10 มิถุนายน 2552

โครงการรถเมล์อเวจีวี 4,000 คัน

โครงการรถเมล์อเวจีวี 6000 คันมีมาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งขณะนั้นพันธมิตรฯ กำลังชุมนุมอยู่ที่ท้องสนามหลวง เพื่อขับไล่รัฐบาลทักษิณโดยโครงการดังกล่าวได้มีแผนเสนออยู่แล้วแต่เมื่อเรื่องถูกเปิดออกมาก็กลัวไม่ได้รับการยอมรับเพราะอาจเกิดปัญหาในแง่ลบจึงชะลอโครงการไป โครงการนี้ถูกสืบทอดมาตลอด ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคภูมิใจไทย ที่เรียกได้ว่าเกิดจากการรวมตัวของ ส.ส.พรรคพลังประชาชนที่กระจายตัวออก จึงถูกสานต่อและสืบทอดมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อ เนื่องจากเป็นโครงการที่ฉ้อฉล ผิดตรรกะ และไม่โปร่งใส เราไม่ต้องการรถเมล์ 4 พันคัน แต่เราต้องการระบบขนส่งมวลชนภายในกรุงเทพฯ ที่มีประสิทธิภาพ และคนที่แบกรับภาระก็ควรจะเป็นคนที่ใช้ถนนมากกว่าคนอื่น

คุณแก้วสรร อติโพธิอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนต่อกรณีโครงการรถเมล์อเวจีวี 4000 คันที่เคยประกาศคัดค้านไว้ตั้งแต่ลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. แรกเกิดโครงการนี้เป็นปัญหาเนื่องจากราคาน้ำมันแพงที่ถามกันแต่เพียงว่าจะเอารถปัจจุบันของขสมก. 2,000 คันมายกเครื่องใหม่หรือจะโละของเก่าซื้อใหม่ทั้งหมดรัฐบาล นายกฯสุรยุทธ์ จุลานนท์ก็ชี้ขาดให้ใช้วิธีเปลี่ยนเครื่อง

กลุ่มข้าราชการกทม.ที่หากินทำรถดับเพลิง ทำรถขยะ ทำป้ายอัจฉริยะของ กทม.ซึ่งนายกฯสมัคร สุนทรราชดึงเข้ามาในรัฐบาลกับกลุ่มบุรีรัมย์และรัฐมนตรีคลังขณะนั้นจึงมารวมตัวกันเป็นแก๊งออฟโฟร์ แปลงโครงการเปลี่ยนพลังงานมาเป็นโครงการปฏิรูประบบรถเมล์ ขสมก.ทั้งหมด ตามรูปการแล้วจะต้องปรับเส้นทางรถเมล์ทั้งหมดเป็นเส้นหลักเส้นรอง ออกจากบ้านใช้ตั๋วใบเดียว จึงมีการกลัวกันว่าจะเป็นการล็อคสเปคทั้งโครงการเลยหรือไม่ทางแก้จึงต้องแยกให้ข้อเสนอให้เช่ารถกับข้อเสนอบริการระบบตั๋วต้องเป็นคนละข้อเสนอแข่งขันแยกออกจากกันจึงต้องใช้รถใหม่ทั้งหมด 6,000 คันใน 10 ปี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ศึกษาตรวจสอบโครงการทำให้ผู้ทำโครงการต้องยอมลดจำนวนลงมาเหลือ 4,000 คันกิจการ เดิมโครงการนี้รับว่าจะจัดการเปลี่ยนรถของขสมก.ให้เป็นรถใช้ก๊าซเท่านั้นต่อมาลามปามถึงขนาดจะหารถคันใหม่ที่ใช้ก๊าซมาให้ขสมก.เช่าเป็นรายวันถึงจะไม่ได้ใช้ไม่ใช้ก็ต้องจ่ายพร้อมเหมาซ่อมซึ่งไม่ซ่อมก็ต้องเสียตังค์ให้ด้วย อย่างนี้มันไม่มากไปหน่อยหรือ

