แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันหยุดจาบจ้วงเบื้องสูงได้แล้ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันหยุดจาบจ้วงเบื้องสูงได้แล้ว แสดงบทความทั้งหมด

23 เมษายน 2553



ดวงเมืองไทยนั้นเมื่อดาวพฤหัสบดีจรได้มาตรฐานเป็นเกษตรเข้าเรือนของตนแต่ทับดาวราหูในภพวินาศและยังเป็นศรีจรในทางทักษาอีกทั้งดาวเสาร์จรมาอยู่ในภพอริอันเป็นเดชจรในทางทักษา  ผู้สันทัดกรณีบางท่านว่าจะเกิดความวิบัติหายนะแก่ประเทศเพราะดาวโคจรเข้ามุมอับซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง  แม้จะเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการเสียเลือดเนื้อ บาดเจ็บล้มตาย อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด  แต่อย่าลืมประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระบารมีของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" คอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นดวงประเทศจึ่งไม่มีทางล่มจม  ถ้าจะมีผลอะไรอยู่บ้างก็แค่มีผลเพียงให้ต้องปิดบังตัวเองให้อยู่ที่ลับและไม่อาจตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาดเท่านั้น  ส่วนที่สี่แยกราชประสงค์นั้นทุกมุมมีเทพชั้นสูงประจำอยู่ ใครทำชั่วทำไม่ดี ทำความสกปรกในบริเวณนั้นเท่ากับเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นและย่อมได้รับการลงโทษ  กระนั้นก็ขอให้ทุกคนจะได้สบายใจและอย่าได้เศร้าสลดใจกับความสูญเสียเพราะพวกเขาเลือกที่จะมากันเอง  แต่การรอตำรวจ-ทหารท่านจะเบาไปหาหนักกว่าจะเสร็จ  ประเทศชาติ พระราชวงศ์จักรีของเราก็อาจเสร็จไปก่อนแล้วก็ได้  ถ้ารัฐบาลเอาไม่อยู่ ทหารเอาไม่อยู่  เป่านกหวีดเมื่อไร มีเฮ คนไทยกว่า 60 ล้านคน+คนไทยทั่วโลกที่จงรักภักดีต่อพระราชวงศ์พร้อมสู้ถวายชีวิตเป็นราชพลีแน่นอน  พวกเขาจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังมีความเป็นไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ที่ทรงก่อตั้งชาติไทย ทรงปกป้องประเทศไทยของเราให้เป็นเอกราชมายาวนานจนถึงทุกวันนี้   พวกเขาไม่เคยเห็นด้วยและไม่บังควรที่จะมีอ้ายและอีหน้าไหนนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมือง

บางส่วนจากคำทำนายของโหรกรหริศ บัวสรวง

ในอดีตเยอรมนีโมเดลมีฮิตเลอร์ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำสูงสุดนำเยอรมันเข้าสู่สงคราม  พ่ายแพ้ เยอรมนีพินาศย่อยยับ
ญี่ปุ่นโมเดลผ่านสงคราม ถูกทิ้งระเบิดปรมาณู พระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นได้ปลดนายพลโตโจ ตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ญี่ปุ่นจึงยังไม่พังพินาศ
อิตาลีโมเดล  มุสโสลินีทำสงครามโลกจนพ่ายแพ้  พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลปลดมุสโสลินีแล้วทรงตั้งนายพลทหารเรือ คนหนึ่งเป็นนายกฯจึงสามารถยุติสงครามโลกลงได้ อิตาลีจึงยังไม่ย่อยยับไป
ฝรั่งเศสโมเดล  กลุ่มจิรองแดงกับกลุ่มจาโกแบงขัดแย้งและปราบปรามกันเองหนึ่งปีเต็ม  พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พระนางมารี อังตัวเน็ตถูกปฏิวัติ คนตายมากมาย วันนี้คุณไม่สามารถเดินในเมืองหลวงอย่างปารีสได้เหมือนกับที่เคยทอดน่องในเมืองไทยเพราะอาจจะมีคนมาช่วยคุณถือกระเป๋าส่วนตัวไปดื้อๆ ข้าวยากหมากแพง
โซเวียตโมเดล  ราชวงศ์โรมานอฟถูกโค่นโดยเลนินที่สั่งการสังหารคนบริสุทธิ์ไปมากมาย แล้วอย่างไรสุดท้ายรัสเซียก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
สหรัฐฯโมเดล  แม้ว่าสหรัฐฯจะไม่เคยมีกษัตริย์อย่างชาวบ้านชาวเมืองเขามีกัน  อนาธิปไตยที่ผู้คนต่อต้านระบบกฎหมาย สังหารคนบริสุทธิ์ไปมากมาย

หนังสือบิดเบิอนการสิ้นพระชนม์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดลอย่างกงจักรปีศาจ The Devil’s Discus ของสหายฝันค้างทั้งหลายได้วนเวียนกลับมาอีกรอบหนึ่งในทศวรรษนี้หลังจากที่ห่างหายไปจากความทรงจำของสหายฝ่ายซ้ายยยยยยยยหลายต่อหลายคนมานานมากแล้ว  สหายหลายคนร่วมพัฒนาชาติไทยแล้วสุดท้ายพวกเขาก็ได้รับรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับจากป่านั้นไม่มีอะไรดีไปกว่าที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักของพวกเราชาวไทยได้ทำให้ได้พระราชทานให้ปวงชนมาตลอดพระชนมายุของพระองค์  สหายแทบจะทั้งหมดได้สาบานตนและเข้าร่วมการพัฒนาชาติไทยเมื่อครั้งที่รัฐบาลเปรมได้ออกนโยบาย 66/23 เพื่อเป็นแนวทางใหม่สำหรับการแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองระหว่างคนไทยด้วยกัน  จริงๆแล้วคนไทยที่เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้น ก็คือคนที่รักชาติ-รักประชาธิปไตยเหมือนคนไทยทั่วไปนั่นเอง เพียงแต่พวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือทนเห็นพี่น้องคนไทยร่วมชาติได้รับความไม่เป็นธรรม-ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ได้  ยังคงมีสหายอกหักไม่กี่คนที่ได้รับพระมหากรูณาธิคุณภายใต้นโยบาย 66/23 ที่ยังไม่เคยสำนึกถึงพระมหากรูณาธิคุณในครั้งนั้น    อย่างในปีที่แล้วผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสานและภาคกลางยังเคยมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯจัดการปัญหาการชดเชยตามแผน 66/23 ครั้งนี้ไม่เกี่ยวเสื้อแดง  ย้ำไม่ร่วมมุดใต้ดินป่วนชาติกับกลุ่มใด

สหายพวกนี้แอบแฝงอยู่ในสังคมอย่างเนียนๆ เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง ในวงการต่างๆมากมายอย่างในวงการสื่อสารมวลชน ในมหาวิทยาลัยนรกที่ชอบเปิดตอนดึกๆ  ในวงการค้า วงการธุรกิจ  ในวงการวิชาการ ครูอาจารย์  คนพวกนี้บิดเบือนประวัติศาสตร์ของชาติ ยัดเยียด ความคิดของตนสู่คนรอบตัวและเด็กรุ่นใหม่ๆที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่รู้จักตัวตนของคนไทยมาก่อนต้องได้รับข้อมูลที่ถูกจัดคั้ง จนวันหนึ่งสังคมไทยได้ตระหนักกับเด็กคนหนึ่งที่ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากรอย่างไอ้แมมมอสที่ต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ " ผมและเพื่อนได้ตัดสินใจแล้วว่า จะปฏิบัติการยืนยันสิทธิ์ของเราอีก ซึ่งอยากเชิญชวนทุกท่านที่รักอิสรภาพ รักความเสมอภาค และต้องการต่อสู้กับความอยุติธรรมโปรดปฏิบัติการร่วมกัน ผมไม่ได้คาดหวังคนมากมาย มี 10 คน ก็ไป 10 คน มี 5 คน ก็ไป 5 คน มี 2 คน ก็ไป 2 คน แต่ก่อนที่จะไป หากมีคนสนใจก็อยากให้ช่วยกันพูดคุยด้วยว่าเราไปปฏิบัติการที่ไหน, วันไหน (วันธรรมดาหรือเสาร์อาทิตย์ดี), หนังเรื่องอะไร และรอบกี่โมง เมื่อได้ความชัดเจนแล้วอาจจะมีจดหมายเชิญชวนที่ค่อนข้างทางการออกมา" จนมีการถกเถียงกันในวงสังคมอย่างกว้างขวาง เช่น ที่พันทิป  ออก NBT วิพากษ์เหตุการณ์นี้ จนปธ.สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ถูกเลิกจ้าง แล้วมาฟ้องร้องศาล แต่ทางบจก.ระบุใส่เสื้อ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ออก NBT ทำเสียชื่อ

ต่อมาในการก้าวเข้ามาสู่วงการการเมืองของตักขี้ กินชะมัดนั้น  สหายใกล้ตัวของตักขี้ได้โหนกระแสเงินของตักขี้ในการสานต่อเจตนารมย์ถ่อยของพวกมัน  หนึ่งในก้าวนั้นที่ต่อจากกงจักรปีศาจที่กล้าวล่วงพระภัทรมหาราชของเราต่อพระราชบัลลังก์คือการจ้างผีโม่แป้งด้วยการพิมพ์หนังสือกษัตริย์ไม่เคยยิ้ม/The King Never Smilesที่เขียนโดย Paul M Handley แปลออกมามากมายหลายภาษาเพื่อการบั่นทานพระบารมีด้วยการใส่สีตีไข่ให้ร้ายพระปฐมบรมกษัตริย์ของพระราชวงศ์จักรีว่าไปปล้นสดมภ์พระราชบัลลังก์มาจากพระเจ้าตากพระมหาราขพระองค์หนึ่งของไทย รัชสมัยของพระองค์นั้นเลวอย่างนี้ ชั่วอย่างนั้น  ตราบจนสาเหตุที่พระภัทรมหาราชไม่เคยทรงแย้มพระสรวลในที่สาธารณะ ก้าวล่วงมาจนถึงพระบรมราชินี พระราชบุตร พระราชธิดาของพระองค์อย่างเลยเถิด จาบจ้วง ล่วงละเมิดอย่างรุนแรง   ดังนั้นการที่ทรราชคนหนึ่งที่ตักตวงผลประโยชน์ไปจากเมืองไทยอย่างหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ได้ดำเนินการต่อยอดความชั่วด้วยการกล่าว การกระทำ ก้าวล่วงพระราชอำนาจ วัดรอยเท้าเทียบเบื้องพระยุคลบาท ทำพิธีในวัดพระแก้ว ให้บริวารจัดการต้อนรับด้วยธง "ทรงพระเจริญ"  พูดจาจาบจ้วงในวาระต่างๆอย่างต่อเนื่อง  ยังภาพรวมยังไม่ฉายชัด  คนที่เคยดึงเรื่องพวกนี้ออกมาพูดถูกตำหนิ ติเตียนสาดเสียเทเสีย

คนใกล้ตัว สหายในปีกชั่วๆ ถือโอกาสทองโหนกระแสเงินของตักขี้อย่างมันปาก เช่น อีเพ็ญ จักรภร เพ็ญขาและใจรัญ แซ่อึ้งที่กินบนเรือน แล้วขี้รดหลังคา อีดา ตอปิโดที่วันนี้ติดคุกทั้งตัวและปากจากผลกรรมที่ได้จาบจ้วงองค์พระภัทรมหาราชไม่สามารถอ้าปากได้จากการที่ขากรรไกรค้างกระทั่งปากเน่าในที่สุด  กับสหายถ่อยๆอีกมากมายต่างก็จาบจ้วงและหนีไปตั้งหลักในต่างประเทศกันถ้วนหน้ายกเว้นอีดาคนคนเดียวที่จนและหนีไม่ทัน  คนพวกนี้กระทำการกันอย่างเป็นกระบวนการ ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายไม่เว้นกระทั่งบุคคลที่เกาะกินหลบอยู่ในร่มเงาของพระบารมีในศาลในกองทัพมากมายในหลายๆปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นคนหลายๆคน เวปนรกหลายๆไซท์ โจมตี จาบจ้วงเบื้องสูงอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ราวกับดอกเห็ด แล้วชาวบ้านห่างไกลเล่า วิทยุุมชนก็เป็นช่องทางหนึ่งที่พวกมันใช้

หลัง 10 เมษาผ่านไปนักจัดรายการวิทยุฝีปากหมารายหนึ่งเที่ยวโพนทะนาไปทั่วว่า “อีกไม่นานตักขี้จะกลับเมืองไทยแล้ว”   ในขณะที่หมอวรชัยหมอรักษามะเร็งมือฉมังสังกัดโรงพยาบาลหลวง แต่ไม่ชอบรักษาคนจน เบียดบังเวลาราชการแอบไปรับจ๊อบพระรามเก้าวันพฤหัสเช้าแถมดันไปรับงานนอกที่ดูไบ คนไข้เกิดมะเร็งลามแล้วเกิดช็อกจากการคีโม  งานนี้อำมาตย์สันดานไพร่ตนนี้เดินหมากตาสุดท้ายสั่งบริวารลุยล้มกระดานจนชาติมีภัยและกำลังลามเลียพระราชบัลลังก์ พวกไพร่เดินเกมเปลี่ยนระบอบพร้อมกันทั้งองคาพยพ  เรื่องราวของรัฐใหม่  การล่มสลายของราชวงศ์ต่างๆทั่วโลก  ถูกแพร่สะพัดไปทั่วประเทศจากสื่อแดง  ไพร่ฟ้าของใต้ฝ่าพระบาทฯ กลายเป็นไพร่แดง จาบจ้วงล่วงละเมิดพระองค์และพระราชวงศ์อย่างอหังการ  ไม่ใช่ว่าคนตุลาฯและสหายซ้ายสุดขั้วที่โหนเงินตักขี้เพื่อการล้มเจ้าเพิ่งมาคิดเรื่องล้มเจ้า สถาปนารัฐไทยใหม่ในเวลานี้   แต่คนจัญไรตระบัดสัตย์พวกนี้ใช้นโยบาย  66/23 มาลบล้างความผิดของพวกเขากลับนำความเคียดแค้นชิงชังฝังหัวมาใช้ในวันนี้  บุญบารมีไม่คิดสร้างแล้วยังจะมาก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศชาติอีก  อย่างสุรชัย แซ่ด่านที่ตอนนี้รวบรวมสมัครพรรคพวกกลุ่มแดงสยาม เป็นอนาธิปไตย ต่อต้านและหวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์โจ่งแจ้ง หยาบคาย โป้ปด ผ่านสื่อต่างๆทั้ง On Line / off line รวมมือกับใจ(รัน) อึ๊งภากรณ์      แกนนำไพร่แดงถ่อยอย่างวีระ มุสาไปวันๆก็เคยถูกตัดสินจำคุกเพราะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและได้รับพระมหากรุณาธิคุณอภัยโทษให้ก็หวนสู่สังเวียนล้มเจ้าครั้งนี้ด้วย

ส่วนตัวตักขี้เองนั้นก็ก้าวล่วงพระองค์บ่อยๆ ว่าพระองค์จะเป็นผู้ที่ทรงพระเมตตานำทรพีคนนี้กลับมาได้  ตักขี้ใช้มวลชนว่าจ้างให้กดดันเบื้องพระยุคลบาทด้วยการถวายฎีกา ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆก้าวล่วงพระองค์อย่างเนียนๆบ่อยๆ ระหว่างที่มันขี่ม้ารอบค่าย บริวารของมันก็กัดแซะข้าราชบริพารของพระองค์เช่นพลเอกเปรม พลเอกสุรยุทธิ์ พลเอกพิจิตรและเชื้อพระวงศ์อย่างหนัก  ยิ่งไปกว่านั้นตักขี้ยังใช้ศาลที่ทำงานใต้ร่มเงาของพรองค์ฟ้องปิดปากคนนั้นคนนี้อย่างมันมือ ที่ตักขี้พลาดก็คือไม่สามารถแก้ไขคำตำหนิเตือนของหลวงตามหาบัวพระอริยะแห่งดินแดนพุทธภูมิได้ "หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด เตือนตักขี้ให้กลับเนื้อกลับตัวเมื่อปี48โน่น ถ้าไม่กลับตัวกลับใจจะเป็นดังนี้ 1 ไม่มีแผ่นดินอยู่ 2 ทรัพย์จะไม่เหลือ 3 แม้แต่ชีวิตจะรักษาไว้ไม่ได้"   ผู้คนทั่วไปเริ่มสงสัยพฤติกรรมของตักขี้หนักขึ้นเมื่อมีการเปิดคำพิพากษา! ตักขี้ อยากเป็นประธานาธิบดีที่เที่ยวไปฟ้องสุเทพเมือกสุบรรณเข้า ล่าสุดตักขี้ก็โด่งดังขึ้นอีกครั้งในกรณนี้เมื่อหลุดให้สัมภษษณ์ไทม์ออนไลน์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อบนของขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมร จากชุดความคิดแบบนี้ของตักขี้และบริวารจึงหลั่งไหลออกมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้ากือนา เจ้ามูลแม้ว พระชินวัตรไร้สุขะมุนีที่มีเค้าหน้าเหลี่ยมๆเป็นขนมเปียกปูนเลย กระแสพระเจ้าตาก(ผ้า) ที่ตักขี้ต้องส่งน้องเขยไปทำพิธีคล้ายขึ้นเถลิงถวัลย์ขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โบราณที่นครศรีฯตามตำนานที่ไม่เคยมีใครได้บันทึกเรื่องราวไว้ของพระเจ้าตากสินมหาราชที่ว่าท่านทรงเสด็จหลีกหนีความวุ่นวายไปผนวชอยู่ที่วัดพระศรีมหาธาตูที่นครศรีฯ  ความเชื่อที่ว่าราชวงศ์จักรีช่วงชิงพระราชบัลลังก์ไปจากพระเจ้าตากสินมหาราช  เป่าหูยัดเยียดชุดความคิดให้ต่อต้าน จาบจ้วง ล่วงละเมิดพระยุคลบาทในทางใดทางหนึ่ง  แต่กระนั้นคนใจรัญแบบนั้นมันไม่เคยยอมรับต่อสาธารณะถึงพฤติกรรมโกหกที่ทำประจำจนกระทั่งตักขี้คิดว่าไอ้ที่มันโกหกไปนั้นเป็นเรื่องจริง

น้ำหยดลงหิน ทุกวันๆ โดยที่รัฐบาลต่างๆหลังการถีบคนขี้โกงในปี 49 ตกเก้าอี้ไม่ยอมปิดสื่อแดง  ไม่เคยคิดใช้สื่อรัฐให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและราชบัลลังก์ ไม่เคยแม้แต่คิดจะตัดตอนจนสื่อแดงเลยเถิดสามารถสะสมอิทธิพลสูงส่งและยากต่อการปิดในวันนี้   ตอนนี้จะคลายปมสักเท่าไรหรือประเทศไทยจะก้าวหน้าไปข้างทางหรือไม่ก็สายเกินไปแล้ว    เวลานี้นักธุรกิจที่นอบน้อมต่อตักขี้ กินชะมัด สื่อแดง นักวิชาการที่ปรารถนาล้มเจ้า ทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศ ข้าราชการ อดีตนายกรัฐมนตรีคุณภาพต่ำ อดีตนายกอีกคนของไทยที่หน้าเหมือนปลาตีน อดีตนายกที่มีวาสนาน้อยที่สุดในไทย ชาวบ้านผู้ยากไร้ถูกหลอกลวง อาจารย์แอบคอมมิวนิสต์ในจุฬาและธรรมศาสต์ ไอ้เหวง ไอ้มิ๊ง ไอ้เลี๋ยบ ไอ้อ๋อย ไอ้เหวง ไอ้จรัล ดิษฐาฯ พวกบ้าอำนาจเงินที่รับจ้างตักขี้ก่อการร้าย นักการเมืองของตักขี้และนักวิชาการเนกไทแดงหลายคนให้สัมภาษณ์เปิดใจไม่อ้อมค้อม “ระบบประธานาธิบดี-ดีและถูกกว่าระบบพระราชา”  มาไล่รัฐบาลให้ต้องพลิกขั้วและสุดท้ายล้มเจ้าอย่างน่าอดสูด้วยเงินจากการโกงบ้านกินเมืองทั้งสิ้น   เดนคนพวกนี้กำลังทำอนาธิปไตยให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์   ล้างสมองและสร้างระบอบหฤโหด  หวังทำลายพระบารมีอันบริสุทธิ์ของพระองค์ ต้องการแบ่งแยกดินแดน ล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำเรื่องระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท   ก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าแรงสูง ก่อวินาศกรรมคลังน้ำมัน ก่อวินาศกรรมรถไฟฟ้า ก่อการกบถ มีการใช้กองกำลัง มีการใช้อาวุธสงครามขนาดหนัก มีการก่อการร้าย  สร้างความขัดแย้งของคนในสังคมทุกภาคส่วนตั้งแต่ในวงการสงฆ์จนถึงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน  มีการปลุกระดมมวลชน   มีการใช้สื่อปลุกปั่นให้คนเข้าใจผิดในหลายเรื่อง

กาลเวลาผ่านมาหกเจ็ดปี ตราบจน 23 เม.ษ. 53 ผบ.ทบ.ป๊อกแป๊กเพิ่งตื่น เพิ่งรู้และออกมายอมรับกับสังคมว่าพบข้อมูลขบวนการมุ่งโจมตีสถาบัน   เขาจะนำข้อมูลมาเปิดเผยต่อไป แต่พอผ่านมาอีกวันหนึ่งท่าทีที่เคยแข็งกร้าวก็อ่อนระทวยวงไปเป็นลำดับ



สงสารก็แต่ทหารตัวเล็กตัวน้อยพวกนี้ที่ต้องมารองรับแผนอุบาทว์ของเจ้านาย

19 สิงหาคม 2552

ตัดปมปัญหาของประเทศไทย

Cut the Gordian Knot (มิใช่ตัดกรรม แต่เป็นการตัดปมปัญหาของประเทศไทย)

โดย รศ.ดร.ชวินทร์ ลีนะบรรจง,รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย 19 สิงหาคม 2552 17:29 น.


