอิน วิดิโอลึงค์ ผ่านสถานีพีเพิล แชนแนล และวอยซ์ ทีวีแต่ละทีเหมือนจุดไฟเผาตัวเองเพราะสารพัดลมที่ผายออกมาพรั่งพรูออกมาทางปากอย่างไร้สติล้วนแต่เป็นการบิดเบือนคำพิพากษาและข้อเท็จจริงทั้งสิ้น อัจฉริยะกับปัญญาอ่อนก็กางกั้นด้วยเส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น"รัฐบุรุษ" และ "ทรราช"ก็เช่นกันตัวเองถูกปล้นหรือกล่าวหาว่าศาลเล่นการเมืองแบบสุดๆศาลตัดสินโดยยอมรับกฎหมายของคณะรัฐประหารและล่าสุดก็ได้เรียกร้องให้พี่น้องคนเสื้อแดงทั้งหลายออกมาร่วมชุมนุมให้ออกมาให้มากที่สุด ปลุกระดมให้ชาวบ้านออกมาต่อสู้โดยแอบพ่วงเอาผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเองและครอบครัวเข้าไปด้วย ทางเดียวที่เหลืออยู่ของตักขี้คือ ใช้คนตายและความวุ่นวาย พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน เสียดายบ้านเสียดายเมืองและโดยเฉพาะอย่างยิ่งมวลชนคนเสื้อแดงที่จะต้องฝากชะตาชีวิตของตนในมือของคนวิปลาสเพียงคนเดียว นับเป็นความอำมหิตที่ประเทศต้องมาพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้



ศาลฎีกาจับแก้ผ้าจนล่อนจ้อนขนาดนี้แล้ว ยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองไม่ผิด ตักขี้สร้างความชอบธรรมด้วยการพูดและยังแสดงถึงความเป็นพ่อที่ดีที่ปกป้องลูก แต่หากฟังอย่างวิเคราะห์ชัดเจนยอมรับแล้วว่าหุ้นเป็นของตัว ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย คราวซุกหุ้นภาคแรกไม่เคยมาร้องแร่แห่กระเชอเลยมีเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญและชื่นชมยินดีแต่เมื่อเป็นคราวของลูกสุดสวาทอย่างโอ๊ค-เอมก็เลยร้อนเป็นเจ้าเข้า เพราะความเป็นจริงมันจริง-จริง-จนไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ความจริงแบบนี้ตักขี้ไม่เคยนำมาอธิบายชี้แจงอย่างเป็นระบบหรือเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนมืออาชีพได้ซักถามอย่างตรงไปตรงมา เอาแบบเจาะตรงประเด็นถึงแก่นปัญหาอย่างนี้เลย แต่ตักชี้ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ตีฝีปากล่อหลอกด้วยความฝันลมๆ แล้ง คนอย่างตักขี้ไม่เคยคิดว่าตนเองผิด ในห้วงเวลาที่ผ่านมาตักขี้พูดย้ำอยู่เสมอว่า "เขาไม่ผิดแต่กฎหมายเขียนไว้ผิด"



ศาลเลือกไม่แตะต้องประเด็นอื่นนอกจากความร่ำรวยผิดปกติและพุ่งเป้าให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเพื่อลดข้อถกเถียงในสังคม ฉลาดที่ไม่แตะต้องวินมาร์คเพื่อที่จะนำไปสู่การฟ้องร้องคดีอื่นๆ ต่อไป คาดการณ์ได้ว่า ดาบสาม ดาบสี่ ดาบห้า ดาบหก ดาบเจ็ด ดาบแปด ดาบเก้า ดาบสิบ...ก็จะติดตามมาเป็นระลอกๆ ตามผลกรรมแต่ละกรรมยังคงมีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง ไปถึงลูก เมีย ญาติ พี่ น้อง ขี้ข้า คนรับใช้ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจที่รับใช้ระบอบตักขี้นี้ไปอย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน โอ๊ค-เอมยังจ่ายภาษีสรรพากรไม่ครบสามารถอายัดได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ไม่เกี่ยวคดียึดทรัพย์ กว่าทั้งสองคนจะจ่ายชำระภาษีที่ค้างไว้กับกรมสรรพากรครบ 1.2 หมื่นล้านบาท อายุแค่นี้ ทำมาหากินอย่างไรถึงได้รวยเป็นหมื่นล้าน...ต่อให้มันมีเงินเดือนๆละสิบล้านทำงานเท่าอายุพวกมันก็ยังไม่มีเป็นหมื่นล้าน ประธานาธิบดีอเมริกาเป็นประธานาธิบดีสองสมัยซ้อนก็ยังไม่รวยเป็นหมื่นล้าน ...ดาราฮอลลีวู้ดไอ้ที่ดังๆเลยเล่นหนังตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ทำงานหนักกว่าเด็กสองคนนี้พันเท่าก็ยังไม่รวยเป็นหมื่นล้านบาทเพราะภาษีต้องจ่ายทุกเม็ด



ปปช.สั่งเชือดวิเชียร นาคสีนวลและ วิทู รักษ์วนิชพงศ์ชี้ทั้งคู่ร่วมกันลักหลับทศท.แก้ไขสัญญามิชอบเอื้อกินชะมัด ไดเร็คทอรี่ส์ให้ทำการทุจริตพิมพ์สมุดโทรศัพท์ กินชะมัด ไดเร็คทอรี่ส์ได้รับประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายหลายร้อยล้านบาทผู้ที่รับผิดชอบกลับให้บริษัทจ่ายเงินเพิ่มให้ทศท.เพียงเล้กน้อย ถูกจับฟันทั้งวินัย-อาญา เรียกคืนหลายร้อยล.วันเดียวกับตักขี้โดนยึดทรัพย์นั่นแล



นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังสั่งให้กรมสรรพากรดำเนินการอายัดบัญชีทรัพย์สิน เพิ่มเติมในบัญชีอื่นๆ นอกเหนือไปจากบัญชีที่อยู่กับธนาคารไทยพาณิชย์ 3.6 พันล้านบาท ซึ่งกรมสรรพากรเคยอายัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว อธิบดีกรมสรรพากรยังได้แจ้งว่าสามารถดำเนินการอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศได้ด้วย



นายกฯมาร์คให้อัยการนำคดียึดทรัพย์ดูข้อกฎหมายเอาผิดตักขี้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา รัฐบาล องค์การอิสระและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องขยายผลแห่งคดียึดทรัพย์เพื่อรักษาประโยชน์ของชาติภายใต้กรอบกฎหมาย ฝ่ายป.ป.ช.ก็เริ่มไต่สวนในเรื่องที่เกี่ยวกับคำพิพากษายึดทรัพย์ตักขี้ ไต่สวนในกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ แก้ไขสัญญาอัตราจัดเก็บภาษีบัตรเติมเงินโดยมิชอบ แก้ไขสัญญาเชื่อมต่อสัญญาณ หรือ โรมมิ่ง แก่เอไอเอส อนุมัติโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์โดยมิชอบ 3 คดี เป็นการกล่าวหาอดีตรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวง คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ และ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ตักขี้นั้นพบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จต่อป.ป.ช. ถึง 15 ครั้งในระหว่างปี 2544-2549



ส่วนเรื่องที่นายกฯมาร์คสามารถทำเองได้เลยเพราะเป็นประธานบีโอไออยู่แล้วไม่ต้องไปสั่งการอะไรอีกก็คือเพิกถอนสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ที่ขอรับสิทธิ์ในเวลา 8 ปีมูลค่า 16,000 ล้านบาท ขณะนี้ไอพีสตาร์ให้บริการมาแล้ว 6 ปี เหลืออีก 2 ปีจะครบกำหนดการให้สิทธิประโยชน์ ระงับการให้สิทธิประโยชน์ที่เหลือ จะเรียกคืนเงินภาษีที่ยกเว้นให้ไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบีโอไอ ที่ร่วมประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2546 จะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่



รัฐต้องยกเลิกพ.ร.ก.ภาษีสรรพสามิต 2 ฉบับ พงศ์เทพ เทพกาญจนาเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ร่วมมือกับไกรสร บารมีอวยชัยอธิบดีกรมบังคับคดีร่างกฏหมายเปิดทางให้บริษัทนอมินีพ.ต.ท.ตักขี้กว้านซื้อที่ดินจำนวนมาก โดยประเด็นนี้ต่อมานำไปสู่การโยกย้ายนายสุนัย มโนมัยอุดมออกจากอธิบดีดีเอสไอก่อนที่จะมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง ดังนั้นกล่องดวงใจของพ.ต.ท.ตักขี้ในเวลานี้ไม่ใช่เอไอเอสแต่เป็นเอสซีแอสเสท ลูกเมียโดนอาญาในฐานสนับสนุนปกปิดหุ้น รัฐน่าจะต้องฟื้นคดีเอสซี แอสเสทและคนในครอบครัวกินชะมัด-ดามาพงศ์โดนจับตาคดีภาษี คดีปกปิดหุ้น อีกทั้งตระกูล



สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีอดีตรัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีและวันมูหะมัดนอร์ มะทาอดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมคงกำลังหาทางหนีที่ไล่จากผลคดีตักขี้ด้วยใจระทึกระทวย



ทั้ง AIS และชินคอร์ปได้ทำความผิด ทั้งในเรื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เทคโนโลยี 2 จี และกรณีขิงดาวเทียมไอพีสตาร์ทำให้เกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติมหาศาล ทศท.สูญเสียรายได้ที่ควรจะได้มหาศาล ผู้ประกอบการรายใหม่ถูกกีดกันอย่างไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เทคโนโลยี 3 จีที่กำลังจะเปิดประมูลถ้าบริษัทพวกนี้ยังมีสิทธิเข้ามาร่วมประมูลด้วย และหากได้สัมปทานต่อไปชาติก็ยิ่งจะเสียหายหนักเข้าไปอีกยิ่งถ้ามีการโอนถ่ายลูกค้าที่มีอยู่กว่าหลายสิบล้านเลขหมายเข้ามาในเทคโนโลยี 3 จีก็จะยิ่งสร้างความสับสนอย่างมาก ทั้ง AIS และชินคอร์ปจึงสมควรต้องถูกปรับย้อนหลังและถูกกีดกันในการประมูลเทคโนโลยี 3 จีด้วย



รัฐต้องนำคำพิพากษาของศาลมากระตุ้นเตือนจิตสำนึกของผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจ้างงาน, สัญญาสัมปทาน, ใบอนุญาตประกอบการต่างๆ และหากมีกรณีใดที่มีแนวโน้มว่าจะทำให้รัฐเสียหายควรจะได้ทบทวนเสียแต่เนิ่นๆ ให้เป็นบรรทัดฐานสำหรับการดำเนินคดีอื่นๆ ต่อไป



หุ้นกลุ่มชินคอร์ปร่วงกราวรูด เทมาเสกผวาหุ้นกลุ่ม AIS และ SC Assets เน่าคามือ-ธุรกิจไร้อนาคต สมควรต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพราะนับจากวันนี้ไปอาจจะต้องประสบกับความไม่มั่นใจของคนทั้งแผ่นดินมากขึ้น แถมภาครัฐยังตั้งกรรมการขึ้นมาหลายชุดขยายผลจากคำพิพากษาคงใช้เวลานานและยืดเยื้อซึ่งอาจส่งผลต่อการทำธุรกิจ



ส.ส.พรรคเพื่อทุยถึงขนาดพูดตรงๆถึงยุทธวิธีว่า ตั้งแต่นี้ไปการต่อสู้ในสภาและนอกสภาจะเข้มข้นมากขึ้นและการชุมนุมคราวนี้จะเป็นระบบมากกว่าเมษายน 2552 ซึ่งส.ส.จะเข้าไปช่วยดูแลเรื่องจิปาถะเช่นความเป็นอยู่ อาหารการกิน ห้องส้วม ห้องน้ำ สถานที่พัก จุดนัดพบ และประกาศให้ส.ส.ในที่ประชุมพรรค นำเสื้อสีแดงคนละ 1,000 ตัวที่สกรีนเป็นรูปพ.ต.ท.ตักขี้ไปแจกในพื้นที่ต่างๆก่อนวันชุมนุม แค่เพียงเท่านี้ก็คงจะชัดพอว่าพรรคเพื่อทุยที่มี ส.ส.ในสภาเกือบครึ่งทำเวรทำกรรมอะไรกับบ้านกับเมือง และ คิดจะทำอะไรต่อบ้านเมือง อ้ายส.ส.จัญไร



หญิงสาวผู้น่าสงสารคนหนึ่งออกมาแก้ตัวกับสังคมโดยผ่านสื่อว่า งงค่ะ ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปเสียภาษี ทำไมหนูไม่ถามพ่อว่าทำไมพ่อจึงโกงชาติ โกงประชาชนแล้วดันเอาชื่อหนูไปใส่ พ่อรักหนูหรือ รักหนูประสาอะไร





โดนัลด์ รัมเฟลด์ได้ตายลงและไปยังสวรรค์ขณะที่เขานั่งลงหน้าเซนต์ปีเตอร์ที่ประตูมุก เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลังเขาจึงถามว่า " นาฬิกาพวกนั้น มันคืออะไร "

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก ทุกๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 เรือนเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"

" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"

" นั่นเป็นของแม่ชีเทเรซ่า เห็นไหม ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลยแสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"

" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ "แล้วนั่นของใครกันล่ะ"

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของอับบราฮัม ลินคอล์นเข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้งบอกให้รู้ว่าอับราฮัมพูดโกหกแค่ 2 ครั้งเท่านั้นตลอดชั่วชีวิตของเขา"

" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของตักขี้อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ ถามต่อ

" อ๋อ นาฬิกาของตักขี้อยู่ในห้องทำงานของพระผู้เป็นเจ้าน่ะท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน "






30 กันยายน 2552

กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อทวงคืนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร




14 กย 52   ด.ร.สมปอง สุจริตกุลเขียนบทความขึ้น ท่าทีและปฏิบัติการของเขมรและข้อเสนอแนะ
มีข้อเสนอแนะดังนี้
1. เราต้องประท้วง ตอกย้ำ และยันยันการประท้วงท่าทีอันแข็งกร้าวและปฏิบัติการของเขมรซึ่งเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับการเจรจาในแต่ละครั้งในระดับรัฐบาลซึ่งอ้างว่าทุกสิ่งเป็นการกระทำฉันมิตรทั้งการลุกคืบโดยอพยพของชาติเขมรเข้ามาในดินแดนไทยซึ่งไม่ได้ส่อแสดงความเป็นมิตร รวมทั้งการมอบสัมปทานการสำรวจก๊าซและน้ำมันในอ่าวไทยไปให้บริษัทข้ามชาติ
2. ไทยต้องขึ้นทะเบียนวัดที่ใกล้ปราสาทพระวิหารให้อยู่ในสาระบบวัดไทยในพุทธมณฑลของไทยและจัดให้มีพระสงฆ์ของไทยให้มีประจำวัดไว้ที่นั่น ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นที่พักพิงของพระสงฆ์ของเขมรซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารเขมรซึ่งพร้อมที่จะสละผ้าเหลืองและปฏิบัติการเป็นทหารได้ทุกเมื่อ
3. การเข้ามาในอาณาเขตไทยโดยคนชาติเขมรแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยหรือเป็นทางผ่านโดยควรที่จะประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ที่เขมรสามารถทำได้ก็เพราะไทยอนุญาติทั้งนี้เพื่อแสดงว่าอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าวเป็นของประเทศไทย
4. ไทยต้องขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวของชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยบนผืนแผ่นดินไทยเป็นการยืนยันการใช้อำนาจอธิปไตยของไทย การเพิกเฉยปล่อยประละเลยหรือนิ่งเฉยโดยไม่ยอมใช้อำนาจอธิปไตยที่ไทยมีอยู่เป็นการยืนยันให้กับเขมรครอบครองโดยดุษฎี
5. การใช้อำนาจอธิปไตยในพื้นที่ซึ่งเป็นผืนแผ่นดินไทยหรือน่านน้ำไทยสามารถทำได้โดยจัดกำลังทหารทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ตำรวจและตรวจคนเข้าเมืองรวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการปกครองให้ทำการตรวจตราพื้นที่ รวมทั้งการตั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ตลอดจนการตรวจราดตะเวนทั้งทางบก เรือ และอากาศ
6. ปฏิบัติการทางภาคพื้นดินและภาคทางทะเลจะช่วยให้ขจัดข้อแอบอ้างของเขมรซึ่งจะยึดครองผืนแผ่นดินไทยโดยจะครอบตรองอันต่อเนื่องย่างเปิดเผยซึ่งอนาคตอันใกล้จะขยายอาณาเขตกว้างไกลยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องขอให้รับอนุญาตจากไทย ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงอันเป็นหลักการทั่วไปของกฎหมายระหว่างประเทศ