ตามโครงการนั้นอ้างว่าขสมก.นั้นขาดทุนจึงไม่ควรลงทุนซื้อรถเอง เงินค่าเช่าค่าซ่อมนั้นก็ให้เอกชนหักออกจากรายรับที่เก็บจากผู้โดยสารเป็นรายวันไปหากได้ไม่ครบตามสัญญาก็มีสิทธิเรียกจากขสมก.ได้ เป็นการโยนความเสี่ยงให้ ขสมก.และผู้โดยสาร หาก ขสมก.ขาดทุนก็ต้องหันมาขึ้นค่าโดยสารกับประชาชนแน่นอน ประกอบกับมีข่าวมาว่าเขาล็อคกันไว้แล้วและล็อคแน่นถึงขนาดเตรียมอธิบดีศุลกากรเพื่อเตรียมรายการตีราคารถเมล์จีนให้ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อลดต้นทุนภาษีนำเข้าแล้วด้วย ในโครงการมีทั้งความไม่สมเหตุผลและกลิ่นคาวคอร์รัปชั่นซ้อนกันอยู่ในโครงการเดียว ในความไม่สมเหตุสมผลถ้าไม่มีเงินลงทุนแล้วแล้วทำไมใช้วิธีเช่าแทนที่จะให้เอกชนรับเป็นรถร่วมหรือรับสัมปทานไปเลย ตัวเลข 4,000 คัน แล้วทำไมไม่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าตัวเลขเหมาเช่าตลอด 10 ปี ในราคาตายตัว การเสนอโครงการนั้นใช้ตัวเลขที่เลื่อนลอยและอันตรายมาก การแปลงโครงการจากปัญหาการเปลี่ยนเชื้อเพลิงรถขสมก.มาเป็นการปฏิรูปรถเมล์ทั้งระบบ เพิ่มการหารถใหม่จาก 2,000 คัน เป็น 6,000 คันทิ้งรถที่มีอยู่ที่เป็นการลงทุนเดิมทั้งรถ ขสมก.และรถร่วมทำให้เห็นได้ว่ากระหายจะหารถใหม่อย่างยิ่ง รายการคำนวณราคากลางไม่โปร่งใส มีปัญหาซ้ำซ้อนหมกเม็ดพอถูกตวจสอบก็ปรับเปลี่ยนไปมาได้เรื่อยๆ บริษัทที่ปรึกษาที่แท้จริงแล้วนั้นมีอยู่จริงหรือไม่และศึกษาอะไรออกมาจริงๆ บ้าง ขสมก.และรัฐมนตรีเป็นเพียงหุ้นลมของกลุ่มทุนในขบวนการเท่านั้น

การปฏิรูปทั้งระบบที่แท้จริง ไม่ใช่คิดแต่ในกรุงเทพฯ คิดแต่เรื่องตัวยานพาหนะ คิดแต่ระบบรถเมล์ ทั้งกระทรวงคมนาคมและแม้กระทั่งกทม.เองไม่เคยแม้แต่จะคิดเอาสองระบบนี่มาเชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกันเลยว่าให้รถไฟฟ้าเป็นเส้นเลือดใหญ่ รถเมล์เป็นเส้นเลือดย่อย สองแถวหรือมอเตอร์ไซค์ในซอยเป็นเส้นเลือดฝอยแล้วพัฒนาหรือจัดการผังเมืองให้แน่นอีกชั้นหนึ่ง ปัญหามันอยู่ที่ว่า ขสมก.ไม่มีเครดิตจะลงทุนอีกต่อไปแล้ว รัฐก็กู้เต็มเพดานอีกเหมือนกัน ถ้าให้สัมปทานเสียให้หมดแล้วให้เอกชนเสียค่าสัมปทานเท่าที่ต้องใช้ล้างหนี้ขสมก.แล้วเอาอำนาจควบคุมเส้นทางราคา และคุณภาพบริการมาอยู่กับ กทม.เลย เช่นนี้จะดีไหม