ผู้นำที่แท้จริงบางครั้งก็ต้องใช้การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด “ฟันฉับ” เพื่อแก้ปมเงื่อนวิกฤตต่างๆ ที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงให้ขาดออกในคราวเดียวดังสำนวน Cut the Gordian Knot ซึ่งในเชิงคติพจน์อาจหมายความได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยากที่จะแก้ไขได้ด้วยการกระทำที่หนักแน่นเพียงครั้งเดียว ดุจดังตำนานการแก้ปมเชือกที่ผูกไว้อย่างยุ่งยากของกอร์ดิอุส (Gordius)โดยจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างอเล็กซานเดอร์มหาราช(Alexander the Great) ที่ใช้ดาบฟันปมเชือกที่กอร์ดิอุสผูกไว้เพียงครั้งเดียวก็คลี่คลาย และเป็นไปดังคำทำนายว่าผู้ใดสามารถแก้ปมเชือกนี้ได้จะได้เป็นผู้พิชิตเอเชีย

ปมปัญหาของประเทศไทยในขณะนี้ที่มีความยุ่งยากไม่แพ้ปมของกอร์ดิอุสก็เนื่องมาจากทักษิณ ชินวัตรที่ได้สร้างกรรมและสร้างปมปัญหาของประเทศไทยให้ยุ่งยากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง

แถลงการณ์ของทักษิณ ชินวัตร ฉบับที่4/52 ที่เผยแพร่ตามสื่อสารมวลชนและเว็บไซต์ต่างๆ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่าปมปัญหาของประเทศในขณะนี้เป็นอย่างไร

ผม (ทักษิณ ชินวัตร- ผู้เขียน) ขอ เรียนว่า ผมไม่ใช่ผู้หนีคดี เพราะผมไม่ยอมรับการกระทำรัฐประหาร ผมไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยบุคคลเหล่านี้ ผมไม่ยอมรับการยัดเยียดข้อกล่าวหาของผู้ยึดอำนาจ ผมไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมที่คณะผู้ยึดอำนาจหยิบยื่นให้

ประชาชน ทั้งประเทศทราบดีว่าการซื้อที่ดินรัชดาฯ นั้น ได้ซื้อโดยการยื่นประมูลราคาสูงสุดต่อกองทุนฟื้นฟูฯ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจใดๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ซื้อ การประมูลได้กระทำโดยสุจริต เพราะหน่วยงานของรัฐได้ยืนยันว่าภรรยานายกฯ สามารถยื่นประมูลเพื่อสู้ราคาได้ เรื่องนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ก็มีการบิดเบือนว่าผมทุจริต ซึ่งเป็นความเท็จ

ประเทศไทยยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้ถ้าไม่มีความปรองดองของคนในชาติ ความปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ายังไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริงและความยุติธรรมในสังคม และความยุติธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามีการใช้กฎหมายอย่างไม่เท่าเทียมและ เลือกปฏิบัติ เพราะขณะนี้กลไกของรัฐได้ตีความและใช้กฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือทำลายผู้ เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองเท่านั้น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงเป็นที่ประจักษ์ของคนในสังคม


ประเด็นปัญหาที่แท้จริงของทักษิณ ชินวัตรก็คือการไม่ยอมรับอำนาจของประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจอย่างแท้จริงผ่านช่องทางอำนาจอื่นๆ เช่น ทางศาล หรือ ทางนิติบัญญัติ ที่มิใช่แต่เพียงการเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ทักษิณ ชินวัตร จะไม่ยอมรับอำนาจที่มาจากรัฐประหาร เพราะไม่ว่าประชาชนคนไหนก็ไม่ยอมรับด้วยกันทั้งนั้น แต่คดีที่ดินรัชดาฯ ที่ถูกฟ้องร้องและตัดสินไปเรียบร้อยแล้วนั้นได้ดำเนินการภายใต้อำนาจที่ปวงชนชาวไทยได้มอบอำนาจไว้ให้กับผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอัยการ หรือศาล ภายใต้กฎหมายที่กำหนดโดยกติกาสูงสุดคือรัฐธรรมนูญมิใช่หรือ?

ไม่มีผู้ใดจะขัดขวางหรือไม่ยอมรับอำนาจนี้ได้ เพราะปวงชนชาวไทยได้ตกลงปรองดองกันแล้วมิใช่หรือว่าจะยึดถือกติกาดังที่ว่านี้ มิเช่นนั้นประเทศไทยก็จะไม่มีนิติรัฐและจะไม่แตกต่างจากประเทศเผด็จการทั้งหลายในโลก

ประชาชนโดยทั่วไปจึงทราบเป็นอย่างดีว่าโดย กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 ที่มีมาก่อนทักษิณ ชินวัตรเข้าสู่อำนาจและใช้บังคับกับทุกคนมิใช่แต่เพียงทักษิณ ชินวัตรแต่เพียงคนเดียว เพราะไม่ต้องการให้เกิดการขัดกันของผลประโยชน์จึงห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งรวมถึงทักษิณ ชินวัตรด้วยในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีตำแหน่งสูงสุดเป็นคู่สัญญาทำธุรกิจการค้ากับรัฐ เนื่องจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเอื้อประโยชน์ให้เมียเข้ามาซื้อขายที่ดินในราคาที่รัฐเสียประโยชน์ได้โดยง่าย

คตส. แม้ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินลงโทษ เพียงแต่รวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงที่หน่วยงานอื่นๆ ไม่กล้าที่จะดำเนินการ เช่น การตรวจสอบว่าในขณะที่มีการซื้อขายที่ดินดังกล่าวทักษิณ ชินวัตรยินยอมให้เมียไปซื้อหรือไม่ สถานการณ์จดทะเบียนของทั้ง 2 คนยังครบถ้วนสมบูรณ์ในเวลาดังกล่าวหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดราคากลางหรือไม่อย่างไร ทั้งหมดนี้ก็เพื่อส่งให้ศาลวินิจฉัย เพียงแต่เมียเท่านั้นที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ศาลจึงไม่สามารถลงโทษได้ในกฎหมายมาตรานี้ ทักษิณกำลังกล่าวเท็จอย่างร้ายกาจ

ด้วยความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรัฐบาลตัวแทนของทักษิณก็ดี การก่อการจลาจลเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็ดี หรือการยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษโดยอ้างว่าเป็นสิทธิหรือเพื่อความปรองดองก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นความพยายามของทักษิณที่จะให้หลุดพ้นจากอำนาจของประชาชนที่ลงโทษคนที่เสพติดอำนาจและลืมตัวเช่นทักษิณ ชินวัตร เพราะหากไม่กระทำประเทศไทยก็ยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้เพราะคนชั่วจะลอยนวล

ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไรหากมีความไม่เท่าเทียมกันเกิดขึ้นในสังคม คนที่ประพฤตินอกเหนือไปจากกติกาที่ตั้งไว้ไม่ถูกลงโทษ

ความถูกต้องและชอบธรรมจึงมิใช่ต้องมาจากจำนวนเหมือนเช่นที่ทักษิณ ชินวัตรพยายามที่จะกระทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ มิเช่นนั้นแล้วเมื่อต้องมาขึ้นศาล บรรดาโจรที่ออกเสียงข้างมากให้ปล้นและฆ่าเจ้าทรัพย์ก็จะอ้างความเป็นประชาธิปไตยเพราะอาศัยเสียงข้างมากในหมู่โจรรับรองการกระทำผิดของตนเองเพื่อให้กลายเป็นความถูกต้องหรืออย่างไร

หากทักษิณ ชินวัตรไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในสังคมนี้เพราะเห็นว่าไม่ถูกต้องแล้ว ทำไมไม่ต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกับ รัฐบุรุษ เช่น เนลสัน แมนเดลลา หรือผู้ได้รับรางวัลโนเบล เช่น อองซาน ซูจี พวกเขาเหล่านั้นยอมติดคุกมากกว่า 10 ปีเพื่ออุดมการณ์และความถูกต้อง ทำไมทักษิณจึงเที่ยวฟ้องร้องคนอื่นๆโดยอาศัยกระบวนการเดียวกับที่ทักษิณกล่าวหาว่าไม่ยุติธรรม หรือทำไมทักษิณจึงยอมรับการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อให้ตัวเองพ้นผิดจากข้อหาซุกหุ้นได้ทั้งๆ ที่มีข้อกังขาอย่างมากในวิธีการและคำตัดสิน ในขณะที่ศาลที่ตัดสินลงโทษทักษิณในคดีที่ดินรัชดาฯ ก็เป็นกระบวนการยุติธรรมในสังคมนี้เช่นกันที่พิจารณาคดีเช่นนี้มาแล้วกับคนอื่นๆ ไม่เชื่อก็ไปถาม นช.รักเกียรติก็ได้หากต่อไปทักษิณมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ด้วย

หรือความยุติธรรมที่ทักษิณสามารถยอมรับได้ก็คือตัวเองต้องถูกเสมอใช่หรือไม่?

นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังสามารถที่จะเป็นอเล็กซานเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้หากจัดลำดับความสำคัญปัญหาของชาติเสียใหม่และมีความเด็ดขาดพอ

สิ่งที่ได้รับรู้และประสบพบเห็นจากการดำเนินงานมากว่า 6 เดือนของรัฐบาลภายใต้การนำของอภิสิทธิ์ก็คือความพยายามในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าการเมือง และเป็นการบริหารภายใต้สถานการณ์ปกติมากกว่าที่จะตระหนักว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะไม่ปกติ เป็นการวางน้ำหนักผิดด้าน

นายกฯ อภิสิทธิ์ยังฟันปมกอร์เดียนไม่ขาด ดังนั้นปัญหาของประเทศไทยจึงแก้ไขไม่ถูกทาง

เพราะหากต่อมรับรู้ปัญหาของนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่เสียหรือบกพร่องก็ควรจะตระหนักได้ว่าปมปัญหาของประเทศในขณะนี้อยู่ที่การเมืองมากกว่าเศรษฐกิจ และปมที่ว่านี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าต้องตัดที่ทักษิณ ชินวัตรเท่านั้นปัญหาของประเทศจึงจะคลี่คลาย ทำให้หลายๆ คนรวมทั้งผู้เขียนคาดคะเนผิดไปว่ารถด่วนสายประเทศไทยที่ควรออกจากสถานีทักษิณไปนานแล้ว แต่กลับไม่ได้ขยับไปไหนได้ไกลก็เพราะ พขร.อภิสิทธิ์นั่นเองที่ไม่เด็ดขาด

การเกิดจลาจลช่วงสงกรานต์จนทำให้ประเทศไทยไม่สามารถจัดประชุมสุดยอดอาเซียนได้และถูกปองร้ายไม่ว่าจะที่พัทยาหรือที่มหาดไทย หากยังไม่ทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์รู้สึกถึงปัญหาที่ประเทศนี้เผชิญอยู่ได้ ก็ลองพิจารณาเพิ่มเติมดูว่าผลของการยื่นฎีกาขออภัยโทษให้ทักษิณ ชินวัตรสามารถดึงฟ้าให้ลงมาเป็นคู่กรณีกับประชาชนได้แล้วหรือไม่ และจะเป็นเงื่อนไขบั่นทอนความมั่นคงภายในประเทศต่อไปอย่างรุนแรงมากกว่าจะเป็นการปรองดองอย่างที่แอบอ้างหรือไม่

ความสำเร็จของฎีกาแดงจึงมิใช่อยู่ที่ได้ยื่นแล้วหรือไม่ หากแต่อยู่ที่ความสามารถในการดึงเอาประชาชนมาเป็นคู่กรณีกับสถาบันต่างหากซึ่งฝ่ายทักษิณได้กระทำสำเร็จแล้วตั้งแต่มีคนมาลงชื่อร่วมฎีกา แถมพรรคร่วมยังพยายามเดิมตามเกมที่เขาวางเอาไว้เอาจำนวนไปหักล้างเกทับกันอีก แล้วจะเกิดการปรองดองไปได้อย่างไร

ถ้าหากยังทำแบบนี้ เลี้ยงฝ่ายความมั่นคงไว้ก็เสียข้าวสุกเปล่าๆ

การรักษาความศักดิ์สิทธิ์หรือการบังคับใช้กฎหมายต่างหากจึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริงแต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำได้น้อยที่สุด

การแก้ไขปัญหาของนายกฯ อภิสิทธิ์ จึงเป็นการบริหารจัดการปัญหาในสิ่งที่ง่ายและตนเองถนัดก่อน ในลักษณะของสถานการณ์ปกติ อาจเป็นเพราะตัวเขายังมีอายุน้อยอยู่จึงสามารถยอมรับการเป็นฝ่ายค้านได้ในอนาคต การตัดสินปัญหาจึงเป็นไปในแบบรอมชอม ลูบหน้าปะจมูกแบบไทยๆ หรือประวิงประเด็นปัญหาหากสามารถกระทำได้ ไม่หนักแน่นและตรงประเด็นเหมือนดังเช่นที่ประชาชนผู้ที่ให้โอกาสอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์คาดหวังเอาไว้ ปัญหาที่แท้จริงและเป็นความเป็นความตายของประเทศจึงถูกละเลยไป

อย่าลืมว่าทักษิณ ชินวัตรกำลังเผชิญปัญหาในลักษณะของ “อยู่หรือตาย” โดยหลังชนฝาแล้ว ดังนั้นวิธีดำเนินการจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และพอจะคาดเดาได้หรือไม่ว่าการกระทำของคนที่ต้องสู้เพื่อมีชีวิตรอดกับคนที่ทำไปวันๆ เช้าชามเย็นชาม อันไหนจะเข้มข้นและหวังผลลัพธ์มากกว่ากัน

ตัวอย่างที่ดีก็คือในประเด็นปัญหาเขาพระวิหารที่ไทยมีกับกัมพูชา จะเห็นได้ว่าผิดไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อประชาธิปัตย์และอภิสิทธิ์เป็นฝ่ายค้านที่อภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ เพราะฝ่ายไทยเป็นฝ่ายตั้งรับเสียทุกๆ เรื่องมาโดยตลอด มีแต่เพียงฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายรุกไล่เป็นหลัก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสภาวะของปัญหาที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศเผชิญอยู่แตกต่างกัน ฝ่ายกัมพูชาต้องสู้และต้องรุกเพราะเป็นผลประโยชน์ใหญ่ในอนาคตของประเทศตน ในขณะที่ฝ่ายไทยทำตัวเป็นลูกอาเสี่ยยุควิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ที่ไม่รู้ตัวว่าธุรกิจที่ตนเองรับดูแลมาจากบรรพบุรุษกำลังจะล่มสลายได้โดยง่ายจึง บริหารจัดการปัญหานี้ไปวันๆ ไม่มีใครพูดชัดถ้อยชัดคำว่าแม้แต่ 1 ตารางนิ้วก็ไม่ยอมเสีย

หรือจะเอาปัญหาการจับตัวทักษิณ ชินวัตรกลับมาลงโทษตามคำพิพากษาก็ได้ ประเทศไทยไม่ใช่ตัวตลกที่จะยอมเชื่อว่าทักษิณ ชินวัตรไม่ได้อยู่ในประเทศนั้น ทั้งๆ ที่ทุกๆ คนยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างก็รู้ว่าจะไปหาทักษิณ ชินวัตรได้ที่ไหน มีการโทร.เข้ามาทั้งเสียงและภาพปลุกระดมกล่าวเท็จจากประเทศใดก็ทราบได้ไม่ยาก ทำไมฝ่ายความมั่นคงจึงยอมให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยโดยการให้ที่พักพิงกับทักษิณ ชินวัตรเพื่อการกระทำดังกล่าว

หากจะบอกว่ารู้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ก็สมควรพิจารณาตนเองว่าควรจะบริหารประเทศต่อไปอีกหรือไม่ จริงไหมคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง?

ผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์เช่นเดียวกับที่นายกฯ อภิสิทธิ์เคยเป็น แต่ในช่วงที่ผ่านมาแทบไม่ได้กล่าวถึงประเด็นทางเศรษฐกิจเท่าที่ควร สาเหตุก็เพราะมองปมปัญหาประเทศว่า หากไม่แก้ที่การเมืองให้มีความมั่นคงก่อนแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจก็ไม่สามารถแก้ไขโดยลำพังได้ เพราะประเทศไทยมาถึงจุดที่รับไม่ได้อีกต่อไปแล้วกับการเมืองเก่าที่เป็นตัวถ่วงการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวังเอาไว้นั้น โดยหลักก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าผู้บริโภคยังคงมีความต้องการจับจ่ายใช้สอยเหมือนเช่นเดิม ซึ่งจะเป็นไปได้อย่างไรหากผู้บริโภคไม่แน่ใจว่าประเทศชาติจะมีอนาคตเดินไปในทิศทางเช่นใดหากการเมืองยังเป็นเช่นนี้อยู่ เราจะอยู่ในบ้านเมืองที่เราเคยอยู่หรือไม่ มีตัวอย่างอยู่แล้ว เช่น ญี่ปุ่นในยุคทศวรรษที่ 1990 ที่เสียเวลาไปกว่า 10 ปี แม้ว่ามีการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าใด แต่ภาคประชาชนก็ไม่สนองตอบ จนกระทั่งยุคของนายกฯ โคอิสุมิ ที่ต้องเข้ามาแก้ไขปฏิรูปการเมืองให้คนเห็นเสียก่อนเป็นลำดับแรกว่าการเมืองแบบเก่าๆจะต้องหมดไป คนจึงจะเริ่มมีทัศนคติที่ดีต่ออนาคตของประเทศและเริ่มจับจ่ายใช้สอยหรือลงทุน

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องตัดปมปัญหาของประเทศเพื่อให้ชาติสามารถเดินหน้าได้ต่อไป

หมายเหตุ : เป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ผูกพันหน่วยงานที่สังกัด

03 สิงหาคม 2552

ผม ทหารของชาติและทหารของพระเจ้าอยู่หัว ก๊าบ


เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ธรรมะหรือความถูกต้องนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อทุกๆคนในทุกๆ สังคม ถ้าหากลองขาดเสียซึ่งธรรมะเสียแล้วก็ย่อมนำมาซึ่งความสับสน ความปั่นป่วน วุ่นวาย ภายในสังคม ทำให้เกิดความทุกข์บนความเดือดร้อนต่อประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น ประชาธิปไตยที่ถูกต้องเป็นธรรมนั้นไม่ว่าจะเรียกขานด้วยคำนิยามแบบไหนก็แล้วแต่...จะขาดเสียซึ่งธรรมะมิได้โดยเด็ดขาด...