18 กย 52   เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชปฏิเสธสั่งย้าย นายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากปล่อยให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกเข้าไปในพื้นที่เพื่อทวงคืนปราสาทพระวิหารแต่อย่างใดโดยยืนยันนายสุวรรณ ได้ทำเรื่องขอย้ายตัวเองเพราะการทำงานที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคมากโดยเฉพาะความขัดแย้งกับทหารในพื้นที่นอกจากนี้ยังพบว่ามีความขัดแย้งกับพวกบุกรุกตัดไม้ พวกค้าของเถื่อนซึ่งนายสุวรรณเคยปรับทุกข์และเล่าปัญหาให้ตนฟัง

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดมหนุนวีระ-พันธมิตรฯบุกประชิดชายแดนเขมรพร้อมเตือนทั้งรัฐ-ราษฎร์อย่าหลงประเด็น คนไทยพูดแต่เขาพระวิหาร แต่ไม่พูดถึงแลนด์สเคปหรืออาณาบริเวณโดยรอบ อาทิ สระตาวและผามออีแดง ให้ทิ้งเขาพระวิหารทวงคืนแดนดิน 4.6 ตารางเมตรกลับคืนมา   คนไทยโง่ 3 ครั้งถูกฝรั่งหลอกตั้งแต่ ค.ศ.1902 ในยุคที่ฝรั่งเศสล่าอาณานิคมจนกระทั่งฝรั่งเศสเขียนมาให้และเซ็นรับทราบเมื่อปี ค.ศ.1907 ซึ่งในแผนที่บอกว่า ให้ใช้สันปันน้ำหมายถึงแนวสันเขาที่น้ำไหลลงฝั่งใดคือประเทศนั้นซึ่งบนสันเขานั้นมีเขาพระวิหารแต่ไม่ใช่แลนด์สเคปหรือพื้นที่แวดล้อมทั้งหมดของเขาพระวิหารนั่นคือฝรั่งหลอกไปครั้งแรก    โง่ครั้งที่ 2 คือ คำตัดสินต่อมาที่ศาลโลกตัดสินเขาพระวิหารว่าเป็นของชาติใดสุดท้ายก็ตัดสินว่าเป็นของเขมรเพราะใช้สันปันน้ำทำให้ยุคนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนารัตต์ถึงบางอ้อว่าถูกฝรั่งหลอกเพราะมั่นใจในศาลโลก เมื่อรู้ว่าแพ้ก็ขีดเส้น ส่วนที่เสียไป คือ เฉพาะตัวพระวิหารจากนั้นจอมพลสฤษดิ์ จึงได้ทำแนวกัน-รั้วทุกอย่างตามแนวสันปันน้ำ หรือ ทางลงจากเขาพระวิหารประกาศว่าสักวันจะต้องทวงคืนเขาพระวิหารกลับคืนมาเพราะถูกฝรั่งหลอกและที่สำคัญไม่ยอมรับพื้นที่ซับซ้อนหรือคำว่า 4.6 ตารางเมตร   โง่ครั้งที่ 3 คือคำว่ามรดกโลก กรณีนพดล ปัสสาวะให้เขมรขึ้นทะเบียนมรดกโลกบนเงื่อนไขผลประโยชน์ทับซ้อนสมัยทักษิณ แล้วฝรั่งก็ยังหลอกปองพล อดิเรกสารให้เป็นหัวเรือหลักในการพัฒนาร่วม 6 ชาติบนที่ดินเขาพระวิหารนี่คือความโง่      นายสุริยะใส กตะศิลาผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาปราสาทพระวิหารและต้องไม่ปล่อยให้เขมรรุกล้ำพื้นที่เข้ามาอีก ขณะเดียวกันขอให้รัฐบาลดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ด้วย  ส่วนทางออกของปัญหานี้นั้น อยากเสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเชิญสื่อมวลชน นักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ องค์กรภาคประชาชน และองค์กรอิสระลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง หาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน


ฝ่ายเขมรได้มีการเตรียมกองกำลังพร้อมอาวุธหนักรับสถานการณ์หากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าไปยังพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ก็จะเปิดฉากยิงทันทีโดยแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย กล่าวว่าจนถึงตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานมากลุ่มมวลชนต่างๆ ที่จะเดินทางเข้าไปในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนนั้นยังไม่มีการเคลื่อนไหวเข้าไปทั้งหมดยังอยู่ภายในพื้นที่ตัวจังหวัดศรีสะเกษ และอ.กันทรลักษ์ มท.ภ.2ลั่นพร้อมยิงโต้ถ้าเขมรเปิดฉากยิงก่อน "แต่หากฝั่งเขมรยิงกระสุนข้ามมาฝั่งไทยแล้วอ้างว่าไม่ตั้งใจนั้นทางทหารก็พร้อมจะตอบโต้ เพื่อป้องกันตนเอง และพร้อมที่จะรักษาอธิปไตยแต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น" 

19 ก.ย. 52 ผวจ.ศรีสะเกษได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ดูแลสถานการณ์อย่างเต็มกำลังเพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะห้ามเจ้าหน้าที่พกอาวุธอย่างเด็ดขาดรวมถึงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. ชรบ. แต่เน้นให้ถือปฏิบัติกับผู้ชุมนุมอย่างอะลุ้มอล่วยและมีการตั้งชุดประสานงานเจรจากับทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องและป้องกันการกระทบกระทั่งกัน   ขอวิงวอนให้กลุ่มพันธมิตรฯ และประชาชนชาวศรีสะเกษยุติเหตุความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น   แต่กลับมีการปักป้ายจิตวิทยาประสงค์ให้เกิดความไม่พอใจพันธมิตรฯและแนวร่วมที่มากู้แผ่นดินไทยตามจุดสำคัญๆในจังหวัดหลายจุด

การเคลื่อนไหวของคนไทยรักชาติว่าวัตถุประสงค์ที่กลุ่มคนไทยรักชาติต้องฝ่าด่านชาวบ้านไปผามออีแดงเพื่อต้องการอ่านแถลงการณ์ทวงคืนดินแดนเขาพระวิหารแล้วกลับมาเท่านั้นเป็นเจตนาที่ดีต่อการรักษาประเทศแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมชาวบ้านต้องมาขัดขวางและทำร้ายคนไทยด้วยกันอย่างรุนแรงเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่และมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ที่ชาวบ้านเหล่านี้ต้องมาทำร้ายคนที่ปกป้องบ้านเมือง  ขบวนเครือข่ายประชาชนทวงคืนแผ่นดินไทยเขาพระวิหารจากทั่วประเทศและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคลื่อนขบวนออกจากชุมชนศีรษะอโศก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยรถยนต์ประมาณ 600 คันตามถนนกันทรลักษ์- เขาพระวิหารมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารชายแดนไทย-เขมร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ รวมเป็นขบวนรถยาวเหยียดประมาณ 10 กิโลเมตร  หน้าโรงเรียนบ้านภูมิซรอลได้พบกับด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านสกัดอยู่โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 2,000 นายเข้าแถวเรียงหน้ากระดานพร้อมโล่ตั้งแนวสกัดไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้ขบวนประชาชนทวงคืนแผ่นดินไทยเขาพระวิหารผ่านขึ้นไปกลุ่มขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหาร    มีความพยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอผ่านขึ้นไปแต่ว่าไม่เป็นผล   ม็อบจัดตั้งกลุ่มชาวบ้านประมาณ 3,000 คน นำโดย วีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัยได้ใช้เครื่องขยายเสียงโจมตีขบวนประชาชนทวงคืเขาพระวิหารและกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษและขอให้กลับออกไป ชาวบ้านจาก 5 ตำบลตามแนวชายแดนเขาพระวิหาร ได้รวมตัวตั้งเต๊นฑ์ นั่งขวางถนนบริเวณสะพาน ห่างจากด่านเก็บค่าธรรม อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 3 ก.ม.และไม่ต้องการให้พันธมิตรฯ ขึ้นไปบนอุทยานเพราะเกรงว่าจะกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ของทหารทั้ง 2 ฝ่ายและอาจเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่เหมือนปีที่แล้วซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือชาวบ้านในพื้นที่  ยืนยันจะใช้ความพยายามในการเจรจากับพันธมิตรฯ ให้ถึงที่สุดโดยจะใช้ผู้หญิงเป็นทัพหน้าในการเจรจา    ผู้ว่าฯได้เรียกแกนนำพันธมิตรฯและแกนนำชาวบ้านเพื่อเจรจา โดยฝ่ายพันธมิตรฯ มีคุณวีระ และ พล.อ.ปรีชาพร้อมคณะเข้ามาเป็นตัวแทนเจรจา จากนั้นระพีได้สั่งให้นายอำเภอกันทรลักษ์ เชิญแกนนำชาวบ้านที่ออกมาต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ แต่กลุ่มชาวบ้านยืนยันจะไม่เจรจาแต่จะขอปักหลักชุมนุมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ ให้ถึงที่สุด   ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและคณะได้เข้าไปเจรจากับกลุ่มชาวบ้านเพื่อขอให้ชาวบ้านเปิดทางแต่ฝ่ายม็อบกลุ่มชาวบ้านไม่ยอม    กลุ่มการ์ดพันธมิตรฯได้รวมตัวกันและผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านอยู่และสามารถฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้ามาได้จากนั้นม็อบจัดตั้งกลุ่มชาวบ้านภูมิซรอลที่รวมตัวกันอยู่ประมาณ 3,000 คนชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังกำแพงวัดได้ขว้างปาขวดน้ำ ขวดแก้ว ก้อนหิน ไม้ กระบอง ก้อนอิฐ และก้อนหินรวมทั้งหนังสติ๊กยิงถล่มใส่ และปาประทัดด้วย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบรายรวมทั้งนายกิตติ บุบผชาติช่างภาพถูกยิงด้วยหนังสติ๊กจากกลุ่มวัยรุ่นหมู่บ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนได้รับบาดเจ็บบริเวณคางด้านซ้ายแตกเป็นแผลลึกขณะกำลังถ่ายภาพเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างขบวนคนไทยรักชาติทวงคืนแผ่นดินเขาพระวิหารกับชาวบ้านที่ตั้งด่านบริเวณหน้าวัดภูมิซรอล ได้ตั้งข้อสังเกตในภายหลังว่าตำรวจหน้าที่ไม่เต็มที่ทั้งๆที่มีนับพันนายแต่กลับปล่อยให้ชาวบ้านไม่เกิน 400 คนเข้ามาปะทะได้อย่างไรทั้งแปลกใจที่คนดีหวังปกป้องบ้านเมืองแต่กลับถูกกลุ่มคนคัดค้านรุมทำร้ายบาดเจ็บจำนวนมากรวมทั้ง กิตติที่ได้เล่าถึงเหตุการณ์นี้ในภายหลังว่าตนได้ร่วมกับคณะสื่อมวลชนและช่างภาพติดตามทำข่าวดังกล่าวกลุ่มต่อต้านจะใช้ผู้หญิงเป็นด่านหน้ายืนขวางแต่จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ซุ่มรออยู่ภายในบริเวณวัดและอีกฟากของถนนรวมถึงบริเวณด้านหลังเต็นท์ถืออาวุธครบมือรอทำร้าย   เมื่อเดินเข้าไปใกล้ตัวกับกลุ่มชายฉกรรจ์พบว่ามีกลิ่นสุราคละคลุ้ง มีอาการเมา ทำให้เกิดความคึกคะนองที่จะเข้าไปทำร้ายกลุ่มคนไทยรักชาติ  ต่อมาขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหารสามารถผ่านด่านม็อบจัดตั้งต่อต้านเข้าไปได้แต่กลุ่มม็อบชาวบ้านยังได้ใช้หนังสติ๊ก ก้อนอิฐ ก้อนหินยิงถล่มใส่ขบวนรถยนต์ทุกชนิดที่ผ่านบริเวณที่ชาวบ้านรวมตัวกันอยู่ภายในวัดบ้านภูมิซรอลทำให้รถยนต์ของขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหารได้รับความเสียหายหลายคัน หลังจากผ่านด่านนั้นมาได้แล้วขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหารสามารถผ่านไปถึงที่บริเวณหน้าสถานีควบคุมไฟป่าซึ่งอยู่ห่างจากด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารประมาณ 500 เมตรและไม่สามารถผ่านไปได้เนื่องจากมีด่านกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารถึง 3 ด่านสกัดกั้นอยู่    สุเทพ เทือกสุบรรณย้ำเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติกับประชาชนอย่างละมุ่นละม่อมโดยยึดเป้าหมายคือการดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมและจะไม่อนุญาตให้ขึ้นไปบนพื้นที่ที่เป็นปัญหาเพราะกลัวความไม่ปลอดภัยของผู้ชุมนุม และสุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกับทหารเขมร

นายสุริยะใส กตะศิลาผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกล่าวว่าคุณวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อทวงคืนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรจะสามารถควบคุมสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมได้โดยได้ประสานให้ระมัดระวังมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาแทรกแซงจนทำให้เหตุการณ์บานปลาย  รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจงถึงการดำเนินการเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น

อนุพงษ์ เผ่าจินดาผู้บัญชาการทหารบกได้ให้สัมภาษณ์ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมเรียกร้องอธิปไตยเขาพระวิหารพยายามเข้าไปในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรและผามออีแดงว่าเราปฏิบัติงานตามแนวทาง กรอบของรัฐบาลจะใช้แนวทางเจรจาแบบทวิภาคีในขั้นดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาจะไม่มีการใช้แนวทางนอกเหนือจากนี้   รักชาติได้ แต่อย่าเข้าไปในพื้นที่หากแอบไปในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ตรวจค้นกับระเบิดจะเป็นอันตรายต่อตนเอง ซึ่งแนวที่ยันกันอยู่หากเข้ามาเราก็ต้องจับเช่นเดียวกัน หากเราข้ามไปแล้ว เขาคงต้องจับแล้วคงต้องไปแก้ปัญหากันและเขมรจะแจ้งว่าเราไปบุกรุกพื้นที่เขา ซึ่งถ้าเราไม่ยอมรับคงไม่ปล่อย แต่ถ้าเรายอมรับว่ารุกล้ำเข้าไป เท่ากับว่า เรายอมรับจึงไม่เกิดสิ่งดี เมื่อถามว่าในทางทหารยังถือว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นของไทยใช่หรือไม่    อนุพงษ์กล่าวว่าคนไทยถือว่าเป็นพื้นที่ของเรา แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นมา 10 กว่าปีแล้วที่เขาเข้ามาแล้วเกิดปัญหาซึ่งหลังจากมีการรุกล้ำเข้ามาและมีการประท้วงกันไป จากนั้นปี 2543 ตกลงกันว่าจะมีการปักปันเขตแดนและให้ทุกคนหยุดนิ่ง อย่าไปดัดแปลงปรับปรุงอะไร    นั่นหมายความว่ากองทัพไทยยอมรับแล้วว่าพื้นที่นี้เป็นของไทยและมีการบุกรุกจากเขมรจริง  