ทุกปีรัฐบาลต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อจัดหารถยนต์ราชการจำนวนมากมีทั้งใช้ระบบซื้อและระบบเช่า คำถามมีซ้ำๆทุกปีทำไมจึงเช่าไม่ใช้วิธีซื้อหรือไม่ก็ทำไมจึงซื้อไม่ใช้วิธีเช่าคำตอบคือแล้วแต่ประเภทของงานและลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน รถยนต์ใช้งานปกติใช้วิธีเช่าดีกว่าซื้อ โทรมเร็วมาก ไม่เกิน 5 ปี ภาระต่อการซ่อมบำรุงสูงมาก รถเก่าในสภาพที่ไม่ได้ใช้งานและเป็นภาระแก่การเก็บรักษา การจัดหารถยนต์มาใช้ในราชการโดยวิธีเช่าโดยผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมบำรุงและอุปกรณ์อะไหล่ทั้งหมดรวมทั้งต้องจัดรถยนต์สำรองให้ใช้งานทดแทนได้ทันทีกรณีที่รถยนต์ที่เช่าเกิดขัดข้องเสียหายจากการศึกษาและประเมินข้อมูลพบว่าการเช่าสมประโยชน์มากกว่าการซื้อและเป็นภาระแก่งบประมาณน้อยกว่าการซื้อ ปรากฏตัวเลขค่าเช่ารวมสูงกว่าต้นทุนราคารถยนต์ที่ซื้อใหม่เพราะการให้เช่าระยะยาวพร้อมเงื่อนไขการบริการมีต้นทุนแฝงสูงกว่าราคาตัวรถมาก

บางประเภทไม่อาจใช้รถยนต์ปกติของทางราชการได้จำเป็นที่ต้องใช้รถยนต์ที่ซ่อนเร้นอำพรางผู้ปฏิบัติงานโดยผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องจัดรถยนต์คันใหม่สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาอำพรางการทำงาน
รถยนต์ใช้งานประเภทนี้ก็มีความจำเป็นต้องใช้วิธีเช่า รถยนต์ตำรวจทางหลวง รถยนต์สำหรับคนไข้ฉุกเฉินของโรงพยาบาล รถยนต์บรรเทาสาธารณภัย หรือรถกู้ภัย เช่น รถดับเพลิง เป็นต้น รถเหล่านี้เป็นรถพิเศษมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต้องต่อเติมดัดแปลงและมีภารกิจที่อาจมีสิทธิพิเศษบางประการในการปฏิบัติหน้าที่รถยนต์ประเภทนี้ต้องใช้วิธีซื้อเพราะต้องเสี่ยงภัยและไม่มีบริการให้เช่า รถยนต์ประจำตำแหน่งทูตและรถยนต์สถานทูตมีสิทธิพิเศษทางการทูตเอกสิทธิพิเศษนี้จำเป็นต้องเป็นของเจ้าของรถ

ขสมก.จะต้องยกเครื่องระบบการเดินรถครั้งใหญ่เพื่อฟื้นฟูกิจการมียุทธศาสตร์ และมีแผนงานที่ชัดเจนจะต้องตั้งต้นที่เนื้องานหรือแผนงานจริงๆบนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความเป็นไปได้ไม่ใช่เริ่มต้นที่การจัดซื้อจัดหารถใหม่ กระทรวงคมนาคมได้เสนอครม.ให้ใช้วิธีการเช่าแต่ถูกวิพากษ์วิจาณณ์ว่าแพงเกินไปจนอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น โครงการนี้ได้ถูกต่อต้านในวันที่มีการนำเสนอครม.แทบทุกครั้งและข้อหรือประเด็นที่นำมาต่อต้านก็คือแพงเกินความจริง การที่โสภณหน้าด้านเสนอเรื่องนี้เข้าไปใน ครม. โดยถูกเด้งมา 3 ครั้ง คือตราบาปที่ประทับอยู่บนหน้าของโสภณอยู่แล้ว โครงการที่เสนอ 3 ครั้งแล้วต้องแก้ไขตัวเลขแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้เสนอไม่ได้ทำการวิเคราะห์โครงการให้รอบคอบถ้ารอบครอบจริงต้องสามารถตอบข้อสงสัยและได้รับการอนุมัติในครั้งที่ 2