26 กรกฎาคมที่ผ่านมาแกนนำเสื้อแดงได้จังหวะวางบิลกับคนไทยคนแรกที่มีคนร่วมอวยพรและจัดงานวันเกิดรวมถึงมหกรรมพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ให้ทั้งประเทศในงานแซยิดที่สร้างความร่ำรวยทันตา ให้แก่แกนนำเสื้อแดง มีการเล่นของ ปักกลดขึงผ้าดำโยงสายสินธ์พันกันไปพันกันมาแล้วเกณฑ์พระสงฆ์องค์เจ้ามานั่งล้อมวงคว่ำบาตร-หงายบาตรเหลือแต่ยังไม่ได้ควักควายธนูออกมาปลุกเสก บรรยากาศมันเลยออกไปทางมนต์ดำไม่ได้มีกลิ่นอายงานบุญงานกุศลเอาเลยแม้แต่น้อย อาศัยงานแซยิดมาทำการล่ารายชื่อประชาชนเป็นล้านๆเกิดจากการยุแยงตะแคงรั่วเพื่อบีบบังคับให้อาชญากรพ้นผิดโดยไม่ได้มองประชาชนอีก 60 กว่าล้านคนที่อยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกันว่าจะยอมกันไม่

แกนนำเสื้อแดงบางคนก็ได้โอกาสใครไอเดียดี ไอเดียเด็ดต้องงัดออกมาแสดงให้นายใหญ่ได้เห็นว่าฉันทำเพื่อนายจริง หลายๆคนสู้แล้วรวย ส่วนเจ้าภาพจะหมดจากงานครั้งนี้เท่าไหร่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด “ข้าฯ อยู่ไม่ได้ คนอื่นก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน”

ถ้าคิดจะขจัดความทุกข์ยากด้วยการสร้างกรรมใหม่เพื่อหวังที่จะลบล้างกรรมเก่าไม่ว่าจะโดยการไปลากเอาพระสงฆ์องค์เจ้าออกมาเสกมนต์ดำก่อให้เกิดกรรมกันเห็นๆ อาศัยความไม่รู้ของปวงชนมาใช้เป็นเกราะป้องกันการต้องโทษและยังเป็นการเบียดเบียนสถาบันสำคัญอันเป็นหลักของชาติอย่างตรงไป-ตรงมา คำว่าประชาธิปไตยในความหมายของผู้ซึ่งรักทักษิณมันจึงออกมาในแบบเลอะเทอะเละเทะสะเปะสะปะหนักขึ้นๆทุกที ยิ่งดูนักประชาธิปไตยเสื้อแดงทั้งหลายที่กรูกันเข้าไปล้อมโอ่งน้ำมนต์เพื่อหาเลขเด็ดเป็นของแถมหลังจากที่การสวดแล้วย่อมถือเป็นภาพสะท้อนการเมืองไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนยังไม่ได้พัฒนาอย่างเห็นได้ชัด

D Station ทีวีดาวเทียมก็กลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ระดมคนมาป่วนกรุงเทพได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ล่มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยาจนสำเร็จหรือเล่นงานอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีและสุเทพเทือกสุบรรณเกือบเอาตัวไม่รอดที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อถูกปิดไปก็ผุด People Channel ขึ้นมาแทนเชื่อมต่อคนเสื้อแดงที่สู้เพื่อทักษิณได้ตลอดเวลาแพร่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคยกเว้นภาคใต้สามารถหาดูได้อย่างง่ายดายจากเคเบิลทีวีท้องถิ่นไม่นับรวมสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผุดขึ้นมาชนิดที่ไม่ต้องการโฆษณาก็อยู่ได้อีกหลายฉบับหรือมีทีมข่าวที่ยังคงอยู่ในสายของทักษิณไปรวมศูนย์กันที่ช่องฟรีทีวีเรตติ้งสูงอีกที่คอยสนับสนุนและวิทยุชุมชนอีกทั่วประเทศที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดหน้าฝน คนพวกนี้ผลิตรายการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อช่วยทักษิณคืนเมืองโดยไม่สนใจบรรทัดฐานของกฎหมายและหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น

เดี๋ยวนี้มีภาพของนักโทษหนีคดีผุดขึ้นมาแทนที่ในรูปแบบเพลงและมิวสิควิดีโอที่ดูไปก็คล้าย“สรรเสริญพระบารมี”ไม่ผิดเพี้ยนไปหาดูได้จากทีวีเสื้อแดง

ท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์และอภิปรายถกเถียงทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อกรณีการถวายฎีกาในครั้งนี้ นับเป็นเวรเป็นกรรมของประเทศไทยและคนไทยทั้งประเทศ ที่เรามีสุเทพ เทือกสุบรรณที่เป็นถึงคนคุมความมั่นคงภายในประเทศแต่กลับปล่อยให้เสื้อแดงและหัวหน้าของมันอาละวาดไปทั่วทั้งแผ่นดินอย่างไม่ยำเกรงตัวบทกฎหมาย ท่องแต่คำว่าไม่มีเขา เราไม่ได้เป็นรัฐบาล ปกปิดความจริงปล่อยให้ประชาชนผู้รู้ไม่เท่าทันก็ตกเป็นทาสข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนของทักษิณต่อไป ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองมีความสับสน ประชาชนก็ต้องสับสน หน่วยงานต่างๆ นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็นหายไปไหนกันหมดนับเป็นอาเพศอย่างหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมือง ผู้คนแตกแยกแตกสามัคคีที่มุ่งร้ายหมายขวัญต่อกันประหนึ่งว่าเป็นศัตรู แต่กลับไม่มีความรู้สึกนึกคิดร้อนหนาวประการใดตอบโต้อริราชศัตรูตัวจริงหรือกับผู้ที่เป็นศัตรูของชาติเลย ไม่เพียงแค่นั้นใครกันคือผู้อยู่เบื้องหลังความหายนะทั้งปวงของชาติบ้านเมืองในวันนี้และใครกันช่วยคนชั่วปกปิดความจริงและใครกันกำหนดท่าทีที่แข็งขืน “ปล่อยให้พวกบ้านพระอาทิตย์มันด่าต่อไปเรื่อยๆ มันจะกล้ามาทำอะไรเราได้ ไม่ต้องกลัวพวกมัน”

พอมีคดีลอบยิงนายสนธิหน้าที่ของนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคือเมื่อพนักงานสอบสวนบอกว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในการทำคดี เรื่องมีแค่นั้นแต่ระหว่างที่ทำงานตรงนี้กลายเป็นว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตว่าจะปลดผบ.ตร.หรือไม่ปลด โยกย้ายหรือไม่ จะมัวเสียเวลากับเรื่องแค่นี้จนลืมไปว่าเป้าหมายสุดท้ายคือเรื่องคดี ถ้าให้บรรยากาศทุกคนไม่มีข้อครหามัวแต่พิสูจน์ว่าอันไหนจริงเท็จพอดีคนทำงานคลี่คลายคดีตรงนี้เกษียณไปเสียก่อน "เอาว่าอุปสรรคเป็นอย่างนี้ ผบ.ตร.เสนอมาเรื่องลาและเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้ง ผมก็เห็นด้วยก็คือตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องจะลาเมื่อไหร่ ลาพักร้อน พักหนาว ไปเมืองนอกหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ ตนให้ความเป็นธรรมและให้เกียรติกับทุกคน"นายกรัฐมนตรีกล่าว อาจเป็นเพราะอยู่ในภาวะกดดันจึงทำให้สุเทพเทือกต้องพูดออกมาว่าคุณพัชรวาทไม่ผิด

ไม่ผิดหรอกที่ใครสักคนและกระทั่งพี่ป้อมที่เป็นถึง รมว.กลาโหมคุมกองทัพมีอำนาจอยู่ในมือแล้วจะนิ่งดูดายได้อย่างไรจะคิดว่าน้องใครใครก็รัก ถึงแม้น้องป๊อดจะนั่งเอาตีนราน้ำไม่เคยคิดจะช่วยอะไรให้บ้านเมืองเลยเพราะแม้แต่จะช่วยตัวเองก็ยังแทบจะทำไม่ได้ ร้อนถึงพี่ชายต้องอุ้มเข้าเอว ออกมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงา ถามว่าน้องผมผิดอะไร(ทำไมต้องปลด) แถมยังส่งคนใกล้ชิดออกมาพูดจาทำนองข่มขู่รัฐบาลอีกต่างหาก การที่เลขานุการของพี่ป้อมยังออกมาขู่ว่าถ้าน้องป๊อดเป็นอะไรไปพี่ป้อมจะตอบโต้ทั้งวิธีการในกฎหมายและนอกกฎหมาย ทำนอกกฎหมายคือทำอะไรหรือพี่ป้อม จะยิงใครอีก มันเป็นไปได้อย่างไรรัฐมนตรีซึ่งยืนถวายสัตย์กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมีเลขานุการตัวเองบอกว่าจะสู้ในกฎหมายและนอกกฎหมายมีอย่างที่ไหน

น้องป๊อดเองก็ยังกระตุ้งกระติ้งกระดี๊กระด๊า โดยมีรายงานออกมาว่า 3 สิงหาคมนี้จะไปทำงานตามปกติที่สตช.ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีนในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ เป็นเวลา 10 วันจากนั้นจะกลับมาทำงานต่อไม่มีการลาราชการตามที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุ คนหน้าหอออกมาขู่อีกหากมีการฟ้องและศาลสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่คนที่หักพร้าด้วยเข่าออกคำสั่งต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ วันนี้เห็นได้ชัดแล้วว่าน้องป๊อดส่งสัญญาณชัดเจนขัดขืน-แข็งข้อ ต่อผู้นำประเทศโดยไม่ลาพักทั้งสั้นทั้งยาว จะเป็น ผบ.ตร.ต่อไป แค่ข้อเสนอแนวนิ่มที่นายกฯอภิสิทธิ์แนะทางออกให้ลาราชการถูกตอกกลับหน้าหงายแบบนี้ดาบผู้นำเลยไร้ความศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นของเล่นพลาสติกใช้จิ้มแหย่เล่นเท่านั้น
หรือน้องป๊อกแป๊กที่ได้สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนอย่างยิ่งกับการที่ไม่ยอมออกมาแสดงจุดยืนในการปกป้องสถาบัน “ผมในฐานะทหารของชาติและทหารของพระเจ้าอยู่หัวไม่มีความเห็นครับ” ทั้งที่การเป็นทหารของชาติจะต้องมีหน้าที่หลักคือพร้อมปกป้องและพลีกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ทั้งพี่ป้อม-น้องป๊อดกำลังซวนเซเจียนอยู่เจียนไปหลายรอบทว่าเมื่อพี่ป้อมหวังในตัวน้องป๊อกแป๊กอย่างมากนั้นเหลียวหากำลังใจจากน้องป๊อกแป๊กเพื่อหวังให้น้องป๊อกแป๊กมาช่วยค้ำเก้าอี้อำนาจให้น้องป๊อดอีกแรง

ด้วยที่พี่ป้อมรู้ดีว่านายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้นเกรงใจน้องป๊อกแป๊กอย่างมากหลังจากช่วยทำให้อภิสิทธิ์ผ่านพ้นวิกฤตการเมืองช่วงสงกรานต์เลือดมาได้ แต่น้องป๊อกแป๊กกลับเลือกที่จะเล่นบทประคองตัวปล่อยให้พี่น้องเผชิญชะตากรรมกันไปเองจนต้องไปพึ่งบริการทางการเมืองจากคนเสื้อน้ำเงินให้เชื่อมต่อไปถึงตอกย้ำต่อมความทรงจำไม่มีเขาก็ไม่มีเรา พี่ป้อมฟาดงวงฟาดงาได้ร้อนเร่าเสียจนน้องป๊อกแป๊กที่กลมกลืนทุกค่าย-เข้าได้ทุกขั้วต้องเพลย์เซฟอีกครั้งด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นยิ่งของนายพลผู้นี้ที่สามารถเล่นเกมกับอำนาจได้อย่างช่ำชองและมักไม่พลาด

แต่เมื่อพี่ป้อมยังไม่รู้ว่า “น้องผมผิดอะไร” ก็จะตอบให้ตาสว่าง เอาไอ้ที่ความผิดที่มีผลสำเร็จแล้วก่อน ส่วนความผิดวินัยและอาญาตามมาตรา 157 นั้นให้อดใจรอผลการชี้มูลของป.ป.ช.ชี้มูลในราวกลางเดือนสิงหาคมนี้ก่อนก็ได้

1) เริ่มจากมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดย “มิชอบ” ทำให้ราชการเสียหายกรณีเป็นประธานคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างบริษัทผลิตรายการโฆษณาและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 18.766 ล้านบาท เข้าข่าย “ฮั้ว” กับเอกชน ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวสอดีตผบ.ตร.เคยตั้งคณะกรรมการสอบสวน เมื่อวันที่ 17 ม.ค.51 แล้วพบว่ามีความผิดจริง
2) จากนั้นจึงได้ทำหนังสือถึงสมัคร สุนทรราชให้ย้ายน้องป๊อดมาช่วยราชการสำนักนายกฯ แต่เรื่องก็ถูกดองไว้จนกระทั่งในยุคของสมชายวงศ์ชายกระโปรงเป็นนายกฯ
ก็ได้ใช้เป็นเหตุผลลงนามย้ายมาช่วยราชการที่สำนักนายกฯ เมื่อ 28 พ.ย.51 แม้ว่าลึกๆแล้วจะมีเรื่องอื่นอีกหลายอย่างก็ตาม แต่นี่คือเครื่องยืนยันความผิดของน้องป๊อด แม้ว่าต่อมา ชวรัตน์ ชาญวีรกูลที่รักษาการรองนายกฯปฏิบัติราชการแทนนายกฯขณะนั้นจะลงนามโยกให้มานั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.ดังเดิมแบบมีเงื่อนงำก็ตาม
3) เรื่องที่ปล่อยให้คนเสื้อแดงไม่กี่ร้อยคนทำลายการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาเมื่อเดือนเมษายนที่พัทยาหรือปล่อยให้มีการทุบรถนายกฯ มุ่งหมายเอาชีวิตกันกลางเมือง อย่างนี้น้องป๊อดในฐานะผบ.ตร.ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือ การประชุมสุดยอดผู้นำไม่ใช่ประชุมสุดยอดผู้นำท้องถิ่นแถวบุรีรัมย์นะ
4) เหตุการณ์ที่พัทยาทั้งพี่ป้อมและสุเทพเทือกต่างก็มีความผิดและจะต้องร่วมรับผิดชอบในฐานะผู้นำกองทัพและมีกำลังทหารไปรักษาความสงบด้วย นี่ยังไม่นับเหตุร้ายที่กระทรวงมหาดไทยชาวบ้านร้านช่องเห็นภาพพี่ป้อมสติแตกสั่งให้ทหารติดตามและพลทหารออกไปรับหน้าพวกเสื้อแดงว่า “มึงออกไปๆ” เพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น

5) น้องป๊อดได้มอบหมายสั่งการให้ลูกน้องเป็นผู้รับผิดชอบและปฏิบัติการสลายการชุมนุมในเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชนอย่างร้ายแรง เสียชีวิต พิการ ขาขาด แขนขาด ลูกตาหลุด เนื้อสมองเสียหาย และบาดเจ็บอีกจำนวนหลายร้อยคน
นี่ไงความผิดของน้องป๊อดในต่างกรรมต่างวาระและยังมีกรณีถูกสงสัยว่าเป็นตอใหญ่ขัดขวางคดีลอบยิง สนธิ ลิ้มทองกุล โดยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ฯ ฯลฯ แค่นี้ผิดพอหรือยัง นายกฯอภิสิทธิ์ต้องกล้าหาญ อย่าไปกลัวคำขู่รีบร่างหนังสือแล้วเข้าเฝ้าฯ เลย จะปลดใครก็ปลดเลย คนบางคนนั้นเวลาใหญ่และดูเป็นนักเลงเที่ยวข่มขู่คนโน้นคนนี้เพราะตัวเองมีตำแหน่ง แต่เมื่อใดหลุดจากตำแหน่งเมื่อไม่มีลูกน้องที่คุมกำลังก็หมดความหมาย

พี่น้องทหาร ตำรวจ และประชาชนถูกฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นเบือทุกวันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่มีใครรู้สึกรู้สา เขมรเหยียดหยามเกียรติศักดิ์ของกองทัพไทยต่อให้สามต่อหนึ่งเลยเอา เขมรส่งกำลังทหารเข้าไปยึดที่ดินรอบปราสาทเขาพระวิหารเพิ่มเติมไปอีก 4.6 กิโลเมตร ขับไล่ทหารไทยออกนอกพื้นที่แล้วยึดครองอย่างสมบูรณ์ก็ไม่มีใครพูดจาว่ากล่าว เขมรแย่งยึดดินแดนอันเป็นอธิปไตยในอ่าวไทยเอาไปให้ชาติอื่นสัมปทานสำรวจขุดเจาะก๊าซและน้ำมันก็ไม่มีใครรู้สึกรู้สา พวกอริราชศัตรูจาบจ้วงล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์ก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่รู้สึกนึกคิดใดๆ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการและชาวบ้านตาสี ตาสา ยายมา ยายมีอย่างเราๆท่านๆให้ช่วยกันเตรียมปี๊บไว้สำหรับคลุมหัวจะได้ไม่ต้องคิดคำนึงถึงศักดิ์ศรีเกียรติภูมิใดๆ อีกต่อไป

25 กรกฎาคม 2552

เวลาของท่านนายกฯ เหลือน้อยแล้ว


โดย พลอากาศเอกเทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์24 กรกฎาคม 2552 14:57 น.
หลังจาก ฯพณฯ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้บริหารประเทศผ่านพ้นไป 6 เดือน ได้มีบุคคลต่างๆ ทั้งพวกที่สนับสนุนและต่อต้านท่าน พากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น ไม่ว่าสื่อมวลชน คอลัมนิสต์ นักวิชาการจากสถาบัน และอิสระไม่เว้นแม้คอการเมืองทั่วไปที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อทางอินเทอร์เน็ต สำหรับพวกที่คัดค้านหรือต่อต้านท่านนายกฯ แบบขวาตกขอบ ผมขอข้ามไปไม่ขอพูดถึงเพราะคนพวกนี้ ไม่ว่าท่านนายกฯ จะถูกหรือผิด ดีหรือเลว แม่ง.......ก็ด่าได้ทุกเรื่อง ค้านได้ทุกเรื่องไป

แต่ที่ผมอยากพูดถึงและออกจะแปลกใจเอามากๆ ก็คือ ได้มีกลุ่มคนที่ออกตัวว่าเคยรักใคร่และสนับสนุนท่านนายกฯ อยากให้อยู่นานๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง พากันออกมาติติงในลักษณะต่างๆ กันมากขึ้น บ้างก็ติเพื่อก่อบ้างติติงการทำงานที่ไม่มีเอกภาพไปยอมพรรคร่วมรัฐบาลมากไป ติว่าไม่มีผลงานผ่านไป 6 เดือนเปรียบเทียบกับรัฐบาลสมัย คมช.ที่ว่าแย่กลับแย่กว่า ปัญหาด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาชายแดนกัมพูชา ปัญหาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงโดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีและวิทยุชุมชนบางแห่งรัฐบาลยังแก้ไขไม่ได้เลย ทั้งที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือซ้ำร้ายสถานการณ์กลับเลวลงกว่าเก่า ขนาดนายกฯ และคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่บางจังหวัดไม่ได้ ไม่มีความปลอดภัย และที่น่าเป็นห่วงเอามากๆ ก็เห็นจะเป็นบรรดาลูกพรรคประชาธิปัตย์และคนที่สนับสนุนพรรคพากันออกมาแสดงอาการรังเกียจ และไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคในระยะหลังๆ แบบชนิดไม่เกรงใจหัวหน้าพรรคกันอีกต่อไปแล้ว

ถ้าท่านนายกฯ เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนคำพังเพยที่ว่า คนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อถือเป็นเรื่องปกติทางการเมืองก็ไม่ว่ากัน แต่ผมว่าท่านอย่าใจเย็นนะครับท่าน น่าจะให้ทีมงานที่ปรึกษาวิเคราะห์ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นแล้วรีบหาทางแก้ไขในกรณีที่ท่านห็นว่าข้อติติงนั้นมีเหตุผลและรับฟังได้

ผมเองก็เป็นแฟนคลับของท่านคนหนึ่ง จากสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ ผมอยากให้ท่านนายกฯ มีโอกาสได้บริหารบ้านเมืองเพื่อแก้วิกฤตชาติไปนานๆ เพราะผมยังมีความเชื่อและศรัทธา ถ้าจะนำนักการเมืองที่สังกัดพรรคการเมืองทั้งซีกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่มีอยู่ในเวลานี้ มาเปรียบเทียบคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีแบบภาษานักมวยที่พูดว่า หมัดต่อหมัด น้ำหนักปอนด์ต่อปอนด์ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ชนะขาดในเวลานี้ แม้จะเป็นนักมวยหน้าใหม่ โอกาสแสดงฝีมือยังน้อยแต่ก็แฝงเสน่ห์ไว้ด้วยความสุภาพเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าวและแถมรูปหล่ออีกต่างหาก

แต่อย่างไรก็ตาม คนที่รักกันและมีความปรารถนาดีต่อกันใช่ว่าจะตัองชมกันทุกเรื่องไป บางครั้งก็จำเป็นต้องท้วงติงกันบ้าง เสนอแนะกันบ้างส่วนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็คงไม่ว่ากัน แต่ก็ขอกราบเรียนว่ากระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ เหมือนบทความที่ผมเคยเขียนเรื่อง ต้องกล้าๆ หน่อยท่านนายกฯ ภายหลังพวก นปช.ปฏิบัติการสงกรานต์เลือดไม่กี่วัน ผมเคยเชียร์ให้ท่านนายกฯ กล้าตัดสินใจ ให้มีความเด็ดขาดในการแก้ปัญหา อย่าซื้อเวลากับเรื่องบางเรื่อง ในฐานะที่เคยเป็นทหารเก่าแม้จะเกษียณราชการมาแล้วก็ตาม ผมรู้สึกไม่สบายใจและไม่เห็นด้วยกับนโยบายด้านความมั่นคงบางเรื่องของท่านนายกฯ และบรรดาน้องๆ นายทหารที่เป็นบิ๊กๆ อยู่ขณะนี้เกี่ยวกับการซื้อเวลา

เรื่องแรก ก็คือ การปล่อยให้คนกลุ่มเสื้อแดงและคนกลุ่มที่เคยแสดงออกถึงการไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกมาปลุกระดมล่ารายชื่อ หนึ่งล้านชื่อเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ นช.ทักษิณ ชินวัตรโดยไม่แคร์ต่อความรู้สึกของประชาชนผู้มีความจงรักภักดี ได้มีบุคคลมากมายที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นนักวิชาการด้านกฎหมาย เป็นสื่อสารมวลชน ฯลฯ พากันออกมาทักท้วง บอกว่ามันทำไม่ได้ มันผิดขั้นตอน เพราะทักษิณยังไม่เคยรับโทษในคุก มันไม่ถูกขั้นตอนตามกฎหมาย

ไม่ว่าจะล่ารายชื่อได้ครบหรือไม่ จะได้มีโอกาสถวายฎีกาหรือไม่ก็ตาม การที่นายกฯ ปล่อยเวลาให้ยาวนานออกไป โดยที่กลุ่มผู้ดำเนินการยังไม่ยอมยุติได้สร้างความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่อาจจะปฏิเสธได้ เป็นการยอมให้คนผู้ไม่หวังดีแต่ประสงค์ร้ายดึงสถาบันลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทุกวันนี้เพื่อชักชวนประชาชนให้มาลงชื่อร่วมด้วย ได้มีสถานีวิทยุชุมชนบางแห่งปลุกระดมข้อความอันเป็นเท็จรวมถึงใบปลิวเถื่อนโจมตีสถาบันว่อนไปทั่วทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ผมมีความเชื่อโดยไม่มีความสงสัยว่าท่านนายกฯ ก็ทราบเรื่องนี้ รองนายกฯ สุเทพก็ทราบหน่วยงานความมั่นคงก็ทราบ แต่ทำไมไม่ดำเนินการยุติเรื่องนี้โดยเร็วจะรอให้เกิดความเสียหายมากไปถึงไหน ท่านเป็นผู้บริหารสูงสุดของชาติจะรอให้ใครมาสั่ง คงไม่มีแล้วท่านต้องกล้าตัดสินใจเองเพื่อรักษาสถาบันเอาไว้

กลุ่มบุคคลต่อไปที่ผมเห็นสมควรถูกตำหนิในเรื่องเดียวกันนี้ ก็คือบรรดาบิ๊กๆทหารของกองทัพและและรมว.กห.ซึ่งเป็นอดีตทหารเก่าเช่นเดียวกับผม ตลอดเวลาที่เกิดเรื่องนี้ ผมไม่เห็นบิ๊กทหารคนไหนออกมากล่าวปกป้องสถาบันในฐานะที่ดำรงตำแหน่งนายทหารราชวัลลภรักษาพระองค์ ท่านทั้งหลายล้วนเคยกล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแล้วทั้งนั้นว่า ข้าฯ จะยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า แล้วทำไมเมื่อถึงเวลาและโอกาสที่สมควรพูดหรือแสดงออกกลับไม่มีเหมือนกลัวดอกพิกุลจะหลุดจากปาก