คุณวีระ สมความคิดและเครือข่ายทั่วประเทศประมาณ 5 พันคนสามารถลุยผ่านด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 จุด ไปได้เรียบร้อยรวมถึงเหตุการณ์การปะทะกับชาวบ้านในพื้นที่ ก็มีเป็นระยะ โดยมีการลอบโรยตะปูเรือใบ ขว้างปาขวด ยิงหนังสติก อีกทั้งขณะนี้กลุ่มพันธมิตรกำลังเคลื่อนขบวนไปยังด่านสกัดของทหารที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานเขาพระวิหารซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนจะถึงเขตชายแดนไทย-เขมร โดยมีทหารปราบจลาจลจำนวนมาก พร้อมโล่ กระบอง ครบมือตั้งจุดสกัดอย่างตรึงเครียด ห่างจากชายแดนไม่ถึง 3 กม.   ผวจ.ศรีสะเกษพร้อมคณะได้เข้าเจรจากับคุณวีระ สมความคิดแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ด้านวีระยุทธ์ ดวงแก้วกำนันต.เสาธงชัยกล่าวว่าสาเหตุที่ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวสกัดกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากเห็นว่าวิธีการเรียกร้องไม่ถูกต้อง   คุณวีระ สมความคิดแกนนำขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหาร ได้พยายามเจรจาแต่ไม่เป็นผล  พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 2 ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและได้เชิญ คุณวีระ สมความคิดแกนนำขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหาร ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษและตัวแทนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษขึ้นไปเจรจาหารือกันที่บริเวณศูนย์บริการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารบริเวณผามออีแดง   ทหารไม่อนุญาตให้กลุ่มพันธมิตรฯขึ้นไปพักค้างคืนบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารอ้างว่าบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารประกาศเป็นเขตกฎอัยการศึกจึงห้ามไม่ให้ขึ้นไปพักค้างคืนพันธมิตรฯได้สลายตัวและพากันเดินทางไปยังที่พักที่ศีรษะอโศก โดยมีกำลังทหารคอยส่งพันธมิตรกลับที่พัก      คนที่ไปมาเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความต้อนรับดีมากแต่พวกเด็กวัยรุ่นเหลืิอขอซึ่งเมามาแอ็๋ถูกจัดตั้งมาวิ่งไล่ฟัน โยนค้อน ยิงมาน่ากลัวมาก น่ากลัวกว่าที่ทำเนียบอีก    ตำรวจห้าคนซ้อมคุณลุงคนหนึ่งที่มาจากสระบุรีจนคุณลุงตาแตก ถูกโล่บดเข้าไปที่จมูกจนดั้งเกือบหัก การนำเสนอข่าวคนไทยตีกันเอง  ด้วยปัญหาความขัดแย้งทางความคิด  ของสื่อต่างๆ  ตลอดจนพาดหัวข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในวันรุ่งขึ้น  20  กย. 52  เป็นสิ่งสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า สังคมไทยไม่ปรารถนาที่จะได้ยินได้เห็นหรือต้องการให้สถานการณ์น่าอดสูนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว  สื่อฟรีTV ช่อง 3 5 7 9 11 TPBS แต่ละช่องเสนอข่าวบิดเบือนใส่ร้ายขบวนประชาชนทวงคืนเขาพระวิหาร ไม่เคยที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลทวงดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรของเรา   ไม่เคยเสนอข้อมูลเรื่องนี้ที่เป็นความจริงเลยมีแต่เสนอข้อมูลเท็จให้คนไทยใจเขมรออกมาโกหกผ่านสื่อพวกนี้อย่างเดียว  สื่อสารมวลชนต่างก็บิดเบือนเบี่ยงเบนประเด็นอย่างหน้าด้านๆ  ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นมีการสัมภาษณ์แหล่งข่าว(ฝ่ายรัฐบาลตัวเป้งๆ)โดยการถามนำและนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จทั้งแหล่งข่าวผู้ให้โดยมิได้กลั่นกรองให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนนำเสนอต่อประชาชน

พิราบเงา (Permalink : http://www.oknation.net/blog/kenrama8) ได้บรรยายสรุปเหตุการณ์ที่ได้เจอมาในภายหลังไว้ว่า ในการเดินทางไปเรียกร้องทวงคืนแผ่นดินไทยจากเขมร 4.6 ตารางกิโลเมตรกับพี่น้องที่รักชาติรักแผ่นดินพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นมีการต่อต้านจากกลุ่มคนจัดตั้งจากที่อื่นที่ไม่ใช้คนในพื่นที่โดยใช้อาวุธปืนซุ่มยิงด้วยปืนลูกซองจากป่าข้างทาง ผลจากการโจมตีครั้งนี้ทำให้ประชาชนที่รักชาติได้รับบาดเจ็บสาหัสหนึ่งคนโดนยิงเข้าที่สีข้าง  โดนหนังสติ๊กยิงเข้าที่ตา รถยนต์และรถบัสใหญ่กระจกแตกหลายคัน คนที่ได้รับบาดเจ็บได้เจ้าหน้าที่พยาบาลและพี่น้องชาวตำบลภูมิซรอลช้วยเหลือ   หลังจากได้มีการปะทะไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงชาวบ้านภูมิซรอลได้ออกมาจากในบ้าน พวกเราได้พูดคุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านภูมิซรอลบอกว่ากลุ่มคนที่มาชูป้ายและมาทำร้ายประชาชนที่มาเรียกร้องทวงคืนแผ่นดินไทยกลับคืนมานั้น ชาวบ้านบอกว่าพวกคนที่อยู่ในวัดไม่ใช่คนภูมิซรอล   พวกนี้พูดภาษาไทยไม่ชัดและมีความก้าวร้าวผิดกับพี่น้องชาวภูมิซรอลที่มีน้ำใจคอยเอาน้ำมาให้พวกเราได้ดื่มกินพอช้วยบรรเทาความหิวและกะหายไปได้อย่างดี   พวกเราเข้ากับคนที่ภูมิซรอลได้ดี จากการได้ดูสื่อ TV หลายช่องได้ออกข่าวที่เป็นเท็จโดยไม่มีความรับผิดชอบโดนนักการเมืองครอบงำ ในการเจรจาต่อรองเพื่อขึ้นไปที่ผามออีแดงประกาศเจตนาทวงคืนแผ่นดินไทยนั้นโดนเจ้าหน้าที่บล็อกเอาไว้เวลาผ่านไปเริ่อยๆยิ่งแสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าอันตรายก็จะมีมากขึ้นเป็นสองเท่า   สองข้างทางเป็นป่าทึบรถไม่สามารถขยับได้รถติดยาวเป็นกิโล  พวกผู้ชายพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายตลอดเวลา ผมอธิฐานต่อสิ่งศักด์สิทธ์ในใจตลอดขอคืนนี้อย่าได้เกิดอะไรขึ้นขอให้พี่น้องประชาชนปลอดภัย เวลาผ่านไปจนมืดสนิดทางพี่วีระ ไม่สามารถต่อร้องเพื่อขึ้นเขาได้รัฐบาลประกาศกฏอัยการศึกเป็นอันจบ พวกเราหันหัวรถกลับที่ละคันมุ่งหน้าไปตั้งหลักพักเอาแรงเพื่อวันพรุ่งนี้ต่อที่ศีรษะอโศก

สำนักข่าวต่างประเทศให้ความสนใจรายงานข่าวออกไปทั่วโลก  บีบีซีระบุว่า ผู้ประท้วงจากกลุ่มพันธมิตรเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันทหารและพลเรือนเขมรออกจากพื้นที่บริเวณใกล้กับปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือว่าเป็นเขตอธิปไตยของไทย  ในขณะที่พื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นพื้นที่ขัดแย้งที่ทั้งไทยและเขมรต่างอ้างสิทธิกันอยู่ในเวลานี้    เอเอฟพีระบุว่าภาพจากโทรทัศน์เห็นได้ว่าผู้ประท้วงที่มีไม้เป็นอาวุธพยายามโจมตีเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุมในท้องถิ่นที่ไม่ต้องการให้เกิดเหตุตึงเครียดขึ้นแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลผลักดันกลับไปได้ในที่สุด

นายกฯ อภิสิทธิ์รับทราบเหตุชาวบ้านปะทะกับมวลชนพันธมิตรฯบริเวณวัดภูมิซรอล ย้ำสั่งการให้ทหารเข้าไปเจรจาให้ส่งตัวแทนพันธมิตรฯขึ้นไปอ่านแถลงการณ์บริเวณปราสาทพระวิหารหวังให้ยุติชุมนุม การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนกดดันให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดในการทวงดินแดนอาณาเขตของประเทศไทยส่วนหนึ่งของ 4.6 ตารางกิโลเมตรบริเวณปราสาทพระวิหารคืนจากเขมรเมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2552 นำโดยคุณวีระ สมความคิดเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจะนิ่งนอนใจไม่ได้และจะชี้แจงเพียงเท่าที่ทำมาไม่ได้  คุณคำนูณ สิทธิสมานในฐานะสมาชิกวุฒิสภาไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติกรอบการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-เขมรและกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-เขมรตลอดแนว คุณคำนูณและคณะได้คัดค้านและมีเสียงโหวตคัดค้านมีเพียง 7 และ 8 เสียงขณะที่เสียงโหวตเห็นด้วยมีถึง 409 และ 406 เสียงตามลำดับในการประชุมสภาร่วมกัน  คุณคำนูณและคณะเชื่อว่ายุทธวิธีการต่อสู้นั้นมีได้หลากหลายและการรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ข้อมูลที่กว้างขวางสลับซับซ้อนพบว่ารัฐบาลไม่พยายามใช้การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนให้เป็นประโยชน์ต่อการเจรจาความเมืองระหว่างประเทศ จึงได้เสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาศึกษากรณีปัญหาเขตแดนไทย-เขมรโดยตั้งเฉพาะตัวประธานแล้วให้ประธานตั้งกรรมการและกำหนดเงื่อนไขในการทำงานขึ้นมาเองแต่จะไม่มีอำนาจไปกำหนดนโยบายได้แล้วจึงให้เสนอความเห็นต่อรัฐบาลและรัฐสภาอะไรที่เปิดเผยได้ก็เปิดเผยอะไรที่ต้องลับก็ไม่ต้องเปิดเผย   รัฐบาลยังจะต้องเร่งปรับกลไกในกระทรวงการต่างประเทศเพื่อรองรับปัญหาเขตแดนไทย-เขมร เร่งรวบรวมข้อมูล สร้างผู้เชี่ยวชาญ ยังต้องเริ่มต้นล็อบบี้นานาชาติรวมถึงการจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเพื่อการเหล่านี้ด้วย  เราจำเป็นจะต้องมีทีมแบ็คอัพที่สมบูรณ์เพื่อทำภารกิจล็อบบี้ในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย แม้แต่การเขียนบทความลงในวารสารกฎหมายระดับโลกที่วงการกฎหมายระหว่างประเทศยอมรับเพื่อให้เกิดกระแสผลักดันไปในทางที่เราได้ประโยชน์ หากเรื่องนี้ขึ้นสู่โต๊ะเจรจาระดับพหุภาคหรือกลับไปสู่ศาลโลกอีกครั้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ให้สัมภาษณ์ขอโทษประชาชนชาวศรีสะเกษและประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่ไม่สามารถคุมสถานการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้ซึ่งในวันนี้เป็นวันสารทเขมร   ผู้ว่าฯออกมาระบุว่านั่นเป็นการแสดงพลังของชาวบ้านในพื้นที่  การดำเนินการและการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ถูกต้องและชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องการเห็นความวุ่นวาย เนื่องจากขณะนี้มีพื้นที่ดังกล่าวมีความสงบอยู่แล้วและมีการให้ข่าวกับสื่อต่างๆ ซึ่งทำให้ภาพรวมของพันธมิตรฯถูกมองว่าสร้างความรุนแรง

20 กย. 52 ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ แจงแม้การเคลื่อนไหวเพื่อทวงเขาพระวิหารคืนไม่ใช่มติ 5 แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแต่ยืนยันมีจุดยืนเดียวกันและจะไม่ลอยแพเครือข่ายเรียกร้องรัฐบาลประกาศวันเวลาเจราจาให้ชัดเตรียมขยับหารือเพื่อวางแนวทางในการเคลื่อนไหวใหญ่  มีข่าวบางสำนักอ้างคำสัมภาษณ์ของพล.ต.จำลอง ศรีเมืองและตนทำนองว่าแกนนำจะลอยแพและออกตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณวีระ สมความคิดและการเคลื่อนไหวครั้งนี้นั้น  นายสุริยะใสระบุไม่เป็นความจริงและไม่มีความขัดแย้งหรือแตกแยกกันอย่างที่ข่าวบางสำนักพยายามเสนอข่าว  แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่มติ 5 แกนนำฯ แต่เครือข่ายพันธมิตรฯ ทั่วประเทศก็มีอิสระในการตัดสินใจเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างเต็มที่และสาเหตุที่คุณวีระ สมความคิดออกมานำในเรื่องนี้ก็เพราะคุณวีระลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเป็นคนที่สนใจติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษมาก่อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและชาวบ้านในพื้นที่ว่าหลังจากได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมและเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายแล้วพบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง กลุ่มพันธมิตรฯยอมส่งตัวแทนเข้าไปผามออีแดงเพื่ออ่านคำแถลงการณ์แล้วเดินทางกลับโดยเจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้และยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจาแก้ไขปัญหาชายแดน   รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจอยู่ระหว่างเดินหน้าเจรจาร่วม 2 ฝ่าย เพื่อนำไปสู่การจัดทำเขตแดน  นายกฯกล่าวว่า ตนขอร้องเจ้าหน้าที่แล้วแต่ตำรวจไม่สามารถรับมือคนจำนวนมากได้จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจทำให้เกิดการปะทะกันแล้วมีการบาดเจ็บ      ซึ่งหลังเกิดเหตุตนและฝ่ายความมั่นคงพยายามทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ    สุดท้ายได้ข้อสรุปว่ากลุ่มที่มาคัดค้านควรเปิดทางและกลุ่มที่จะเข้าไปให้เข้าไปโดยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เมื่ออ่านแถลงการณ์ เสร็จแล้วก็เป็นอันจบกิจกรรม    เท่าที่คุยกับรักษาการผบ.ตร.ทราบว่ามีข้อจำกัดตรงเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างกลุ่มคนสองฝ่ายที่มีจำนวนมากทำให้ไม่สามารถรักษาแนวกันระหว่างพูดคุยไว้ได้   ปัญหาว่าใครไปทำผิด เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ต้องว่ากันตรงไปตรงมา  คนไทยส่วนใหญ่คงไม่อยากเห็นภาพคนไทยมีปัญหากันเองต่างชาติมองอย่างไร จึงอยากให้ทุกฝ่ายทบทวนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีเดินทางไปรับตัวแทนเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดินทางด้วยรถบัสทหารขึ้นไปยังผามออีแดงเพื่ออ่านแถลงการณ์ประกาศเจตนารมณ์เรียกร้องทวงคืนดินแดนข้อพิพาทประสาทพระวิหารบนผามออีแดงเวลา 11.00 น.กลุ่มคนไทยรักชาตินำโดยคุณวีระ สมความคิดประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชันและภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารพร้อมตัวแทนคนรักชาติ พร้อมคณะสื่อมวลชน จำนวน 33 คน จากเดิมที่จะให้ตัวแทนประชาชน 76 จังหวัดได้เดินทางไปยังผามออีแดงเพื่ออ่านแถลงการณ์ทวงคืนดินแดนรอบปราสาทพระวิหารพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรใจความสรุปว่า จะดำเนินการทุกวิถีทางตามกรอบของกฎหมายทวงคืนดินแดนรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตรพร้อมทั้งจะเอาผิดผู้ละเว้นปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียดินแดนรอบปราสาทพระวิหาร      ขอยืนยันว่าพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตประเทศไทย ตามหลักปักปันเขตแดนที่ประเทศฝรั่งเศสได้ร่างขึ้นขอประท้วงรัฐบาลเขมรที่เอาประชาชนและทหารเข้ามาในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารและขอให้นำประชาชนและทหารเขมรออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว 

เครือข่ายประชาชนคนไทยรักชาติไม่ได้รับความสะดวกจากทหารในการขึ้นไปอ่านแถลงการณ์ทวงคืนดินแดนรอบปราสาทเขาพระวิหารโดยอ้างว่าต้องปฏิบัติตามกฎอัยการศึกอย่างเข้มงวดทั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางขึ้นไปอ่านแถลงการณ์บนผามออีแดง    เครือข่ายประชาชนผู้รักชาติเราไม่ฝ่าฝืนกฎหมายและทหารปฏิบัติตามกฎอัยการศึกอย่างเคร่งครัดแล้วพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาผู้บัญชาการทหารบกก็ไม่มีทางเลือกอื่นต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกันและต้องผลักดันประชาชนและทหารเขมรออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรโดยทันที   โดยเครือข่ายประชาชนผู้รักชาติจะให้เวลาสักระยะหนึ่งถ้า ผบ.ทบ.ไม่ทำตามกฎอัยการศึกเครือข่ายประชาชนผู้รักชาติ จะดำเนินการตามกฎหมายพร้อมทั้งจะมีมาตรการตอบโต้ต่อไป

แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ตขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หยุดพฤติกรรมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ชัดเจนว่ากลุ่มชาวบ้านนั้นเป็นกลุ่มมวลชนจัดตั้งของผู้ว่าฯเอง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ และกลุ่มวัยรุ่นมีอุปกรณ์การต่อต้านครบมือ โดยเฉพาะป้ายไวนิลที่ประชาชนทั่วไปจะสามารถจัดหามาด้วยตนเองได้  ทุกครั้งที่มีการรวมตัวของกลุ่มประชาชนผู้รักชาติเคลื่อนไหวเพื่อรักษาสิทธิอันชอบธรรมของแผ่นดินแม่เอาไว้ ทุกคนรู้ดีว่า กำลังทำอะไรกันอยู่  ทุกย่างก้าวของเราเดินไปด้วยหลักสงบ สันติ และอหิงสา  มีการเจรจากับเจ้าหน้าที่   เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องจัดหากลุ่มมวลชนมาชนเพื่อหวังให้เกิดการปะทะขึ้นทุกครั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง  พฤติกรรมของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันอ้างความเห็นของชาวบ้านว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความสงบแล้วแต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น     ถามว่าคนพื้นที่ภาคใต้จะเกี่ยวข้องอะไรต่อกรณีพื้นที่ปราสาทระวิหารด้วยหรือไม่นั้น หากพูดกันตามหลักความเป็นจริงแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อยนิด แต่คนภาคใต้มองว่าไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนของภาคใด เมื่อได้ชื่อว่าประเทศไทยแล้วย่อมยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่จะต้องสูญเสียอธิปไตยให้กับประเทศอื่นไป"

สุเทพ เทือกสุบรรณย้ำเหตุปะทะที่เขาพระวิหารต้องดำเนินการตามกฎหมายและไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯที่มักมีความรุนแรงเกิดขึ้นเสมอ    คนไทยสามารถเดินทางบนถนนไปไหนมาไหนได้ ไม่ผิดกฎหมายไม่ใช่หรือ ขณะขบวนเขาผ่านไปม๊อบจัดตั้งก็ได้ระดม ยิงหนังสติ๊ก ขว้างท่อนไม้ อิฐก้อนใหญ่ๆทุ่มใส่รถ ถามขบวนรถเขาผิดตรงไหนเขาลงมาทำร้ายใครหรือเปล่า เขาไปเพราะเจตนาดีต่างหาก คนในพื้นที่ก็ไม่ได้อะไรมากแต่มันมีคนนำคนต้นคิดคนยั่วยุเพื่อหวังผลอะไรบางอย่างซึ่งต้องหันคำถามนี้ไปยังผู้ว่าฯกับเนวินว่าขนคนเอาคนนอกมาเป็นม็อบ  เอามาขนมาจากถิ่นไหนทำตัวเป็นกองกำลังดักซุ่มโจมตีเอาผ้าพันหน้าพันตาปิดบังอำพรางถ้าเอาจริงๆๆก็สาวไปถึงตัวและผู้บงการได้ไม่ยาก   ส่วนพันธมิตรเท่าทีดูๆ เขาก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรใครอย่างมากก็แค่ทำท่าทำทางขู่ แต่ถ้าเล่นไม่เลิกถึงขั้นบาดเจ็บก็ต้องมีการหาทางป้องกันตัวบ้าง ถ้ามีคนยกมีดขึ้นจะฟันเทพเทือกแบบในภาพคลิปเทพเทือกจะปล่อยให้เขาฟันไปก่อนพอตายหรือสาหัส ค่อยไปฟ้องร้องเอาใช่หรือไม่

คุณวีระและคณะได้เดินทางไปที่ สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์และได้นำกลุ่มประชาชนทวงคืนแผ่นดินไทยฯที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันกับม็อบต่อต้านกลุ่มชาวบ้านภูมิซรอลรวมทั้งนำรถทัวร์และรถยนต์ส่วนตัวที่ได้รับความเสียหายไปแจ้งความ หลังจากนั้นกลุ่มภาคีเครือข่ายประชาชนทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหารได้เริ่มทยอยเดินทางออกจากหมู่บ้านศีรษะอโศกกลับไปยังภูมิลำเนาแล้ว   ในเวลาต่อมากำนันตัวแสบแกนนำม็อบเถื่อนวีระยุทธ ดวงแก้วกำนันตำบลเสาธงชัยนำกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บไปแจ้งความที่สภ.บึงมะลูในวันนี้เช่นกันเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มกลุ่มประชาชนทวงคืนดินแดนไทย

นายสุริยะใส กตะศิลาผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกล่าวต่อกรณีนี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความบกพร่องของทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง   รัฐบาลกลับนิ่งเฉยและละเลยไม่ใส่ใจแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหารให้ได้ข้อยุติเรื่องดังกล่าวถูกนำมาเป็นประเด็นบิดเบือนความจริง ทำให้เกิดเงื่อนไขในการทำให้คนไทยเผชิญหน้าซึ่งกันและกันมีความพยายามจัดตั้งม็อบที่เต็มไปด้วยชายฉกรรจ์มารอดักทำร้ายทางเครือข่ายประชาชนฯ อย่างจงใจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐก็มีส่วนร่วมรู้เห็นรัฐบาลไม่ควรปฏิเสธความรับผิดชอบ   สิ่งที่คนไทยทุกคนผู้เรียกร้องตามสิทธิและหน้าที่ตามกรอบของรัฐธรรมนูญพึ่งกระทำออกไปปกป้องและรักษาดินแดนประเทศของตนเองไว้ทุกตารางนิ้ว    ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นได้ขอสัมภาษณ์ตนซึ่งอยู่นอกพื้นที่คงไม่สามารถให้คำตอบได้ดีกว่าคุณวีระที่เป็นแกนนำลงไปดำเนินการเรื่องนี้   จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของ พล.ต.จำลองไปซึ่งก็ได้ให้คำตอบในลักษณะที่คล้ายกับตนหลังจากนั้นสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นได้ลงข่าวปล่อยลอยแพคุณวีระ ตนก็ได้โทรกลับไปหานักข่าวคนดังกล่าวซึ่งก็ได้ตัดสินใจลบข่าวนั้นออกแต่ก็สายไปเสียแล้ว   เช้าวันรุ่งขึ้นก็เป็นพาดหัวหน้า 1 ของสื่อมวลชนจากสำนักอื่นๆที่มีข้อมูลผิดพลาดเช่นเดิม   กองกำลังที่มาดักทำร้ายถูกจัดตั้งด้วยชายฉกรรจ์ที่เป็นวัยรุ่นสื่อสารกันด้วยภาษาเขมรเป็นหลักและวันนั้นมีการจัดงานฉลองบริเวณดังกล่าวพอดีจึงมีการดื่มสุราและของมึนเมาทำให้มีการปลุกระดมกันง่ายยิ่งขึ้นง่ายกับการเตรียมแผนให้เกิดความรุนแรงไว้ล่วงหน้าโดยมีบางส่วนที่เป็นพวกเสี้ยมให้เกิดความรุนแรง   สื่อนำเสนอข่าวสารบิดเบือนข้อมูล คัดลอกข่าว  ไม่มีการตรวจสอบความจริง บางสื่อยังไม่ยอมแก้ข่าวให้นำไปสู่การเข้าใจผิด    ในการเดินทางไปในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการลงพื้นที่ครั้งนี้โดยสั่งกำชับให้การ์ดดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีๆไม่ว่าจะไปในนามขององค์กรใดๆก็ตามแต่ในฐานะที่เป็นคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดินตนคิดว่ามันเป็นหน้าที่ต้องปกป้องคนกลุ่มดังกล่าวให้ถึงที่สุดดังนั้นขอให้ตัดประเด็นเรื่องปล่อยลอยแพไปได้เลยตนว่าเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นคือการที่คนกลุ่มนี้ไปชุมนุมเพื่อเรียกร้องตามสิทธิกรอบของรัฐธรรมนูญแต่ทำไมรัฐบาลถึงไม่คุ้มครองเรื่องความปลอดภัย ทั้งๆที่คุณวีระได้ประกาศวันเวลาชัดเจนไว้แล้วว่าจะไปเมื่อไหร่   พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์แต่เป็นของพื้นที่พรรคภูมิใจไทย ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่รัฐจึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในพรรคดังกล่าวจึงอาจเป็นช่องทางทำให้มีการปล่อยปละไม่สนใจเรื่องนี้เท่าที่ควรรวมทั้งมีการฉวยโอกาสทำลายความชอบธรรมพันธมิตรฯด้วย  ในช่วงกลางสัปดาห์นี้จะมีการหารือของเหล่าแกนนำพันธมิตรฯและจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในแนวทางเคลื่อนไหวเพื่อทวงคืนพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรดังกล่าวแต่ต้องมีการวางแผนให้รอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้นรวมทั้งประเมินสถานการณ์ต่างๆ โดยขอรับรองว่าทางแกนนำพันธมิตรฯ ทุกคนไม่ได้นิ่งเฉยกับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้

ทักษิณได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ twitter.com ถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างชาวบ้านภูมิซรอลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ไปชุมนุมทวงคืนพื้นที่ทับซ้อน "ชัดเจนครับม็อบมีเส้นกับม็อบไม่มีเส้น เหตุเกิดวันเดียวกันแต่คนละที่ให้เห็นความแตกต่างกันจะๆ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง สันติ หรือการปฏิบัติจากภาครัฐ"   "พอแล้วยังครับ ปิดข่าวหรือบิดเบือนข่าวก็ไม่ช่วยศตวรรษที่ 21 วิธีเดิมยิ่งทำชาติยิ่งช้ำ หันหน้าเข้าหากันน่าจะดีกว่าเพื่อพ่อหลวงและเพื่อประชาชนเรา" และยังได้เขียนข้อความโต้ตอบกับผู้ใช้เว็บไซต์ twitter.com รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "weerabhan" ถึงข้อพิพาทเขาพระวิหารโดยมีใจความว่า "รู้ไหมว่าเขาพระวิหารเป็นของเขมรเพราะเราแพ้คดีที่ศาลโลกเมื่อสมัยจอมพลสฤษดิ์เป็นนายกฯคุณเสนีย์ ปราโมทย์เป็นทนาย ผมยังเอาค่าขนมบริจาค"  ("รู้ไหมครับ ผมยังให้นพดลแถมแผ่นดินไทยเพิ่มให้อีก แลกกับอะไรเหรอ เรื่องอะไรจะบอก" อันนี้ผู้เขียนเติมเอง)  ต่อมา “weerabhan” ได้โพสต์ตอบว่า "ทราบครับ แต่ไม่แน่ใจว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้นอยู่ในคำตัดสินของศาลโลกหรือไม่ ถ้าไม่แล้วพื้นที่ตรงนี้เป็นของใคร?" หลังจากนั้นทักษิณได้โพสต์ในหน้าทวิตของตัวเองว่า "ที่ผมกล่าวถึงเขาพระวิหารที่เราแพ้คดีที่ศาลโลกนั้นหมายถึงตัวปราสาทพระวิหาร ไม่ได้หมายถึงเขาทั้งลูก ผมพูดสั้นไปหน่อยขอโทษทีครับ"      อย่างไรก็ตาม “weerabhan” ได้โพสต์ข้อความในหน้าทวิตเตอร์ของตัวเองว่าถูกบล็อกจากการติดตาม"Thaksinlive"เรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุว่า"Thaksinlive" เริ่มบล็อก twittple หลายรายแล้วส่วนมากเป็นคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันกับทักษิณ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า เรื่องนี้คลี่คลายไปแล้วโดยช่วงเช้ากองกำลังสุรนารีจัดรถบัสทหารไปรับตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯเพื่อเดินทางขึ้นไปประกาศเจตนารมย์บริเวณผามออีแดงและกลุ่มดังกล่าวดำเนินการตามเจตนารมย์เสร็จสิ้นแล้ว    ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ    ส่วนเรื่องคดีความเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายหากมีผู้กระทำความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีในการปะทะกันระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย    ทั้งนี้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เต็มที่แล้วส่วนกำลังทหารไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับเขมรเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในบริเวณพื้นที่ของไทยเชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าจะบานปลาย

21 ก.ย. 52  สุเทพ เทือกได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีที่กลุ่มประชาชนทำร้ายกันที่จ.ศรีษะเกษตามหลักฐานโดยต้องดำเนินคดีกับทุกฝ่ายที่กระทำการ

22 ก.ย. 52  นายกฤช เทพบำรุงหนึ่งในทีมการ์ดภูเก็ตซึ่งเดินทางไปกับคณะพี่น้องประชาชนผู้รักชาติเพื่อแสดงพลังทวงคืนอธิปไตยเหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเดินทางกลับถึงจังหวัดภูเก็ตแล้วกล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มชาวบ้านภูมิซรอลจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายว่าก่อนวันที่ 19 ก.ย.นั้น ตนได้เดินทางขึ้นไปล่วงหน้าทำให้ได้ฟังผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษพูดผ่านเสียงตามสายตลอดเวลา  โดยมีการกล่าวอ้างว่าจังหวัดศรีสะเกษมีความสงบเรียบร้อยอยู่แล้วและได้เชิญชวนให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษออกมารวมตัวแสดงพลังไม่เอาความรุนแรงในพื้นที่ซึ่งไม่คิดว่าการพูดเชิญชวนปลุกระดมของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษจะนำมาซึ่งความรุนแรง   ทีมการ์ดมีการประชุมประเมินสถานการณ์ค่อนข้างมั่นใจว่าคำพูดของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเพียงเพื่อให้ประชาชนออกมาแสดงพลังเพียงอย่างเดียวไม่คิดว่าชาวบ้านจะใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตรฯ จึงให้ความไว้วางใจ เพราะเห็นว่าเป็นประชาชนคนไทยด้วยกัน   ที่สำคัญการเดินทางของพันธมิตรฯ ยึดหลักสงบ สันติ และอหิงสามีการสั่งห้ามให้ผู้ที่เดินทางร่วมไปในคณะพกพาอาวุธใดๆ ขึ้นไปอย่างเด็ดขาด เราไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐ   แต่กลับกลายเป็นว่าพอคณะของเราเดินทางไปถึงกลับถูกกลุ่มชาวบ้านออกมารวมตัวต่อต้านและรุมทำร้ายโดยการใช้หนังสติ๊กยิงเข้าใส่ ใช้ท่อนไม้ไล่ทุบตีแบบไม่ยั้ง   กลุ่มชาวบ้านยังยิงหนังสติ๊กใส่รถของคณะพันธมิตรฯ  กระจกแตกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก   ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องหยิบฉวยอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้มือเพื่อตอบโต้กลุ่มชาวบ้าน ไม่ให้กลุ่มพี่น้องพันธมิตรฯถูกรุมทำร้ายเพียงฝ่ายเดียว   เพราะชาวบ้านที่มารวมตัวกันประมาณ 1,000 คนนั้นมีท่อนไม้ และหนังสติ๊กมาพร้อม ในขณะที่พันธมิตรฯ ไปแบบมือเปล่า   ภาพที่สื่อต่างๆ นำเสนอเผยแพร่ เป็นภาพช่วงที่พันธมิตรฯ ตอบโต้เพื่อป้องกันตน แต่ช่วงที่กลุ่มพันธมิตรฯ ถูกกลุ่มชาวบ้านรุมทำร้าย ใช้ท่อนไม้วิ่งไล่ตี สื่อต่างๆ กลับไม่มีการนำเสนอแต่อย่างใด    ประมาณ 2 ชั่วโมง ที่มีการปะทะทีมการ์ดพันธมิตรฯ ประมาณ 300 คน ได้รับบาดเจ็บหลายรายซึ่งส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย    เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากว่าไม่มีบุคคลใดจัดตั้งมวลชนมาต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ    แต่เมื่อเราถูกทำร้ายก็มีความจำเป็นในการป้องกันตัวเราหยิบจับอะไรได้ใกล้ตัวก็ใช้อย่างนั้น”    ด้านน.ส.อาภารัตน์ ชาติชุติกำจรแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่สุเทพ เทือกที่ชอบออกมาระบุว่าทุกครั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯ รวมตัวชุมนุมต้องเกิดความรุนแรงขึ้นนั้น ที่จริงความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่จัดตั้งมวลชนมาต่อต้าน   วลีที่ถูกก็คือ "กลุ่มมวลชนจัดตั้งโดยนักการเมือง ลอบทำร้าย (หรือซุ่มโจมตี) พันธมิตรที่ไปแสดงเจตนารมย์ทวงคืนพื้นที่รอบๆประสาทพระวิหารจากการบุกรุกอธิปไตยไทยของเขมร"

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภาร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหารจัดสัมมนาเรื่อง "แสวงหาความจริง แผ่นดินเขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่กรกฎาคม 2505-2552" นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหาในฐานะผู้ดำเนินรายการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีพิพาทเขาพระวิหารเมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาไม่แน่ใจว่ากระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลจะเสียเปรียบในการเจรจาหรือไม่และหากเรื่องก้าวเลยไปสู่พหุภาคีแล้ว เรื่องอาจกลับไปสู่ศาลโลกอีกครั้ง   ไทยจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็ยังไม่รู้ แต่ตนมองว่าไทยอาจมีโอกาสเสียเปรียบ เพราะมีเอกสารจำนวนมากที่จะต้องทำความเข้าใจโดยเฉพาะการบันทึกเอ็มโอยู ที่มีผลให้ไทยต้องยอมรับในแผนที่ไปโดยปริยาย "การผลักดันชุมชนชาวเขมรออกจากพื้นที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำซึ่งผมเชื่อว่ามีหลายวิธี 1.ให้ประท้วงอย่างเป็นทางการ 2.ใช้กำลังทหารผลักดันเพื่อเพิ่มพลังการเจรจาของทางฝ่ายไทย"     ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว.กล่าวว่าเรื่องการเจรจาปักปันเขตแดนนั้น ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาเจรจาอีกเพราะเรื่องจบมาตั้งแต่ ค.ศ.1907 แล้ว ถ้าปักปันอีก ไทยต้องเสียดินแดนโดยอาจต้องเสียไปถึงสายน้ำ ภูเขา สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ เรื่องนี้ควรตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา เพื่อพิสูจน์เขตแดนทั้ง 73 หลักให้ได้ก่อน โดยไม่เกี่ยวกับตัวเขาพระวิหาร โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องออกจากพื้นที่ แต่หากทางเขมรจะเข้ามาในพื้นที่ต้องมาขึ้นทะเบียนกับทางไทย และต้องให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปให้หมด แล้วไทยจึงจะถอนทหารออกมาถ้าไม่ได้ก็ต้องเพิ่มกำลังทหารเข้าไป  นายสมปอง สุจริตกุลคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น เป็นของไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศแน่นอนซึ่งยึดหลักตามอนุสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสโดยยึดเขตแดนธรรมชาติเป็นสันปันน้ำเป็นแนวเขตแดนและเขมรเป็นผู้สืบทอดกรรมสิทธิ์ย่อมได้สิทธิเท่ากับฝรั่งเศส     หากมีการยกเลิกอนุสัญญาดังกล่าวประเทศไทยจะได้พระตะบอง เสียมราฐและศรีโสภณคืนกลับมาซึ่งประเทศไทยได้เปรียบทุกด้าน   "ประเทศไทยได้รับบทเรียนมาจากคดีปราสาทเขาพระวิหาร ศาลโลกเขาสอนว่าแม้จะเป็นกฎหมายต่างประเทศเราจะเสียเปรียบอย่างไร ทีหลังต้องอ้าปากบอกชาวโลกต้องออกมาปกป้องสิทธิทุกวิธีทางไม่เช่นนั้นจะสูญเสียดินแดนโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ในการประท้วงเพื่อจะรักษาดินแดน ควรทำด้วยวาจาแต่หากไม่เกิดผล ต้องทำนอกเหนือจากการประท้วง ด้วยมาตรการอื่นๆ เพื่อเป็นแรงกดดันบีบบังคับให้คนเขมรออกจากพื้นที่ที่เป็นของไทยแต่เรื่องนี้ต้องกำหนดมาตรการเป็นขั้นตอนและต้องดำเนินการเด็ดขาดโดยเร็ว

วันเดียวกันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เลื่อนชี้มูลความผิดคดีกล่าวหาคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลสมัคร สุนทรเวชกับพวกรวม 28 คนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีออกมติครม.สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เป็นวันที่ 29 กันยายน เนื่องจากการพิจารณาเป็นรายบุคคลยังไม่แล้วเสร็จ   นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช.แถลงว่าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้เริ่มพิจารณาคดีนี้ตั้งแต่เวลา 09.00-13.00 น.โดยพิจารณารายละเอียดคดีทั้งหมดทั้งพยานเอกสารหลักฐานรวมถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะดูการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน มีการกระทำหรือพฤติการณ์ว่าเจตนาจะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายอันเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ และเข้าข่ายถอดถอนได้หรือไม่โดยพิจารณาเป็นรายบุคคล และขณะนี้พิจารณาเสร็จเพียง 12 คน เหลือ 32 คนคณะกรรมการจึงมีมติให้เลื่อนไปพิจารณาต่อในวันที่ 29 กันยายนนี้ก่อนแถลงผลการพิจารณาครั้งเดียวในวันดังกล่าว

ภาพเหตุการณ์กลุ่มชาวบ้านวิ่งเข้าไล่ทำร้าย ฟันแทง ทุบตี ขว้างปาก้อนหิน ท่อนไม้และระดมยิงหนังสติ๊กถล่มประชาชนขบวนภาคีเครือข่ายประชาชนทวงคืนแผ่นดินไทยรอบปราสาทพระวิหารนำโดย คุณวีระ สมความคิดอย่างป่าเถื่อน บ้าคลั่ง นำไปสู่การปะทะกันรุนแรงของ 2 ฝ่ายบาดเจ็บระนาวท่ามกลางกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 1,000 นายเมื่อบ่ายวันที่ 19 ก.ย.ริมถนนสายกันทรลักษ์-เขาพระวิหารบริเวณหน้าวัดภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษที่ผ่านมาได้สร้างคำถามให้กับทุกฝ่ายว่ามันเกิดอะไรขึ้น   คำตอบที่หลั่งไหลมาจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะหน่วยข่าวและฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องล้วนระบุตรงกัน เป็น ม็อบจัดตั้งและเตรียมการมาอย่างดี วางแผนปฏิบัติการเป็นระบบ มีขั้นตอน ที่สำคัญเป็นการผสมโรงร่วมกฐินของหลายกลุ่มที่เชื่อมโยงลงตัวด้วยธรรมชาติแห่งผลประโยชน์ทั้งกลุ่มการเมืองแดง-น้ำเงิน, หัวคะแนนคนสำคัญในพื้นที่นี้ของธีระ ไตรสรณกุลส.ส.พรรคเพื่อไทย , ฝ่ายปกครองยุคผู้ว่าฯ เด็กเนวิน ชิดชอบครองเมืองและกลุ่มพ่อค้านายทุน-อำนาจสีเขียวชายแดนเขมรที่หยั่งรากลึกทำมาหากินทั้งค้าขายในทางเปิดเผยและค้าของเถื่อนสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมรแถบนี้มาช้านาน  พ่อค้าระดับหัวขบวนทำมาหากินอยู่บนอุทยานแห่งชาติที่จะสูญเสียผลประโยชน์อย่างมากจากที่อุทยานฯ ต้องปิดยาวซึ่งทางการเคยจัดระเบียบขึ้นทะเบียนไว้พ่อค้ากลุ่มนี้มีประมาณ 70 ร้าน  กำลังหลักล้วนเป็นกลุ่มแม่ค้าพ่อค้าอุทยานฯ เขาพระวิหารและเครือญาติที่เดือดดาลเพราะสูญเสียประโยชน์ส่วนตัวจากการปิดอุทยานฯ โดยไม่สนใจใยดีว่าประเทศชาติแผ่นดินไทยจะเป็นอย่างไรเข้าทำหน้าที่เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่และฝ่ายตรงข้ามพร้อมป้ายผ้าข้อความขนาดใหญ่ปักหลักต่อต้านแถมมีร้องเสียงตะโกน ทักษิณสู้ๆ อภิสิทธิ์ออกไปโผล่มาเป็นระยะๆ ด้วย    ขณะเดียวกันได้มีกองกำลังชายฉกรรจ์ กลุ่มวัยรุ่น คอยบุกทะลวง นำอาวุธมีดสปาต้า ท่อนไม้ เข้าไล่ทุบตี ขว้างปาไม้ ก้อนหิน ประสานกับการระดมยิงของ กองทัพหนังสติ๊ก กว่า 30 คนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นหน่วยจรยุทธ์เข้าซุ่มตามจุดต่างๆ ยิงถล่มเข้าใส่ ทำร้ายทำลายกลุ่มประชาชนผู้รักชาติหวงแหนแผ่นดินไทยและรถยนต์ที่ติดตามขบวนหยาวเหยียดหลายกิโลเมตรอย่างบ้าคลั่งและมันมือ การปฏิบัติการเยี่ยงสงครามเช่นนี้ชาวบ้านทั่วไปทำได้อย่างไร ต้องถามตำรวจเสื้อแดงท้องที่ อ.กันทรลักษ์และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษที่ยังคงถวายหัวรับใช้ระบอบทักษิณอย่างคงเส้นคงวา    ด้านฝ่ายเสบียงพบว่ามีการระดมกลุ่มแม่บ้านมาช่วยกันทำอาหารจัดเลี้ยงชาวบ้านผู้มาชุมนุมอย่างต่อเนื่องแบบไม่อั้น ไม่ต่างกับงานบุญกฐินตามต่างจังหวัดที่ทุกคนต้องอิ่มแปล้และเมาขาลากไปตาม ๆ กัน     ฝ่ายปกครองโดยระพี ผ่องบุพกิจผู้ว่าฯศรีสะเกษที่ได้เรียกประชุมส่งสัญญาณให้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยมาก่อนหน้านั้น    ระหว่างนั้นได้มีป้ายต่างขนาดใหญ่ที่กลุ่มม็อบเถื่อนภูมิซรอลนำมาใช้นำมาติดตั้งปลุกระดมโหมกระแสต่อต้านตามข้างถนนชาวไร่ทำนาทั่วไปคงเสกสรรขึ้นมาเองไม่ได้แน่    กำนันตำบลสาธงชัยที่กินดีหมีมาสามารถตะเพิดไล่ผู้ว่าฯลงจากรถปราศรัยและยันยืนไม่ยอมเจรจาด้วยในระหว่างที่ปลัดอำเภอกันทรลักษ์เข้าไปนั่งกินข้าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง    ผู้ว่าฯ ระพีเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจว่าแค่ละครตบตาหรือไม่    ยิ่งการระดมชาวบ้าน นักการเมืองท้องถิ่น  ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.เพื่อแม้วหัวโจก"ม็อบ"ตัวเอ้ของจริงถึงขั้นขนคนในสังกัดทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ และชาวบ้านเข้าร่วมบายศรีสู่ขวัญม็อบเถื่อนด้วยตัวเอง   ไม่เว้นข้าราชการจากหลายอำเภอมาร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้ม็อบเถื่อนภูมิซรอลภายในวัดบ้านภูมิซรอลเมื่อ 21 ก.ย.   ได้ยกก้นกันเองว่าเป็นวีรบุรุษชายแดนอันเป็นปรากฏการณ์หางโผล่ที่ตอกย้ำขบวนการร่วมกฐินเฉพาะกิจ 

 "ต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง วุ่นวาย การสู้รบ และผลประโยชน์ชายแดนไทย-เขมร แถบนี้ซับซ้อน อ่อนไหว และเป็นปัญหาทับถมกันหลายด้าน ยากที่คนข้างนอกจะเข้าใจ เข้าถึงได้ลึกซึ้ง... คุณไม่รู้หรอกว่า แค่ภูมิซรอลหมู่บ้านชายแดนเล็กๆแห่งนี้ พอค่ำมืดชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็พากันเข้าไปในป่า ตอนเช้าก็มีของขาย ไม่รู้เป็นของอะไร แต่ร่ำรวย มีรถยนต์ รถบรรทุกหลายคัน ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ตื่นเช้าไปไร่ นา ดิ้นรนทำกินกันไป" ปราชญ์ชาวบ้านภูมิซรอลคนหนึ่งบอกเล่าไว้   ชาวบ้านพื้นเพดั้งเดิมที่บ้านภูมิซรอล ม.2 ต.เสาธงชัย  อ.กันทรลักษณ์นี้เกือบทั้งหมดมีอาชีพทำไร่ ทำนาซึ่งชาวบ้านเหล่านี้ไม่ได้เดือดร้อนกับการชุมนุมทวงคืนแผ่นดินไทยเขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร (ตารางกิโลเมตร) แต่อย่างใด    แต่กลับเห็นด้วยอย่างยิ่งและหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวงแหนผืนแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้วแม้แต่ปราสาทพระวิหารเอง     ทุกวันนี้พวกเขายังคงยืนหยัดความเป็นเจ้าของไม่เคยเปลี่ยนแปลง   แต่ก็เพราะสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยกับการคงอยู่ของภาวะสงครามชายแดนที่ควบคุมพื้นที่เบ็ดเสร็จโดยทหารได้กลายเป็นโอกาสทองของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของนายทุนและกลุ่มอำนาจสีเขียวชายแดนเพื่อนบ้านแห่งนี้   โดยเฉพาะสมคบกันลักลอบตัดไม้-ค้าไม้พะยูงเถื่อนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากตามป่าชายแดนไทย-เขมรตลอดแนวเทือกเขาพนมรักไล่ตั้งแต่เขต จ.สุรินทร์-ศรีสะเกษ ไปจนถึงอ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีส่งขายให้นายทุนไทยผ่านไปยังตลาดต่างประเทศอย่างเป็นล่ำเป็นสัน     อย่าลืมว่าบ้านภูมิซรอลมีคนต่างถิ่นเข้ามาปักหลักสร้างฐานอยู่เป็นจำนวนมากจากทั้งใน จ.ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานีซึ่งในกลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายกับฝ่ายเขมรหลายคนมีเมียเป็นชาวเขมร บางคนมีสามีชาวเขมรสร้างสายสัมพันธ์กันแนบแน่นร้อยโยงกับนายทุนชายแดนรายใหญ่และกลุ่มอำนาจสีเขียวเพื่อนบ้านกอบโกยผลประโยชน์ร่วมกันมานานและนับวันจะขยายเครือข่ายเป็นขบวนการใหญ่โตมากขึ้นเรื่อยๆ   คนใกล้ชิดผู้นำเขมรฮุนโตกับญาติคนสนิทของผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 เขมรที่คุมกำลังตลอดแนวชายแดนด้านนี้เป็นเจ้ามือรายใหญ่รับซื้อและสั่งการลักลอบตัด   ทหารเขมรเองก็เอาเวลาส่วนใหญ่แต่งตัวเป็นพลเรือน พกอาวุธ นำเลื่อยยนต์ ออกหาตัดไม้ในพื้นที่ป่าตามแนวเทือกเขาพนมดงรักทั้งในฝั่งเขมรและเขตแดนไทยโดยไม่เกรงกลัวจะถูกจับหรือถูกยิงเช่นเดียวกับชายแดนเทือกเขาพนมดงรักด้านตรงข้ามปราสาทตาเมือนธมที่ทหารไทยก็ได้ยินเสียงเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ดังกระหึ่มอยู่ห่างตัวปราสาทออกไปราว 1-2 กิโลเมตรแทบทุกวัน   

แม้จะมีบาดแผลเล็กๆ ในประวัติศาสตร์แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีตที่ไม่หยิบยกมาให้หมางใจกัน  แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น 2 -3 ปีมานี้คือปัญหาเรื่องที่ดิน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบประสาทพระวิหารซึ่งเขมรส่งคนและทหารของเขาเข้ามายึดครองและกำลังตัดถนนและสร้างถาวรวัตถุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาทวงสิทธิ์ผืนดิน 4.6 ตารางกิโลเมตรดังกล่าวและขับไล่เขมรออกไปจากแผ่นดินไทยตั้งแต่ยุครัฐบาลสมัคร สุนทรราช    แต่รัฐบาลยุคนั้นก็ยืนยันว่าไทยยังไม่เสียดินแดนและเมื่อพันธมิตรฯ เดินทางไปเพื่อพิสูจน์ความจริง กลับมีการจัดตั้งชาวบ้านออกมาขัดขวางมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อก.ค. 51   คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ในตอนที่ยังเป็นพรรคฝ่ายค้านก็มีจุดยืนเช่นเดียวกับพันธมิตรฯ   เขมรออกมายอมรับเองว่า ฝ่ายไทยที่หมายถึงยุคสมัยของรัฐบาลทักษิณเป็นฝ่ายที่พยายามโยงกรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหารเข้ากับผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างการเจรจากับฝ่ายเขมรซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่า คำพูดของพันธมิตรฯ บนเวทีในระหว่างการชุมนุมนั้นไม่ใช่เรื่องที่เลื่อนลอยหรือกล่าวหารัฐบาลทักษิณ  และเมื่อพ้นจากยุครัฐบาลนอมินีของทักษิณแล้วพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังไม่นิ่งนอนใจที่จะติดตามเรื่องนี้เครือข่ายของคุณวีระ สมความคิดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้     แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและกษิต ภิรมย์กลับมีท่าทีและจุดยืนที่เปลี่ยนไปเฉกเช่นเดียวกับรัฐบาลพลังประชาชนที่ตัวเองเคยวิพากษ์วิจารณ์มาก่อนทั้งในเรื่องนี้และต่อพันธมิตรฯ   การณ์กลายเป็นว่าพันธมิตรฯ กลับถูกรัฐบาลประชาธิปัตย์ตอบโต้ยิ่งกว่ารัฐบาลนอมินีทักษิณ    รัฐบาลอภิสิทธิ์และคุณกษิตก็ยังยืนยันว่าไทยเรายังไม่ได้เสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรให้เขมรทั้งๆที่ตอนที่คุณกษิตพร้อมทีมงานเข้าไปดูพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรคุณกษิตต้องขออนุญาตทหารเขมรเข้าไป        การเดินทางไปเพื่อประกาศสัจจวาจาว่าดินแดนดังกล่าวเป็นพื้นที่ของไทยไม่ใช่พื้นที่ของเขมรของคุณวีระและเครือข่ายมวลชนพันธมิตรฯ กลับต้องเผชิญกับกองกำลังที่จัดตั้งขึ้นมา   พวกเขาไม่คิดว่าการจัดตั้งคนไทยไล่ตีกันเองนั้นจะทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างไรเพียงเพื่อจะกล่าวหาว่าพันธมิตรฯ เข้าไปก่อเหตุความรุนแรงไล่ทุบตีชาวบ้าน   ด้วยสำนึกของความเป็นไทยคนไทยด้วยกันควรจะสนับสนุนพันธมิตรฯหรือยกพวกมาไล่ตีพันธมิตรฯ    กองกำลังเถื่อนดังกล่าวมีอาวุธปืนมีดไม้ หนังสติ๊ก ระเบิดปิงปองครบมือจะไม่มีวันกล้ากระทำการดังกล่าวเลย ถ้าไม่มีอำนาจรัฐหนุนหลังและแสดงความป่าเถื่อนต่อหน้านายอำเภอ นายตำรวจ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดและสื่อมวลชนจากส่วนกลางจำนวนมาก   นอกจากปรากฏหลักฐานด้วยภาพแล้วสื่อมวลชนในพื้นที่ก็รู้ว่ากองกำลังเถื่อนนั้นมาจากไหนแต่ปัญหาก็คือว่ามีสื่อส่วนหนึ่งที่พยายามบิดเบือนให้เห็นว่าถ้าพันธมิตรฯไม่เดินทางไปก็ไม่เกิดความรุนแรงขึ้นที่นั่น     ผู้รายงานข่าวหญิงคนหนึ่งของช่อง 11ได้รายงานจากพื้นที่ว่าพันธมิตรฯพยายามบุกเข้าไปทำร้ายชาวบ้านในวัด  ส่วนฝ่ายชาวบ้านขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่ทั้งๆที่ภาพข่าวมันขัดแย้งกับที่ตัวเองกำลังรายงาน   สรกล อดุลยานนท์เจ้าของนามปากกาหนุ่มเมืองจันท์ผู้เขียนหนังสือเรื่องทักษิณชินวัตรอัศวินคลื่นลูกที่สามใช้อีกนามปากกาวิหคเหินฟ้าสำรอกว่า ชาวบ้านภูมิซรอลก็เหมือนกับชาวบ้าน ชุมชนนางเลิ้งที่ออกมาปกป้องตัวเองจาก ม็อบเสื้อแดงเมื่อเหตุการณ์ สงกรานต์เลือดอย่าลืมว่า ม็อบเสื้อเหลืองไปแล้วก็กลับ แต่คนที่อยู่กับ ปัญหาทุกวัน คือชาวบ้านที่ภูมิซรอล”."      เด็กอนุบาลยังสามารถแยกแยะได้ว่าระหว่างอำนาจรัฐจัดตั้งกองกำลังเถื่อนขึ้นมาเพื่อซุ่มทำร้ายกับคนที่เดินทางไปด้วยจิตสำนึกที่รักชาติและป้องกันตัวเองจากการถูกกระทำฝ่ายเดียวใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิด  แล้วสื่อมวลชนกลุ่มนี้จะสามารถหรือไม่

24 ก.ย. 52   ปรากฏความเคลื่อนไหวบริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระด้านทิศตะวันตกของปราสาทพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษมีทหารเขมรตรึงกำลังอยู่จำนวนมากและล้วนเป็นทหารเคยสังกัดกองกำลังทหารเขมรแดงโดยมีทหารไทยเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด    วีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์กล่าวว่าเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มชาวบ้านในเขตต.เสาธงชัยที่บ้านภูมิซรอลทำให้บรรยากาศบริเวณบ้านภูมิซรอลและการค้าขายค่อนข้างเงียบเหงาซบเซาลงกว่าเดิม การจะฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณนี้จะต้องเปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้    นายสมาน ศรีงามแกนนำกลุ่มธรรมยาตราทวงคืนแผ่นดินไทยบริเวณเขาพระวิหารหนึ่งใน 3 ชาวไทยที่สมัคร สุนทรราชที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเคยเรียกว่าไอ้บ้าสามคนกล่าวว่าจะประชุมแกนนำเพื่อระดมความคิดเห็นเคลื่อนไหวทวงคืนแผ่นดินไทยบริเวณเขาพระวิหารในวันที่ 27 กันยายน เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเกษสิริและจะหาแนวทางสันติวิธีในการขับเคลื่อนไม่ใช้วิธีการรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ที่บ้านภูมิซรอลอเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาอย่างเด็ดขาด   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บคอนเฟอเรนซ์ กรณีกลุ่มเสื้อแดงกล่าวหาว่าระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลปล่อยให้เขมรสร้งถนนเข้ามา 2 เส้นโดยอ้างมีหนังสือเตือนจากกองทัพ 9 ครั้ง แต่รัฐบาลไม่ทำอะไรว่าขอให้ไว้วางใจไม่น่าจะมีปัญหา อย่างไรก็ตามตัวถนนนั้นก่อสร้างกันมาตั้งแต่ก่อนที่ตนเข้ามารับตำแหน่งและมีการรายงานจากพื้นที่ขึ้นมา จากนั้นก็มีการประท้วงจนถึงขณะนี้ก็มีการนำไปสู่กรอบของการจรจาซึ่งรัฐบาลกำลังเสนอต่อสภาในเรื่องที่จะให้ทุกฝ่ายออกจากพื้นที่    สุเทพ เทือกกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การสร้างถนนในพื้นที่พิพาทเกิดขึ้นนานแล้ว  มีถนนก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารอีก ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงออกมาโจมตีเรื่องนี้ก็ระวังจะเข้าเนื้อตัวเองเพราะพวกเสื้อแดงเคยเป็นรัฐบาลก่อน  "พอเราเข้ามาเป็นรัฐบาล เขาได้ปรับปรุงถนนบางส่วน เช่นมีการเทซีเมนต์ในพื้นที่ลาดชัน ซึ่งรัฐบาลไทยได้ประท้วงไปแล้วเพราะไม่ถือว่าเป็นถนนของเขมร ทหารไทยก็อยู่บนถนนนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะมาแสดงความเป็นเจ้าของได้เพราะพื้นที่ตรงนั้นยังเป็นพื้นที่ที่ต้องแก้ไขปัญหาโดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนต้องพิสูจน์ว่าส่วนไหนเป็นของใคร"   ต่อกรณีที่สื่อมวลชนเขมรรายงานว่าบริษัทเอกชนสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเขมรเริ่มเข้าไปขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล 4.6 ตารางกิโลเมตรแล้วว่าเป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้วและยังต้องเกิดอีกเพราะทั้งไทยและเขมรต่างอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตนซึ่งฝ่ายไทยก็ให้สัมปทานบริษัทเอกชนไปหลายบริษัท ขณะนี้จึงไม่มีบริษัทไหนได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวทางที่ดีคือไทยกับเขมรควรมานั่งปรึกษากันใหม่ พัฒนาพื้นที่ร่วมกันและใช้ประโยชน์ร่วมกัน สุเทพได้เปิดเผยออกมาเองว่าฝ่ายไทยได้มีการอนุมัติให้บริษัทต่างชาติเข้าไปสำรวจหาพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยหลายบริษัทเช่นเดียวกับทางฝั่งเขมรที่ได้อนุมัติในลักษณะเดียวกันและอ้างว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนดังกล่าว

คุณวีระ สมความคิดแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะขอให้นายกษิต ภิรมย์รมว.ต่างประเทศชี้แจงกรณีเขาพระวิหารผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์พร้อมกับคุณวีระว่าให้พูดคุยต่อหน้าคนทั้งประเทศได้เลยตนจะให้นายกษิตได้ถามและตนจะตอบจะได้ไม่ต้องมีอะไรปกปิดกันอีกต่อไป   ถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นยืดยื้อนั้นเกิดจากทหารเข้าไปมีส่วนผลประโยชน์ในการค้าบริเวณเขาพระวิหารใช่หรือไม่ คุณวีระกล่าวว่ามีผลประโยชน์โดยเริ่มจากคนในพื้นที่ก่อนจากทหารที่เข้าไปดูแลจากข้าราชการร่วมกับนักการเมืองท้องถิ่นนักการเมืองในจังหวัดศรีสะเกษออกมายังนโยบายระดับชาติ ฮุนเซนนายกฯเขมรเห็นว่านักการเมืองและข้าราชการไทยตะกละตระกลามจึงให้ประโยชน์แลกเปลี่ยนพวกนี้จึงต้องปกป้องปกปิดให้เขมรมาตลอดเวลาจนกลายเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไขแล้ว    ส่วนนักการเมืองที่เกี่ยวข้องมีทั้งนักการเมืองทั้งก่อนหน้าและหลังรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี   ตนไม่ต้องการให้มองเพียงแค่นพดล ปัสสาวะอดีตรมว.ต่างประเทศในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรราชเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากปัญหาเพียงเล็กๆเช่นทหารยศพันเอกเท่านั้น ต่อมาก็มากขึ้นและเมื่อเจ้านายบอกให้พันเอกคนนี้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีเรื่องจึงไปกันใหญ่   เมื่อถามว่ามีการติดต่อกับทางแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอยู่ตลอดใช่หรือไม่  คุณวีระกล่าวว่าตนติดต่อกับทางแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอยู่ตลอดแต่แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะให้นายปานเทพ  พัวพงษ์พันธ์ผู้ประสานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นคนกลางติดต่อกับตนอยู่ตลอดเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลต่างๆ ทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยร่วมด้วยมาโดยตลอดแต่ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่าตนเป็นคนจับเรื่องเขาพระวิหารมาตั้งแต่ต้นจึงให้เครดิตให้รับผิดชอบและเชื่อว่าตนสามารถรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวได้เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ใช้ชื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเนื่องจากตนร่วมกับหลายภาคี เครือข่าย มีทั้งกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและภาคีผู้ติดตามสถานการณ์เขาพระวิหารและเครือข่ายประชาชนรักชาติเมื่อปี 2551 จึงใช้ว่าภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์การเสียดินแดนรอบประสาทพระวิหารไม่ใช่เฉพาะพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย   เมื่อถามว่าสุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงออกมาบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลาแก้ไม่ใช่ 1-2 ปีแต่เป็น 10 ปี คุณวีระกล่าวว่าไม่ต้องใช้เวลา  สุเทพห่วงแต่ผลประโยชน์และของพรรคร่วมรัฐบาลคือกลัวเก้าอี้จะหลุด

25 ก.ย. 52 สุเทพ เทือกออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการให้สัมปทานขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-เขมรว่าเรื่องนี้ไม่มีใครทำอะไรได้ หากยังไม่มีการเจรจาร่วมกันเพราะต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ดังนั้นหากยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าพื้นที่เป็นของใครตนได้เสนอไปแล้วว่าให้ร่วมทุนในการพัฒนาร่วมกันและแบ่งผลประโยชน์กัน  เมื่อถามว่าเตรียมวางแผนที่จะพูดคุยกับฮุนเซนแล้วหรือยัง สุเทพ เทือกกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเพราะมีเรื่องอื่นที่จะต้องแก้ไขก่อนและหากนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับมาเห็นว่าควรต้องดำเนินการตนก็จะรีบไปทำ

26 ก.ย. 52   น.ส.อาภารัตน์ ชาติชุติกำจรแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ตได้รับจดหมายไม่ระบุชื่อผู้ส่งและที่มา 1 ฉบับเป็นจดหมายที่ผู้ส่งใช้วิธีการพิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื้อหาภายในทั้งหมดเป็นการกล่าวถ้อยคำข่มขู่โจมตีการทำงานและเคลื่อนไหวทางการเมืองในส่วนของพรรคการเมืองใหม่และภาคประชาชนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ตด้วยถ้อยคำหยาบคาย รุนแรง ข่มขู่ตนเอง และนายกฤช เทพบำรุง ทั้ง ๆ ที่สาเหตุที่นายกฤชออกมาให้ข่าวก็เพียงเพื่อให้สังคมและสาธารณะรับรู้ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้นว่ากลุ่มพี่น้องพันธมิตรฯ จากทั่วประเทศที่เดินทางขึ้นไปที่จ.ศรีสะเกษถูกกระทำอย่างไรบ้าง    และตนยังได้รับศัพท์หมายเลข 087-4662897 ซึ่งโทรเข้ามาหลังจากที่ตนออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องที่ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเมื่อ 20 ก.ย.ที่ผ่านมาบุคคลดังกล่าว ด่าทอ และข่มขู่ตนเองด้วยถ้อยคำลักษณะเนื้อหาคล้ายกับข้อความในจดหมายที่ได้รับ 

28 ก.ย. 52 ในการประชุมวุฒิสภาช่วงเปิดให้สมาชิกหารือก่อนเข้าสู่วาระและได้มีการหารือว่ากรณีเหตุการณ์ปราสาทพระวิหารเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วที่มีคนไทย 2 กลุ่มกระทบกระทั่งกันเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ทำให้คนไทยแตกแยกกันแต่เท่าที่ผ่านมา 1 ปี รัฐบาลก็นิ่งเฉย ในส.ว.ก็ไม่มีใครรู้เรื่องจริงเรื่องนี้คนไทยต้องร่วมแก้ปัญหาแต่รัฐบาลปล่อยปละละเลย   วันนี้ฝ่ายรัฐต้องอธิบายความให้ประชาชนเข้าใจชัดเจนว่าปัญหาคืออะไรและประชาสัมพันธ์ในวงกว้างถึงวิธีแก้ไข ไม่ต้องอ้างความมั่นคง ไม่เช่นนั้นกรณีนี้จะถูกนำไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองอยู่ตลอด

แกนกำกลุ่มธรรมยาตรานำ 3 คนไทยพระคำพอง  ชยธัมโม นายวิชาญ  ทับซ้อนและนางชนิกานต์  เก่งนอกที่เคยถูกทหาร-ตร.เขมรจับตัวไปจากบริเวณเขาพระวิหารเมื่อ 15 ก.ค.ปีที่แล้วโดยนับตั้งแต่วันที่แจ้งความจนถึงวันนี้เวลาได้ผ่านไปกว่า 1 ปีแล้วแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในคดีนี้เลยได้มาแจ้งความร้องทุกข์จึงได้เข้าแจ้งจับ 3 นายตำรวจสภ.บึงมะลู - สภ.กันทรลักษ์ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ดำเนินคดีตามกฏหมายแล้วพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้แจ้งทั้ง 3 รายไว้ และจะได้ส่งเรื่องทั้งหมดไปให้สภ.บึงมะลู ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการต่อไป

ป.ป.ช.เตรียมพิจารณามติครม.สมัครออกแถลงการณ์ร่วมเขาพระวิหารหลังจากที่คณะกรรมการจะต้องพิจารณาในแต่ละบุคคลที่ถูกกล่าวหาซึ่งขณะนี้เหลืออีก 32 คน ชัดเจนว่าจะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมอย่างแน่นอนแต่จะเสร็จสมบูรณ์เพียงใดก็แล้วแต่ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีอุปสรรคใดๆ

ฮุน เซนได้มีคำสั่งในระหว่างเปิดอาคารใหม่ของกระทรวงการท่องเที่ยวหลังจากที่ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารได้รวมตัวชุมนุมกันเรียกร้องสิทธิเหนือพื้นที่พิพาทให้ทหารเขมรยิงพลเรือนหรือทหารไทยได้หากบุกรุกเข้ามายังบริเวณพื้นที่พิพาทของเขมรพร้อมขู่จะยกกรณีพิพาทนี้เข้าสู่ที่ประชุมอาเซียนรวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็น)หากเขมรถูกไทยรุกราน "หากพวกเขาเข้ามาอีก พวกเขาจะถูกยิง  นี่เป็นคำกล่าวอ้างเพียงฝ่ายเดียวเพราะความปรารถนาที่จะครอบครองพื้นที่ดินแดนเขมร  ถ้านายกฯ ของไทยเอาแผนที่มากางต่อหน้า ผมก็จะฉีกมัน" ฮุน เซนกล่าว  พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรของไทยที่ฮุนเซนพูดได้อย่างเต็มปากว่าพื้นที่พิพาทของเขมร หากความขัดแย้งเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารระหว่างสองประเทศยังคงอยู่ฮุน เซนอาจมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเขมรเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนแทน      ฮุน เซนกล่าวด้วยว่าจะไม่เจรจากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรใกล้กับปราสาทพระวิหารตราบที่ฝ่ายไทยยังคงใช้แผนที่ที่ฝ่ายไทยเขียนขึ้นเองพร้อมกันนี้ยังกล่าวด้วยว่าความขัดแย้งตามแนวชายแดนเขมร-ไทยมาจากปัญหาการเมืองภายในของไทยเอง

29 ก.ย. 52  พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประมาณ 500 คนนำโดยคุณวีระ สมความคิดรวมตัวกันที่หน้าตึกอำนวยการค่ายริมขอบฟ้าเมืองโบราณ ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการเพื่อประกาศเจตนารมณ์ที่จะปกป้องเขาพระวิหาร ต่อมาเวลา 15.00 น.ได้เคลื่อนขบวนออกจากค่ายขึ้นไปยังบนเขาพระวิหารจำลองและชักธงชาติไทยขึ้นสู่ปลายเสาอ่านคำแถลงการณ์ภาคีเครือข่ายประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดินประกาศจุดยืนที่จะดำเนินการในทุกวิธีทางทีถูกต้องตามกรอบข้อกฎหมายในการที่จะนำเข้าพระวิหารกลับคืนมาพร้อมกับจะนำตัวผู้กระทำความผิดโดยการทำงานโดยมิชอบทำให้ประเทศไทยต้องเสียดินแดนให้กับเขมรมาดำเนินคดี จากนั้นได้ทยอยเดินทางลงจากเขาพระวิหารจำลองเพื่อเข้าประชุมเสวนาความจริงความขัดแย้งกรณีเข้าพระวิหารที่มีรศ.ศรีศักร วัลลิโภดมและคุณวีระ สมความคิดเป็นวิทยากรอันมีการประชุมที่เป็นไปด้วยความสงบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีเขมรประกาศจะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน  ด้านผบ.ทบ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาระบุทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมรบริเวณปราสาทพระวิหารยังคงตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่และยังคงรักษาความสัมพันธ์ของทหารในพื้นที่ไว้โดยยึดหลักเจรจาตามนโยบายของรัฐบาลหากมีการรุกล้ำด้วยกองกำลังใดๆ คงจะปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้วและจะดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชน  นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีย้ำว่าประเทศไทยยังจะยึดหลักตามข้อตกลงเดิม ว่าจะไม่มีการใช้กำลัง ซึ่งปัจจุบันนี้มีการลาดตระเวนร่วมกันอยู่ และจากการพบปะกันแต่ละครั้งที่ผ่านมาก็เป็นการพบปะกันในบรรยากาศที่ดี ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งก็หวังว่าทางเขมรจะยึดแนวทางสันติวิธีเช่นเดียวกัน    อย่างไรก็ตามนายปณิธานกล่าวว่านายกรัฐมนตรีทราบรายงานข่าวดังกล่าวนั้นตั้งแต่คืนที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน  แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่าทราบท่าทีของเขมรแล้ว หากทางฝั่งเขมรติดอาวุธเข้ามาก็พร้อมตอบโต้ และสถานการณ์เช่นนี้อาจนำไปสู่ความตึงเครียด แม้ว่าแนวทางที่ปฏิบัติอยู่จะพยายามเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด โดยมีการเจรจาตามจุดที่มีการตรึงกำลัง เนื่องจากระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเงื่อนไขการปฏิบัติที่แตกต่างกันของทั้งสองประเทศ เป็นสาเหตุให้เกิดความตึงเครียด โดยเฉพาะการตัดสินใจในระดับนโยบาย      สุเทพ เทือกขอตรวจสอบการให้ข่าวของฮุน เซนว่าเป็นความจริงหรือไม่และได้ให้กองทัพภาคที่ 2 ดูแลความเรียบร้อยโดยรัฐบาลมีจุดยืนที่จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางเมตรเดียว

ป.ป.ช.แถลงมติชี้มูลความผิดคดีกล่าวหาครม.สมัคร สุนทรราชปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ดำเนินคดีอาญากับครม.สมัครรวมผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 44 คนขณะที่มีรัฐมนตรีที่ไม่เข้าประชุมและลาประชุม บางคนที่ได้ลาออกพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว บางคนเพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ และอยู่ระหว่างรอเข้างาน  จึงเห็นว่าให้คำร้องตกไปและพิจารณาข้อกล่าวหาบุคคลที่เหลือในความผิดทางอาญา   ป.ป.ช.เห็นว่าข้าราชการไม่มีมูลความผิดให้คำร้องตกไป ประเด็นที่คณะกรรมการป.ป.ช.เสียงข้างมากเห็นว่ามีความผิดนั้นพิจารณาร่วมกับการที่ศาลปกครองเพิกถอนแถลงการณ์ร่วมและกำหนดมาตรการคุ้มครองชั้วคราว ในคำสั่งดังกล่าวตามคำร้องของนายสุวัตร อภัยภักดิ์และศาลรัฐธรรมนูญที่ 6-7/2551 เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2551 ซึ่งได้วินิจฉัยชี้ขาดคำแถลงร่วมไทย-เขมรว่าเป็นหนังสือที่ต้องได้รับคำเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ว่าเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและแม้แถลงการณ์ร่วมฉบับนั้นไม่ปรากฏสาระสำคัญชัดเจนว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตก็ตามแต่เมื่อพิจารณาเอกสารรวมถึงแผนที่แนบท้ายที่จัดทำโดยเขมรเพียงฝ่ายเดียวจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแผนที่ดังกล่าวได้อ้างถึงพื้นที่เอ็น 1 เอ็น 2 และเอ็น 3 โดยไม่กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนว่าครอบคลุมพื้นที่เท่าใดซึ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในอาณาเขตของประเทศไทยอันเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและอาจทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศในภายภาคหน้าได้     ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยในคดีหมายเลขดำที่ 984/2551 วันที่ 27 มิ.ย.2551 ว่าแผนที่แนบท้ายที่เขมรจัดทำขึ้นมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารอย่างชัดเจน โดยระบุว่าเป็นพื้นที่เอ็น 1 ซึ่งอาจถือได้ว่าประเทศไทยยอมรับเขตแดนรอบพื้นที่ของปราสาทพระวิหารโดยปริยาย ศาลปกครองกลางยังระบุว่า เครื่องหมายเอ็น 3 ให้มีการจัดเตรียมพื้นที่ดังกล่าวระหว่างรัฐบาลไทยกับเขมรสำหรับการอนุรักษ์ ศาลปกครองกลางเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจจะมีผลผูกพันประเทศไทยและอาจทำลายน้ำหนักอ้างอิงที่ประเทศไทยยึดถือสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดนโดยตลอด คดีจึงมีมูลว่าการกระทำดังกล่าวอาจจำทำให้มีความเสียหายต่อประเทศชาติ ประชาชน รวมถึงผู้ฟ้องคดี ให้ได้รับความเสียหายอันเป็นความเสียหายที่ยากต่อการเยียวยาภายหลัง  สรุปได้ว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมรสมัคร สุนทรราชนายกรัฐมนตรีเป็นประธานซึ่งครม.ได้เห็นชอบตามที่นพดลเสนอมาและในวันที่ 18 มิ.ย.2551 นพดลได้ลงนามในร่างคำแถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งดำเนินการลักษณะปิดบังอำพรางอย่างมีมูลเหตุจูงใจอื่นแอบแฝงอยู่    ความเสียหายที่เกิดขึ้นมี 2 อย่าง 1.ความเสียหายต่อประเทศไทยอาจมีบทเปลี่ยนแปลงโดยคำแถลงการณ์ร่วมที่นพดลลงนามและ 2.ความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศที่ถูกกระทบอย่างกว้างขวางโดยแถลงการณ์ร่วมนี้   หลังศาลรัฐธรรมนูญตีความความมุ่งหมายของมาตรา 190  โดยให้รวมถึงหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ  นพดลกระทำไปโดยรู้อยู่แล้วเป็นอย่างดีในความเสียหายดังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงถือว่าในการปฏิบัติหน้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจึงผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  และหัวหน้ารัฐบาลต้องทราบดีถึงความอ่อนไหวของประเด็นซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตและวิกฤตการณ์ทางสังคมแต่ยังเป็นฝ่ายขอดำเนินการเพื่อช่วยเหลือฮุน เซ็นให้นำผลประโยชน์ของประเทศชาติมาใช้เป็นเครื่องมือ  จากสถานะของสมัครหัวหน้ารัฐบาลที่ได้รับความไว้พระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับว่าเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่จะมีนักการเมืองไทยคนใดจะมีความคิดเช่นนี้ สมัครจึงมีเจตนาร่วมกระทำผิดร่วมกับนพดลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆได้ถูกนำมาแจ้งต่อที่ประชุมครม.ในเวลาอันสั้นจึงไม่น่าจะรู้ถึงข้อเท็จจริง ผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้จึงไม่มีเจตนากระทำความผิดร่วม  ทั้งหมดนี้จะจบลงด้วยการดำเนินคดีอาญา

หลังจากการชี้มูลนพดล ปัสสาวะก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์มีแค่เลขานุการเท่านั้น ที่ออกมาเปิดเผยว่าจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ 30 ก.ย. ส่วนทางด้าน สมัคร สุนทรราชป่วยเป็นโรคมะเร็งอย่างหนักอาการไม่ค่อยดีนักกำลังถูกย้ายจากห้องผู้ป่วยเข้าห้องไอซียู

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีเห็นว่าที่ฮุนเซนให้สัมภาษณ์เป็นวิธีการพูดให้เป็นข่าว  ยืนยันอย่างเดียวว่าจุดยืนเดียวของไทยคือรักษาดินแดน สิทธิ อธิปไตยของเราและต้องการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีและจะไม่ให้เสียเปรียบในด้านการดำเนินการและกฎหมายระหว่างประเทศ   ทั้งๆที่เวลานี้เขมรเปิดฉากชัดเจนแล้วว่า ไทยเป็นศัตรูแต่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะยังดีแต่พูดว่าไทยยังไม่เสียดินแดน ฮุนเซนคงมองว่าขณะนี้ทางการไทยกลัวสงครามรัฐบาลถึงแสดงท่าทีใช้วิธีการเจรจามากกว่าใช้กำลังทหารซึ่งบุคคลสำคัญระดับประเทศของไทย ยืนยันว่าหลักการเจรจาเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างสันติทำให้เรื่องราวทุกอย่างจบลงด้วยดี  ในเมื่อทางเขมรแสดงท่าทีเช่นนี้แล้วรัฐบาลไทยถึงยังมองว่าการเจรจาเป็นวิธีแก้ปัญหาอยู่อีกหรือห่วงผลประโยชน์นักการเมืองหลายคนของไทยในเขมรจนไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศ

ฮุนเซน กล่าวชื่นชม พล.อ.พล สะเรือนที่ได้ ฉีกแผนที่ที่ฝ่ายไทยนำขึ้นวางบนโต๊ะเจรจาในระหว่างการประชุมเจรจาปัญหาชายแดนระหว่างสองฝ่ายที่ผ่านมาที่ไม่เคยมีการเปิดเผยมาก่อน   ผู้นำเขมรยังกล่าวอีกว่าตนเองจะฉีกแผนที่ดังกล่าวเช่นกันถ้าหากนายอภิสิทธิ์นำขึ้นวางบนโต๊ะเจรจาในโอกาสข้างหน้า  เพื่อบอกให้ฝ่ายไทยรู้ว่า ไม่ควรใช้แผนที่ที่ จัดทำขึ้นเองแต่ฝ่ายเดียวในการเจรจาและยังได้สั่งการมิให้คณะเขมรทุกคณะ เจรจากับฝ่ายไทยต่อไปหากไทยยังใช้แผนที่ที่ไม่ได้รับการยอมรับและจะเจรจาบนหลักการและใช้แผนที่ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีก่อนเท่านั้น

ชายแดนไทย-เขมรด้านเขาพระวิหารจ.ศรีสะเกษตึงเครียดสมใจฮุนเซน   ทหารเขมรเสริมกำลังตลอดแนวรอบเขาพระวิหารนำปืนกลและอาวุธหนักขึ้นมาตั้งฐานและหันปากกระบอกปืนมายังฐานปฏิบัติการทหารไทยพร้อมเผชิญหน้าทหารไทยต่างฝ่ายเตรียมพร้อมเต็มที่   แฉทหารเขมรพร้อมอาวุธครบมือลอบรุกล้ำเขตแดนไทยด้านช่องโดนโปรอยต่อ อ.ภูสิงห์-ขุนหาญ กลางดึก เกิดปะทะ 5 นาทีก่อนเผ่นหนีกลับไปคาดว่าเป็นกองกำลังที่เกี่ยวข้องกับขนส่งสินค้าของเถื่อนประเภทยาเสพติด กรณีที่ฮุนเซนขู่จะยิงคนไทยที่บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.รอบปราสาทพระวิหารว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในของเขมรซึ่งทางการไทยจะไม่ก้าวล่วงแต่ท่าทีเช่นนี้เป็นเรื่องปกติของประเทศเล็กกว่าที่มีปัญหากับประเทศใหญ่กว่าก็จะใช้พื้นที่สื่อให้เกิดประโยชน์   เขมรซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพน้อยกว่าไทยจึงใช้สื่อเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตัวเองนอกจากนี้ประเทศที่เล็กกว่าก็มักจะใช้โอกาสที่มีการประชุมนานาชาติบ่อยครั้งสร้างวาระขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่สนใจไม่ต่างกับที่อิหร่านทดลองยิงขีปนาวุธระหว่างการประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาตินายปณิธาน วัฒนากรรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสรุป    ไทยซึ่งเป็นประเทศที่ใหญ่และมีศักยภาพมากกว่าก็ต้องยืนยันจะใช้หลักสันติวิธีและนำปัญหาข้อถกเถียงเข้าสู่การเจรจาคณะกรรมการชายแดนรวมถึงการเจรจาระดับผู้นำประเทศ  ในการประชุมยูเอ็นที่ผ่านมานายบัน คี มูนเลขาธิการยูเอ็นก็ได้สอบถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงและชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งทั้งหลายเกิดขึ้นก่อนที่ยูเนสโกจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ดังนั้นไทยจะดำเนินการทุกทางเพื่อชะลอไม่ให้มรดกโลกมีผลเดินหน้าเพราะถ้าปล่อยให้มรดกโลกเดินหน้าจะเกิดปัญหาตามมามากมาย

รายการคนในข่าว(mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Footage/Newsmaker_290909.wmv)ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีนายเติมศักดิ์ จารุปราณดำเนินรายการมีคุณวีระ สมความคิดภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารและร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ผู้ประสานงานกองทัพธรรมมาร่วมพูดคุยถึงท่าทีของรัฐบาลไทยกับความแข็งกร้าวของเขมร  คุณวีระมองท่าทีที่เข็งกร้าวของเขมรว่าเป็นอาการของคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังฝันสลายหลังชาวไทยตื่นตัวรุกคืบทวงคืนเขาวิหารเพราะหากมีการผลักดันให้ชาวเขมรออกไป     โอกาสที่เขาจะนำปราสาทเขาพระวิหารไปจดทะเบียนคงเป็นไปไม่ได้ง่ายๆอีกแล้ว  ฮุน เซนจะถูกการเมืองภายในกดดันอย่างหนักและความลับทั้งหลายจะถูกเปิดเผยว่าคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือตัวฮุน เซนเองไม่ใช่ชาวบ้านร้านช่องที่ไหน  กรณีที่ฮุนเซนประกาศว่าพื้นที่ 4.6 ตร.กม.เป็นของเขาพร้อมให้ทหารสริมกำลังเต็มที่หากใครรุกล้ำเขาให้ยิงตอบโต้ทันทีที่ส่อให้เห็นเจตนาว่าพูดจริง  หากนายก สุเทพ เทือกและนายกษิตบอกว่าไทยยังไม่เสียดินแดนและมั่นใจว่าฮุนเซนพูดขู่ไปอย่างนั้นเองก็อยากให้กอดคอกันเดินเข้าไปในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.แล้วดูว่าทหารเขมรจะยิงไหม  ตามกฏบัตรสหประชาชาติ ไม่มีข้อห้ามให้ประเทศไม่ให้ใช้กำลังในการป้องกันอธิปไตยของตัวเองและรัฐภาคีก็ไม่มีสิทธิเข้าแทรกแซงด้วยที่จริงรัฐภาคีควรจะเข้าไปปรามเขมรที่เข้ายึดแผ่นดินไทยแล้วยังจะมาขู่ยิงคนไทยอีกต่างหากถึงจะถูก  การไปลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมรมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ตั้งแต่สมัยทักษิณเป็นนายกฯ แล้วตกทอดมายังสมัคร สุนทรราชที่เป็นนอมินีสานต่อและต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้ฮุนเซนเป็นนายกฯต่อเพราะหากฮุนเซนแพ้เลือกตั้งผลประโยชน์ต่างๆ ที่ตกลงกันมาต้องชะงักทันที   อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเขมรฉลาดที่ไปดึงเอาประเทศมหาอำนาจเข้ามาร่วมด้วยโดยแลกกับผลประโยชน์เพราะประเทศเหล่านั้นล้วนเป็นประเทศหลักของทูตยูเนสโกที่พยายามรับรองให้เป็นมรดกโลกทั้งสิ้นแม้ว่าจะขัดต่อระเบียบที่ตัวเองร่างมาทั้งสิ้น ขอประณามยูเนสโกที่หลับหูหลับตาขึ้นทะเบียนเขาวิหารเพราะบริเวณนั้นเต็มไปด้วยกับระเบิดมีทหารทั้งสองฝ่ายตรึงกำลังกันอยู่    รัฐบาลนี้ที่ปล่อยให้อันธพาลจัดตั้งมาทำร้ายประชาชนชาวไทยที่ทวงอธิปไตยรอบเขาวิหารโดยก่อนหน้าที่ตนจะนำประชาชนเคลื่อนขบวนได้ประกาศออกสื่อว่า มีผู้ว่าฯ สั่งปิดปั๊มน้ำมัน ปิดโรงแรม กีดกันขบวนที่จะขึ้นไปทวงอธิปไตยรอบเขาวิหารคืน ตรงนี้รัฐบาลสามารถสั่งผู้ว่าฯ สั่งตำรวจให้รักษาความปลอดภัยได้แต่ไม่ทำ หากรัฐบาลทำจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเลยและจะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้เพราะต้องรู้ความเป็นไปในบ้านเมืองอยู่แล้ว   ที่ว่ากลุ่มอันธพาลจัดตั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐจากที่สังเกตระหว่างทางตำรวจจะค้นอาวุธขบวนผู้รักชาติตลอดเส้นทางอย่างระเอียด แต่ฝ่ายตรงข้ามถือมีดสปาตาร์ยืนข้างตำรวจโดยตำรวจนิ่งเฉยไม่ได้เข้าไปจับกุมแต่อย่างใด ลำพังคนพวกนี้ไม่มีศักยภาพพอที่จะก่อเหตุอย่างโจ่งแจ้งถ้าไม่ได้มีการยกไฟเขียวจากรัฐ จึงทำให้เห็นภาพถืออาวุธ มีด ปีน กลางวันแสกๆ กลางถนนสาธารณะ   อีกอย่างขณะนั้นตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มีมากกว่าคนพวกนี้ตั้งเยอะแต่ปล่อยให้มาทำร้ายประชาชนมือเปล่าแล้วอย่างนี้จะบอกไม่รู้เห็นเป็นใจได้อย่างไร   มีทหารบางคนเอารถไปรับชาวเขมรจากพื้นที่ 4.6 ตร.กม.มาอยู่ที่บ้านภูมิซรอลตั้งแต่วันที่ 18 เพื่อรอดักรอทำร้ายชาวไทยที่จะไปทวงคืนอธิปไตย  ยิ่งฮุนเซ็นมาพูดอย่างนี้ทหารไทยยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวถือว่าเราหมดศักดิ์ศรีแล้วและต่อไปทหารคงไม่ต้องเองงบประมาณไปซื้ออาวุธให้เปลืองภาษีของประชาชนปล่อยให้คนมือเปล่าไปเจรจาดีกว่า ส่วนที่บอกว่ามีการเหยี่ยดหยามด้วยการฉีกแผนที่ตรงนี้ถือเป็นความตกต่ำในการเจรจาของไทยที่สุด   รัฐบาลไทยอ่อนกับเขมรมากเกินไป   รัฐบาลต้องชัดเจน รัฐบาลไทยต้องเรียกทูตเขมรเข้าพบแล้วถามว่านายกฯของคุณพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร  ทางเขมรต้องการรบกับไทยใช่หรือไม่หากใช่ก็ไล่ทูตเขมรกลับไปทันทีเลยเพราะอย่างน้อยก็เป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ให้รัฐบาลเขารับรู้ว่าเราก็ไม่ยอม  หากเขมรไม่ออกจากพื้นที่พิพาทเราต้องผลักดันให้ออกไปและให้รื้อสิ่งปลูกสร้างที่เขาเอามาสร้างออกไปด้วย หากจำเป็นต้องแข็งกร้าวกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทวงสิทธิ์ของเรากลับคืนมาก็จำเป็นต้องทำไม่ใช่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างอยู่แบบนี้ตลอดไป รัฐบาลไทยต้องทำหนังสือยืนยันไปยังคณะกรรมการมรดกโลกว่าตอนนี้เดินหน้าเจรจาไม่ได้แล้วต้องถอนออกไปก่อนเพราะ 1. เราประกาศกฎอัยการศึก 2.พื้นที่นี้ไม่เหมาะที่จะเป็นมรดกโลกเพราะมีแต่กองกำลังทหารอีกอย่างตอนนี้เขมรประกาศว่าจะยิงทุกคนที่เข้าไปดังนั้นจึงไม่สมควรขึ้นเป็นมรดกโลก ข่าวกรณีเขาวิหารจะปิดหูปิดตาใครไม่ได้อีกแล้วหลังขบวนทวงคืนอธิปไตยรอบเขาวิหารขึ้นไปอ่านแถลงการณ์ที่ผามออีแดงโดยมีนักข่าวต่างประเทศไปทำข่าวจำนวนมากทำให้ทั่วโลกรู้ถึงความไม่ชอบธรรมดังกล่าว   พวกที่ชอบพูดว่าคนที่ไปทวงอธิปไตยเป็นคนคลั่งชาติเป็นพวกที่พูดพล่อย ไม่ดูความจริง คนที่ไป ไปด้วยสุภาพ  ด้วยความเสียสละ ทั้งเงิน ความสุขส่วนตัวแค่ต้องการไปอ่านแถลงการณ์เท่านั้นและที่เขาไปเสียงเพราะเขากลัวว่าจะเสียดินแดนไปจริงๆ    ที่ปะทะกันนั้นเป็นเพราะเราต้องการป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้านิ่งซึ่งถ้าหากคลั่งจริงต้องทำรุนแรงมากกว่านี้   แรกๆสื่อต่างชาติตีความเหตุการณ์วันที่ 19 ว่าขบวนผู้รักชาติ รับงานมาสร้างความวุ่นวาย การกล่าวหาอย่านี้เป็นการใส่ร้ายไม่เป็นธรรมไม่ต่างจากการใส่ร้าย โยนผิด เอาคนเดินบนถนนแล้วถูกยิงตายแล้วคุณมาบอกว่าทำไมมาเดินเพ่นพ่านให้ถูกยิง  ไม่ได้    ที่ผ่านมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตรเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันมีการละเลยปัญหาพื้นที่ชายแดนจนปล่อยให้ทางฝ่ายเขมรรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ เข้ามาตั้งรกราก สร้างอาคารต่างๆมากมายจนยากจะผลักดันออกไป มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มเข้าไปหาประโยชน์ปล่อยให้มีการเช่าพื้นที่ยอมให้ชาวเขมรเข้ามาใช้ที่ดินจนในที่สุดนำมาสู่ลักษณะการครอบครองปรปักษ์มายึดดินแดนโดยพฤตินัยหน้าตาเฉย เพราะผลประโยชน์เฉพาะหน้าของนักการเมืองในรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องบางกลุ่มเท่านั้นทำให้ปัญหาชายแดนไทย-เขมรเกิดความยุ่งยากและคาราคาซังเรื่อยมา ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา  ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนตั้งแต่ระดับนโยบายลงมาจนถึงผู้นำกองทัพบางคน  ที่ผ่านมามีข้อครหาในเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยที่คาดกันว่ามีแหล่งพลังงานจำนวนมหาศาลซึ่งมีความเกี่ยวพันไปถึงเขตแดนของประเทศด้วย  

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่เขาพระวิหาร รัฐบาล และกองทัพจะเล่นแต่บทเพื่อนที่แสนดีและเพลย์เซฟเกินเหตุด้วยการไม่ขยับตัวทำอะไรเลยไม่ได้อีกต่อไปด้านหนึ่ง ก็ต้องย้ำถึงอธิปไตยเหนือดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรด้วยการรีบเคลียร์คนของเขมรให้พ้นพื้นที่ทับซ้อนตามข้อตกลงเสียทีเพื่อไม่ให้กลายเป็นเงื่อนไขการปลุกระดมของคนในประเทศอีก     อีกด้านก็ต้องมีความฉับไวกว่านี้ในการเล่นเกมการเมืองและการทูตในเวทีระหว่างประเทศขืนปล่อยให้กลุ่มการเมืองทั้งในและนอกประเทศ ขย่มเล่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ นอกจากรัฐบาลจะรับแรงกดดันไม่ไหวจนอาจพังไปเองแล้วยังเสี่ยงต่อการพลาดพลั้งเสียทีในเวทีนานาชาติ และอาจตกหลุมพรางเสียดินแดนตรงนี้ไปจริงๆ เข้าสักวัน     หลังการลงทุนลงแรงเสี่ยงอันตรายทุกรูปแบบของภาคีเครือข่ายประชาชนทวงคืนแผ่นดินไทยรอบปราสาทพระวิหารได้เข้าไปในพื้นที่เมื่อสัปดาห์ก่อนได้สร้างแรงกระเพื่อมพอสมควรอย่างน้อยก็ทำให้ทุกฝ่ายได้หันกลับมาให้มาสนใจกับปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังอีกครั้งอย่างน้อยก็จะทำให้คนไทยที่ไม่รู้ข้อมูลหรือสื่อทุเรศบางกลุ่มที่จงใจบิดเบือนจะได้รู้สึกละอายบ้าง 

สิ่งที่ต้องจับตาก็คือการแสดงท่าทีล่าสุดของสุเทพ เทือกที่จะเดินทางไปเจรจากับฮุนเซนในเร็วๆ นี้   สุเทพ เทือกมีหน้าที่โดยตรงหรือไม่  ครั้งก่อนนั้นก็ได้สร้างความกังขาให้กับสังคมว่าซ่อนเร้นอะไรหรือไม่  ลดบทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่   น่าจับตาว่าทุกครั้งที่เดินทางไปเยือนจะเป็นช่วงที่มีความตึงเครียดเรื่องเขตแดนทุกที  เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย หรือไปในฐานะส่วนตัว  ช่วยไม่ได้ที่จะถูกตั้งข้อสงสัยว่าไปเจรจาเพื่อเคลียร์พื้นที่ทับซ้อนหรือผลประโยชน์ทับซ้อนกันแน่เพราะมีโอกาสเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลก่อนๆได้  เราสามารถเชื่อมโยงเหตุและผลหลายๆอย่างได้เช่นเมื่อเขมรสามารถขยับเขตแดนเข้ามาในประเทศไทยได้แล้วก็ย่อมมีผลต่อเส้นเขตแดนตั้งแต่บนบกลงทะเลอ่าวไทยซึ่งจะมีผลกระทบไปถึงพื้นที่ของไทยอีกมากมายอันจะส่งผลร้ายต่อพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยที่มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล    ประเทศที่มีอำนาจมากกว่าย่อมไม่มีใครเขายอมก้มหัวให้ประเทศที่เล็กกว่า  ทำไมประเทศไทยถึงต้องก้มหัวให้เขมร  เศรษฐกิจไทยเราใหญ่กว่าเขมรประมาณสัก 50 เท่า  ไทยเรามีเงินมากกว่าเขมร 60 เท่า  ถ้าเราปิดด่านการค้า ปิดเที่ยวบิน (ห้ามบินเข้าเขมร) ถามว่าใครเดือดร้อน  แล้วมาชำระประวัติศาสตร์ในระหว่างที่ให้ประกาศดินแดนเขาพระวิหารเป็นเขตเป็นกลางอยู่ในความดูแลของ UN กอรปกับทำสงครามจิตวิทยาเชิงเศรษฐศาสตร์ในบริบทของเวทีโลก  คณวีระ สมฯเคยพูดในรายการว่าทหารที่ไปด้วยพูดให้ฟังว่าสุเทพ เทือกแทบจะคลานเข้าไปหาฮุนเซนเลยแล้วฮุนเซนก็เข้าไปประคองสุเทพ เทือกให้ลุกขึ้น   ผบ.ทอ.กับคณะเคยพากันบินหางจุกตูดไปหาผบ.ทอ.เขมรมาทีหนึ่งแล้ว  นี่สุเทพ เทือกก็จะรีบไปกราบเท้าพ่อเขมรมันอีก นี่มันอะไรกัน  เพื่อผลประโยชน์ของตัวและพวกพ้องก็พร้อมจะละทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นไทยและยอมขายยอมแลกสมบัติชาติเพื่อพวกตัวและตัวกู   ตรงบ่อน้ำมัน นั้นมันของไทยหรือเขมร  แล้วจะไปเจรจากับเขมรให้บริหารร่วมตรงบ่อน้ำมันทำไม  ชาวบ้านขอทำกินในพื้นที่ฟาร์มของสุเทพบ้างได้ไหม  อะไรที่เป็นผลประโยชน์ของชาติหัดเอามาพูดให้มันหนักแน่นบ้างสิ