ถึงแม้ว่าคณะรัฐมนตรีรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะตีกลับโครงการรถเมล์อเวจีวี 4000 คันมูลค่า 46,000 ล้านบาทของกระทรวงคมนาคมออกไปแล้วให้สภาพัฒน์ไปทำการศึกษาใหม่เราจำต้องรอผลการศึกษาของสภาพัฒน์ สศช.มีความจำเป็นจะต้องพิจารณาปัญหาทุกด้านให้กว้างขวาง รอบคอบและถี่ถ้วนจนสามารถตอบคำถามของสังคมได้อย่างสมบูรณ์ทุกด้าน คนที่เสียภาษีย่อมหวังว่าโครงการรถเมล์อเวจีวี 4000 คันจะไม่ใช่การบริหารจัดการเอาเงินภาษีประชาชน 64,000 ล้านบาทไปละเลงโดยไม่คุ้มค่าเหมือนในอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับหลายๆโครงการของรัฐ คนรับฟังแอบหวังลึกๆว่านายกฯ ของพวกเขาจะเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งสื่อและประชาชนคนไทยกำลังถูกหลอกให้หลงประเด็นหรือไม่ว่าจะใช้วิธีซื้อหรือเช่าว่าอย่างไหนจะเหมาะสมกว่ากันในประเด็นที่สำคัญว่าอาจมีการทุจริตนั้นกลับไม่กล่าวถึงกันบ้าง ถ้าทำเพื่อการตรวจหาข้อบกพร่องและยกเลิกโครงการเมื่อพบว่าบกพร่องก็ยอมรับได้ แต่ถ้าให้สภาพัฒน์ศึกษาเพื่อประทับตราผ่านโดยอาศัยความเป็นนักวิชาการก็ทำให้ประชาชนยอมรับไม่ได้แน่นอน คำตอบไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือเป็นการเช่าหรือให้ยุติทั้งการซื้อและการเช่าก็ล้วนจะเป็นปัญหาสำคัญแก่รัฐบาลต่อไป หากจะต้องซื้อก็ต้องเป็นการซื้อรถไม่ใช่ซื้อเวลาและต้องไม่มีการทุจริต สภาพัฒน์เองก็ไม่ใช่จะไว้ใจได้เพราะอำพน กิตตอำพนเลขาธิการสภาพัฒน์มีความสนิทชิดเชื้อกับเนวินชอบชิดตั้งแต่สมัยที่หม่องเขมรเนวินมีตำแหน่งแห่งหนก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าหม่องเนวิน มีบทบาทอยู่ในภพภูมิ ใจไทย ด้วยจึงแสดงให้เห็นความไม่โปร่งใสและไม่น่าไว้วางใจ การที่รัฐบาลทำอย่างนี้อาจจะเป็นเหมือนการเอาเรื่องดังกล่าวไปซักฟอกดังนั้นจึงไม่อยากให้สภาพัฒน์เอาชื่อเสียงที่สะสมมานานมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้

กลุ่มคนที่นั่งรถเมล์คือกลุ่มคนที่หาเช้ากินค่ำ นักศึกษาประชาชนผู้ใช้แรงงานชนชั้นกรรมาชีพ ประเภทที่เงินเดือนมากๆ ก็แห่ไปซื้อรถส่วนตัว บุคคลซึ่งต้องเดินทางโดยรถประจำทางของขสมก.ที่ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นแต่ยังต้องทนทุกข์กับคุณภาพของการให้บริการที่คงเดิมหรือในบางครั้งแย่ลงกว่าเดิมเสียอีกโดยเฉพาะในส่วนของรถร่วมบริการที่นำรถเก่าออกมาวิ่งและใช้คนขับรวมไปถึงพนักงานเก็บเงินที่ด้อยคุณภาพในการให้บริการ จะเห็นได้จากกิริยามารยาทในการขับรถและพูดจากับผู้ใช้บริการที่ไม่ควรจะมีและไม่ควรจะเป็น วันนี้รถของขสมก.มีรถยนต์ประจำทางในรูปแบบต่างๆอยู่ประมาณ 6 พันคันมากกว่าครึ่งเป็นรถในสภาพที่ใช้การไม่ได้แล้วหรือไม่มีคุณภาพแล้ว แต่ที่วิ่งจริงๆไม่เกิน 3.000 คัน รถยนต์ของขสมก.จะเสื่อมโทรมเร็วกว่ารถยนต์ของบขส.ถึง 3-4 เท่าตัว คนที่ใช้บริการรถเมล์เขาไม่ได้ดูหรอกว่ารถสวย ดี คุณภาพคับแก้วแต่ความจริงรถคันไหนเข้าป้ายก่อนมีที่นั่งว่างก็ขึ้นไปใช้บริการทั้งนั้นเพื่อให้ทันเวลา ผู้ที่จะต้องใช้เมล์ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะเอารถเอ็นจีวีหรือรถแอร์มาใช้ก็ไม่รู้สึกกระทบอะไรถ้าหากไม่ขึ้นค่ารถ รถเมล์ราคา 8 บาทกับรถเมล์ฟรีวิ่งมาไล่เลี่ยกันคนจะเลือกวิ่งขึ้นรถคันไหน ถ้าโครงการนี้สามารถผลักดันจนสำเร็จลุล่วงนั่นแปลว่าพนักงานเก็บค่าโดยสารหรือกระเป๋ารถเมล์ที่เราพบเจอกันเป็นประจำเป็นอันต้องอำลาตำแหน่งไปโดยปริยาย