เรื่องการจาบจ้วงสถาบันมีมานานและหนักขึ้นเรื่อยๆ ผ่านมาถึงรัฐบาลปัจจุบันนึกว่าจะเบาลงก็เหลว มันเป็นหน้าที่ของพวกท่านแล้วที่จะต้องบอกรัฐบาลว่าเรื่องนี้ทหารรับไม่ได้ ถ้าท่านได้พูดด้วยเหตุผลและความบริสุทธิ์ใจแล้วรัฐบาลยังเฉยหรือเข้าเกียร์ว่าง ก็คงตัองจับเข่าคุยกันระหว่างพี่ๆ น้องๆ ในฐานะทหารรักษาพระองค์ว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อรักษาคำปฏิญาณนั้นไว้ให้ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้ว วันที่ 3 ธันวาคมที่จะถึงนี้พวกท่านจะกล่าวคำปฏิญาณว่าอย่างไร

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขอแสดงความเห็นต่างมุมกับท่านนายกฯ กรณีตำรวจตั้งข้อหาแกนนำ พธม.และคณะว่าเป็นผู้ก่อการร้ายสากล ท่านนายกฯ ได้แสดงจุดยืนว่าท่านจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในเรื่องนี้ได้มีผู้รู้ออกมาแสดงความคิดเห็นประเด็นของข้อหาว่าน่าจะไม่ถูกต้องและไม่เข้าหลักเกณฑ์ และเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาชี้นำอย่างแน่นอน พธม.ไปรายงานตัวแต่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาแถมมีการฟ้องกลับเรื่องจึงทำท่าจะบานปลายและผลเสียของเรื่องนี้จะกระทบต่อท่านนายกฯ และพรรคประชาธิปัตย์อย่างไม่ต้องสงสัย ข้อหานี้แม้จะมีโทษหนักถึงประหารชีวิต แต่คนเหล่านั้นเขาไม่เคยกลัวเพราะข้อหากบฏก็โดนมาแล้ว เพราะตั้งตามใบสั่งทางการเมืองท้ายสุดศาลท่านก็ไม่รับฟ้อง แต่ที่เขาโกรธก็เพราะข้อหานี้มีเจตนาจะกำจัด รัฐมนตรี กษิต ภิรมย์แต่เพียงผู้เดียว โดยฝีมือคนในพรรคประชาธิปัตย์บางคนร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลและการร่วมกระทืบซ้ำโดยพรรคฝ่ายค้าน เพราะเรื่องนี้มันเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะรัฐมนตรีกษิตเป็นคนที่รู้ทันทักษิณ เกาะติด กัดไม่ปล่อยเป็นมวยที่ถูกคู่ที่สุดและเป็นคนที่ทำให้ทักษิณเหลือที่ยืนในต่างประเทศน้อยลงเรื่อยๆ

ท่านกษิตแม้จะเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์แต่ก็เป็นฮีโร่ในดวงใจของ พธม.จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้ากษิตถูกต้อนจนตกเวทีเมื่อไร ท่านนายกฯ และพรรคการเมืองของท่านก็จะถูกบรรดา พธม.ทำให้เวทีทางการเมืองของประชาธิปัตย์เล็กลงอย่างไม่มีข้อสงสัย เพราะเพียงท่านอยากจะบอกว่าท่านเป็นกลางแม้ข้อหาจะไม่ถูกต้องและเป็นธรรม จะทำอะไรก็ต้องรีบแล้วละครับ ผมเดาว่าท่านนายกฯ ก็คงรู้ข้อหาการเมืองเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ถึงวันนี้คนตั้งข้อหาเขาพูดว่าผู้ก่อการดี แล้วทำไมท่านปล่อยบรรดาคนรอบข้างและพรรคฝ่ายค้านละเลงสีจนเลอะ ท่านนายกฯ เองก็เปลืองตัวเอาเวลาเรื่องนี้ไปใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองดีกว่า

ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์มีประวัติในอดีตที่งดงาม มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วัยเด็ก วันนี้ความฝันของท่านก็เป็นจริงแล้ว ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย แต่ผมไม่ทราบว่าท่านฝันจะเป็นนายกฯ ที่ประชาชนคนไทยจดจำและยกย่องเชิดชูในคุณงามความดี หรือสักแต่ได้ชื่อว่าเป็นนายกฯ เหมือนอดีตนายกฯ คนก่อนๆ ก็พอแล้ว ท่านอาสาเข้ามาบริหารประเทศในเวลาที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต ประชาชนต้องการผู้นำที่กล้าหาญ เด็ดขาดและมือสะอาด ท่านต้องไม่ลืมธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องมงคลชีวิต 38 ข้อแรกเลยคือ การไม่คบคนชั่วเป็นมิตร

ผมขอเรียนว่าคนรอบข้างท่านช่วยเหลืองานท่านมีทั้งคนดี คนไม่หวังดีและคนชั่ว ถ้าท่านยังแยกแยะไม่ออก หรือมัวแต่เกรงใจ เวลาในการบริหารบ้านเมืองที่ดูเหมือนว่ามันเหลือน้อยอยู่แล้วจะยิ่งน้อยไปอีก มิตรเทียมของท่านกำลังทำลายท่านตลอดเวลา และคนที่เคยรักและชอบท่านกำลังจะลดน้อยลงและทิ้งท่านไปเรื่อยๆ เพราะท่านไม่ได้ทำตามที่ท่านเคยเขียนไว้ในหนังสือของท่านเลย

และสุดท้ายอยากกราบเรียนว่า คดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำมวลชนและสื่อมวลชนอย่างโหดเหี้ยมและอุกอาจ เป็นเสมือนฝีร้ายในตัวรัฐบาลที่กำลังอักเสบและรอเวลาที่จะแตก ความลับมันไม่มีในโลก ใครเกี่ยวข้องบ้าง ท่านนายกฯ ก็คงทราบนานแล้วจากการรายงานของตำรวจ แต่การไม่รีบเร่งดำเนินการเพราะคิดว่ายังเก็บความลับไว้ได้หรือเกรงใจคนบางกลุ่ม จนคนร้ายหลบหนีทำลายหลักฐาน ท่านให้สัมภาษณ์ว่าเจอแต่ตอ ถ้าไม่รีบผ่าตัดเอาฝีร้ายออกก่อนที่มันจะแตกหนทางที่จะรอดก็เหลือน้อยแล้วละครับ

08 กรกฎาคม 2552

พระเจ้าอยู่หัวฯทำได้แค่เพียงหวังให้พวกคุณทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท









บรรดาลิ่วล้อขบวนการเครือข่ายเพื่อแม้วทั้งหลายต่างฉวยโอกาสออกมากดดันจี้ให้นายกฯอภิสิทธิ์ให้ปลดนายกษิต ภิรมย์พ้นเก้าอี้รมว.ต่างประเทศหลังจากที่นายกษิตถูกฝ่ายตำรวจตั้งข้อหาร้ายแรงและถูกออกหมายเรียกในความผิดฐานก่อการร้ายกรณีร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสนามบินทั้งสองเมื่อปลายปีที่แล้ว
การไม่มีนายกษิตจะทำให้
ทักษิณตกลงผลประโยชน์กับฮุนเซนได้ง่ายขึ้นดังนั้นหากนายกษิตลาออกเท่ากับรัฐบาลยอมถอยในทางนโยบายต่อเขมรและถือว่าเพลี่ยงพล้ำในทางยุทธวิธี ที่น่าจับตามากที่สุดในเวลานี้เป็นเรื่อง
ผลประโยชน์อันมหาศาลในเรื่องปราสาทพระวิหารพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร และดินแดนอธิปไตยของไทย 1.5 ล้านไร่ ตลอดจนผลประโยชน์ทางพลังงานในพื้นที่อ่าวไทยที่ฝ่ายกัมพูชากำลังรุกล้ำอย่างหนัก ซึ่งเชื่อว่าไม่สามารถที่จะเจรจากับนายกษิต ภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ยินยอมในเรื่องเหล่านี้ได้ ในวันนั้นนายกษิต ภิรมย์คราวที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาชุมนุมอยู่บนสะพานชมัยมรุเชฐเสนอทางออกเรื่องปราสาทพระวิหารว่า“ให้ทำหนังสือยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาส่งให้ประเทศกัมพูชาและคณะกรรมการมรดกโลก”ซึ่งถึงวันนี้รัฐบาลก็ยังไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว ช่างบังเอิญว่านายกษิต ภิรมย์ในช่วงหลังไม่ได้เป็นผู้เจรจากับฮุนเซนในเรื่องปราสาทพระวิหารและผลประโยชน์ในอ่าวไทยอีกต่อไป แต่กลับเป็นนายสุเทพ เทือกฯไม่เจรจาเรื่องปราสาทพระวิหารและการรุกล้ำอธิปไตยไทยของเขมรแต่กลับไปเจรจาอย่างขะมักเขม้นในเรื่องผลประโยชน์พลังงานในอ่าวไทยซึ่งดูเหมือนว่าจุดยืนจะไม่เหมือนกับนายกฯอภิสิทธิ์ แต่ทะลึ่งเป็นเป็นความคิดที่เหมือนเป็นพวกเดียวกันกับนพดล ปัสสาวะและสมัคร สุนทรราชไม่ผิดเพี้ยน ฝ่ายกัมพูชามีแต่ได้กับได้มีแต่โอกาสที่จะได้ดินแดนทางบกและทางทะเลตลอดจนพลังงานในอ่าวไทยเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ฝ่ายไทยได้แต่นับวันมีแต่ความเสี่ยงที่เสียดินแดนทั้งทางบกและทางทะเลตลอดจนสูญเสียพลังงานในอ่าวไทยเพิ่มมากขึ้นทุกวันเพราะคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่คำนึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนแต่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติตัวเอง คนอย่างนายกษิต ภิรมย์จึงย่อมไม่เป็นที่พึงปรารถนาของคนเสื้อแดงและระบอบทักษิณไม่เป็นที่ต้องการในการเจรจาของฝ่ายกัมพูชาและคนขายชาติยังต้องการกำจัดอีกด้วย

สมัยรัฐบาลเป็นฝ่ายค้านก็เคยเห็นดีเห็นงามในการคัดค้านขึ้นทะเบียนเขาวิหาร ก่อนนี้รัฐบาลเองก็เคยคัดค้านการขึ้นทะเบียนมาตลอดและกัมพูชามันผิดกฎหมายอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกต้องไม่กระทบกับอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอีกประเทศหนึ่ง ไม่มีเขตุกันชน ไม่มีเขตพัฒนา ไม่มีแผนบริหารจัดการ ผิดหลักการคุ้มครองมรดกโลก กัมพูชาจะทำได้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากไทยอย่างแรงกล้า กัมพูชาจะไม่ผิดหลักการถ้ารัฐบาลไทยจะขึ้นร่วมจดทะเบียนให้กัมพูชา รัฐบาลไทยจะยื่นแผนที่ของรัฐบาลไทยตอนนี้มันไม่ทันกรรมการมรดกโลกจะดูแผนที่ทั้ง 2 ถ้ารัฐบาลไทยจะเข้าไปจดทะเบียนร่วมตั้งแต่แรกแล้วบอกว่าแผนที่ไม่เหมือนกันกลับไปตกลงกันก่อนถึงจะต้องยื่นพร้อมกัน

ถ้ารัฐบาลไทยคัดค้านจริงไทยต้องไม่เข้าประชุมตามข้อ 14 คือการไม่ไปสเปญของสุวิทย์ คุณกิตติแล้วออกมาบอกคนไทยว่าได้ประโยชน์อย่างโน้นอย่างนี้เป็นเรื่องเก่ามีอยู่แล้วในคำตัดสินของคณะกรรมการในการประชุมมรดกโลก การขึ้นทะเบียนของกัมพูชาจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ส่งเอกสารคำยืนยันทั้งหมดต่อศูนย์มรดกโลกในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 การเลื่อนขึ้นทะเบียนจึงไม่ใช่การไปแสดงจุดยืนหรือคัดค้าน แต่กลับพยายามออกข่าวว่ามีการคัดค้าน เหตุการณ์ทางชายแดนเขาวิหารก็ตึงเครียดที่สุดก็ออกมาบอกว่าท่ามกลางความขัดแย้งอย่างนี้เรามาขึ้นทะเบียนร่วมกันดีกว่า

การขึ้นทะเบียนร่วมกับกัมพูชาไม่เป็นไฟท์บังคับ ถ้ายอมรับการขึ้นทะเบียนร่วมกันหรือไม่ก็ตามก็เท่ากับยอมรับแผนที่ที่กัมพูชาใช้อ้างอิงจะทำให้ไทยเสียดินแดนอีก 1.5 ล้านไร่ตามมาเพราะเราถือแผนที่คนละฉบับกัน การกระทำของรัฐบาลปัจจุบันจึงเป็นการพยายามทำให้กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเขาวิหารได้โดยไม่ผิดหลักการจริงๆแล้วรัฐบาลไทยโดยข้าราชการไทยและนักการเมืองไทยหัวใสมีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเรียบร้อยแล้วแต่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องนี้ต่อประชาชนโดยมีการแอบร่างทีโออาร์ให้เอกชนมาเซ็นสัญญาแล้วเพื่อดำเนินโครงการสมัยรัฐบาลสมัครสุนทรราชในการพัฒนาพื้นที่รอบเขาพระวิหารเป็นหมื่นๆ ไร่เป็นแสนๆ ไร่ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของมรดกโลกนี่คือขบวนการปล้นชาติปล้นแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แต่เมื่อรัฐบาลไทยยอมรับตรงนี้ไปแม้ว่าตอนที่ฝรั่งเศสคืนดินแดนให้ไทยเขายอมรับแผนที่ฉบับของเราเกาะกูดเป็นของเราทั้งเกาะจนกระทั่งทักษิณมาเป็นนายกได้แอบเจรจาผลประโยชน์ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยกับฮุนเซนโดยไปยอมรับอย่างไม่เป็นทางการว่าแผนที่ที่เขมรใช้อ้างอิงเรื่องเขาพระวิหารนั้นถูกต้อง วันดีคืนดีลูกฮุนเซนอาจยื่นข้อเรียกร้องว่าเมื่อประเทศไทยยอมรับแผนที่ตามที่เสนอมรดกโลกเพราะไปร่วมจัดการลงทะเบียนร่วมจัดการพื้นที่รอบๆเขาอาจจะขอลากแผนที่ต่ออีก 7 แห่งใน 3 จังหวัด 1.5 ล้านไร่ในอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ลากเส้นลงไปอ่าวไทยจากหมุด 73 ที่กำลังดำเนินการวางจุดกันอยู่มีผลกระทบต่อเกาะกูดโดยแบ่งเกาะกูดออกไปครึ่งหนึ่งกับพื้นที่ทางทะเลที่มีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติให้เป็นของเขมรแต่ผู้เดียว

นายกษิตอาจจะไปขัดผลประโยชน์ของใครในเรื่องกรณีปราสาทพระวิหารที่มีผลประโยชน์มากมายรวมถึงเรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเพราะเห็นได้ว่านายกษิตถูกลดบทบาทลงอย่างชัดเจนในเรื่องความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา แทนที่จะเป็นนายกษิตในฐานะ รมว.ต่างประเทศดำเนินการเจรจานี้กลับเป็นสุเทพเทือกรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ดูเหมือนว่าท่าทีการแก้ปัญหาเรื่องปราสาทพระวิหารของนายกฯอภิสิทธิ์และสุเทพในเรื่องนี้มีความแตกต่างกันและเป็นทิศทางที่ไม่เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาลจึงควรทบทวน หยุดพฤติกรรม และ คำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติมากกว่าแห่งตน

ขบวนการคนเสื้อเหลืองจะยึดหลักสันติวิธีและความชอบธรรมในการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดไม่เคยใช้วิธีการแบบถ่อยดิบเถื่อนอันจะเป็นการทำร้ายประเทศ อันที่จริงหากพิจารณาความผิดของขบวนการเสื้อแดงที่เผาบ้านป่วนเมืองช่วงสงกรานต์ด้วยการบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอาเซียน(อาเซียนซัมมิต)แล้วก่อจลาจลทั่วเมืองหลวงช่วงสงกรานต์แดงเดือดที่ผ่านมาจนสร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างยับเยินแล้วขบวนการเสื้อแดงสมควรที่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายมากกว่าด้วยซ้ำและยิ่งไปเทียบกับพฤติกรรมของนักโทษชายแม้วที่กำลังหลบหนีโทษจำคุก 2 ปีหัวซุกหัวซุนแล้วบรรดาแกนนำลิ่วล้อขบวนการเพื่อแม้วทั้งหลายน่าจะถามหาจิตสำนึกและความรับผิดชอบจากนายใหญ่ของตัวเองมากกว่า

ตามมาตรา 182 (3) ของรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่า "ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุกแม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษเว้นแต่เป็นกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทความผิดลหุโทษหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท" แม้จะเป็นเพียงในขั้นตอนของศาลชั้นต้นก็ตาม เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งนายกฯอภิสิทธิ์ก็บอกแล้วว่าจะตัดสินใจตามกฏเหล็กเมื่อถึงตอนนั้นหากนายกฯอภิสิทธิ์ไม่ทำตามที่พูดก็จะถือว่าล้มละลายทางความน่าเชื่อถือและสูญเสียวุฒิภาวะความเป็นผู้นำรวมทั้งจะเกิดผลเสียต่ออนาคตของรัฐบาลแน่นอน

การตั้งข้อหานายกษิตครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือนายตำรวจใหญ่บางคนที่ทำไปเพื่อหวังรับใช้นายหวังแลกกับตำแหน่งช่วงฤดูกาลโยกย้ายนายตำรวจประจำปีนี้แว่วมาว่ามีกระบวนการเสนอชื่อพล.ต.ท.เจ้าของสำนวนคนหนึ่งให้เลื่อนยศ กระนั้นการตั้งข้อหาด้วยข้อหาร้ายแรงถึงขั้นก่อการร้ายที่มีโทษประหารชีวิตพนักงานสอบสวนกลับแค่ออกหมายเรียกผู้ที่ถูกตั้งข้อหาว่าก่อการร้ายทั้งหลายเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยยาวนานถึง 9 เดือนโดยไม่จับกุมแต่แรก ขบวนการเสื้อแดงเคลื่อนไหวกดดันเริ่มก่อจลาจลป่วนเมืองอีกครั้ง ทีมทนายความพันธมิตรฯอาจร้องต่อศาลว่าพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาเกินความเป็นจริง การชุมนุมของพันธมิตรฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญโดยมีนายกษิตไปร่วมการชุมนุมในฐานะวิทยากร ที่ผ่านมาเคยมีการตั้งข้อหาพันธมิตรฯเกินสมควรโดยเมื่อผู้ถูกกล่าวหาไปร้องต่อศาลศาลได้วินิจฉัยลดข้อกล่าวหาลงหลายต่อหลายครั้ง กระบวนการยุติธรรมยังต้องผ่านการตรวจสอบอีกหลายชั้นทั้งการวินิจฉัยของอัยการและศาลต้องยึดหลักกฎหมาย

กฎหมายอาญาระบุลักษณะความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายและยังระบุด้วยว่าการกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ก็ในเมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมได้ไปทำลายระบบขนส่งทำลายระบบการบินโดยการเข้าไปยึดรันเวย์ขึ้น-ลงหรือทำลายระบบเรดาร์หรือคอมพิวเตอร์การบินใดๆ หรือแม้กระทั่งไปทำร้ายข่มขู่ผู้โดยสารเห็นมีแต่การถ่ายรูปกับตำรวจและนักท่องเที่ยวอย่างชื่นมื่น เพียงแค่วันเดียวหลังการส่งมอบสนามบินคืนธุรกรรมต่างๆก็ดำเนินต่อไปได้ตามปรกติทันทีดดยไม่มีการซ่อมแซมใดๆ สันติ พร้อมพัฒน์รักษาการ รมว.คมนาคมขณะนั้นบอกว่าไม่มีอะไรเสียหาย ใช้ได้เลย ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ใครเป็นคนรวบรัดตัดตอนปิดสนามบินเพียงเพราะตั้องการโยนบาปให้ผู้ชุมนุมที่อยู่รอบๆทั้งๆที่ผู้โดยสารพร้อมออกเดินทางไม่ได้มีใครไปขัดขวางกระบวนการบินนั้นๆ คำตอบคือในวันนั้นที่พันธมิตรฯ ไปมีกลุ่มคนขับแท็กซี่ชุมนุมอยู่ก่อนแล้วและมาไล่ตีพันธมิตรฯบางส่วน แล้วหลังจากนั้นเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ผอ.สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ประกาศปิดสนามบินทันทีอ้างว่ากลัวความวุ่นวายและผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกสบาย เสรีรัตน์สั่งหยุดทำงานหมด ผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องแล้วก็สั่งให้ลง ผู้โดยสารบนเครื่องที่อยู่บนท้องฟ้าก็ไม่มีที่ลงไม่วางแผนอะไรรองรับ แต่ไม่เคยมีใครให้เสรีรัตน์ต้องรับผิดชอบ

"ผมทำอะไรผิด ขณะนี้เป็นข้อกล่าวหาเท่านั้นเอง การก่อการร้ายคืออะไร ตีความว่าก่อการร้าย ไปเอามาจากไหน ผมไปร่วมงานอภิปรายกับพันธมิตรฯ มีอยู่ 2 อย่างคือ ปากกับปากกา ผมไม่ได้มีอาวุธไปนี่ครับ"

