02 กุมภาพันธ์ 2552

หมอตาทิพย์แห่งป่าซาง

แผ่นดินนี้พ่อหลวงของเราทรงเป็นผู้ที่กอบกู้บ้านเมือง ปกป้องแผ่นดินไทยจากข้าศึกศัตรูมาตลอด ทุกรัชกาล จนถึงปัจจุบันนี้ แผ่นดินไทยก็ยังเป็นของพระองค์ท่าน พ่อหลวงของเราท่านทรงเห็นว่า การเอาเงินไปแจกชาวบ้าน ไม่กี่วันก็ใช้หมด แล้วก็จะยากจนต่อไป ท่านจึงทรงช่วยชาวบ้านให้มีที่ทำมาหากิน รู้จักวิธีการทำมาหากิน ซึ่งยั่งยืนกว่า ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายปี เพราะเมื่อชาวบ้านรู้จักพึ่งพาตนเองได้แล้ว ก็จะสบายไปจนตาย คนเหนือ คนอีสานกลับไม่รู้จักบุญคุณและไม่รักท่าน

เราเสียเวลาไปเยอะให้กับผู้นำฉ้อฉลนำการเมืองไปใช้ก็เพื่อหวังประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง ชัยชนะของการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 29 เขตทั่วประเทศและการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นชัยชนะที่บอกให้รู้ว่าประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต้องการบอกนักการเมืองทั้งหลายทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านว่า “พอได้แล้ว” สำหรับการทำร้ายประเทศชาติและประชาชนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลหุ่น นับเป็นสัญญาณเตือนให้พรรคประชาธิปัตย์พรรคซึ่งเป็นแกนนำของรัฐบาลขณะนี้ได้ตระหนักให้พรรคประชาธิปัตย์มาแก้ไขปัญหาของประเทศต้องรับฟังเสียงของประชาชนและไม่ดูถูกดูแคลนประชาชน หลังจากถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักว่านายกษิต ภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเคยขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพิ่งเดินทางกลับจากการเยือนกัมพูชา ได้ดำเนินการทางการทูตเข้าขั้นเหนือชั้นกับทางรัฐบาลกัมพูชาเพื่อผลประโยชน์ของชาติล้วนๆ ยืนยันว่าจะเข้าร่วมประชุมในการพิจารณากรอบอาเซียนซัมมิทและพร้อมชี้แจงทุกประเด็นปัญหา นายเตช บุนนาคและคนวงในด้านการต่างประเทศมีความเชื่อมั่นที่มีต่อนายกษิตมากมาย ถ้านายกษิตอยู่แผนการขายประทศของทักษิณก็จบแห่ เก้าอี้ตัวนี้มีความสำคัญกับวิถีความเป็นอยู่ของนช.ทักษิณในต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง พวกไอ้สามหัวขี้เลื่อยความเท็จวันนี้พยายามทำเพื่อให้ทักษิณรอดพ้นจากการดำเนินคดีและถูกเตะตกจากเวทีโลก