บรรดารถเมล์ ขสมก.รถร่วมบริการล้วนจะต้องปรับปรุงตัวเองเพื่อให้ทันโลก ทันสมัย โดยทั่วไปเราไปเช่ารถคนอื่นเขามาขับถ้ารถเสียเจ้าของรถก็ต้องเอาไปซ่อมเองและระหว่างนั้นก็ต้องเอารถคันใหม่ที่ใช้ได้มาให้เราใช้แทนด้วย หรือถ้าซื้อเมื่อใช้ไปรถเริ่มเก่าค่าซ่อมบำรุงเริ่มแพงขึ้นหากไม่อยากใช้รถเก่าต่อไปก็สามารถขายได้เงินบางส่วนคืนมาบ้าง โครงการรถเมล์อเวจีวีโครงการนี้อ้างว่าเมื่อเช่ารถมาดำเนินกิจการรถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายคันละประมาณ 9,363 บาทต่อวัน (รวมค่าเช่า) แต่จะมีรายได้ถึงคันละ 11,000 บาทต่อวันซึ่งมีกำไรประมาณหนึ่งพันกว่าบาทต่อคันต่อวัน เมื่อความเป็นจริงในปัจจุบันรถแอร์ของขสมก.ที่ปิยะพันธ์เอามาวิ่งอยู่ทุกวันนี้ทำรายได้เพียงคันละ 7,000 บาทต่อวัน ถ้าจะได้ตามโครงการจริงๆ นอกจากจะขึ้นค่าโดยสารไปเป็น 30 บาทแล้วขสมก.ยังจะต้องทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว

ส่วนค่าซ่อมนั้นกลุ่ม 40 ส.ว.ระบุว่าค่าซ่อม 2,250 บาท/คัน/วัน นั้นเป็นการคิดจากค่าซ่อมกิโลเมตรละ 7.50 คูณ 300 กิโลเมตร/วันซึ่งเป็นข้อมูลจากรถที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป และระยะทางที่กำหนดไว้ตามทีโออาร์ไม่เกิน 300 กิโลเมตร ในความเป็นจริงแล้วรถเมล์จะวิ่งเฉลี่ยวันละ 200 กิโลเมตร ดังนั้นการที่ผู้เสนอโครงการนำค่าซ่อมรถอายุ 10 ปีคูณกับระยะทางที่วิ่งเกินจริงจึงเป็นที่มาของค่าซ่อมรถที่สูงเกินจริง ค่าซ่อมบำรุงรถใหม่ในปีแรกๆ ไม่กี่ร้อยบาทต่อวันเฉลี่ย 10 ปี ไม่น่าจะเกิน 1,200 บาท/คัน/วันและนายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชนฉัตรชัย ชัยวิเศษยืนยันว่าค่าซ่อมบำรุงไม่เกินคันละ 1,300 บาทต่อวัน ขสมก.เองก็เคยเสนอเมื่อ 2 ก.ย. 2551 นั้น ก็คิดค่าซ่อมรถคันละ 1,359 บาทต่อวัน ทำไมการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันนี้จึงมีค่าซ่อมตั้งแต่ปีแรก โครงการรถเมล์อเวจีวีโครงการใหม่ที่ขสมก.เสนอในวันนี้กลับมีค่าซ่อมสูงถึง 2,250 บาทต่อคันต่อวัน แล้วทำไมต้องเช่า 10 ปีจริงอยู่ช่วง 5 ปีแรกเราอาจได้ใช้รถใหม่ แต่ในช่วง 5 ปีหลังเราจำเป็นต้องทนใช้รถเก่าที่เป็นรถเช่าด้วยหรือ