น่าสังเกตตำรวจได้ตั้งข้อหากับบรรดาแกนนำและผู้ที่เข้าร่วมจำนวน 25 คนมี กษิต ภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งไม่ได้นำชุมนุมไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติการไม่ได้เป็นผู้สั่งการเพียงแค่เป็นผู้ปราศรัยให้ความรู้กับผู้ชุมนุม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์เป็นถึงสส.สัดส่วนของประชาธิปัติย์เป็นถึงแกนนำนำการชุมนุมแต่ไม่มีขบวนการเสื้อแดงกล่าวถึงเลยเพราะอะไร ก็ในเมื่อตุ๊ดตู่แกนนำขบวนการเสื้อแดงที่แม่คิดถึงมากกับอัยการสิ้นคิดมานิต จิตตกต่ำแกนนำอีกตัวก็เป็นสส.สัดส่วนของเพื่อทุย การตีคุณสมเกียรติก็คือการตีควายสองตัวที่นำแผนอุบาทว์ขอถวายฎีกาด้วยนั่นเอง อย่าช่วยกันสร้างบรรทัดฐานผิดๆต่อสังคมเพราะอีกหน่อยใครอยากจะให้นักการเมืองลาออกก็ไปตั้งข้อกล่าวหากันหมด อย่าให้สื่อมวลชนรับจ้าง นักวิชาเกินหน้าเงินมาชี้นำสังคมสร้างบรรทัดฐานผิดๆถูกๆ ในส่วนของพันธมิตรฯนั้นมีหลายต่อหลายคดีที่ผู้ร้องเป็นตำรวจ ดังนั้นการสร้างฐานแบบนี้อาจจะเป็นการสร้างรัฐตำรวจได้ในอนาคต

คำยืนยันจากทนาย-อดีตอธิบดีตำรวจ


หลังจากที่เสื้อแดงกำลังเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือต่อรองถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษช่วยทักษิณให้รอดพ้นความผิด เรียกคะแนนสงสารจากประชาชน ตอกย้ำว่าเสื้อแดงเป็นผู้ถูกกระทำ และจะนำรายชื่อที่ตั้งเป้า 1 ล้ายรายชื่อไปเป็นฐานในการเคลื่อนไหวต่างๆในอนาคตเหมาเอาว่าการเคลื่อนไหวนั้น ๆ มีคนทั้งประเทศเห็นด้วย พฤติกรรมในการถวายฎีกามีเจตนาเพื่อกดดันพระเจ้าอยู่หัวก้าวล่วงพระราชอำนาจที่มิบังควรอย่างยิ่งคนพวกนี้ก็ไม่สำเหนียกยังคงเดินหน้าและอ้างหน้าตาเฉยว่าเป็นความประสงค์ของชาวบ้าน นับตั้งแต่มีประเทศไทยมาไม่เคยมีสามัญชนคนใดใช้ท้องสนามหลวงจัดงานฉลองวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้บรรดาลิ่วล้อขบวนการเครือข่ายเพื่อแม้วเหิมเกริมจะจัดงานวันเกิดทำพิธีทางศาสนาจัดเลี้ยงอาหารแล้วจัดคอนเสิร์ตสลับการปราศรัยที่ท้องสนามหลวงใน 26 ก.ค. มีเจตนาส่งสัญญาณตีตัวเสมอเจ้า

ประวัติศาสตร์ชาติไทยในทศวรรษที่ผ่านมามีเรื่องโชคร้ายที่สุดเพราะดันมีมหาเศรษฐีคนหนึ่งสร้างภาพหลอกผู้คนว่าเป็น “เทพ” แต่เนื้อแท้คือ “วรนุช” ชั่วร้ายได้ก้าวขึ้นมาบริหารชาติอย่างอธรรม ฉ้อฉลโกงกินบ้านเมืองอย่างตะกละตะกลาม ไร้คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ ที่สำคัญบังอาจจาบจ้วงล่วงเกิน ทำร้ายทำลายต่อองค์ราชันย์ ผู้ทรงทศพิธราชธรรมและปวงชนชาวไทยเคารพเทิดทูนอย่างต่อเนื่องชนิดที่ไม่อาจให้อภัยได้อีกต่อไป การจาบจ้วงทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเกิดขึ้นมากมายเป็นขบวนการในยุคเสื่อมโดยประดาคนชั่วเหล่านั้นบังอาจกระทำการประสงค์ร้ายต่อสถาบันสำคัญของชาติโดยที่รัฐบาลวรนุชนั้นมิได้ดำเนินการลงโทษทางกฎหมายอย่างจริงจัง ยิ่งไปกว่านั้นวรนุชตัวลูกที่ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เหล่านั้นคือคนที่วรนุชตัวพ่อได้ชุบเลี้ยงเป็นลูกน้องทั้งลับและเปิดเผย วรนุชตัวลูกของมันก็ช่วยกันโฆษณาชวนเชื่อปลุกปั่นให้เกิดการต่อต้านสถาบันด้วยวิธีการค่อยทำลายล้างสถาบันมาตลอด

หลังจากที่ผ่านมาวรนุชตัวพ่อนี้ก็ทำให้สาธารณชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในพฤติการณ์ที่ไม่บังควรอาทิ การทำบุญวัดเกิดในอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม การเดินทางไปต่างจังหวัดโดยมีประชาชนใช้ธงที่มีคำว่าทรงพระเจริญโบกสะบัดต้อนรับรวมทั้งพฤติกรรมของบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงที่ส่อเจตนาจาบจ้วงเบื้องสูงซึ่งหลายคนถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขณะที่หลายคนหลบหนีความผิดออกนอกประเทศ หลบไปหลบมาอยู่ที่ชายแดนไทยมาเลย์แค่คืบนี่เอง หลังรัฐประหารในวันที่ 19 ก.ย. 49 วรนุชตัวพ่อได้ใช้เงินมหาศาลซื้อเสียงและโกงการเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลนอมินีถึง 2 รัฐบาล วรนุชตัวพ่อจึงได้ลงเหยียบแผ่นดินไทยจนแผ่นดินถึงกับเอียงกระเท่เร่แล้วค่อยมาปะหน้าสื่อมวลชนเกิดเป็นลมก้มลงจูบพื้น จูบดินแล้วเลียต่อไปอีก 3 เมตรเกิดไหวตัวทันเวลาที่ศาลแผนกคดีอาญานักการเมืองใกล้จะตัดสินก็เผ่นเตลิดเปิดเปิงไปไกล ปฏิเสธไม่ได้ว่าจริงๆแล้วการนำเข้าวรนุชตัวนี้จากต่างประเทศตลอดมานั้นไม่ได้มีใครขัดขวางเลยแม้แต่น้อย เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันภายใต้การบริหารชาติของรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ วรนุชตัวพ่อและพวกพ้องอหังการยิ่งขึ้นจาบจ้วงทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นทำให้บ้านเมืองก้าวเข้าสู่วิกฤตในทุกด้านแต่นายกฯ อภิสิทธิ์ยังคงบริหารบ้านเมืองราวกับสถานการณ์ปกติ เรากำลังมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไม่รู้จะทันเกมนี้หรือไม่ก็ทองไม่รู้ร้อน ยังปล่อยให้สื่อมวลชนต่างๆนั่งเงียบอยู่ พระเจ้าอยู่หัวฯไม่สามารถจะพูดอะไรได้พระองค์ทำได้แค่เพียงหวังให้พวกคุณทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทให้ถูกต้อง ในการกระบวนการถวายฎีกานั้นทำไม่ได้ทักษิณไปเป่าหูประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าสถาบันกษัตริย์นั้นรังแกทักษิณใครจะลุกขึ้นมาปกป้องพระเจ้าอยู่หัวฯ ถึงแม้ว่ายังไม่เสียพื้นที่อีก 1.5 ล้านไร่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารตอนนี้แต่การกระทำของรัฐบาลแบบนี้ก็ทำให้เหมือนกับเสียไปแล้ว การปล่อยให้ฮุนเซนมาถ่มถุยข่มขู่ รัฐบาลไทยไม่กล้าปกป้องอธิปไตยชาติ

เทพเทือกไม่เคยคิดตรงนี้บ้างหรือ การเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงแตกต่างจากการเป็นกำนันบ้านนอกมากมายนักจึงไม่ควรสับสนในบทบาทเหล่านั้น หรือต้องให้ตัวเองและพรรคพวกมั่นคงก่อน เหนือสิ่งอื่นใด

02 กรกฎาคม 2552

แค่จะนำเข้าตะกวดตัวเดียว

ครอบครัวชาวนาอยุธยาของอาจารย์ปรีดีต่างจากครอบครัวพ่อค้านักธุรกิจและนักการเมืองอย่างไร อาจารย์ปรีดีรับราชการตลอดชีวิตต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ไปทำมาหากินในธุรกิจส่วนตัว อาจารย์ปรีดีทำงานเพื่อประเทศชาติส่วนรวมยาวนานตลอดชีวิตไม่เคยมีมลทินเป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าแผ่นดิน อาจารย์ปรีดีไม่เคยถูกคดีเช็คเด้ง ไม่เคยถูกกล่าวหาว่าโกง ไม่เคยร่ำรวยขึ้นมาได้ก็ด้วยธุรกิจผูกขาด ไม่เคยหลีกเลี่ยงไม่จ่ายภาษี อาจารย์ปรีดีไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ภริยาของอาจารย์ปรีดีเป็นป้อมเพชรแท้ๆไม่ได้ไปขอใช้นามสกุลใครมา ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของสามีเป็นแบบอย่างที่พึงประสงค์ของสังคมไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สมถะเรียบง่ายยามจากโลกไปก็ไม่สร้างความลำบากให้กับลูกหลาน ญาติมิตร อาจารย์ปรีดีพยายามอภิวัฒน์ประเทศไทย,สถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเพื่อสร้างพลเมืองที่รู้เท่าทันการเมือง,เจรจาแก้ไขสนธิสัญญาที่ประเทศชาติเสียเปรียบ อาจารย์ปรีดีไม่เคยปลุกระดม จัดซื้อจัดตั้งประชาชนหรือสร้างขบวนการป่วนบ้านป่วนเมืองเมื่อพ้นจากอำนาจไปอยู่ต่างแดนแม้จะอยากกลับบ้าน อาจารย์ปรีดียังคงได้รับการเคารพยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างสูงยิ่งเป็นที่จดจำรำลึกของอนุชนรุ่นต่อๆไป
“อยากกลับบ้านแต่ถ้าเรากลับมาแล้ว บ้านเมืองวุ่นวาย ต้องมีคนไม่ชอบแล้วอย่างนี้จะกลับได้ยังไง อยากให้บ้านเมืองสงบ คิดว่าอยู่ต่างประเทศดีกว่า ใจน่ะอยากกลับ ถ้ากลับมาไม่สงบก็เป็นคนไม่รักชาติ เราต้องการให้ชาติบ้านเมืองมีความสงบรุ่งเรือง...”

ระบอบทักษิณ
ปราโมทย์ นาครทรรพได้นิยามลักษณะของระบอบทักษิณว่าเป็นระบบความเชื่อและระบบความประพฤติของกลุ่มบุคคลที่เคยได้ดีเพราะทักษิณที่มีความเชื่อว่าเมื่อตนและพวกได้ตำแหน่งจะโดยสัญลักษณ์ของการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นในครม. ในสภา เทศบาล อบจ.หรืออบต.ก็ตาม หรือโดยการแต่งตั้งในกระทรวงทบวงกรมก็ตามก็จะต้องดูแลพวกพ้องและบริวารและใช้ขีดความสามารถในและเหนืออำนาจหน้าที่อย่างเหี้ยมหาญให้เกิดรายได้และเครือข่ายอุปถัมภ์จากโครงการและงบประมาณของรัฐบาล โดยไม่ย่นระย่อและเอาชนะอุปสรรคตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ให้ได้ขณะนี้ระบอบทักษิณยังอยู่และเป็นปกติสุขดี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ล้วนแล้วแต่มีเยื่อใยไมตรีหรือไม่ก็เห็นอกเห็นใจเป็นฝ่ายของระบอบทักษิณและซากเดนเช่นกลุ่มเพื่อนเนวินเป็นส่วนใหญ่ ทัศนะของระบอบทักษิณว่าเมืองไทยเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญรอคอยการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เมื่อหากจะยังคงมีพระมหากษัตริย์อยู่ก็จะเป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น

สงครามการเมือง
สงครามการเมืองยังไม่ยุติทักษิณยังไม่วางมือพยายามจะกลับเข้ามาสถาปนาเหนือราชอาณาจักรไทยต่อไป ตราบใดที่ทักษิณยังอยู่ สงครามการเมืองก็ไม่มีวันเลิกรา นพ.เกษม ตันติผลาชีวะได้วิเคราะห์สภาพจิตของคนๆ นี้ในหนังสือรู้ทันทักษิณ 5 สงครามการเมืองว่าคนๆ นี้มีปมด้อยในจิตใจที่มากพอจะเป็นแรงผลักดันให้อยากมีอำนาจเสียเองต้องการการชดเชยเพื่อลบล้างปมด้อยที่ฝังลึกในจิตใจ โกหกเป็นอาจินต์ทำระยำได้ทุกสิ่ง หลงตนเอง โทษว่าคนอื่นว่าอิจฉาตนเพราะร่ำรวยหรือมีความสามารถและอำนาจมาก หลายอย่างที่เขากระทำไปเป็นเรื่องที่คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่น่าทำ ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี คิดแต่จะจ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น วันนี้ ทุกคนก็รู้ ทุกสถาบันก็รู้ เรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรามีรั้วของชาติที่ต้องรักษา เรามีประชาธิปไตยของบ้านเมือง เรามีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องมาดูแลทรัพย์สินของประชาชน เรามีเจ้าเมืองที่ต้องไปดูแลแต่ละจังหวัดๆ เรามีนายอำเภอเป็นพ่อบ้าน เรามีระบบอยู่ แต่คนๆ นี้มาทำลายระบบทั้งหมดเลย แม้คนๆ นี้จะไม่มีแผ่นดินอยู่แต่เราชาวไทยก็ยังต้องรู้ทัน


เสนาะ เทียนทองแห่งแก๊งค์วังน้ำเย็นตัวแปรสำคัญในการช่วยเหลือเกื้อหนุนให้ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีชูมือทักษิณ"นายกฯ คนต่อไป" “คนของเรา คนไหนที่คิดว่าจะเป็นหน้าตาของเรา หรือลูกศิษย์ลูกหาเรา มันก็ดูดเอาไป ... ดูดคนจากผมไปเป็นคนของเขา พร้อมกับแจกเงิน ... ทำให้ผมไปสั่งอะไรไม่ได้แล้ว ... ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่เขาลืมบุญคุณ ก็เพราะว่าเขาลืมตัว ทำให้หน้ามืดตามัว” พิจารณาปากคำของเสนาะ เทียนทองไปแล้วลองพิจารณาดูเอาว่าใครทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน การใช้อำนาจในทางการเมืองเพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือพวกพ้องมิได้มุ่งหมายเพื่อตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะถือได้ว่าเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน คตส. เห็นว่าการใช้อำนาจในตำแหน่งนายกฯของคนๆ นี้กระทำการเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเองและพวกพ้องทำให้ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรและเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติจึงขอให้ศาลฎีกาฯสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน คนๆนี้เป็นนักโทษที่มีเงิน มีพรรคพวกเป็นผีโมแป้งรับจ้างทำร้ายประเทศอยู่มาก เป็นนักโทษที่ป่วยทางจิต ถ้าคนป่วยทางจิตคนนี้ยังอยู่จะไม่มีวันหยุดทำร้ายประเทศไทย

ก่อนโน้นมีคนทรงเจ้าเข้าผีเข้าทรงบอกว่าอดีตชาติเป็นถึงเจ้าขี้เมือง แต่พอต่อมาเจ้าขี้เมืองกลับมาทำหน้าตาละห้อยสร้อยเศร้าโทรศัพท์มาบอกชาวบ้านเปรียบตัวเองเป็นหมาไปเสียอย่างนั้นไม่ใช่เป็นแค่หมาธรรมดานะแต่เป็นหมาเชื่องและไม่ใช่หมาเชื่องธรรมดาอีกเหมือนกันและยังเชื่องได้กว่านี้อีกถ้าผู้เป็นนายต้องการ ฟังแล้วอยากจะเรียกมันเป็นภาษาจีนว่าไอ้เฮียๆๆ ก็ไม่ใช่หมาตัวนี้หรอกหรือที่เคยทั้งเห่า ทั้งกัดเจ้าของบ้านมาแล้ว ดูจากการกระทำฟังจากคำพูดทั้งในอดีตและปัจจุบันของอดีตเจ้าขี้เมืองที่ตอนนี้บังอาจยกตัวเองขึ้นไปเปรียบตีตัวเสมอกับสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่น่ารัก-เป็นมิตรและที่สำคัญยังซื่อสัตย์มากมายนี้แล้ว ต้องบอกว่าน่าสมเพชและเวทนาเป็นที่สุดเพราะแทนที่เจ้าตัวจะได้ใช้ช่วงวันเวลาที่ผ่านๆ มาคิดทบทวนถึงสิ่งที่กระทำในอดีตว่าตนเองทำอะไรผิดถึงต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ แต่กลับกลายเป็นว่านับวันคนๆ นี้ยิ่งเข้าใจว่าการกระทำหรือแม้แต่คำพูดของตนเองในทุกๆ เรื่องถูกคนอื่นต่างหากที่ผิด ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ปัญหามีกรูเท่านั้นที่แก้ปัญหาได้ ทั้งๆ ที่ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ปัญหามันเกิดขึ้นมาก็เพราะมรึงทั้งนั้น

แค่เศรษฐีสัมปทานคนหนึ่งมาเล่นการเมืองที่เอาตัวเองเป็นกฎหมายจะมาเป็นความถูกต้องทุกอย่างในชาติได้อย่างไร ทักษิณนั้นนอกจากจะไม่ยอมรับโทษยังหลบหนีความผิด แล้วยังมีพฤติกรรมโจมตีทำลายกระบวนการยุติธรรมและศาลยุติธรรมของประเทศยิ่งกว่านั้น ยังมีพฤติกรรมจาบจ้วง ล่วงละเมิด บงการ ใช้ หรือจ้างวาน หรือกระทำการอันกระทบกระเทือนต่อพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์ คำพิพากษาของศาลอาญาที่ให้ยกฟ้องในคดีที่ทักษิณฟ้องหมิ่นประมาทสุเทพ เทือกสุบรรณกรณีถูกกล่าวหาว่าอยากกลับมาเป็นประธานาธิบดีในคำพิพากษาดังกล่าวบางตอนมีการเอ่ยถึงพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

การกระทำของสุเทพเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนเองท่านก็เห็นว่าทักษิณมีพฤติการณ์เหยียบย่ำ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงได้เทศนาสั่งสอนเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2548 ว่าอย่าคิดอาจเอื้อมเป็นประธานาธิบดี ระหว่างเป็นนายกฯทักษิณได้แสดงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์หลายต่อหลายครั้ง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกครั้งได้นำรูปของทักษิณขึ้นนำขบวนเรียกร้องให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยรักไทยพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีของคนเสื้อแดงซึ่งทุกครั้งมักจะพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ติดไว้ที่ฉากหลังเวทีมีข้อความที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและมีการตั้งโต๊ะเสนอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทักษิณน่าจะหยุดการกระทำอันไม่บังควรแต่กลับไม่หยุดกลับให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเซี่ยลไทม์ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวควรทราบเรื่องแผนการรัฐประหารมาล่วงหน้า" ตามหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 15 พ.ค.2552 ทักษิณให้การสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงให้มาชุมนุมกันจนนำไปสู่การจลาจล จงใจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าทักษิณเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและหากเลือกพรรคเพื่อไทยทักษิณจึงจะสามารถกลับประเทศไทยได้ มีความพยายามจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอีกครั้งว่าหากมีการถวายฎีกาทักษิณจึงจะสามารถกลับประเทศไทยได้ ทั้งๆ ที่ ในความเป็นจริงทักษิณสามารถกลับประเทศไทยได้อยู่แล้วและทางการทุกฝ่ายล้วนต้องการให้กลับเข้ามารับโทษและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมเฉกเช่นประชาชนคนไทยทุกคนเพียงแต่ทักษิณตัดสินใจหลบหนีออกไปเองและที่ไม่ยอมกลับเข้ามาก็เพราะตนเองไม่ต้องการติดคุก

ทักษิณให้สัมภาษณ์โจมตีอำนาจตุลาการ องคมนตรีและกองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลายครั้ง รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทักษิณจงใจกล่าวหาต่อสถาบันเหล่านี้เพื่อให้คนดูเสมือนว่าตนถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสถาบันดังกล่าวทั้งหมดอันเป็นการใส่ร้ายสถาบันดังกล่าวและกระทบกระเทือนถึงสถาบันเบื้องสูง ทักษิณได้เลือกใช้วิธีการให้คนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมืองกระทั่งลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์จลาจลในช่วงสงกรานต์แต่ก็ไม่บรรลุเป้าหมาย

The Earth time อ้างรายงานข่าวจาก Sueddeutsche Zeitung หนังสือพิมพ์ไทย-เยอรมันระบุว่าทักษิณ ชินวัตรได้เข้ามาลี้ภัยในเยอรมนีนาน 6 เดือนโดยอดีตนายกฯของไทย, ซึ่งกำลังถูกทางการไทยต้องการตัว, ได้เข้าเมืองผ่านหน่วยงานคนเข้าเมืองในกรุงบอนน์เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลเยอรมนีไม่พอใจต่อหน่วยงานข่าวกรองเนื่องจากเกรงว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อความสัมพันธ์ของเยอรมนีและไทย

พรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยได้ยื่นดาบให้ศัตรูฟันคอตัวเองไปเรียบร้อยหลายต่อหลายครั้ง การอภิปรายส่วนใหญ่ของส.ส.พรรค์นี้ไม่ได้ติเพื่อก่อ ไม่ได้ใช้โอกาสเพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาติ ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียอำนาจของทักษิณ ส.ส.หลายคนในการอภิปรายในสภาก้าวร้าว ไม่เชื่อฟังประธานสภาฯ หยาบคาย ถ่อยสถุล ส.ส.ทุกวันนี้ดูทรงเกียรติก็แค่เพราะใส่สูท ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง ทุกคนเป็นแค่ลูกน้องทักษิณมาก่อน ขณะนี้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจว่าหัวหน้าพรรคตัวจริงคือทักษิณ ชินวัตรหัวหน้าพรรคเถื่อนที่เป็นผู้ร้ายหลบหนีอาญาแผ่นดิน

คนพรรค์นี้เกลียดรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยอำนาจรัฐประหารอ้างเสมอว่าเพื่อทำลายทักษิณเพียงคนเดียว การถือหุ้นแม้เพียงบาทเดียวก็ถือว่ากระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่มันไม่เคยรู้กันเลยว่าหลักการมาตรา 265 (2)ในหมวดการขัดกันแห่งผลประโยชน์กรณีถือครองหุ้นในกิจการของรัฐในรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็มีบทบัญญัติเรื่องนี้เอาไว้ เพียงแต่รัฐธรรมนูญ 2550 ขยายไปยังคู่สมรสและบุตรด้วยทำให้ชาวบ้านร้านช่องเขาหลงเข้าใจผิดไปด้วย

พรรคเพื่อไทยคือพรรคพลังประชาชนและพรรคพลังประชาชนคือพรรคไทยรักไทยคือพรรคการเมืองที่ถูกตราหน้าว่าสร้างความวิบัติฉิบหายแก่บ้านแก่เมือง มีการโกงกินกันมโหฬาร เลือกตั้งซ่อมจังหวัดสกลนครและศีรษะเกษเป็นเสมือนศึกเดิมพันบารมีและศักดิ์ศรีของทักษิณ ชินวัตรและเนวิน ชิดชอบ การได้เนื้อได้น้ำอันเนื่องมาจากกระแสการโฟนอินของหัวขบวนที่ยังคงหลงเหลือมนต์เสน่ห์อยู่อย่างไม่สร่างซาสามารถพลิกกระแสการเลือกตั้งซ่อมที่สกลนครชนิดเล่นเอาหมอผีเขมรหน้าแหก ประชาชนผู้ที่พร้อมจะยอมรับต่อรัฐบาลที่โกงขอเพียงให้มีฝีมือ ประชาชนผู้ที่อยากให้นักโทษหนีคดีอาญากลับมาช่วยกอบกู้เศรษฐกิจชักจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมไปแล้ว ประชาชนกลุ่มนี้ได้ให้บทเรียนแก่นายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าความพ่ายแพ้นั้นมาจากการที่ทักษิณโฟนอินเข้ามาหากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวะเวลาในการเคลื่อนไหวสอดคล้องกันพอดีที่ขบวนการเสื้อแดงจัดชุมนุมขึ้นมาอีกครั้งและแกนนำพรรคเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงโดยนำทักษิณมาต่อรองกับประชาชนว่าหากได้รับชัยชนะจะเป็นทางเดียวที่จะนำทักษิณกลับมาก็ฟ้องบอกอยู่โต้งๆว่าพรรคเพื่อไทยไม่แยแสต่อกฎหมายบ้านเมืองนอกจากประโยชน์ของตนเอง

ขบวนการเสื้อแดง
หลังจากที่เคยต้องงัดยุทธการดาวกระจายแยกย้ายกระจัดกระจายเดินทางกลับบ้านกลับช่องไปพร้อมๆ กับความหดหู่ห่อเหี่ยวเพราะสะดุดขาตัวเองในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาหลังจากคลุ้มคลั่งเผาบ้านผลาญเมืองก่อจลาจลกันมา สงกรานต์เลือดที่ผ่านพ้นไปยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศรวมถึงเป็นบทเรียนสำคัญที่แต่ละหน่วยงานได้รับในการประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงและนปช.ผิดพลาดทำให้พวกมันป่วนบ้านป่วนเมืองนำความฉิบหายมาให้กับประเทศตั้งแต่ระดับนานาชาติไปจนถึงระดับตรอกซอกซอย ไม่ว่าจะเป็นการล้มเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา การยึดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล การบุกเข้าไปทุบรถนายกรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทย การเผารถเมล์กลางถนนในใจกลางกรุงเทพมหานครจำนวนหลายสิบคัน การยึดรถแก๊สและนำไปขู่จะจุดไฟเพื่อให้รถแก๊สระเบิดตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครครั้งเดียวก็เกินพอ

ที่น่าจับตาดูกลยุทธ์ของทักษิณจะออกมาเป็นรูปแบบไหนใช้ความรุนแรงเลือดพล่านคงไม่ได้อีกแล้ว จะกล่าวโจมตี พล.อ.เปรมก็หมดเรื่อง ขบวนการเสื้อแดงพยายามเรียกขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นอีกรอบจัดชุมนุมขบวนการเสื้อแดงขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าแกนนำไม่ว่า สามเกลอ หมอเหวง อดิศร อริสมันต์ แรมโบ้ เดินสายถี่ยิบไปตามพื้นที่ต่าง ๆ จัดโต๊ะจีนมีทักษิณโฟนอินเข้ามาเปิดตัวเสื้อแดงซีกนักการเมืองอยากเสนอตัวเผื่อเลือกตั้งรอบใหม่ แดงซีกซ้ายสหายเก่าจุดพลุตามหาวันชาติไทยเสนอฟื้นวันชาติ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติ ก่อให้เกิดการตั้งคำถามกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเสมือนมีเจตนาเดียวกันกับคณะราษฎรที่ยึดอำนาจและเปลี่ยนการปกครอง ยกทักษิณ ชินวัตรนายใหญ่ของตนขึ้นไปเทียบชั้นปรีดี พนมยงค์แกนนำคณะราษฎรอย่างเกินความเป็นจริง

โฟนอินอ้อนบรรดาพ่อยกแม่ยกช่วงหลังๆนี้ตลอดเวลาที่ทักษิณพูดอารมณ์แปรปรวนตลอดเดี๋ยวเศร้า-หดหู่อ้อนวอนขอร้องให้พากลับบ้าน เหมือนเด็กรบเร้าผู้ปกครอง เดี๋ยวเกรี้ยวกราด-คุคลั่งหลั่งเลือด เดี๋ยวอวดรวย อวดเศรษฐีชวนชาวบ้านไปทำเหมืองเพชร เดี๋ยวบอกเหงาทอดอาลัยตายอยากกลัวตายกลางทะเลทรายขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวบอกว่าเป็นนักปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับก็สบายใจ เดี๋ยวเอาอีกแล้วอ้อนจะกลับมาบริหารกอบกู้เศรษฐกิจไทยให้รวยกันทั้งประเทศ คุยโขมงว่าตัวเองไม่มีความผิดแล้วจะขอพระราชทานโทษให้กับคนไม่มีความผิดไม่มีโทษได้อย่างไร

สุรชัย แซ่ด่านอดีตสหายซ้ายอกหักหลงยุคกำลังต่อสู้กับศักดินาซึ่งมีความแข็งแกร่งมากต้องสามัคคีกับทุนนิยมยอมให้ทักษิณมาเป็นผู้นำมีพลังทางการเมืองมากต้องโค่นศักดินาแล้วหลังจากนั้นจีงล้มทุนนิยมเมื่อเอาชนะศักดินาได้แล้วจึงค่อยกลับมาต่อสู้กับทุนนิยมของทักษิณสอดคล้องกับจุดยืนและพฤติกรรมของบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงหลายคน ส่อเจตนาราวกับว่ามีแผนต้องการปลุกระดมขยายแนวร่วมมวลชนเพื่อปฏิวัติโดยประชาชนหวังเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศซึ่งหากจริงก็ถือเป็นภัยอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ แทนที่พวกญาติพี่น้องและข้าทาสบริวารทั้งหลายจะห่วงใยกลับช่วยกันหลอกกิน-หลอกใช้ทักษิณ สับสนอยู่ว่าทักษิณกำลังหลอกใช้วีระหรือว่าวีระกำลังหลอกกินทักษิณแถมลวงคนเสื้อแดงทุกคนให้หลงเชื่อผิดๆด้วยทำให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรเกิดความสั่นไหวในศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง ทั้งพวกทนายพวกนักกฎหมายอดีตผู้พิพากษากลับไม่ท้วงติงปล่อยให้ซ้ายอกหักหลงยุคมาเกาะหลัง
การปรากฏตัวครั้งใหม่ของขบวนการเสื้อแดงทั้งหลายที่ได้จังหวะโอกาสในการเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลกันอีกรอบ การเริ่มต้นด้วยการสร้างแรงกดดันรัฐบาลนอกเวทีรัฐสภาจึงได้ถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ...ตามแผนดากสิ้น 2 ตามสำเนียงอังกฤษหรือแผนทักษิณ 2 ใช้ปฏิบัติการการเคลื่อนไหวการเมืองที่รุนแรงยิ่ง การสลายตัวชั่วคราวของขบวนการคนเสื้อแดงครั้งนี้อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นโดยเป็นเพียงการหยั่งเชิงกระแสของสังคมทั้งๆที่จุดยืนข้อเรียกร้องของขบวนการคนเสื้อแดงแล้วค่อนข้างจะสะเปะสะปะสับสน ไม่ว่าแผนอุบาทว์นั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ความเคลื่อนไหวที่ขบวนการเสื้อแดงน่าจะเป็นส่วนหนึ่ง วางหมากไว้ด้วยโจทย์ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้รัฐบาลต้องเผชิญกับศึกทุกด้านจนอยู่ในสภาพ บริหารได้แต่ปกครองไม่ได้ ที่แกนนำนปช.พยายามบอกว่าแผนนี้แม้แต่ควายก็ยังไม่ได้คิด เราเชื่อว่าควายอาจไม่ได้คิดจริงแค่มีควายนำแผนอุบาทว์นั้นมาปฏิบัติก็แค่นั้น

จากบทเรียนเมื่อสงกรานต์จึงเป็นตำราเล่มสำคัญที่บอกทักษิณว่าไม่อาจใช้กำลังจัดการได้อย่างเดียวแผนทักษิณ 2 ที่มีควายนำแผนอุบาทว์นั้นมาปฏิบัตินั้นกำหนดไว้ 7 ยุทธศาสตร์ 6 ยุทธวิธีนั้นมีเป้าหมายโดยสรุปของ 7 ยุทธศาตร์ตั้งธงไว้ที่การล้มล้างรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้แล้วว่า หากล้มสำเร็จโดยคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลในกลางเดือนนี้ จะนำไปสู่คณะกรรมการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปนั้น ร่างที่ฝั่งเพื่อไทยวางไว้มาจากการเขียนของนายแพทย์โหวงเหวง โตจิราการ ที่เป้าหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเข้าไปกำจัดกฎหมายทุกฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการกลับประเทศของ ทักษิณ ชินวัตรเพื่อให้กลับเข้าสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง ตีล้อมรัฐบาลด้วยการสร้างจุดอ่อนให้เกิดเป็นแผลไปทั่วเป็นยุทธวิธีของพวกลัทธิคอมมิวนิสต์ทั้งสิ้น กล่าวหารัฐบาลทำสองมาตรฐานเสนอให้เปลี่ยนแปลงวันชาติจากวันที่ 5 ธันวาคมมาเป็นวันที่ 24 มิถุนายนเพื่อการเปลี่ยนสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง สร้างข่าวลือด้วย ทั้งการสร้างข่าวด้านลบของรัฐบาลในประเด็นคอร์รัปชั่นหรือเรื่องส่วนตัวรัฐมนตรีลามไปถึงสถาบันองค์มนตรีหรือสูงกว่านั้น เป้าหมายคือเพื่อขยายผลทางจิตวิทยานำไปสู่การค่อยๆซึมซับด้วยการค่อยๆดีสเครดิตและลดคุณค่าของสถาบันต่างๆ สร้างสงครามทางการเมืองทั้งเวทีในสภาและนอกสภา ซึ่งหากตกลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนาไม่สำเร็จ ถึงจะใช้แผนสำรองที่ได้เปิดตัวไว้ก่อนแล้วก็คือการผลักดันให้มีการอภัยโทษแก่ทักษิณ ดังนั้นการขอนิรโทษกรรมที่สร้างความชอบธรรมระยะยาวพร้อมทั้งอ้างว่านี่คือความต้องการของประชาชนโดยการใช้ฐานประชาชนในการปูพรมกลับประเทศ สอดคล้องกับที่ดร.เฉลิม อยู่ทำไมแกนนำพท.หลุดออกมาแล้วว่าหากพท.ได้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งสมัยหน้าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม 111และ 109 อดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกเว้นวรรค 5 ปี ซึ่งจะส่งผลให้ทักษิณถูกปลดล็อกจากพันธนาการและสามารถกลับสู่มาตุภูมิต่อสู้ทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยได้อีกครั้ง

การถวายฎีกาในแบบที่ขบวนการเสื้อแดงริอ่านจะทำกันก็น่าจะเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่งและไม่เคยมีพสกนิกรผู้จงรักภักดีทำแบบนี้มาก่อน จะต้องยอมรับโทษเข้าไปอยู่ในคุกเสียก่อน ต้องกระทำไปเงียบๆโดยตัวนักโทษเอง มีใครห้ามไม่ให้ทักษิณกลับประเทศไทยหรือเปล่า ก็เปล่า ทั้งอัยการและกระทรวงการต่างประเทศยิ่งต้องการให้ทักษิณกลับ ต่อให้คนรากหญ้าเลือกพรรคเพื่อไทยมาเยอะขนาดไหนก็ไม่มีทางอุ้มทักษิณ หรือทำให้ทักษิณกล้ากลับประเทศได้เพราะหากกลับมาต้องติดคุกแน่นอนเพราะหากกลับมาแล้วจะต้องมารับโทษทัณฑ์ทางอาญาที่ศาลตัดสินไปแล้ว 1 คดีให้จำคุก 2 ปีโดยไม่ต้องรอลงอาญาและยังมีคดีที่รอคิวเป็นหางว่าวยาวตั้งแต่อาคารชินวัตร 3 พหลโยธินไปจนถึงสนามกอล์ฟอัลไพน์โน่น ทักษิณเลยได้ลูกยุถวายฏีกาส่อเจตนาก้าวล่วงพระราชอำนาจกรณีที่ต้องการให้ปลด 3 องคมนตรีและเป็นการใช้พลังประชาชนับล้านคนมากดดันสถาบันเบื้องสูงให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่สำนึกในความผิดของตัว ท้าทายทำตัวเป็นปฏิปักษ์ และยังทำลายระบบกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ลุยคนเดียวมันไม่มีน้ำหนักเราจึงได้พบข้อมูลจ้างล็อบบี้ยีสต์ช่วยกระพือข่าวในสื่อต่างชาติ เมื่อทักษิณตัดสินใจเอาแบบนี้ก็แสดงถึงธาตุแท้อีกครั้งว่าไม่สนใจจะทำให้บ้านเมืองสู่หายนะเพียงใด ขอมุ่งสู่สิ่งที่คิดว่าจะเป็นชัยชนะของตัวเองเท่านั้นเป็ นสำคัญ

สุรชัย แซ่ด่านอดีตสหายที่รอปราศรัยในวันนั้นปราศรัยต่อไม่ได้พูดไม่ออกเท่ากับว่าทักษิณทำความผิดจริงถ้าผิดทำไมจึงไม่รับโทษแล้วคดีอื่นๆที่พิจารณาอยู่ทำอย่างไร สุรชัย แซ่ด่านไม่เคยได้สำนึกและไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ทักษิณและพวกทำไปทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายจึงไม่ต้องขออภัยโทษเพราะถ้าขออภัยโทษก็แปลว่าสิ่งที่ทักษิณและพวกทำไปทั้งหมดละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ทั้งสุรชัยเองก็เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษ วีระเองก็เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษแต่ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเบื้องพระยุคลบาท

ถ้าคนไทยผู้รักชาติ รักสถาบันยังไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หรือคิดว่าธุระไม่ใช่ แล้ว สังคมไทย ประเทศไทยซึ่งเคยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบคงจะไม่มีแล้ว วุ่นวายกันเหลือเกินแค่จะนำเข้าตะกวดตัวเดียว


นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หลังจากผ่านสถานการณ์ฉุกเฉิน บนความเป็นความตายในช่วงสงกรานต์เลือด ที่ฝ่าย “ทักษิณ-เสื้อแดง” จงใจก่อจลาจลเพื่อโค่นล้มรัฐบาล ทำให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความแข็งแกร่ง และนิ่งมากขึ้นกว่าเดิมและที่สำคัญสามารถรับรู้ด้วยตัวเองว่าใครจริง ใครของปลอม และใครขี้โม้ท่าดีทีเหลว เมื่อผ่านมาได้ก็ย่อมทำให้มีเวลาตั้งตัว อ่านเกมเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ใหม่ที่กำลังเริ่มก่อตัวตั้งเค้าขึ้นมาอีกรอบ คราวนี้ก็น่าเชื่อว่าน่ากลัวไม่แพ้คราวก่อนแน่นอนเพราะฝ่ายตรงข้ามเคยแก้ผ้าล่อนจ้อนกลางตลาดมาแล้ว คราวนี้จึงไม่มีอะไรจะเสียหรือต้องเก็บงำประกายเอาไว้อีกต่อไป และบังเอิญว่ามีข่าวเรื่องแผนทักษิณ2 ที่มีความ ดิบ-ถ่อย-เถื่อน ขึ้นมาสอดรับกันพอดี แม้ว่าจะมีเสียงปฏิเสธออกมาอย่างแข็งขันก็ตาม เมื่อเห็นความยุ่งยากดักรออยู่ข้างหน้าอีกไม่นานนัก ก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องเตรียมการรับมือเอาไว้ให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งยังมีอำนาจรัฐอยู่ในมืออย่างเต็มเปี่ยม คงไม่มีใครงอมืองอเท้ารอรับชะตากรรมหรอก

ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวไว้ว่า... "ประชาธิปไตยควรเป็นไปเพื่อลดหรือป้องกันความเห็นแก่ตัว ถ้าเห็นแก่ตัว ก็มีแต่ประชาธิป...ตาย โดยไม่รู้สึกตัว ความไม่เห็นแก่ตัว จึงเป็นรากฐานของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแท้จึงมีแต่ความไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นของมีได้ยาก สำหรับปุถุชนสมัยนี้...ที่บูชาแต่วัตถุ..."