ทั้งที่หน้าตาคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรัฐบาลสมัครรัฐบาลสมชายแต่อย่างใดบางกระทรวงดูจะเลวร้ายกว่าเสียด้วยซ้ำบุคลิกท่วงท่าตลอดจนความเป็นผู้นำกลับช่วยกลบปมด้อยอันอัปลักษณ์อัปภาคย์ของรัฐบาลนี้ได้ ประชาชนรักมาก เทใจให้มาก ถ้าหากผิดหวัง ประชาชนก็อาจจะเกลียดเอามากๆได้ รัฐบาลคงพิจารณาปัญหาต่างๆ แล้วที่ต้องเร่งแก้ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องคนจน เป็นสำคัญ สำคัญกว่าปัญหาการเมือง ฝ่ายค้านนอกจากค้านไม่เป็นแล้วก็มักจะเอาปัญหาส่วนตัวขึ้นมาเป็นปัญหาหลักในการอภิปรายหรือไปพล่ามกันอยู่นอกสภา ดิสเครดิตให้รัฐมนตรีเสียหาย ช่างน่าเสียดายเงินภาษีประชาชนที่นำไปจ่ายเป็นเงินเดือนและเบี้ยประชุมให้ส.ส.ส่วนหนึ่งที่ทำงาน "ด้อยคุณภาพ" อย่างน่าอดสู รัฐบาลมาถูกทางแล้วที่แก้เศรษฐกิจก่อนและถือคติว่าเราควรที่จะมีความเชื่อมั่น เชื่อมือ เชื่อถือ ไทยแลนด์ ภาครัฐและเอกชนประสานกัน ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และหน่วยงานราชการต้องจริงใจในการช่วยเหลือเอกชนอย่างเต็มที่ ถ้ารัฐบาลเร่งทำและขยันทำงานเราฟื้นตัวได้แน่ๆ และอาจเร็วกว่าที่คาด เพิ่งจะเริ่มทำงานเองจะเอาเห็นผลเร็วก็คงแปลกเราประชาชนให้โอกาสรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าประชาธิปัตย์ด่าเขาไว้ตอนเป็นฝ่ายค้านพอได้มาเป็นรัฐบาลไม่ทำให้ถูกมัวแต่เกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลหรือทำผิดเสียเอง เมื่อใดรัฐบาลไม่สามารถบริหารอยู่บนความซื่อสัตย์สุจริตได้ ก็จะเป็นปัญหาทางการเมือง และปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลและบางครั้งนำไปสู่ความสูญเสียอธิปไตยด้วยซ้ำ อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้อย่างเช่นกรณี
1)การแจกเงินสงเคราะห์คนยากไร้พร้อมแนบนามบัตรของบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
2)การแจกถุงยังชีพที่มีปลากระป๋องเน่าของวิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่พอมาตรวจสอบจริงๆ แล้วก็อาจจะกลับปรากฏว่าก็เป็นการการวางสนุ้กให้รัฐมนตรีรับผิดชอบก็เป็นไปได้ลองไปตรวจสอบย้อนหลังดูว่า มีบริษัทที่จัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับเรื่องถุงยังชีพ เรื่องภัยหนาว ฝนแล้ง น้ำท่วม พอไปตรวจสอบ กลับกลายเป็นว่าบริษัทมีเป็น 10 บริษัท แต่บริษัททั้ง 10 เป็นบริษัทในเครือของคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล เมื่อปี พ.ศ.2546 บริษัทเหล่านี้มีคนอยู่เพียง 2 ตระกูล ที่เป็นกรรมการบริหารบริษัท ทำให้วันนี้รัฐบาลหรือรัฐมนตรีของประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาลอภิสิทธิ์ถูกดิสเครดิต ซึ่งก็ต้องเห็นใจ แต่ต้องถามหาความกล้าของรัฐมนตรีก็ต้องกล้าออกมา ออกมาตรวจสอบย้อนหลังดูว่าไม่ต้องไปถึงปี 46 หรอก เอาแค่ปี 48, 49 ก็น่าจะได้เบาะแสหรือเจอแล้วว่าบริษัทเหล่านี้ เป็นบริษัทที่ใกล้ชิดกับใคร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้นำรัฐบาลคงต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสในกรณีของปลากระป๋องเน่าโดยเร็ว และเด็ดขาดเข้าตาประชาชนที่คอยเอาใจช่วยเพื่อต้องการเห็นการเมืองโปร่งใส ("โดยเฉพาะในช่วงระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา...ภายใต้การจัดสร้างเครือข่าย อันแข็งแกร่ง แน่นหนา ของคณะรัฐบาลที่สามารถครอบครองอำนาจรัฐได้ต่อเนื่อง ยาวนาน อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยก็ว่าได้ บรรดาข้าราชการประจำที่ถูกจัดวางเอาไว้ในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ก็ไม่ใช่แค่ถูกวางเกลี่ยๆ เอาไว้ในระดับผิวๆ เท่านั้น แต่บางกลุ่ม บางกลไก ถูกฝังรากเอาไว้ระดับ ลึกลงไปถึงลำไส้ หรือไปจนถึงระดับริดสีดวงทวารเอาเลยก็ว่าได้ ถึงทำให้...กระทั่งคนที่ทั้งดุ ทั้งลึก และเหี้ยมเกรียม อย่าง เทพเทือก แท้ๆ ยังอดไม่ได้ที่จะต้องครวญครางออกมาว่า... ขนาดเชือดไก่จนแทบหมดเล้าแล้ว...ลิงมันยังไม่รู้สึกอะไรเลย..." ท่านขุนน้อย 3 กุมภาพันธ์ 2552 กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์)
3)การลงมติเห็นชอบในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ของรัฐมนตรี 3 คน ประกอบด้วย นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม, นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ที่ปัญหามีอยู่ว่าเมื่อมีรัฐมนตรีคนอื่นโหวต "ไม่ลงคะแนน" ก็แสดงให้เห็นว่า รัฐมนตรีส่วนใหญ่รู้ดีว่า หากโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก็จะมีปัญหาตามมาแน่

หากลากยาวออกไป กฎเหล็กอภิสิทธิ์ไม่ต่างอะไรไปจากการผายลม รัฐบาลอย่าได้ประมาทเพราะว่าภายในและภายนอกเขาสอดรับประสานกัน ภายในรัฐสภาเขาให้เฉลิมก่อกวน ขบวนการนอกสภาก็ทำ ทำตามการสั่งสู้ของทักษิณนั่นเอง คนพวกนี้หนักแผ่นดิน รู้จักแต่การได้เงินมาง่าย ๆ แบมือขอ ประท้วงเอา รับจ้างประท้วงไปวัน ๆ หนึ่งโดยไม่คำนึงเลยว่าประเทศชาติจะเสียหายขนาดไหน แล้วในที่สุดไอ้คนที่พวกนี้สู้ให้ก็หนีไปเสวยสุขมีเงินนับแสนล้าน ทิ้งไว้ให้พวกมันกับลูกหลานรับกรรมต่อไป ถ้าช้าไปกว่านี้รัฐบาลตั้งตัวได้จะอยู่ยาวครบจนวาระสภาทักษิณถึงต้องสั่งสู้เร็วต้องเร่ง เป้าหมายพวกมันคือ ล้มสถาบัน คนกลุ่มนี้ต้องการล้างสถาบันของปวงชนชาวไทยเพื่อตั้งทักษิณเป็นประธานาธิปดีประชาชนทั่วประเทศยังนิ่งเฉยได้อีกหรือ

ประชาชนทั้งหลายรู้ว่า มีการคอร์รัปชัน มีการแสวงหาประโยชน์กันอย่างมากมายมหาศาลในสนามบินแห่งใหม่ ทั้งสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจที่ซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 จ่ายเงินไปเป็นพันล้านโดยที่ยังไม่ได้เห็นแม้กระทั่งนอตสักตัวเดียวเป็นผลงานการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ได้ถูกคตส.ทำเอาไว้เกือบจะสมบูรณ์แล้วสั่งให้ป.ป.ช.สานต่อ กรรมการ ป.ป.ช.บางคนเก็บเรื่องประวิงเวลาเอาไว้ และศรีสุข จันทรางศุที่ผู้เป็นพ่อซึ่งเคยเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมได้ปูทางเอาไว้ให้ลูกเดินจนกระทั่งลูกได้มาเป็นปลัดกระทรวงเช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อ น่าจะถึงโรงถึงศาลสถิตยุติธรรมไปแล้ว ศรีสุขทำงานตั้งแต่หัวหน้ากองขึ้นมาจนถึงปลัดกระทรวงผ่านงานสำคัญๆ มามากมายไม่ว่าจะเป็นการสร้างสนามบินหนองงูเห่า (สุวรรณภูมิ) ซึ่งมีตำนานมากมายตั้งแต่การถมทรายจนกระทั่งสร้างอาคาร สร้างรันเวย์ ซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 สร้างแอร์พอร์ตลิงค์ ฯลฯ เป็นศรีสุขคนนี้นี่เองที่เซ็นคำสั่งให้ศูนย์ฝึกบินพลเรือนรับเครื่องฝึกบินจำลองอันซื้อมาผิดสเปกเสียดีๆ ทำไมสามล้อถูกหวยอย่างโสภณ ซารัมย์จึงได้แต่งตั้งศรีสุขมาเป็นประธานคณะทำงานพัฒนาการขนส่งทางอากาศได้อีก ความจริงแล้วประชาธิปัตย์ไม่ควรปล่อยให้โสภณ ซารัมย์นั่งสามล้อหลงทางมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีได้เสียด้วยซ้ำ

ปตท.บ่นอุบ! ยอดขายแก๊สโซฮอล์เข็นไม่ขึ้นหากรัฐบาลต้องการให้ ปตท.เดินหน้าแก๊สโซฮอร์ก็ต้องประกาศยกเลิกขายเบนซิน อย่างไรๆ ปตท.ก็ยังเป็นรฐวิสาหกิจตั้งแต่ ปตท.แปรรูปเป็นบริษัทปตท.มีปัญหามาตลอดเลย คิดจะทำธุรกิจแบบผูกขาดไปทั้งชาติ ผู้บริหารปตท.บริหารไม่ได้ก็เอากลับมาเป็นของรัฐแล้วคุณๆก็ลาออกไปอยู่บ้านเสียดีกว่าให้คนดีมีความสามารถทำเก่งและพร้อมจะทำอีกมากมายมาบริหารแทนคุณๆ ที่วันๆ คิดแต่กำไร กำไรและกำไร ยิ่งพูด ยิ่งเห็นธาตุแท้ และความต้องการที่แท้จริง การเลือกใช้น้ำมันน่าจะเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถเลือกใช้พลังงานชนิดใดก็ได้ ปตท.พลังงานไทยเพื่อไทยหรือเพื่อใครกัน

ชำแหละงบเพิ่มเติมปี 52 ก่อนเข้าสภาฯ พรรคร่วมแบ่งเค้กลงตัว "เพื่อนเนวิน" รับเละ1.4 หมื่นล้าน ส่วนใหญ่ลง อปท. ลุ้นเป้าจีดีพีโต 2.5-3.5% เผยเงินคงคลังเหลือ 2.3 ล้านล้าน ขณะที่งบขาดดุล 3.47 แสนล้าน หนี้สาธารณะ ณ มิ.ย. 51 แตะถึง 2.9 ล้านล้าน โฆษกคลังแจงที่มาชดเชยเงินคงคลัง 1.9 หมื่นล้านไม่ใช่เงินกู้ แต่มาจากภาษีเพิ่มหลังออกมาตรการกระตุ้น ศก. บวกกับเพิ่มงบกลางปีและสินเชื่อแบงก์รัฐ มีข้อสังเกตเป็นบันไดขั้นแรกที่จะกรุยทางไปสู่การชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานหรือไม่ เพราะหาก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" สามารถผงาดในพื้นที่ภาคอีสานแทนเจ้าของพื้นที่เดิมได้ก็จะเป็นการ "ต่อยอด" ในการก้าวเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

***ปชป.ได้เค้กก้อนโตสุด 7.4 หมื่นล้าน
***ภูมิใจไทย-เพื่อนเนวิน 1.5 หมื่นล้าน
***พรรคชาติไทยพัฒนา 2.1 พันล้าน
***พรรคกิจสังคมงาบ 760 ล้านบาท
***และพรรคเพื่อแผ่นดิน 500 ล้าน


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทำอะไรกับสื่อหรือยัง หัวใจสำคัญที่สู้เขาได้มีเพียงสื่อเท่านั้น ให้ประชาชนทั่วประเทศได้รู้ว่าสาระดีๆ ความจริงดีๆ ให้ประชาชนทั่วประเทศเขาได้ล้างใจ ว่าที่หลงเข้าใจทักษิณไปผิดๆ นั้นจริงๆ แล้วทักษิณกอบโกยเข้าตัวเองเท่าไหร่ ถึงเวลารื้อหรือยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง นายอำเภอก็ดี ผู้ว่าฯ ก็ดี พวกที่รักทักษิณเต็มหัวใจ ปกป้องทักษิณสุดชีวิตจิตใจ เก็บเอาไว้ทำไม เอาจริงเอาจังกับพวกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้หรือยัง รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องไม่ปล่อยถ้าจะก้าวไปข้างหน้า จะอยู่ยาวๆ จะอยู่นานๆ ให้พี่น้องรัก อย่างเป็นธรรม ก็จะต้องรีบแก้ไข ต้องรีบตรวจสอบ

วันนี้ของ "ทักษิณ ชินวัตร"นักโทษชายหนีคดีอดีตผู้นำประเทศต้องเร่ร่อนรอนแรมไปเมืองโน้นประเทศนี้ ไร้เรือนนอนปักหลักถาวร เป็นพ่อนกขมิ้นหน้าเหลี่ยมที่ต้องชดใช้กรรมอีกนาน มาวันนี้ทักษิณควักกระเป๋าซื้อบ้านส่วนตัวอีกหลังที่รัชคัตเตอร์ส เบย์ (Rushcutters Bay) ย่านบ้านมหาเศรษฐีในซิดนีย์นอกเหนือไปจาก 3 เมืองหลัก ดูไบ ฮ่องกงและจีน ทักษิณโอดครวญเรียกคะแนนสงสาร กลายเป็นคนไร้ที่ทางจะอยู่เป็นหลักแหล่งก็เพื่อท่องเที่ยวบำบัดจิต หลังถูกไล่ล่าลอบสังหารที่เกาะกงประเทศกัมพูชาที่แม้ฮุนเซนซึ่งก็คือเขมรเพื่อนผู้มีผลประโยชน์ร่วมครองประเทศกัมพูชาอยู่ แม้เป็นเขตอิทธิพลของ"พัด สุภาภา" นักธุรกิจสองสัญชาติ มิตรทางธุรกิจ แต่ก็ยังมีเจ้าพ่อภาคตะวันออกผู้ที่ถูกกดหัวให้ยอมศิโรราบแล้วยังถูกหนำซ้ำไล่ล่าจนจนมุมด้วยน้ำมือของผู้ยิ่งใหญ่ยังคงคำรามด้วยแค้นที่เกาะกง ต่อคำกล่าวที่ว่าในโลกนี้มีประเทศเป็นร้อยประเทศและมีอยู่เพียง 10 กว่าประเทศเท่านั้นเองที่ยึดมั่นในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทักษิณยังจะมีที่หยัดยืนอยู่อีกมากมายสามารถหนีคุกได้อีก นี่เราจะจัดให้เป็นความสามารถที่น่าชื่นชมหรือน่าสมเพชเวทนาของทักษิณดี การที่นักข่าวถามคำถามถึงกรณีการถูกออกหมายจับจากทางการไทยและรัฐบาลตะวันตกจำนวนหนึ่งตีตัวออกห่างดังกล่าวเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ในความเป็นจริงก็คือทักษิณไม่จำต้องแสวงหาแผ่นดินอยู่ใหม่เขาเป็นคนไทยเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยดังนั้นเขาควรที่จะเป็นแบบอย่างของคนที่เป็นพลเมืองดี ภายหลังการรัฐประหารของคณะทหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เหตุเพราะเขาประสบความสำเร็จจนน่าอิจฉา ทำธุรกิจก็ร่ำรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้านด้วยเวลาอันรวดเร็ว เล่นการเมืองก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศครบเทอม สมัยที่สองก็ได้รับเลือกตั้งอีกด้วยเสียงข้างมากสามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยพรรคเดียว สามารถบริหารประเทศเป็นที่พออกพอใจของประชาชนจนเลือกพรรคไทยรักไทยของเขามากที่สุดจัดตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียวดังได้กล่าวแล้ว ถ้าประเทศไทยไม่มีทักษิณเสียคนเดียวประเทศชาติของเราคงจะเจริญและสงบได้มากทีเดียว ทั้งๆที่คตส.ได้ตรวจสอบพบความผิดของเขาหลายเรื่องหลายประเด็นมีบางเรื่องยังอยู่ที่อัยการ บางเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแล้ว บางเรื่องศาลตัดสินไปแล้ว โดยให้จำคุกตัวเขาไว้ 2 ปี เขายังอยู่ในสภาพของนักโทษหนีคุก ทักษิณเองกลับพยายามที่จะแทรกแซงการพิจารณาของศาลจนกระทั่งทีมทนายความของเขาต้องถูกศาลสั่งจำคุกมาแล้ว ทักษิณพยายามทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีความสงบ ให้เกิดภาวการณ์ของรัฐที่ล้มเหลวและให้คนออกมาต่อต้าน จนต้องใช้กำลังปราบปราม

ทักษิณจะจงรักภักดีหรือไม่ตัวของทักษิณรู้ตัวเองดีที่สุด ทักษิณยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ว่าจะต่อสู้ในนรกหรือสวรรค์ก็จะต่อสู้ ถ้าไม่คืนความเป็นธรรมให้ก็จะไม่หยุดเคลื่อนไหว ยิ่งดูเขาคิดเป็นตรรกะที่ประหลาดมากที่ประเทศหนึ่งมีคนหนีคุก หนีกระบวนการยุติธรรมเพราะทุจริตคอรัปชั่น จะสามารถกลับมาเป็นผู้นำประเทศและเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติได้อีก คนธรรมดาคงจะไม่สามารถคิดได้ว่าจะมีประเทศไหนหรอกที่ยอมรับ "ผู้นำ" ที่เป็น "นักโทษหนีคุก" ได้หรอก การสูญเสียอำนาจทำให้สติสัมปชัญญะของทักษิณผิดปกติ จากจิตใจความรู้สึกของทักษิณที่มีแต่ความอาฆาต พยาบาท จองเวร เอาคืน บ้าอำนาจ เป็นนายกมาสองสมัยก็เลยคิดว่าประเทศไทยเป็นของตัวเองไปแล้วไพล่คิดว่าประเทศไทยทั้งประเทศอยู่ภายใต้อุ้งมือของเขาจะบันดลบันดาลอย่างไรก็ได้ เขารักและห่วงใยประเทศไทยขนาดที่เขาต้องหย่ากับคุณหญิง ช่วยสงเคราะห์ให้สมัคร สุนทรราชได้เป็นนายกรัฐมนตรี ยงยุทธ ติยะไพรัชได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และอีกหลายๆ คนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ อื่นๆ อีกมากมาย ทักษิณและพวกยังคงว่าจ้างฝรั่งลอบบี้ยิสต์ดำเนินการทุกอย่างบั่นทอนหรือดิสเครดิตประเทศและสถาบันที่เราเคารพอย่างต่อเนื่องเช่นให้นิตยสารฟอร์บส์ และสื่อทีวีเช่น CNN พยายามจัดให้ในหลวงเป็นกษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก ออกข่าวทำนองว่าทักษิณจนลงแล้วเหลือทรัพย์สินไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์ ชี้นำ(หรือว่าจ้าง) ให้นักข่าวต่างประเทศเขียนข่าวให้ร้ายสถาบัน บั่นทอนภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศและสถาบันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการตามปฏิญญาฟินแลนด์ พยายามสร้างภาพว่าเขาเป็นตัวแทนความคิดเสรีนิยมที่ไม่นิยมสถาบันกษัตริย์ ข่าวเรื่องทหารเรือไทยกระทำทารุณกรรมชาวโรฮิงญาจนถึงขั้นทำให้มนุษย์เรือ (Boat People) ผู้อพยพมาจากดินแดนพม่ากว่า 200 คนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม แต่ไม่มีผู้ใดพบศพแม้แต่ศพเดียว กลางทะเลที่ระบุโดยสื่อต่างชาติที่อ้างแค่เพียงว่าได้รับข้อมูลมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่งอ้างว่าได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือและจึงเดินเข้าไปดูพบว่าทหารเรือไทยกำลังทรมานชาวโรฮิงญาไม่มีภาพประกอบเป็นประจักษ์

ทักษิณพูดผ่านสื่อไม่มีเนื้อหาแปลกๆ ใหม่ๆ ที่น่าสนใจพูดเหมือนเดิม ซ้ำๆ ซากๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือ "พูดกล่าวหาและโยนชั่วให้คนอื่น" ส่วนที่ 2 คือ "ยังคงฝืนแก้ตัว" และส่วนที่ 3 คือ "พูดมั่วซั่วเพื่อเรียกร้องให้สงสาร" ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งๆ ก็วนเวียนอยู่ใน 3 ส่วนนี้ ที่น่าเวทนาเป็นที่สุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อ้างว่า "สักวันหนึ่งถ้าผมใช้กรรมที่เกิดขึ้นจากชาติที่แล้วหมดทุกอย่างคงจะดีขึ้นผมคงจะไม่โชคร้ายไปอีกนานเท่าไหร่หรอก" ทั้งๆที่รู้ว่าเวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า อังกฤษเล่นงานทักษิณได้ขนาดนี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ได้เชื่อถือทักษิณเลยไม่ต้องไปเรียกความเชื่อถือจากประเทศไหนอีกแล้วในโลกนี้ คนไทยหลายคนหนีคดีไปอยู่อังกฤษได้แต่ทักษิณหนีไปอยู่ซื้อบ้าน ขนเงินเข้าประเทศเขามากมายเขายังไม่ให้อยู่ต่อแต่นี้ไป ทักษิณจะคิดอะไรแต่ละอย่าง ทุก ๆ อย่างที่เขาคิด จะเป็นการล้างผลาญสมบัติของเขาเอง

ตอนทักษิณฯโฟนอิน มีสามเกลอหัวขวดช่วยกันชเลียร์ว่า...
พวกเสื้อแดงสงสารท่านจะไม่มีเงินใช้(ถูกยึดหมด) พวกเราจะเรี่ยไรเงินส่งไปให้ท่าน ท่านจะว่าอย่างไร ...?
ทักษิณฯ ตอบว่า...ขอบคุณ แต่ไม่ต้องหรอก...........
"พวกมรึงไม่ไถกู ก็บุญแล้ว...."

ทักษิณ (โกงจน)ชิน(กินเป็นกิจ)วัตร คุณพูดว่า "คุณเป็นเสือ -จะสู้ไม่ถอย" ฉะนั้นคุณรีบกลับมาเมืองไทยแล้วทำตามที่คุณพูด "อย่ามัววิ่งวนอยู่รอบบ้านแล้วเห่าหอนเรียกฝูงทาสของคุณ ยังมีเสบียงอาหารอยู่อีกมาก อย่าแตกฝูง" “หมอตาทิพย์แห่งป่าซาง” ได้เคยทำนายเปิดปริศนาชีวิตของคุณเอาไว้ 4 ข้อว่า
1. จะเรืองยศ เรืองเกียรติ เปี่ยมอำนาจ มากเงินตรา หาใครเทียบเทียม
2. ต่อมาจะหมดยศ ไร้เกียรติ ก้มหน้าลงดิน สิ้นศักดิ์ศรี หมดบารมีเพราะบริวาร และความทะยานอยากแห่งตน ทรัพย์สินที่หามาได้จะหมดลงไปด้วยบริวารเลว ทรัพย์ศฤงคารจะร่อยหรอและเหลือน้อยลงเท่ากับที่เคยเป็นมา
3. จากนั้นจะถูกประชาชนสีเหลืองขับไล่ และหนีหน้า เร้นกายไปตายในต่างแดน และ
4. เป็นปริศนาข้อสุดท้าย ที่ฟ้าดินลงโทษ เป็นเวรกรรมที่แก้ไม่ได้ ใช้ไม่หมด เจ้ากรรมนายเวรมีทั่วไปทั้งแผ่นดิน สิ้นสุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ไร้รังนอน และเอนกายกับผืนดิน มีเพียงเมียและลูกในชุดดำร่ำไห้ เดียวดาย แต่คนทั้งแผ่นดินจะจดจำเจ้าชะตาได้แม่นมั่นนิรันดรไม่ลืมเลือน

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