12 บาท x 350 คน = 4200 บาท / ค่าเช่า 9000.- > 4200-9000 = -4800 บาท / -4800 x 4000 คัน = -19,200,000.- ขาดทุนต่อวันแล้วมันจะกำไรได้อย่างไร

ปัจจุบันว่าวงเงินล่าสุดซึ่งเป็นตัวเลขจากสัปดาห์ที่แล้วได้ลดลงมาเหลือ 6.4 หมื่นล้านบาทเป็นการลดแบบกระหน่ำช่วงหน้าฝนจากเดิมเคยตั้งเอาไว้ที่ราคา 6.9 หมื่นล้านบาท พอถูกด่า ถูกตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้นก็ยอมลดลงมาแบบพรวดพราดราคาเพิ่ม-ลดได้รายนาทีตามมาตรฐานสินค้าคลองถมลดค่าเช่า 5 พันล้านได้สเปคเดิม กลายเป็นว่านี่คือแผนหลอกต้มของนักการเมืองที่สร้างวิมานในอากาศให้ชาวบ้านเคลิบเคลิ้มอย่างแยบยลเป็นการหลอกหาเสียงกับคนกรุงเทพฯ นักการเมืองพวกนี้คงจะหวังว่าจะได้ทั้งเงินเข้ากระเป๋าและคะแนนเสียงทั้งตัวรถก็เข้ามารออยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้ว รับเงินมัดจำมาแล้วและตัวแทนที่ค้ารถยนต์แถวรัชดาก็หอบเงินหนีไปส่วนนึง ฝ่ายนักการเมืองพวกนั้นรักชาติจนน้ำลายไหลผลักดันโครงการจะเอาให้ได้-ตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าหัวชนฝาเช่าดีกว่าซื้อสั่งให้ขสมก.เจ้าของโครงการรถเมล์หุ้มทองฝังเพชรนี้ทั้งๆ ที่ขาดทุนบักโกรกจ่ายเงินไม่น้อยเลยซื้อพื้นที่โฆษณา 2 หน้าเต็มๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับสำทับไม่นับรวมถึงคัตเอาต์ต่างๆ ที่จะขึ้นมาทั่วกรุงเพื่อโน้มน้าว-ซื้อใจชาวกรุงยกใหญ่จาระไนว่าโครงการมูลค่าเฉียด 7 หมื่นล้านนี้เป็นคุณูปการยิ่งใหญ่จากภูมิใจไทยสู่ชาวกรุงที่จะได้นั่งรถเมล์ NGV ผังเพชรคันละ 17.447 ล้านบาท คาดว่าถ้าโครงการรถเมล์อเวจีวีนี้ทำได้สำเร็จจะมีคนได้ประโยชน์ถึง 20,000 ล้านบาทชงเอง-ตบเองเสร็จสรรพ

ถ้าขสมก. จะใช้วิธีประชาสัมพันธ์ที่มีอารยธรรมกว่านี้ไม่ใช่ทำอย่างกับว่า คนกรุงเทพฯ โง่เหมือนควายจะสนตะพายไปทางไหนก็ได้ ถึงได้ยัด 7 ประเด็นโฆษณาชวนเชื่อเข้ามาแบบไม่ดูโจทย์ไม่ได้ตอบคำถามที่เป็นประเด็นคัดค้านที่มีต่อโครงการนี้เลย ขสมก.ไม่เป็นอันต้องคิดอื่น-บริหารอื่นเลยหมกมุ่นแต่บริหารต้องให้ได้กำไรจากรถพวกนี้อย่างต่ำวันละ 10000 บาท/คันได้เท่าไหร่ก็ยกไปประเคนเป็นค่าเช่าค่าซ่อมกับค่าอะไรจิปาถะตามสัญญาจนเกลี้ยงและเมื่อครบ 10 ปีแล้วเงินงบประมาณก็หมดไปบริสัตว์ก็เอาตัวรถรถเมล์คืนกลับไปแม้ไม่เสียเงินสดทันทีกระทรวงการคลังก็ต้องค้ำประกันมันก็เท่ากับเอาเงินภาษีประชาชนไปค้ำอยู่ดี รถเช่าของบริษัทเราเช่าแบบปีต่อปีแต่ถ้าหากใช้มาแล้ว 3 ปี แม้ไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีการเฉี่ยวชนทางบริษัทเจ้าของรถให้เช่าดังกล่าวก็จะนำรถคันใหม่มาเปลี่ยนมาให้โดยที่ทางบริษัทผู้เช่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดนอกจากนี้รถยังมีค่าเสื่อมปีละ 20 %ครบ 5 ปี ก็มีค่าเป็น 0 และจำหน่ายออกไปโดยวิจารณญาณของบริษัทเจ้าของรถที่ให้เช่าและไม่ผูกพันกับบริษัทเราเลย