01 เมษายน 2552

สถาบันเบื้องสูง

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนสงสัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังมีความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงหรือไม่ และการที่กล่าวหาว่าคนรอบวังที่ใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัวจับมือทำการปฏิวัติล้มอำนาจตนเองนั้น เป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีความพยายามโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือ ของคนรอบข้างพระมหากษัตริย์ และเพื่อโดดเดี่ยวสถาบันเบื้องสูงใช่หรือไม่ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ และคนรอบข้างที่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถึงเปรียบเสมือนต้นไม้เล็ก เรียงรายล้อมรอบต้นไม้ใหญ่อยู่ เมื่อสามารถโค่นล้มต้นไม้เล็กให้หมดไปแล้ว ต้นไม้ใหญ่ย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน “พ.ต.ท.ทักษิณกำลังหลงตัวเองฝันเฟื่องว่า ตัวเองเป็นผู้วิเศษที่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พยายามขายความคิดว่าตนเองมีเหมืองทองคำที่แอฟริกาหลายแสนล้าน ทำตัวเป็นนักมายากลขายฝันให้คนไทย จะเสกหรือเนรมิตรถไฟฟ้า 10 สาย เนรมิตแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร หรือเนรมิตระบบการศึกษาให้ลูกหลานคนไทย จะทำให้ประเทศไทยแซงหน้าชาติอื่นไป 10 ปี อยากถามว่าถ้าตนเองเป็นผู้วิเศษทำอะไรได้อย่างที่คุย ที่ผ่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีมา 6 ปี ทำไมไม่แสดงฝีมือในตอนนั้น แต่กลับทำตัวเป็นต้นเหตุให้ชาติถอยหลังเข้าคลอง ถูกปฏิวัติรัฐประหารในที่สุด” มนุษย์เราแต่ละคนต่างบทบาท ต่างวาสนา ต่างชะตาชีวิตกันออกไปนั่นก็เพราะบุญทำกรรมเก่าและวันนี้แห่งการกระทำก็จะเป็นหางเสือนำเรือชีวิตแต่สุดท้ายต่างก็กลับไปสู่ความว่างเปล่า น่าสงสารประเทศไทยและสงสารพี่น้องไทยทุกคนซึ่งขณะนี้ต่างติดกับดักมนุษย์บาปที่สร้างวิบากกรรมแก่บ้านแก่เมืองไปแล้ว ในภาวะบ้านเมืองที่ผู้คนแตกแยกคล้ายไร้จุดจบเช่นนี้ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธ ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมอันเป็นที่ประจักษ์ทั้งภายในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักรมาโดยตลอดจะทรงโทมนัสพระราชหฤทัยขนาดไหนที่ทรงเห็นบ้านเมืองไร้สุขพสกนิกรจะแตกกระซานซ่านเซ็นไปเช่นนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จบไปนั้นโหวตบอกผลการทำงานว่าควรอยู่หรือควรไปไม่ได้เลยเพราะคะแนนเหล่านั้นไม่ได้มาจากดุลยพินิจผลงานก่อนโหวตแต่มาจากอคติส่วนตัว มีบรรดาข้าราชการประพฤติตนเป็นหนอนบ่อนไส้ให้ฝ่ายค้านใช้ตวามลับทางราชการประหารฝ่ายรัฐบาล เป็นธรรมดาเมื่อทักษิณและระบอบทักษิณครอบงำกระบวนการราชการไทยฝังรากแห่ง ผลประโยชน์ลาภยศอำนาจและวาสนา ลุ่มลึก มา กว่า 8 ปีเทียบกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เพิ่งมาบริหารเพียง 3 เดือน ข้าราชการเหล่านี้ได้ชินชาและชื่นชอบระบอบทักษิณยังคุ้นเคยกับวงจรอุบาทว์อาจจะเสื่อมประโยชน์-เสื่อมลาภ-เสื่อมยศ-เสื่อมอำนาจ-เสื่อมตำแหน่งแล้วเผลอๆ สิ่งอสัตย์ต่อระบบราชการที่ทำไว้ในสมัยทักษิณจะถูกเช็กบิลถึงคุก-ตะราง การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จบไปนั้นเป็นกระสุนด้านที่ฝ่ายค้าน-แค้นแพ้ยับเยิน สาธารณชนก็ไม่เอาด้วย อภิสิทธิ์กลับได้คะแนนนิยมของประชาชนมากขึ้นแถมอภิสิทธิ์ยังได้รับการขานรับจากนานาประเทศผิดกับยุคของทักษิณ ทำให้นับวันพรรคเพื่อไทยจะแสดงบทบาทเป็นพรรคฝ่ายแค้นมากกว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านชัดเจนและแข็งกร้าวรุนแรงมากขึ้นทุกขณะโดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับม็อบกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ-กลุ่มคนเสื้อแดงต้องประกาศยกระดับการต่อสู้ให้เข้มข้นขึ้นด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกแล้วพวกเขาก็จะสลายการชุมนุมอันถือได้ว่าเป็นเดิมพันอันยิ่งใหญ่ชนิดที่ทักษิณเจ้ามูลเมืองหรือที่สื่อบางแขนงตังฉายาให้เป็นเจ้ามูมมามทุ่มหมดหน้าตักกันเลยฉิบหายเท่าไหร่เท่ากันเพื่อที่จะไม่ต้องหนีคุกหนีตะราง ได้ทรัพย์สินอันมหาศาลที่ถูกอายัดไว้กลับคืนและเผลอๆ ก็จะได้เข้าสู่อำนาจอีกครั้ง เส้นทางข้างหน้ามันชักตีบตันเข้าไปทุกทีทักษิณถูกกลืนหายบนนลัยแน่ถ้าขืนปล่อยให้เด็ก 2 คนกินรวบหัวรวบหางไปเรื่อยๆ ทักษิณมองเห็นแล้วว่าปล่อยเอาไว้ไม่ได้ก็เลยต้องแตกหัก ทั้งๆที่ในความเป็นจริงทักษิณไม่ติดขี้ตีนอภิสิทธิ์ทั้งในเรื่องบุคลิกและทัศนะบนเวทีโลกอุตส่าห์จ้างพีอาร์ระดับโลกชิงพื้นที่ข่าว ทักษิณจึงเลยเตะตัวเองเป็นหมูเข้าปากหมาให้ลิ่วล้อหลอกแดกได้ระดมพลจากทุกภาคให้ไปล้อมทำเนียบไม่ได้หวังยึดประเทศไทยแต่หวังเตะตัดแข้ง-ตัดขารัฐบาลอภิสิทธิ์ไว้ คนเสื้อแดงพยายามเลียนแบบพันธมิตรฯ แต่คนเสื้อแดงถ่อยอย่างไรก็ยังถ่อยเหมือนเดิม ความบัดซบ ความเป็นอมนุษย์ยังมีเหมือนเดิมและหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แกนนำเสื้อแดงทำแนวร่วมอย่างชาญฉลาดได้ทั้งเงินและมวลชนหวังก่อสงครามกลางเมืองขึ้นมาใหม่ ปลุกระดมเพิ่มดีกรีกันมาอย่างต่อเนื่อง แกนนำมักพูดจาจาบจ้วงให้ร้ายสถาบันเบื้องสูงแล้ว ยังมีทั้งข้อความและภาพปรากฏในเชิงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างชัดเจนประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างเปิดเผยกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นบรรดาองคมนตรี ศาล รัฐบาล และผู้มีอำนาจในกองทัพ ปลุกระดมมวลชน จนสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นชาติอย่างต่อเนื่องจนไม่น่าให้อภัย เร่งเร้ามวลชน เพิ่มความเกลียดชังใส่ฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มกำลัง โหมหนักขึ้นจนน่าเป็นห่วงว่าคนเสื้อแดงจะถูกชักนำไปสู่ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ น่าจับตาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ต่อกลุ่มคนเสื้อแดงต่างจากการดำเนินคดีต่อพันธมิตรฯที่เร่งรีบเป็นพิเศษ เจตนาของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเจตนาที่ต้องการทำเพื่อคนๆ เดียวที่ทักษิณหลุดออกมาเองที่บอกว่าให้เลิกแล้วต่อกันและมาเริ่มกันใหม่แล้วก็ขอทรัพย์คืน ยกเลิกคดีต่างๆ ที่ยังค้างคากันทุกฝ่ายเป็นการต่อรองเพื่อเสนอทางออกของประเทศของทักษิณที่ลากเอาประเทศเป็นเดิมพันไม่ต่างอะไรจากอันธพาลในระบอบประชาธิปไตยเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองด้วยการมุ่งโค่นล้มรัฐบาลชุดใหม่โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง หลายฝ่ายมองเห็นตรงกันว่ามีเจตนาหรือเป้าหมายสูงสุดคือทำลายสถาบันอย่างชัดเจน แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นเป็นไปได้มากที่ฝ่ายรัฐการต้องปฏิบัติการโต้ตอบเพื่อหยุดยั้งแต่บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็อาจทำรุนแรงเกินขอบเขตทั้งโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และโดยมีเจตนาแอบแฝงอันอาจทำให้ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบไปด้วยและหรือและอาจถูกอีกฝ่ายนำขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีจนทำให้ฝ่ายรัฐบาลจำเป็นต้องเลือกที่จะต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมในที่สุด ทำให้เข้าทางโจร ถ้าเป็นไปตามกลยุทธ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงวางไว้นับจากวันที่ 26 มีนาคมไปอีกประมาณ 10 วัน 20 วันจะมาบรรจบวันที่ 6 เมษายนวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯปฐมบรมราชจักรีทรงรับอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ โดยที่ผ่านมาการพาดพิงสถาบันก็จะเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดตราบเท่าที่ความขัดแย้งทางด้านการเมืองยังไม่ยุติ ภายหลังความพ่ายแพ้อย่างยับเยินในสภาพรรคเพื่อไทยจึงพยายามผลักดันร่างกฏหมายว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรเมื่อเร็วๆนี้ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีเป้าหมายแฝงเร้นทางการเมืองเพื่อฟอกโทษและความผิดคดีทุจริตทั้งหมดของทักษิณโดยมีสาระสำคัญที่กำหนดให้มีการนิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดอันเป็นผลพวงของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 จนกระทั่งถึงวันที่ 5พฤษภาคมที่จะถึงนี้ส่อเจตนาวางแผนนิรโทษกรรมความผิดล่วงหน้าให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงสอดรับกันอย่างแนบแน่น ดังนั้นในความจริงแล้วจึงเป็นเพียงการออกกฏหมายเพื่อฟอกล้างความผิดให้กับคนเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นคือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์แห่งสถาบันศาลอย่างยับเยินหากมีการนิรโทษความผิดและจะเป็นชนวนจุดไฟวิกฤติความแตกแยกให้กลับมาลุกโชนและลุกลามรุนแรงยิ่งขึ้น โฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงทักษิณต้นตอหมิ่นเบื้องสูงเหตุทักษิณฟาดหัวฟาดหางเพราะสูญเสียอำนาจ อย่าลืมนะว่าทักษิณนี่เองที่เป็นนายกฯแล้วทำให้ชาวบ้านมีหนี้ครัวเรือนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์รายได้ไม่เพิ่ม เพิ่มแต่หนี้ในขณะที่คนในครอบครัว เครือญาติ และพรรคพวกกลับรวยขึ้นกันทั้งโคตร ไม่เคยยอมรับการตรวจสอบของรัฐสภา หลบเลี่ยงหลีกหนี บิดเบือน ครอบงำการตรวจสอบทุกวิถีทาง ขณะนี้ได้พิสูจน์และปรากฏให้เห็นโดยปราศจากข้อกังขาอีกต่อไปแล้วว่ามีการดำรงอยู่จริงของขบวนการล้มเจ้าในการปราศรัยของนักโทษหนีคุกในกลุ่มคนเสื้อแดงมิใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเพลงร้อยเนื้อหนึ่งทำนองเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น ทักษิณยกระดับความรุนแรงทางคำพูดมากขึ้น นายแน่มาก สาดน้ำลายข้ามชาติใส่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและองคมนตรีอีกหลายต่อหลายท่าน รวมทั้งอดีตประธานศาลฎีกาประธานศาลปกครองคนปัจจุบัน และศาลอีกแทบทุกศาลยกเว้นศาลพระภูมิกระเซ็นเปียกต่อไปถึงคุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อ.ปราโมทย์ นาครทรรพ กษิต ภิรมย์ และนายทหารใหญ่น้อยที่ได้ทำรัฐประหารรวมทั้งไอ้ป๊อกซื่อบื้อคนนั้นด้วย คนเหล่านี้ล้วนมีต้นทุนทางสังคมสูงกว่าทักษิณมากนัก น่าเชื่อถือกว่าทักษิณมาก หน้าที่การงานเป็นหลักเป็นฐานแน่นอนอยู่ในประเทศไทย อยู่ภายใต้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไทย มีอุดมการณ์ทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม จึงนับได้ว่าเป็นการกระทำของทักษิณที่มุ่งทำลายความมั่นคงแห่งชาติ ทักษิณตอนเป็นนายกฯ นั้นเกลียด พล.อ.เปรมที่ท่านทำหน้าที่สนองเบื้องพระยุคลบาทอย่างเคร่งครัดมากเพราะติดที่ พล.อ.เปรม ไม่เช่นนั้นเขาจะทำอะไรกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้ จะเสนอเรื่องโดยตรงก็ได้โดยไม่ผ่านองคมนตรีซึ่งมีหน้ากลั่นกรองเรื่องราวต่างพระเนตรพระกรรฐ์ องคมนตรีจึงเป็นผู้โต้แย้งส่งเรื่องให้พิจารณาใหม่ทำให้ทักษิณไม่พอใจ ทักษิณพยายามยกประเด็นที่อ่อนไหว วิพากษ์ให้ร้ายองคมนตรีแต่เชิดชูสถาบัน ตีวัวกระทบคราด ใส่ความคนโน้นคนนี้ตลอด ฉวัดเฉวียน จาบจ้วงสถาบันตรงๆไม่ได้ก็ไปตีเอาองคมนตรี ตุลาการที่ล้วนแต่กระทำการภายใต้พระปรมาภิไธยที่มองให้ลึกลงไปอีกก็คาดเดาได้ว่ามีเจตนาจะทำลายสถาบันที่อยู่เหนือไปกว่านั้นแน่นอน โดยใช้ทหารแก่ๆ ไปสมอ้างเพื่อจาบจ้วงบุคคลที่เป็นองคมนตรีหรือคนใกล้ชิดกับสถาบันทางอ้อม อ้างว่าทักษิณถูกคนเหล่านี้กลั่นแกล้งและเปิดประเด็นใหม่ ประเด็นที่มันแหลมคม ประเด็นที่มันอ่อนไหว ออกมาเรื่อยๆแต่ทุกครั้งที่ทักษิณพูดจะยิ่งทำลายตัวเอง อย่างคำพูดล่าสุดของนักโทษชายทักษิณจากเดิมพุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญในบ้านเมือง ล่าสุดได้หันมาเน้นโจมตีเฉพาะรัฐบาลทั้งนอกสภาและในสภาไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่มาของรัฐบาลส่อให้เห็นว่ามีเจตนามุ่งมาที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ทำเศรษฐกิจแย่ บริหารประเทศโดยเด็กสองคนที่ไม่มีความสามารถ และกองทัพว่ามีผู้ใหญ่หนุนหลังการจัดตั้งรัฐบาล โจมตีให้ร้ายกษิต ภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาเมื่อความคิดเห็นประชาชนจากเอแบคโพลออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับการจาบจ้างให้ร้ายป๋า ล่าสุดพลิกกลับมาเน้นอธิบายในเรื่องความจงรักภักดีมากเป็นพิเศษ กลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่อ่อนไหวในเรื่องสถาบันเบื้องสูงดังนั้นเมื่อทักษิณถูกกล่าวหา ถูกเปิดโปงในเรื่องความไม่จงรักภักดีบ่อยครั้ง ซ้ำไปซ้ำมามันก็ต้องหยุดคิดได้เหมือนกัน ทักษิณและทาสสร้างเรื่องแบบชุ่ยๆ เอาเปรียบ ฉวยโอกาส พูดข้างเดียว พูดเอาแต่ได้ พูดไม่ฟังใคร แต่ไม่พูดถึงความจัญไรของตน ตีไข่ใส่สี กล่าวหาคนอื่นข้างเดียว พูดอะไรเป็นตุเป็นตะ เรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่เชื่อว่ามีทหารหนุนหลังออกไปหรือยุบสภาแล้ว ล้างไพ่มาเล่นกันใหม่ คิดเอาแต่ได้ อะไรเป็นประโยชน์ต่อตนก็จะพูดให้ดำกลายเป็นขาว-ขาวกลับกลายเป็นดำได้ตลอด ปลิ้นปล้อนด่าศาลกลับใช้ศาลที่ตัวเองด่าสาดเสียเทเสียนั่นแหละเที่ยวฟ้องร้องอริทางการเมืองมากมายหลายสิบคดี จ้องมองคนอื่นว่าผิดตลอด ทำแต่เรื่องสามานย์ โกงกินสารพัด สร้างรัฐตำรวจ เป็นเผด็จการรัฐสภา จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง แยกแยะถูก-ผิดไม่ออก ผิดแล้วผิดอีก คนอื่นเลวหมด โง่หมด ตนเองเก่งและดีอยู่คนเดียว .หากพูดอย่างไม่เกรงใจ ปัญหาบ้านเมืองทุกวันนี้เกิดจากอดีตนายกฯ คนนี้เริ่มตั้งแต่ให้พักก็ไม่พักมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมายจนในที่สุดก็โดนทำรั้ฐประหารในการออกมาพูดแต่ละครั้งไม่เคยพูดถึงปัญหาที่ตนเองเคยทำไว้พูดแต่ผลกระทบที่ตัวเองได้รับและพูดแต่ในสิ่งที่ตัวเองถูกต้องเท่านั้น.อดีตประธานสภาฯท่านหนึ่งกล่าวในรายการเสวนา ทักษิณพยายามที่จะเอาทรัพย์สินคืนถึงขั้นเคยให้ทนายความไปติดต่อ คตส.ขอต่อรองยอมให้ยึด 2 หมื่นล้านส่วนที่เหลือก็ขอคืน ในเวลาต่อมานายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศได้ยืนยันว่าไม่ใช่ไม่ชอบทักษิณเป็นการส่วนตัวแต่เป็นเรื่องความต่างของอุดมการณ์ ตนเห็นว่าระบอบทักษิณไม่มีธรรมาภิบาล ตอนนี้ทักษิณไม่มีไพ่จะเล่นแล้ว นอกจากพยายามจะขุดคุ้ยทำตัวเป็นหนอนอยู่ในโคลนตมในสิ่งที่เน่าเฟะ จะดูว่ามีอะไรในกอไผ่เกี่ยวกับตนอีกที่จะกระทืบตนลงแผ่นดิน รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ยังกล่าวว่า “ทักษิณหมดปัญญาแล้วหรือ ไม่เป็นนักเลงพอแล้วหรือ ถึงให้ลิ่วล้อทั้งหญิงชายพยายามขุดคุ้ยเรื่องของตน เปียโนของตนอยู่บ้าน ซื้อมือสองจากเยอรมัน ราคาแสนเศษเท่านั้น แล้วมันหนักกบาลหรือหนักหัวใครหรือ ตนก็พร้อมจะสอนเล่นเปียโนด้วย แล้วถ้าคิดว่าเปียโนนี้ไม่ได้กรอกไว้ในใบแสดงทรัพย์สิน จะให้ถูกลงโทษก็ยอม ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องปกปิด อยู่ทาวเฮ้าส์สภาพไหนไม่เคยปิดบัง ไม่ได้เป็นอีแอบซ่อนความร่ำรวยไว้ อยากรู้อะไรชี้แจงได้ ไม่อย่างนั้นไม่มาเล่นการเมือง เป็นรัฐมนตรี และไม่มาโต้เถียงกับคุณ ทักษิณในที่แจ้ง” ... “การที่ทักษิณจะมาข่มขู่ประชาชนว่ามีกองกำลัง มีกำลังตร. กองทัพเสื้อแดง... อย่าคิดว่าตัวเองเป็นเตรียมทหารรุ่น 10 แล้วจะมาบงการสังคมไทยได้ หรือจะใช้กองกำลังที่เป็นกุ๊ยทั้งหลาย หรือคนไทยที่ไม่รักชาติ สถาบัน มาข่มขู่สังคมไทย หรือข่มขู่ผมได้” คนไทยที่รักชาติ อย่าให้หลงประเด็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นปัญหา และสมควรที่จะต้องแก้ไขโดยอาศัยฉบับปี 2540 เป็นตัวตั้งเหมือนเช่นที่หมอเหวงได้ยื่นร่างแก้ไขไว้ในวาระการประชุมของสภาฯ แล้ว เพราะร่างดังกล่าวไม่มีการรับรององคมนตรีซึ่งเป็นการลิดรอนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ให้ผู้บริหารพรรครับผิดชอบถูกยุบพรรคเมื่อมีการซื้อเสียง รัฐบาลไม่ต้องขออนุญาตกับประชาชนก่อนการทำสัญญาผูกพันกับต่างประเทศ อย่าให้หลงประเด็นในเรื่องกฎหมายปรองดองแห่งชาติเพราะการนิรโทษกรรมเพื่อบุคคลบางกลุ่มจะทำลายนิติรัฐของประเทศทำให้บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป อย่าให้หลงประเด็นว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์มีที่มาอย่างไม่ถูกต้องทั้งๆ ที่ก็อาศัยสภาชุดเดียวกับที่เลือกสมัคร หรือสมชายมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี บรรดารัฐมนตรีที่ต้องออกไปมิใช่เพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับนายกฯ แต่เพียงเหตุเดียวหากแต่ทำงานไม่ได้ก็ควรออกไปเช่นกันเพราะเรื่องบ้านเมืองเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ มิใช่เป็นเรื่องต่างตอบแทนหรือเพื่อศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลแต่เพียงอย่างเดียว ทำไมหลายคนในวันนี้ดูถูกดูแคลนที่คนอยู่บนกระดาษที่ใช้หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวซึ่งคนที่ทำเพื่อเรามากว่า 60 ปี ทั้งๆที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทน โดย Lil' Whiney - http://mblog.manager.co.th/whiney/th-55908/

13 กุมภาพันธ์ 2552

วัตถุอันตราย กพ. 2552

สังคมไทยเป็นสังคมที่ร่มเย็นเพราะพระมหากษัตริย์มาช้านานแล้ว สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันหลัก ราชวงศ์จักรีทำอะไรมากมายให้แก่ประเทศชาติ ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศและประชาชนของพระองค์มามากมายนับไม่ถ้วน พระองค์ลำบากมามายเพื่อประชาชนของพระองค์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดเลย สถาบันพระมหากษัตริย์นี้จะอยู่คู่กับประเทศไทยที่ยกย่องเชิดชูสถาบันนี้ตลอดไปให้คนทั้งชาติ รวมเป็นหนึ่งใจเดียวกัน ในการดำรงพระราชอำนาจการใช้พระราชอำนาจและการกำหนดพระราโชบายต่างๆมีหลักเกณฑ์เชิงพุทธโดยชอบธรรมทั้งสิ้นเช่นทศพิธราชธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งราชวงศ์จักรีที่ทรงยึดหลักธรรมราชาในการปกครองประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ว่าราชวงศ์และพระองค์ท่านทำอะไรให้กับประเทศชาติยิ่งใหญ่มหาศาล พระปรีชาสามารถและปรัชญาของพระองค์ได้สร้างความเกรียงไกรต่อสายตาชาวโลกสร้างภาพลักษณ์ชื่อเสียงอันดีงามให้ประเทศไทย ปรากฏการณ์สำคัญยิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราขณะนี้ใครก็ตามที่ไม่เป็นคนหูหนวก ไม่เป็นคนที่ตาบอดหรือไม่ดัดจริตแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวก็ย่อมต้องทราบกันอย่างดีว่าสถาบันสูงสุดของชาติบ้านเมืองกำลังถูกบ่อนทำลายอย่างหนัก ทหาร ตำรวจข้าราชการและประชาชนทุกคนมีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญพิทักษ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เลี้ยงไว้เสียข้าวสุกเปล่าๆปลี้ๆถ้าใครก็ตามไม่ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ตัวแทนอำนาจเก่าที่ยังตกค้างหลงเหลืออยู่ในทุกวงการให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทั้งในทางลับและเปิดเผยผ่านสื่อสิ่งพิมพ์เว็บไซต์ วิทยุชุมชนและแม้แต่สื่อของรัฐเอง บ้างก็จัดตั้งกลุ่มพูดกันปากต่อปากเพื่อกล่าวหาสถาบัน ประกาศตนอย่างเปิดเผยไม่ยอมรับนับถือ ยุยงให้มีการถอดพระบรมฉายาลักษณ์ออกจากอาคาร ก่อตั้งเป็นกองกำลังข่มขู่คุกคามผู้อยู่ตรงข้าม เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้คนชาวไทยถูกทำให้เกิดความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างที่ไม่เคยปรากฏ ในอดีตประวัติศาสตร์ครั้ง ร.ศ.130 คณะทหารชั้นผู้น้อยกว่า 100 คนเคยคิดการใหญ่ล้มล้างระบบพระมหากษัตริย์จะลอบปลงพระชนม์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯแต่คนที่จะลงมือเกิดกลับใจนับได้ว่าครั้งนั้นเป็นกบฎชุดแรกๆ คนไทยที่รักชาติรักราชบัลลังก์ทั้งหลายต้องรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องจับมือร่วมกันอย่างจริงจังและเหนียวแน่นในการต่อสู้กับพวกกบฏเหล้านี้ ถ้าเราต้องการจะให้เดินหน้าเจิดจ้าก็ต้องยอมเจ็บปวดจากการรื้อสังคมขยะกันจริงๆ จังๆเสียทีมัวแต่อ้อยสร้อยตามน้ำกันไปวันๆ ราชบัลลังก์ สังคม ประเทศชาติและจริยธรรมก็จะดิ่งต่ำใต้นรกลงไปเรื่อยๆ อย่างนี้

ทักษิณเศรษฐีหมื่นล้านมีความชอบธรรมเพราะอ้างเสมอมาจากการเลือกตั้ง การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย(4 วิฯตอนกากบาท) ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง เป็นตัวเลือกที่ชดเชยกับความเบื่อระอาต่อความเชื่องช้าและไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ตอนนั้นใครๆ ชื่นชมทักษิณมุ่งหวังว่ารวยแล้วไม่โกงแต่กว่าชาวไทยจะพบความจริงว่าประเทศไทยกำลังถูกทักษิณกินรวบไปคนเดียวระดมเงินทุนแบบไล่แลกแจกแถมในโครงการต่างๆ ทักษิณจึงเป็นราวกับเทพเจ้าองค์ใหม่มาฉุดคนยากคนจนให้ฟื้นขึ้นจากความยากลำบากและมีมีหนี้สินเพิ่มขึ้น หนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลใช้วิธีหว่านเม็ดเงิน ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อเป็นขยะที่ซุกอยู่ใต้พรม เงินของตระกูลชินวัตรและดามาพงษ์มีมูลค่าหุ้น 19,239.08 ล้านบาทใน 3 ปีพบว่าตระกูลชินวัตรมีมูลค่าหุ้นรวมกันถึง 46,810.99 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 143% ธุรกิจเครือใน 5 ปีขายได้ 73,000 ล้าน หลังคมช.ยึดอำนาจแล้วให้คตส.ได้ตรวจสอบการทุจริตพบว่ารัฐเสียหายถึงแสนแปดหมื่นล้าน คตส.ขอให้ศาลยึดทรัพย์ทักษิณ76,000 ล้านรัฐบาลอังกฤษยังได้อายัดทรัพย์สินอีก150,000 ล้านบาทที่รัฐบาลต่างๆอายัดไว้รวมกันเป็นเงินถึง 226,000 ล้านเงินของทักษิณไม่ได้หมดแค่นี้ยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่อีก 1.75 หมื่นล้านหลังการเจ๊งการเก็งกำไรไป 1.75 แสนล้านแสดงว่าทักษิณยังมีเงินอยู่ถึง 192,500 ล้านเท่ากับว่าทักษิณเคยมีเงินสูงสุดถึง 418,000 ล้านใน 7 ปี เคยให้สัมภาษณ์ที่ดูไบว่าตัวเองยากจน อยู่อย่างลำบากคนยากคนจนม็อบเสื้อแดงยังอยากจะเรี่ยไรส่งให้มันใช้อีกหรือไม่ 61% ในหุ้นกลุ่มเอสซี แอสเสทที่ได้กว้านซื้อที่ดินแปลงงามจากปรส.ไปถือไว้ในมือด้วยราคาถูกแสนถูกจำนวนมาก นอกเหนือจากธุรกิจสนามกอล์ฟอัลไพน์ โรงแรมเอสซีปาร์ค และมหาวิทยาลัยชิน เงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้นมาจากไหน ใคร ๆ ถึงได้ไม่มีความกลัวเกรงใด ๆ ยอมเป็นขี้ข้าทักษิณ นักการเมืองผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการ ช่อง 3 ,5 ,7 ,9 , nbt , tpbs , หนังสือพิมพ์ เราชาวไทยต้องขอบคุณสนธิบังที่เริ่มต้นด้วยการตีแสกหน้าทักษิณจนหน้าหงาย สุดท้ายทักษิณจะไม่เหลืออะไร ทั้งเงิน ลูกเมีย อิสรภาพและแม้แต่แผ่นดิน ไม่รู้ว่ามันจะได้นอนหลับสบายดีทุกคืนอยู่อีกหรือไม่ ยื่งเมื่อสูญเสียอำนาจความหวังที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยถูกทำลาย ความแค้นเป็นเหมือนเพลิงเผาผลาญพาลคิดว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้รับความเห็นชอบจาก พล.อ.เปรมโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์รับรู้และให้ท้าย คนคนเดียวที่เต็มไปด้วยความแค้นมุ่งหน้าหวนกลับมาแสวงหาอำนาจไปปกครองประเทศเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อำนาจคืนมา คงสะใจยิ่งหากสามารถสร้างความเสียหายให้กับมาตุภูมิของมันได้และทำให้หลายคนเสียใจและหลายคนไม่สบายใจ ปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ทำสงครามการเมืองกับรัฐเข้าทางกลุ่มอนาธิปไตยไม่ยอมรับระบบการปกครองที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นใจ(รัญ) อึ๊งภากรณ์กินบนเรือนขี้บนหลังคาขี้ขลาดหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปอยู่อังกฤษ ใครบังอาจเหิมเกริมอาจเอื้อมแข่งบารมีกับผู้ที่มีบุญญาธิการขนาดนี้ก็ต้องรับผลกรรมของตัวไป เหล่าทัพย้ำชัดกรณีใจ(รัญ)นี้ว่าบทลงโทษคดีหมิ่นฯยังน้อยเกินไปใครจะมองว่าบทลงโทษนั้นล้าสมัยกองทัพยืนยันว่าจะต้องมีลงโทษแบบนั้น ใครที่มันคิดร้ายต่อพระองค์แม้นแผ่นดินมันก็จะไม่มีอยู่ ใจ(รัญ)ไม่มีความสำนึกว่าชาติพันธุ์ตัวเองเป็นมาอย่างไรได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาณ มันเองจะรู้ตัวกันไหมว่าหากก่อการครั้งนี้สำเร็จมันก็จะถูกบรรดาพลพรรคซ้ายอกหักเก็บ(ไม่ได้เอาไว้ให้อยู่ยาวๆแต่เป็นการเก็บศพทิ้งต่างหาก)เช่นกันสุดท้ายก็โง่ถูกหลอกใช้อยู่ดี

คนคนนั้นมีพ่อชื่อนายเลิศแม่ชื่อยินดีลูกหลานมากมีกาลีบ้านกาลีเมือง ทักษิณออกใบสั่งถึงเพื่อไทย-นปช.ปิดฉากรัฐบาลโอบามาร์กก่อน 1 พค.ใช้เกมรุกที่ดุดันและเผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม ทักษิณเองแสดงและเพิ่มบทกร้าวและเกรี้ยวกราดหนักกว่าเดิมแล้วให้ขี้ข้าแล้วลงไปเคลื่อนไหวบนถนนเพราะยิ่งปล่อยให้นานเนิ่นมากเกินไปกำลังพลก็จะอ่อนล้าและลาโรง เค้าลางแห่งความวิบัติกำลังคืบคลานเข้ามามันจึงต้องใช้กลยุทธ์ .บอกกับสมุนว่ายังคงมีเงินเต็มกระเป๋าและจะไม่มีวันลืมบุญคุณ ขาดเหลืออะไรไม่ต้องกังวล.เพราะเสือแม้วหอนอยู่ไม่ไกล นปช.และก๊วนความจริงวันนี้ทวงถามเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อจากรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 17 ก.พ.นี้หากประเด็นที่เรียกร้องทั้งหมดไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมออกมา ทั้ง 1.ให้ปลดกษิต ภิรมย์ จากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ 2.ดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จากกรณียึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินสุวรรณ ภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง 3.แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 โดยใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ คปพร. และ 4.ให้อภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา โดยให้เวลา ดำเนินการ 15 วัน นับตั้งแต่คืนวันที่ 31 ม.ค."แดงทั้งแผ่นดิน" (ที่ไม่น่าจะเกินไปกว่าแมวดิ้นตายของพวกมันในวันนั้น) นปช.และก๊วนความจริงวันนี้เตรียมปักหลักยืดเยื้อหลัง 17 ก.พ.-22 พ.ค.ดึงเกมไปจนกว่าพรรคฝ่ายค้านจะรับไม้เปิดเกมในสภาต่อ "การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงนั้น อาจจะมีทั้งที่เหมือนและต่างไปจากม็อบเสื้อเหลือง"เพื่อย้อนรอยรัฐบาล เพียงแค่การกระทำเยี่ยงอันธพาลของเสื้อแดงที่ผ่านมาเป็นสวะสังคมทำลายศรัทธาคนในระบอบทักษิณไปมากต่อมาก ความเคลื่อนไหวในลักษณะคู่ขนานระหว่างม็อบเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยเตรียมจับมือโจมตีพร้อมกันทั้งในและนอกสภาจริงๆแล้วมีเป้าหมายที่กษิต ภิรมย์เพียงคนเดียวมุ่งหวังจุดประเด็นทางการเมืองเท่านั้นและเป้าประสงค์สุดท้ายยังอยู่ที่เดิมคือการกลับมาเป็นรัฐบาลและทวงคืนทุกสิ่งของนักโทษชาย มันจะสร้างพลังจากภาคประชาชนเสื้อแดงรอซ้ำรัฐบาลหลังพ่ายศึกอภิปรายฯถ้ารัฐบาลพลาดจะมีการใช้แกนนำเครือข่ายกลุ่มร่วมกับหัวคะแนนทำให้มีการขยายตัวอย่างกว้างขวาง เพื่อไทยกำลังถูกหลอกให้ถลำกลับลำไม่ทันน่าจะส่งผลให้เลือกตั้งแล้วเพื่อไทยแพ้ เราเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วพลังม็อบเสื้อแดงอาจไม่มากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน เพราะรัฐบาลต้องหาทางตัดกำลังม็อบเสื้อแดง เร่งดำเนินการเอาผิดกับบุคคลต่างๆที่ปราศรัยเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง จากการที่ขี้ข้าทักษิณพยายามสร้างข่าวต่างๆทั้งการลอบสังหาร การระงับวีซ่าและทุกข่าวที่เกี่ยวกับทักษิณนั้นเป็นแค่ความตั้งใจที่จะกระตุ้นตลาดในยามที่กระแสเริ่มตก เมื่อนโยบายโลกล้อมประเทศของมันไม่สำเร็จมันจะสู้ทุกรูปแบบ ดึงมวลชนเข้ามาเป็นกำแพงปกป้องมัน บ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวาย ทักษิณกลายเป็นสัมภเวสีที่ลอยแคว้งไปตามกรรมที่ตัวเองก่อไว้ตามที่พ่อแม่ครูอาจารย์ได้เตือนลูกศิษย์คนนี้ที่กลัวคุกจนเกิดอาการจิตตกเพราะไม่ฟังไม่เชื่อและลบหลู่ท่าน .ทักษิณจะไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็จะหมดไปสิ้น แม้ชีวิตก็ยังรักษาไว้ไม่ได้. มันยังไม่รู้จักสำนึกยังคงสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน

ในสภาเด็กแม้วขุดงบมิยาซาวา-ไอเอ็มเอฟหวังดิสเครดิตรัฐบาลระหว่างอภิปรายงบฯ ที่ผ่านมา 6-7 ปีทักษิณสวาปามคนเดียวกว่า 2 แสนล้านบาทโครงการล้มเหลว 100%เยอะแยะผลาญงบประมาณเพื่อสร้างคะแนนเสียงมาโดยตลอดเด็กแม้วกลับเฉยช่วงสมัครและสมชายกระโปรงก็มายกเว้นค่าน้ำประปา ยกเว้นค่ารถเมล์และอื่นๆอีกเพียงปีเดียวงบกลางถูกใช้ไปอย่างมหาศาล ด้านกรณ์แฉกลับ 3 เดือนกว่าของรัฐบาลสมชายกระโปรงผลาญเงินคงคลัง 1.7 แสนล้าน การเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติที่พรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมดำเนินการอยู่ในขณะนี้มีแนวคิดสร้างความสมานฉันท์และความปรองดองแห่งชาติดังกล่าวที่ฟังดูแล้วเหมือนจะดูดีเหมือนกับว่าพรรคจะสนับสนุนแนวทางการสมานฉันท์ แต่ในความเป็นจริงนั้นมันเป็นเพียงแค่แผน ลับ ลวง พรางเพื่อจะฟอกผิดทักษิณและคนในแก้งค์ระบอบทักษิณหรือพรรคไทยรักไทยเดิมเท่านั้นเป็นการท้าทายคำพิพากษาและสูญเสียความน่าเชื่อถือไปนอกจากนี้จะยังทำให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งในสังคมอีกด้วย ทุกวันนี้ระดับรากหญ้าก็ยังยากจนค่นแค้นเช่นเดิม ชีวิตไม่ได้มีอะไรดีขึ้น แต่กลุ่มที่ร่ำรวยขึ้นคือกลุ่มตระกูลโคตรโกงและโกงทั้งโคตรส่วนกลุ่มเสื้อแดงที่ออกมาประท้วงนั้นก็ออกมาโดยที่มีพวกหัวโจกหลอกกินเงินจากตระกูลโคตรโกงดังนี้แล้วพลังม็อบเสื้อแดงเลิกหวังได้แล้วว่าอดีตนายกฯ ทักษิณจะนำการต่อสู้ในทิศทางที่จำเป็นสำหรับท่านและอย่าได้ตั้งความหวังกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ขนาดเจ้าของทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้และประธานสโมสรเห็นพ้องต้องกันหลังหารือกับผู้บริหารทีมว่าคงเป็นการไม่เหมาะสมหากจะอนุญาตให้ทักษิณรั้งตำแหน่งสำคัญภายในทีมต่อไปเนื่องจากสถานภาพในปัจจุบัน การเดินทางไปใช้ชีวิตในตะวันออกกลาง จีน และบาฮามาสหลังโดนถอนวีซ่าจากสหราชอาณาจักรเพียงเพื่อหลบเลี่ยงคดีความในประเทศไทยที่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีสร้างความอับอายขายหน้าให้กับสโมสร คลื่นไส้ที่สโมสรยอมให้อาชญากรมีตำแหน่งกิตติมศักดิ์ภายในทีมด้วย

อย่างไรก็ตามในเวลานี้เมื่อมีเกิดกระแสข่าวว่าประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯ จีนและญี่ปุ่นอาจจ่อคิวยกเลิกวีซ่าเข้าออกประเทศเช่นเดียวกับอังกฤษนั้น ได้เกิดความเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่ของทักษิณที่มักเลือกโฟนอินผ่านสถานีดีทีวีเพื่อเขย่ารัฐบาลบ่อยครั้ง แต่การที่รัฐบาลไทยผ่านการเลือกตั้งและอยู่ในระบอบประชาธิปไตยมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วการอาศัยพื้นที่ของต่างชาติในการโจมตีรัฐบาลไทยจึงเป็นหลักสากลที่รัฐบาลย่อมไม่อาจให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐได้

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/12/01/entry-1

นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.นช.
.พืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืชพืช

หากนำเอาคำนิยามคำว่า วัตถุอันตราย ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายปี 2535 มาเป็นที่ตั้ง อันได้แก่ วัตถุระเบิดได้, วัตถุไวไฟ, วัตถุออกซิไดซ์, วัตถุเปอร์ออกไซด์, วัตถุมีพิษ, วัตถุที่ทำให้เกิดโรค, วัตถุกัมมันตรังสี, วัตถุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม, วัตถุกัดกร่อน, วัตถุที่ทำให้เกิดการระคายเคือง, และวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล-สัตว์-พืช-หรือสิ่งแวดล้อม... คณะกรรมการวัตถุอันตราย กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศให้ ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืช ซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี 13 ชนิด อันได้แก่ 1.สะเดา 2.ตะไคร้หอม 3.ขมิ้นชัน 4.ขิง 5.ข่า 6.ดาวเรือง 7.สาบเสือ 8.กากเมล็ดชา 9.พริก 10.คึ่นช่าย 11.ชุมเห็ดเทศ 12.ตองตึง และ 13.หนอนตายหยาก...ขึ้นทะเบียนเป็น วัตถุอันตราย ที่พอเข้าข่ายนิดๆ ก็เช่นประเภทพริก ที่พอได้แสบปาก แสบคอกันบ้าง ถ้าหากดัน แ-ก เข้าไปมากๆ หรือ สาบเสือ ที่อาจก่อความระคายเคือง ถ้าดันเอาตูดไปทับไปครูด แต่ถ้าหากรู้จักหยิบ รู้จักใช้...มันก็ไม่น่าจะถึงขั้นที่จะกลายเป็น วัตถุอันตราย ใดๆ แม้แต่น้อย... การประกาศขึ้นทะเบียนสมุนไพร 13 ชนิดให้เป็น วัตถุอันตราย นั้น เน้นหนักเฉพาะการนำเอาสมุนไพรเหล่านี้มาแปรรูป ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้จำกัดแมลง หรือเป็นยาปราบศัตรูพืช วัชพืชเพื่อการค้าเป็นหลัก ไม่ได้เกี่ยวกับการปลูก การจำหน่าย การนำเอามาใช้รักษาโรค หรือการรับประทานแต่อย่างใด
คุณ วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ซึ่งคลุกคลีกับการต่อสู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศไทย เกษตรกรไทยมานานแสนนานสรุปเอาไว้ว่า... "เจตนาของการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ สามารถมองได้หลายมุม หากมองในแง่ดีก็อาจจะเพื่อต้องการควบคุมพืชที่จะนำมาสกัดเพื่อใช้ประโยชน์ ให้มีคุณภาพดี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และผู้บริโภค แต่ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่ง ก็อาจเพื่อต้องการกีดกัน สกัดกั้นการนำเอาสมุนไพรมาสกัดเป็นสารกำจัดวัชพืช และเปิดทางให้กับการใช้สารเคมีทั่วไป ซึ่งไม่แน่ใจว่า...จะเป็นการผลักดันของบรรดากลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ (ชื่อย่อนักการเมืองที่คาดว่าจะมีเอี่ยว -น- / ข้าพเจ้าเติมเอง) ที่แอบแฝงมาหรือไม่ เช่นพวกกลุ่มบรรษัทยาฆ่าแมลง หรือบรรษัทข้ามชาติ..." ??? ??? ???
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรคนก่อน คุณ อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ ความพยายามที่จะรณรงค์ให้บรรดาเกษตรกรทั่วประเทศ ลด-ละ-เลิก การใช้สารเคมีกำจัดแมลง ศัตรูพืช เป็นไปอย่างเอาจริงเอาจังและน่าชื่นชมไม่น้อย เพราะจากสถิติที่ให้ข้อพิสูจน์นับเป็นสิบๆ ปี ยืนยันเอาไว้อย่างชัดเจนว่า...ความไม่คุ้มค่า หรือกระทั่งผลเสีย อันเนื่องมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์จากสารเคมีเพื่อการเกษตร ที่มักจะต้องสั่งตรงมาจากต่างประเทศนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดผลบวกกับเกษตรกรอย่างเท่าที่ควรจะเป็น การรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาใช้พืชสมุนไพร อย่างสะเดา สารสกัดจากอินทรียวัตถุ (สมุนไพร) ไล่แมลง ใช้กากเมล็ดชากำจัดหอยเชอรี่แทนสารพาราไธออนฯ ที่ส่งผลให้ปลาตาย กระทบต่อผู้บริโภค จนต้องห้ามนำเข้ามาแล้ว ใช้ไส้เดือนฝอย แตนเบียน ตัวห้ำเบียน ฯลฯ ปราบศัตรูพืชแต่ละชนิด นอกจากจะทำให้การนำเข้าสารเคมีลดลงไปอย่างฮวบๆ ฮาบๆ ในแต่ละปี ยังเป็นการช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม ช่วยคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดไปจนถึงช่วยสนับสนุนทิศทางในการทำการเกษตร แบบเกษตรกรรมธรรมชาติ เกษตรตามทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรพอเพียง ฯลฯ ควบคู่ไปด้วย พูดง่ายๆ ว่านอกจากจะเป็นการช่วยเหลือประเทศไทย ช่วยเหลือคนไทย เกษตรกรไทยแล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียผลประโยชน์ ที่บรรษัทข้ามชาติ ซึ่งมักจะร่วมมือกับข้าราชการไทยตักตวงเอาจากประเทศและเกษตรกรไทยมาโดยตลอดนั่นเอง... จากบทความของท่านขุนน้อย 12 กุมภาพันธ์ 2552 กองบรรณาธิการไทยโพสต์
สังคมควรตรวจสอบสายสัมพันธ์ของบุคคลทั้ง 3 คนนี้ให้ดีว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของการออกประกาศฉบับดังกล่าว โดยคนแรกเป็นข้าราชการระดับสูงอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็น ส.ว. มีอักษรนำ คือ "อ" มีความสนิทสนมกับ นักการเมืองภาคอีสาน อักษรนำ "น" และทั้ง 2 คนนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบริษัทสารเคมีข้ามชาติ มีอักษรนำคือ "ม" "ห" แหล่งข่าวกล่าว จากบทความรุมจวกขึ้นบัญชี 13 สมุนไพรไทยเป็น "วัตถุอันตราย" เล็งพบนายกฯจี้ตั้งคณะกก.สอบหาต้นตอ -- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234404330&grpid=01&catid=04