ประธานบอร์ดขสมก.ย้ำเสมอๆเพื่อยืนยันเช่ารถเมล์ 4 พันคันดีที่สุด ทั้งประธานบอร์ดและผอ.ขสมก.ทำงานเข้าขากันดีมากผลักดันกันทั้งคู่พูดถึงแต่ข้อดีให้ประชาชนสนับสนันเช่นราคา 12 บาทตลอดสายแต่ไม่พูดว่าทำไม่ต้องซ่อมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวิ่งไม่พูดว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วขสมกจะเอารถที่ไหนมาวิ่ง จู่ๆผู้อำนวยการได้ยื่นหนังสือลาป่วยอย่างกระทันหันเป็นเวลา 1 เดือนเสียกระนั้น แล้วทำให้พาลไปนึกถึงโครงการรถยูโรทูเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนที่ไปเช่ามาแพงอย่างนั้น เรื่องนี้คนที่จะตอบได้ดีที่สุดก็ปิยะพันธ์ จำปาสุตประธานบอร์ดขสมก.คนปัจจุบันซึ่งทำคลอดโครงการดังกล่าวเองและเคยถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเสียด้วยซ้ำ ของเก่ายังเคลียร์ไม่จบทำให้ขสมก.ขาดทุนบักโกรกมาจนทุกวันนี้มันไม่เห็นแก่ตัวและน่าเกลียดเกินไปหน่อยหรือ

ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงเหตุกลัวโกงเบื่อไล่บี้การทุจริตและระบุว่าที่ผ่านมาเคยขอความร่วมมือจากขสมก.ในการส่งเอกสารเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือมากนัก ทั้งนี้ก็เพื่อเอาข้อมูลมาศึกษาและชี้ให้เห็นว่าโครงการขนาดใหญ่ที่มีผูกพันกับภาระงบประมาณจำนวนกว่าหมื่นล้านบาทนี้จะมีความเสี่ยงในการเกิดคอรัปชั่นว่าจะอยู่ขั้นตอนไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นการเปิดประมูลหรือว่าการซ่อมบำรุง แต่กระนั้นป.ป.ช.ก็ยังต้องรอผู้เสียหายเข้าไปร้องเรียนก่อนอยู่ดี อย่างไรก็ตามปิยะพันธ์มักบ่ายเบี่ยงการมาให้ข้อมูลต่อกมธ.ป.ป.ช.ของสภาผู้แทนราษฎรแม้กระทั่งโทรศัพท์ก็ไม่รับเลขานุการส่วนตัวก็ไม่ยอมให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของปิยะพันธ์ ขสมก.ลงโฆษณาหน้าหนังสือพิมพ์ 2 ล้านส่อผิดระเบียบปปช.อัดขสมก.ยับไม่ใช่หน้าที่ขาดทุนบักโกรกยังสร้างภาพลักษณ์ตัวเอง เงื่อนไขการประกวดราคาก็ยังไม่แล้วเสร็จแต่ขสมก.กลับสามารถเสนอให้ครม.พิจารณาได้แถมขสมก.เองมีการขออนุมัติเงินจากรัฐบาลให้เป็นเงิน 3.2 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้ดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2553-2563 ดังนั้นการที่ขสมก.อ้างว่าโครงการนี้ไม่ต้องใช้จ่ายเงินภาษีประชาชนก็ไม่เป็นความจริง

ไม่มีความคิดเห็น: