06 พฤศจิกายน 2552

ข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย โบราณว่าเป็นจัญไร จะหาความเจริญอันใดมิได้เลย


รายการ คนในข่าวมีนายเติมศักดิ์ จารุปราณเป็นผู้ดำเนินรายการซึ่งได้รับเกียรติจาก นายคำนูณ สิทธิสมานส.ว.สรรหาและนายสมปอง สุจริตกุลคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตและอดีตเอกอัครราชทูตไทย มาร่วมพูดคุยถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของแผนที่ 1:200,000  เมื่อปี 2505 บอกว่าศาลโลกไม่ได้กล่าวถึงแผนที่แต่ได้บอกเหตุผลที่ไทยต้องเสียเขาวิหารว่าไทยไม่ใช้สิทธิคัดค้าน ทั้งที่มีโอกาสคัดค้านก็เลยใช้หลักกฎหมายปิดปากโดยอ้างว่าไทยได้ขอให้ฝรั่งเศสทำแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสก็ได้ทำแผนที่มา 160 ชุด ชุดละ 11 แผนที่แล้วส่งให้ไทย 50 ชุดโดยไทยไม่ได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบ   มีสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงขอบพระทัยฝรั่งเศส ที่ได้จัดทำแผนที่และขอเพิ่มอีกอย่างละ 15 ชุดเพื่อส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆกอรปกับคณะกรรมการถอดอักษรในแผนที่ ตามอนุสัญญา1904 และ1907 ให้มีความหมายตรงกันไม่มีข้อความใดเลยว่าไทยไม่ยอมรับแผนที่นี้   ศาลโลกได้ใช้เหตุการณ์และถ้อยคำต่างๆประกอบกันมาเชื่อมโยงถึงกัน เช่น 1.ระหว่างทำเจรจาทางสนธิสัญญา ค.ศ.1925-1937 ไทยมีโอกาสหลายครั้งที่จะยกแผนที่ภาพผนวกแผนที่ 1:200,000 หรือ ANEX1 พูดคุยกับฝรั่งเศส แต่ไม่ทำ 2.สยามทำแผนที่ขึ้นเองในปี 1937 โดยแสดงให้เห็นว่าเขาวิหารอยู่ในเขตุเขมร 3.ในปี ค.ศ.1941 กรมโฆษณาการได้จัดทำเอกสารไทยสมัยสร้างชาติบอกว่าพระวิหารกลับคืนมาเป็นของสยามอีกครั้งและ 4.ในปี ค.ศ. 1944 ไทยได้เข้าร่วมประชุมในกรุงวอชิงตันมีการยื่นคำร้องเรื่องเขตุแดนในหลายพื้นที่แต่ไม่มีเรื่องเขาวิหาร    คนไทยควรรับรู้ว่าสนธิสัญญา 1904 และสนธิสัญญา 1907 คือการเสียดินแดนที่ฝรั่งเศสเขียนแผนที่รุกเขตแดนไทยและที่ไทยไม่โต้แย้งเพราะเขาวิหารเพิ่งมีการค้นพบก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ปีทำให้ความสำคัญในขณะนั้นไม่มี และแผนที่ 1:200,000 เมื่อดูในแผนที่ที่เขมรใช้อ้างสิทธิ ตัวเขาวิหารมีพื้นที่แค่ 2.5 มิลิเมตรและในแผนที่ก็ไม่ได้ชี้ว่าตรงไหนคือเขาวิหารที่สำคัญอยู่ตรงรอยพับอีกต่างหาก   ดังนั้นอย่าไปโทษข้าราชการในอดีตข้าราชการไทยในช่วง 100 ปีก่อน     อย่างไรก็ตามเราได้บทเรียนอันเจ็บปวดแสนสาหัสจากตรงนี้มาแล้วครั้งหนึ่งฉะนั้นถ้ามีเหตุให้ต้องทำสัญญาครั้งต่อไปก็ไม่ควรไปแสดงอาการรองรับแผนที่ ANEX1 นี้โดยเด็ดขาด   คำพูดของกระทรวงการต่างประเทศที่ชี้แจงเรื่องคำพิพากษาศาลโลกยิ่งฟังยิ่งจับผิดได้เยอะ พูดขัดกันชัดเจน เช่นเคยพูดว่า ที่เซ็นลงนาม เอ็มโอยู พ.ศ.2543 เพราะกลัวที่เขมรขู่จะนำเรื่องขึ้นศาลโลก แล้วทำไม่ต้องกลัวตรงนี้   กระทรวงต่างประเทศให้เหตุผลว่าทำอย่างไรได้ก็กลัวไปแล้วและเซ็นไปแล้วด้วยแต่ไม่เป็นไรแผนที่(เป็นเรื่อง)เล็กกว่าสนธิสัญญาไทยไม่เสียเปรียบ    ต่อมาก็อ้างว่าแผนที่ 1:200,000 หากเขมรนำไปขึ้นศาลโลกอีกเมื่อไรเราอาจเสียมากกว่านี้   กรณีที่ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ออกมาค้านว่า เมื่อ 28 ต.ค.2551 รัฐสภาไปรับกรอบการเจรจาตกลงกับเขมรซึ่งในนั้นมีการยอมรับแผนที่ 1:200,000 หรือ ANEX1 ไว้ด้วย โดยเป็นเอกสารประกอบ TORปี 2546 สมัยรัฐบาลทักษิณเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นแผนที่ที่เกิดขึ้นจากสนธิสัญญาปี 1904 และ1907  ตามหลักจะให้ทักษิณ ผิด ประชาธิปัตย์ ก็ผิดด้วยเพราะ TOR ปี 2546 มาจากเอ็มโอยูปี 2543 ช่วงปลายสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลซึ่งได้ไปทำสัญญากับเขมรไว้   เอ็มโอยู ปี 2543 หรือบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย เขมรว่าด้วยการจัดทำเขตุแดนทางบกคือที่มาของการยอมรับแผนที่ 1:200,000 เป็นที่มาของ TORปี 2546 และเป็นที่มาของกรอบที่เสนอขออนุมัติต่อสภาเมื่อ 28 ต.ค.2551 และจะเป็นที่มาของเรื่องที่เสนอให้สภารับรองบันทึกการประชุม
ในเร็วๆนี้     ก่อนลงนามเอ็มโอยู ปี 2543 กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้คิดเลยหรือว่าไทยจะเสียเปรียบซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ให้เหตุผลว่าตอนทำเอ็มโอยูปี 2543 เพราะต้องการให้เขตแดนชัดเจน ซึ่งก็คิดอยู่นานว่าจะเขียนแผนที่สนธิสัญญาปี 1904 และ1907 ไว้ในเอ็มโอยูนี้หรือไม่ในที่สุดก็ยอมเขียนเพราะเขมรไม่ยอมและคิดว่าไทยไม่เสียเปรียบ พร้อมกับอ้างเหตุผลว่าเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศประกอบกับแผนที่นั้นมีความสำคัญเล็กกว่าสนธิสัญญา   เอ็มโอยู ปี 2543   ในระยะหลังผิดเพี้ยนจากของเดิมมากจากที่เคยกำหนดให้มีการสำรวจปักปันเขตแดนที่ปักหลักไว้แล้ว 73 หลักก่อน   ในที่สุดกลายเป็นว่าจะมาสำรวจที่เขาวิหารก่อนตรงนี้ กระทรวงการต่างประเทศก็อ้างว่าเข้าสำรวจเขาวิหารก่อนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทยเพราะจะได้เป็นการเตรียมการหากจะต้องขึ้นศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้กระทรวงการต่างประเทศพูดแบบทำให้คิดว่าเขมรจะต้องนำเรื่องเขตุแดนรอบเขาวิหารขึ้นสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง   ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้บอกเลยว่าเราไม่ยอมรับศาลโลกแล้วและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแปลงทวิภาคีเป็นพหุภาคี   กลุ่ม 40 ส.ว.จะซื้อเวลาให้นานที่สุดที่รัฐสภา   หากลงมติคัดค้านได้ก็จะคัดค้านทั้งนี้เท่าที่หารือกันก็จะซื้อเวลาด้วยการตั้งกรรมาธิการร่วม    อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาพูดคุยเรื่องเขาวิหารและต้องยกเครื่องกระทรวงการต่างประเทศด้วยการตั้งที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเพราะที่ผ่านมาน่าจะมีปัญหาบางประการ บางครั้งมองคนอื่นว่าไม่รู้เท่าเทียมตน แต่เมื่อคนอื่นเริ่มรู้มากขึ้นท่านจะต้องเปิดใจกว้างยอมรับ

          ดร.สมปองกล่าวว่าจะคิดว่าไทยเสียปราสาทเขาวิหารให้เขมรก็เพราะแผนที่ 1:200,000 ก็คงไม่ผิด เพราะขณะนั้นไทยยังไม่มีกรมแผนที่ทหารบกจึงจำเป็นต้องอาศัยแผนที่ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว   ทั้งนี้แผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นไม่ได้มีเฉพาะแผนที่ 1:200,000 แต่ยังแผนที่ต่างๆ อีก 10 ฉบับซึ่งไม่มีโอกาสทบทวนว่าแผนที่ฉบับใดผิดตรงไหนบ้าง    อย่างไรก็ตามศาลไม่ได้ชี้ขาดว่าใช้แผนที่ 1:200,000 ผิดหรือไม่ผิดเพราะเกินเลยต่อคำขอของเขมรสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เขมรได้เขาวิหารเป็นเพราะศาลโลกเห็นว่าไทยไม่ได้คัดค้านจึงใช้หลักกฎหมายปิดปาก   ขณะนี้เราได้ให้ผู้เชียวชาญจากต่างประเทศสำรวจแนวเขตุแดนแล้วซึ่งหลังเข้าสำรวจได้จัดทำแผนที่ประกอบให้ศาลโลกเห็นว่าแนวสันปันน้ำไม่ได้อยู่ในเส้นเขตุแดนแปลว่าแผนที่ 1:200,000 ผิดและบางแห่งผิดต่อความจริงถึง 2 กิโลเมตรดร.สมปอง กล่าว     ดร.สมปองกล่าวต่อว่าคำสงวนสิทธ์ไม่ได้จำกัดอายุความตราบใดที่ไม่ได้ขอให้ศาลทบทวนซึ่งจะมีอายุความ 10 ปีและเราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปขึ้นศาลอีกเพราะไม่มั่นใจว่าศาลจะให้ความยุติธรรมได้หรือไม่ เราประท้วงศาลที่วินิจฉัย ขัดต่อสนธิสัญญา ขัดต่อกระบวนการยุติธรรม ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดต้อคำพิพากษาที่เคยมีมาแล้ว   ตรงนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ศาลหนึ่งศาลใดให้ถือว่า แผนที่มีผลในการโอนอธิปไตย   หลายคนยังเข้าใจผิด แผนที่ที่เขมรส่งแนบท้ายมาโดยเขียนว่าจัดทำขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตุแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนที่จัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญาปี ค.ศ.1904 แผนที่นี้ถูกพิมพ์ขึ้นเมื่อปี 1908 หลังเซ็นสนธิสัญญาไปแล้วดังนั้นแผนที่ฉบับนี้ไม่มีคณะปักปันไทยร่วมทำฝรั่งเศสทำขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียวและหลังจากนั้นคณะกรรมการพิจารณาร่วมก็ไม่เคยเอาแผนที่ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณารับรองตรงนี้เราอย่าไปหลงกลตัวเองว่าเป็นแผนที่ที่ทำขึ้นร่วมกันดร.สมปอง กล่าว   กระทรวงการต่างประเทศต้องฟังเสียงของประชาชนที่เขามีความรู้ความเข้าใจเรื่องเขาวิหารบ้างเพราะประชาชนย่อมหวังดีต่อประเทศชาติจะถือความเห็นของราชการเก่าแก่แต่ดั้งแต่เดิมเป็นหลัก   ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนได้ อย่าหนีความจริง  

สำหรับท่านทูตสมปอง ถึงอายุจะมากแต่ความทรงจำและความแม่นยำในเรื่องข้อมูล ยังแม่นยำ ยังหาใครในกระทรวงการต่างประเทศจะมีความเข้าใจระดับนี้ยาก เพราะช่วงที่ผ่านมาทักษิณเอาคนของตัวหรือคนที่ยอมรับใช้ตัว เข้ามานั่งตำแหน่งสำคัญในกระทรวงการต่างประเทศ    จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าและถึงเวลาแล้วที่จะสังคายนาคนใน กระทรวงทั้งระบบ อย่างที่คุณคำนูณแสดงความคิดเห็นและการชี้แจงของคุณคำนูณ ทำการบ้านมามากและแสดงความคิดเห็นด้วยความเคารพในข้อมูลของทุกฝ่าย

16 ต.ค. 52   พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ มทภ.2 เปิดเผยว่าล่าสุดจนถึงขณะนี้สถานการณ์โดยรวมยังเป็นปกติดี ไม่เป็นความจริงว่าตามที่มีนายทหารเขมรรายงานข่าวระบุว่าฝ่ายไทยส่งรถถังจำนวน 2 คันติดอาวุธทันสมัยเข้าใกล้เขตภูมะเขือซึ่งอยู่ในบริเวณพิพาทห่างจากปราสาทพระวิหารไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร   กองทัพภาคที่ 2ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลหรืออาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปเพิ่มเติมในพื้นที่นี้แต่อย่างใด,  เขมรถอยแล้ว หยุดดันพระวิหารเข้าอาเซียนหลังจากนายกษิต ภิรมย์รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยได้ส่งหนังสือถึงรมว.ต่างประเทศเขมรอธิบายถึงความเข้าใจผิดของบรรดาสื่อ  เขมรจะถอนข้อเสนอดังกล่าวออกไปและหันมาเจรจาสองฝ่ายกับไทยเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนต่อไป   ไทยได้ยืนยันมาตลอดที่จะไม่นำปัญหาชายแดนที่ถือเป็นปัญหาทวิภาคีให้ขยายออกไปเป็นปัญหาของหลายฝ่ายขณะที่ฝ่ายเขมรพยายามมาตั้งแต่ปีที่แล้วระหว่างการประชุมประจำปีของรัฐมนตรีอาเซียนในสิงคโปร์ผลักดันกรณีชายแดนเข้าเป็นวาระหนึ่งในการประชุม    เขมรได้พยายามแม้กระทั่งนำเอากรณีขัดแย้งระหว่างสองประเทศเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ปีที่แล้วระหว่างที่เวียดนามทำหน้าที่ประธาน UNSC แต่ไม่สำเร็จท่ามกลางการคัดค้านของไทยและในที่สุดได้ยอมถอนวาระออก,  กลุ่ม 40 ส.ว.ผนึกภาคีเครือข่ายต้านขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกจัดสัมมนาใหญ่ เปิดข้อมูลไม่ชอบพร้อมเปิดข้อมูลลับนายทหารไทยขายชาติส่งข้อมูลให้เขมรเมื่อครั้งที่สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศสเปน พบว่ามีการส่งมอบรูปภาพและการวางกำลังของกองทัพไทยโดยมีนายทหารบางคนของไทยที่แอบส่งข้อมูลและภาพถ่ายฝูงบินเอฟ 16 และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทหารไทยจะนำขึ้นไปตรึงกำลังบนเขาพระวิหารไปให้เขมรถือว่าประเทศไทยมีไส้ศึกที่เป็นนายทหารของไทยเองและนายทหารคนนี้ยังรับราชการอยู่    (ขายชาตินั้นประหารชีวิต 7 ชั่วโคตรอย่างน้อยที่สุด)  

17 ต.ค. 52   ในคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 อ่านครบถ้วนทั้งคำพิพากษาหลักที่ไทยแพ้และความเห็นแย้งของตุลาการ 3 ท่านที่ให้ไทยชนะโดยเฉพาะความเห็นแย้งของเซอร์เพอร์ซี่ สเปนเดอร์ตุลาการชาวอังกฤษที่เปิดโปงเจตนารมณ์คดโกงดินแดงไทยของนายพันเอกแบร์นารด์ประธานคณะกรรมการปักปันเขตแดนฝรั่งเศส-สยามฝ่ายฝรั่งเศสผู้จัดทำแผนที่ ANNEX 1 อัตราส่วน 1 : 200,000      เซอร์เพอร์ซี่ สเปนเดอร์เขียนไว้ในความเห็นแย้งของท่านตอนหนึ่งว่า   ประเทศฝรั่งเศสเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเองต้องการแผนที่ทั่วไปของอาณาบริเวณเขตแดนทั้งหลายและต้องการให้แผนที่เหล่านั้นขยายคลุมออกไปไกลเท่าที่จะทำได้จากแต่ละด้านของเส้นเขตแดน         ต้องเข้าใจว่าแผนที่ ANNEX 1 เป็นการจัดทำขึ้นโดยฝรั่งเศสแต่ฝ่ายเดียวไม่มีคนไทยเข้าร่วมเลยแม้แต่คนเดียว แต่มีทหารเขมรชื่อร้อยเอกอุ่มร่วมอยู่ด้วยโดยทำงานร่วมกับทหารฝรั่งเศสชื่อร้อยเอกแคร์แลร์แม้การจัดทำจะเป็นไปโดยการร้องขอจากคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศสฝ่ายไทยก็ตาม แต่เมื่อแผนที่จัดทำและจัดพิมพ์เสร็จสรรพคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศสก็ไม่เคยรับรองแผนที่นี้ไม่เคยมีลายเซ็นร่วมจึงมิอาจจะไปยอมรับว่าแผนที่นี้เป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศสที่ตั้งขึ้นตามอนุสัญญาปีค.ศ. 1904  ไทยยกประเด็นนี้เป็นข้อต่อสู้คดีในศาลโลกมาโดยตลอด   และถึงแม้ว่าเราจะแพ้แต่เราก็ยังคงแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองต่อชาวโลกสงวนความเห็นไม่เห็นด้วยเอาไว้ตั้งแต่ปี 2505 นั้นดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ไทยเราจะต้องมาเปลี่ยนท่าทีในปีพ.ศ. 2543 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรเขมรว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกหรือที่เรียกว่า MOU 2000 ที่เราคนไทยต้องเข้าใจร่วมกันอีกครั้งชัด ๆ ว่า คำว่า “ANNEX 1หรือ ภาคผนวก 1ไม่ได้หมายความว่าเป็นแผนที่ต่อท้ายอนุสัญญาค.ศ. 1904  แต่เป็นแผนที่ต่อท้ายคำฟ้องของเขมรต่อศาลโลกและเราต่อสู้ในศาลโลกระหว่างปี 25022505 ในลักษณะที่ว่าว่าแผนที่นี้ไม่อาจถือได้ว่าเป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน     แต่เราไปยอมให้มีการเขียนไว้ในข้อ 1 (ค) ของ MOU 2000  อ่านโดยผิวเผินก็ไม่มีอะไรผิดแปลกแต่อ่านลึกลงไปก็จะเกิดคำถามว่าเราไปยอมรับแผนที่เจ้าปัญหาทำไมแต่อ่านลึกลงไปกว่านั้นโดยผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในเหตุการณ์ปีพ.ศ. 2505 อย่างท่านศ.ดร.สมปอง  สุจริตกุลเห็นว่าตรงประโยค ผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนนี้เป็นเท็จและเป็นการไปยอมรับข้อความที่เขมรเขียนมาให้โดยเขาได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว    เพราะนี่คือแผนที่ที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศสฝ่ายฝรั่งเศสทำขึ้นฝ่ายเดียวไม่เคยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการทั้งชุด     ถ้าจะเขียนไว้เพื่อนำเอกสารทุกชิ้นขึ้นสู่โต๊ะเจรจาอย่างที่กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงก็ต้องเขียนให้รอบคอบกว่านี้เช่นเขียนบอกว่าแผนที่เหล่านี้ฝ่ายฝรั่งเศสเป็นผู้จัดทำขึ้นหรือให้ชัด ๆ ไปเลยก็คือไม่ยอมรับแผนที่  นอกจากจะเขียนถึงแผนที่ ANNEX 1 นี้แล้วยังไป ยกระดับ และ สละข้อต่อสู้ในอดีต เสียอีกกล่าวคือไปยกแผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นฝ่ายเดียวให้เป็นผลงานของคณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศส  กระทรวงการต่างประเทศคงจะเถียงว่าก็ศาลโลกพิพากษาไว้อย่างนั้นแล้ว    เถียงได้แต่ไม่เห็นด้วยเพราะตลอดเวลาที่ประชาชนรับฟังกระทรวงการต่างประเทศท่านมีทัศนะที่จะเป็นเด็กดีของนานาอารยะประเทศอยากจะรักษากฎเกณฑ์ระหว่างประเทศทุกกระเบียดนิ้วอยากจะมีภาพเป็นผู้รักสันติโดยเฉพาะในกรณีนี้ท่านปักใจเชื่อเหลือเกินว่าในที่สุดเรื่องจะกลับไปสู่ศาลโลกอีกครั้งและไทยอย่างเก่งก็เสมอตัวดีไม่ดีจะเสียมากกว่าที่เสียไปเมื่อปี 2505 ท่านไม่ได้คิดมากเท่าที่ควรในเรื่องที่ต้องตั้งมั่นไว้ว่าอย่างไรเสียเราก็ไม่ไปศาลโลกอีกแล้วไม่ว่าจะในทางใด ทั้ง ๆ ที่พอจะคิดกันได้
ที่ผมรับไม่ได้จริง ๆ คือท่านบอกว่าเพราะเขมรขู่ว่าถ้าไม่ทำ MOU 2000 ให้เสร็จใน 6 เดือนจะนำเรื่องขึ้นสู่ศาลโลก    รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ณ ปี 2543 กลัวคำขู่ของเขมรจนลงนามในข้อตกลงที่อาจจะต้องทำให้ไทยต้องเสียค่าโคตรโง่มาแล้ว   รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ณ ปี 2552 จะแก้ไขเยียวยาอย่างไร  นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะต้องตอบคำถามนี้และชี้แจงกับประชาชน

20 ต.ค. 52 คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภาร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐและภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหารจัดเสวนาเรื่อง "คณะกรรมการมรดกโลก : ชนวนความขัดแย้งระหว่างไทย-เขมร"  นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่าอยากชื่นชมความรักชาติของเขมรมากที่พยายามรักษาและปกป้องดินแดนอย่างเด็ดเดี่ยวซึ่งตรงกันข้ามกับผู้นำและข้าราชการระดับสูงของไทยที่ไม่เคยปกป้องรักษาดินแดนของประเทศ  สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยต้องเสียประโยชน์คือแผนที่ในภาคผนวก 1 ( เอเนกซ์ 1 ) ที่ต่อท้ายคำฟ้องของเขมรต่อศาลโลกซึ่งเป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นโดยฝรั่งเศสฝ่ายเดียว
และมีนายทหารเขมรเข้าร่วมด้วยโดยไม่มีคนไทยร่วมเดินสำรวจ ซึ่งแผนที่ดังกล่าวนี้มีความเลวร้ายมากคือผนวกดินแดนไทยเข้าไปด้วย  ทั้งนี้เกิดจุดเปลี่ยนในปี พ.ศ. 2543 ในยุครัฐบาลนายชวน หลีกภัยที่ได้ปลุกผีไปลงนามเอ็มโอยูและไปเขียนยอมรับแผนที่ดังกล่าวอีกครั้ง จนทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตอบคำถามเรื่องนี้ต่อสังคมด้วย นอกจากนี้ยังมีการปลุกผีไม่คัดค้านแผนที่ภาคผนวกของเขมรจนส่งผลให้คณะกรรมการมรดกโลกมีมติอัปยศให้เขมรมีสิทธิ์ในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกอีกครั้งในสมัยนพดล ปัสสาวะเป็นรมว.ต่างประเทศ   อย่างไรก็ตามแนวโน้มในอนาคตคงจะดีขึ้นเพราะขณะนี้มีหลายฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวจึงส่งผลให้รัฐบาลไทยเริ่มตระหนักจึงเชื่อได้ว่ารัฐบาลคงจะซื้อเวลาต่อไปและยื้อไม่ให้เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 

ส่วนนายเทพมนตรี ลิมปพยอมนักวิชาการประวัติศาสตร์กล่าวตอบโต้ฮุนเซนนายกรัฐมนตรีเขมร ที่ประกาศจะไม่ยอมรับและจะฉีกแผนที่การปักปันเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารที่ประเทศไทยเตรียมจะเสนอต่อเขมรซึ่งตนเห็นว่าสมเด็จฮุนเซน จะทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะแผนที่ของไทยผ่านการลงพระปรมาภิไทย แต่ฮุนเซนเป็นเพียงแค่ไพร่ที่โชคดีได้ขึ้นมาเป็นเจ้าเท่านั้น  

ในระหว่างการเสวนาได้มีการล่ารายชื่อประชาชนโดยการนำของม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์นักวิจัย 9 สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์เพื่อทำหนังสือร้องเรียนไปยังเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การยูเนสโก ประธานคณะกรรมการมรดกโลก และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบองค์กรและบุคคลในการขึ้นทะเบียนที่ผ่านมาได้สร้างปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างไทยและเขมรทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศทุกข์ทรมานจากข้อขัดแย้ง มีทหารเสียชีวิตถึง 6 นาย  คณะกรรมการมรดกโลกเองก็ฉ้อฉลและไม่ยึดหลักธรรมาภิบาล  นางฟรังซัวส์ ริวิเยร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกกระทำการแทรกแซงกระบวนการความตกลงระหว่างไทยกับเขมรจงใจกระทำการอันไม่เป็นธรรม เบียดเบียนอธิปไตยของไทย ทำการนอกหน้าที่ ไร้ธรรมาภิบาลเอื้อประโยชน์แก่เขมรอย่างชัดเจน  จึงขอเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติทำการตรวจสอบการกระทำขององค์การยูเนสโกที่ขาดหลักธรรมาภิบาลและปรากฏเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนรวมทั้งตรวจสอบพฤติกรรมของนางฟรังซัวส์และตรวจสอบการกระทำของคณะกรรมการมรดกโลกพร้อมกันนี้ให้รับผิดชอบต่อความขัดแย้งครั้งนี้จนมีการสูญเสียตลอดจนสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ในอนาคตด้วย

21 ต.ค. 52   หลายต่อหลายคนเชื่อว่าชวลิต ยงใจยุทธก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีมาแล้ว  ชวลิตคงไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องความเสียหายต่อประเทศไทยแต่ที่ไหนได้เล่า   ชวลิตอดีตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคเพื่อไทยเข้าพบฮุนเซนนายกรัฐมนตรีเขมรที่กรุงพนมเปญหารือใน 3 ประเด็นหลักข้อขัดแย้งบริเวณตามแนวชายแดนไทย-เขมร  สิทธิในเรื่องการค้นหา หรือขุดค้นในเรื่องบ่อน้ำมันหรือก๊าซในทะเล  และทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม  ชวลิต ยงใจยุทธสมาชิกพรรคเพื่อไทยหมาดๆ มีความจำเป็นอะไรต้องเดินทางไปพบปะกับฮุนเซน  ไปทำประโยชน์อะไรให้เขมรมหาศาลเสียจนเขมรมันต้องต้อนรับขับสู้ สร้างบ้านให้อยู่อย่างดี  เมื่อมองกลับไปดูเรื่องอื้อฉาวทางลบทั้งหลายทั้งปวงของทั้งทักษิณและชวลิตที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้นำเขมรทั้งในด้านส่วนตัวหรือผ่านคนใกล้ชิดมานานก็ย่อมสงสัยได้ว่าเป็นการรับงาน  ปัญหาชายแดนไทย-เขมรเริ่มมีความซับซ้อนและนำไปผูกติดกับผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจในทางการเมืองและทางทหารบางกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้การแก้ปัญหามีความยุ่งยากตามไปด้วยและที่สำคัญฝ่ายไทยมักจะมีความเสียเปรียบอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่เป็นประเทศที่เหนือกว่าในทุกด้านแต่กลับกลายเป็นว่าไทยถูกขี่คอมาตลอด    ความเคลื่อนไหวของออกญาจักรีในครั้งนี้สอดรับกับความเคลื่อนไหวของฮุนเซนโดยอาจจะไปขายความลับหรือยืนยันข้อตกลงผลประโยชน์

22 ต.ค. 52   นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ฮุนเซนพูดเป็นสิทธิที่สามารถพูดได้แต่หวังว่าจะทราบเรื่องที่ทักษิณถูกหมายจับของทางการไทยและไทยส่งเรื่องแจ้งทุกประเทศทราบในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน การให้บุคคลที่มีหมายศาลของประเทศเพื่อนบ้านพำนักอาศัยอยู่ ถ้าฮุนเซนดำเนินการแล้วมีปัญหากับเพื่อนบ้าน จะเอาประเทศเพื่อนบ้านหรือว่า เอาเรื่องส่วนบุคคล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีการเข้าพบกันระหว่างชวลิตกับฮุนเซนว่า "ไม่มีอะไรครับ ท่านพูดในฐานะเพื่อน ที่ท่านแสดงออกมาเป็นความรู้สึก เป็นเรื่องในครอบครัวของท่าน แต่ท่านก็บอกกับผมแล้วว่าเรื่องเพื่อนกับเรื่องทำหน้าที่ต้องแยกออกจากกัน ผมไม่ติดใจละครับ", นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเดียงกันว่า ตนไม่รู้ว่าใครโกหกแต่ถ้านายกรัฐมนตรีเขมรทำอย่างที่พูดจริงถือว่าไม่มีมารยาททางการเมืองระหว่างประเทศเพราะทักษิณเป็นนักโทษคดีอาญาของประเทศไทย    ถ้านายกรัฐมนตรีเขมรทำอย่างนั้น ตนในฐานะส.ส.พรรครัฐบาลจะให้ที่พำนักกับนายสม รังสีซึ่งรักในประเทศเขมรมากกว่าสมเด็จฮุนเซ็นที่เห็นแก่ประโยชน์ที่จะได้รับ คือ แก๊ส และน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหาร  "รัฐบาลต้องมีท่าทีจริงจัง ในการพิจารณาคำพูดของนายฮุนเซนว่าเข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยหรือไม่เพราะการที่นายฮุนเซนยังให้ท้ายนักโทษคดีอาญา นานาชาติเขาไม่ทำกันและถือเป็นการประกาศสงครามระดับประเทศอีกด้วย ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยผมจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับประเทศเขมร" นายวัชระ กล่าว, นายธานี ทองภักดีรองอธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่ากำลังรอการยืนยันจากทางการเขมรว่าจะสามารถมาร่วมพิธีเปิดได้หรือไม่โดยมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการเลื่อนกำหนดการเดินทางจริง  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้นำจะเลื่อนเวลาเดินทางแต่พิธีเปิดจะยังคงเป็นกำหนดเวลาเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

25 ต.ค. 52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียนพร้อมด้วยนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนร่วมกันแถลงกับสื่อมวลชนภายหลังพิธิปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจาครั้งที่ 15 อย่างเป็นทางการถึงผลการประชุมครั้งนี้  ไม่มีกำหนดการประชุมทวิภาคีระหว่างไทย-เขมรมาตั้งแต่ต้น  "จุดยืนของผมก็ยังเหมือนกับที่เคยแถลงไปแล้ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว  ผลของการประชุมครั้งนี้ไม่สามารถจับต้องได้แต่ก็เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการดึงความเชื่อมั่นของผู้คนให้กลับคืนมาสู่ประเทศไทยได้อีกครั้ง, น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ชำแหละ ความจริงแล้วฮุนเซนจะมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำพร้อมกับผู้นำชาติอื่นก็มาได้แต่ฮุนเซนกลับอ้างอย่างไม่สมเหตุสมผลยิ่งเพราะต้องการเป็นข่าวใหญ่   นอกจากจะมาล่าช้าแล้วยังพูดอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เหมาะสมกับในฐานะบนแผ่นดินไทยซึ่งมันไม่สมควรอย่างยิ่ง  ฮุนเซนละเมิดอธิปไตยบริหาร  นิติบัญญัติ และตุลาการของไทย,    พรรคการเมืองใหม่การไปเยือนเขมรของชวลิตซ้ำเติมสถานการณ์บ้านเมือง  ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน  เป็นผลให้ฮุนเซนได้แสดงจุดยืนที่น่ารังเกียจออกมาในระหว่างการประชุม  ทักษิณกับฮุนเซนทั้งสองสนิทแนบแน่นกันมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  มีผลประโยชน์ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งในเรื่องธุรกิจและการเมือง  ดังนั้นการเคลื่อนไหวของผู้นำเขมรรายนี้ที่มีต่อประเทศไทยในเรื่องต่างๆ   อาทิ  กรณีพิพาทพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหาร  จึงน่าจะเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก  รัฐบาลชุดนี้ควรจะต้องมีการออกแถลงการณ์เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของคนไทย, นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า หลายฝ่ายสงสัยว่าฮุนเซนและทักษิณน่าจะรู้กันในการดำเนินการเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนด้วยถือว่าสอดคล้องกับความน่าสงสัยเรื่องการเอาประโยชน์ของประเทศไปแลกประโยชน์ส่วนตัวของรัฐบาลในอดีตซึ่งเป็นที่มาของความเข้าใจผิดระหว่างประเทศถือเป็นการเอาขัดแย้งด้านความมั่นคงเข้าสู่ประเทศหากผู้ดำเนินการไม่เห็นแก่บ้านเมืองก็ขอให้ฟังคำเตือนของผู้ใหญ่ที่ระบุว่าระวังจะทรยศต่อชาติ, นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยองกรรมการบริหารประชาธิปัตย์กล่าวว่าขอให้คนไทยใช้เหตุผลในการพิจารณาเพื่อให้รู้เท่าทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่การที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงชื่นชมนายกฯต่างประเทศและโจมตีผู้นำของตัวเองก็จะมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ดังนั้นขอให้แกนนำเสื้อแดงไปอยู่เขมรจะได้ไม่มีปัญหา ทีมโฆษกประชาธิปัตย์ได้เตรียมจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่างทักษิณกับฮุนเซนในการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันจนทำให้ฮุนเซนต้องออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับไทยซึ่งจะมีการไล่เรียงถึงพฤติกรรมของทักษิณตั้งแต่เป็นรัฐบาลที่ได้สัมปทานโทรศัพท์มือถือในเขมรต่อเนื่องมาจนถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติให้ความเห็นชอบให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก  ที่น่าจับตามองที่สุดคือผลประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในเขมรซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนและรายงานประจำปีของตลาดหลักทรัพย์ที่มีการบ่งบอกถึงการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ให้กับกลุ่มเทมาเส็ก ซึ่งจะทำให้เทมาเส็กได้ดูแลผลประโยชน์ทุกรายการที่บริษัทชินคอร์ปฯ ได้รับจากเขมรด้วยซึ่งมีระยะเวลาสัมปทานถึง 99 ปี, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์เลขาธิการเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยกล่าวว่าเครือข่ายฯจะระดมประชาชนมารวมใจปกป้องบ้านเมืองโดยจะประท้วงที่หน้าสถานทูตเขมร ประจำเทศไทยในเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ตุลาคมเพื่ออ่านแถลงการณ์ประณามฮุนเซนและชวลิต โดยชวลิตเป็นผู้เขี่ยลูกก่อนจึงเปรียบเสมือนพระยาจักรีที่ชักศึกเข้าบ้าน   กรณีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องมีท่าทีต่อชวลิตในฐานะสมาชิก พท.ว่ามีการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่,  ทหารเขมรเหิมหนักข้อลุยสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำบนเขาพระวิหารใกล้วัดแก้วฯ ในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.บริเวณลำห้วยซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เก่า กับ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ บริเวณโคปุระชั้นที่ 1 ด้านทิศตะวันตกของประสาทพระวิหาร ฝ่ายไทยจึงได้ทำหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลเขมรแล้ว แต่ทางฝ่ายเขมรยังเมินเฉยและยังคงเดินหน้าสร้างเขื่อนหรือฝายกักเก็บน้ำดังกล่าวต่อไป ไม่สนไทยประท้วง  ทหารไทยได้แต่จับดูใกล้ชิดไม่สามารถห้ามปรามได้เกรงกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ   ทหารเขมรจำนวนมากมาตั้งฐานบัญชาการและรวมพลกันอยู่อย่างคึกคักที่บริเวณช่องคานม้า  โดยที่บริเวณช่องคานม้านี้ทหารเขมรสามารถเคลื่อนกำลังขึ้นไปยังภูมะเขือได้อย่างรวดเร็วระยะทางไม่ไกลนักจากบริเวณภูมะเขือจุดที่เคยมีการปะทะกันรุนแรง,  พรรคสม รังสีซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านในเขมรได้ออกคำแถลงฉบับหนึ่งในนามคณะกรรมการบริหารพรรคชี้ให้เห็นว่าฮุนเซนไม่สามารถจะนำกรณีสมรังสีเดินทางเข้าไทยไปเป็นข้ออ้าง  การปรากฏตัวที่ FCCT ของนายสม รังสีไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนระหว่างเขมรกับไทยและรัฐบาลไทยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการแถลงข่าววันที่ 22 ก.ย.ที่นายสม รังสีเข้าร่วมด้วย   ตรงกันข้าม เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของเขมรนายสมได้เรียกร้องให้ชาวเขมรทุกคนจากพรรคการเมืองต่างๆดำรงตนเป็นกลางอย่างเคร่งครัดต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน อะไรก็ตามที่เป็นผลจากความตึงเครียดทางการเมืองหรือความไม่สงบในประเทศไทยก็อาจมีผลพวงต่อเขมร คำแถลงกล่าว

26 ต.ค. 52   การประชุมวุฒิสภาได้มีการเปิดให้สมาชิกหารือ  นายคำนูณ สิทธิสมานส.ว.สรรหาได้หยิบยกประเด็นกรณีการให้สัมภาษณ์ของฮุนเซนที่ว่าพร้อมจะช่วยเหลือทักษิณถือได้ว่าเป็นการผิดธรรมเนียมการปฏิบัติในการณ์ระหว่างประเทศจึงขอเสนอรัฐบาลว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีต้องตอบโต้อย่างเป็นทางการทางการทูตมากกว่าการให้สัมภาษณ์ตอบโต้โดยต้องตอบโต้อย่างเป็นทางการอย่างสุภาพแสดงเจตนารมณ์ของประเทศ    ชะลอการนำบันทึกการเจรจาเขตแดนแนวชายแดนไทย-เขมร 3 ฉบับ เข้ามาพิจารณาในสภาตามมาตรา 190 โดยไม่มีกำหนด เพราะเกี่ยวกับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรของไทยบริเวณปราสาทพระวิหารและต้องตั้งกรรมการอิสระระดับชาติจากทุกฝ่ายซึ่งมีฝ่ายประชาชนรวมอยู่ด้วยมาพิจารณา  รัฐบาลต้องคัดค้านไปยังยูเนสโกและสหประชาชาติอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร  รัฐบาลต้องขอให้องค์กรสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบองค์การยูเนสโกและรัฐบาลต้องต้องคัดค้านกรณียูเนสโกจะแต่งตั้งตัวแทนจากเขมรเข้ามาเป็นคณะกรรมการมรดกโลกถาวร   การฮุบดินแดนของไทยจะได้สะดุดหยุดลงไม่ทันเส้นตายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ที่คณะกรรมการมรดกโลกกำหนด  นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ส.ว.สรรหาระบุว่าประชาชนกลุ่มเดิมที่เคยบุกขึ้นไปบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อประท้วงเขมรมาแล้วได้นัดกันวันที่ 2 พฤศจิกายนที่สถานทูตเขมรในประเทศไทย เพื่อชุมนุมประท้วงคาดว่าจะมีคนเข้าร่วมมากขึ้นเพราะไม่พอใจคำให้สัมภาษณ์ที่โกหกบิดเบือนของฮุนเซน        ฉะนั้นรัฐบาลต้องทำตัวให้เป็นที่พึ่งให้ได้โดยต้องมีท่าทีอย่างเป็นทางการและทำความเข้าใจกับประชาชนที่ไม่พอใจกับคำให้สัมภาษณ์ของฮุนเซนโดยด่วน นายกฯ และรมว.ต่างประเทศมักพูดว่าฮุนเซนไม่มีอะไรทำเพื่อประโยชน์ในเขมร แต่นายกฯ และรัฐมนตรีของไทยต้องตระหนักด้วยว่าเป็นตัวแทนของประชาชนนั้นต้องดำเนินการให้ประเทศได้ประโยชน์   นายกรัฐมนตรีไม่ควรนิ่งดูดาย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีกล่าวตอบข้อซักถามอย่างที่ผมย้ำว่าขอให้ไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ อย่าไปมองเรื่องผลประโยชน์ของคนของกลุ่มและที่สำคัญที่สุดอย่าไปทำให้ประเทศมีปัญหาอันนี้คือสิ่งที่อยากจะฝากถึงท่านนายอภิสิทธิ์กล่าวฝากถึง พล.อ.ชวลิต,  คนไทยยิ่งทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยก เขมรยิ่งได้ประโยชน์ ฮุนเซนออกแถลงการณ์ในนามรัฐบาลปฏิเสธข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนอ้างว่าคดีทักษิณเป็นคดีการเมือง ไม่ใช่คดีอาญา  ปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมไทย

การที่ประชาชนจะไปร่วมล้อมสถานฑูตเขมรนั้นเป็นกรณีที่ต้องการให้เขมรถอยออกไปจากพื้นที่ที่เป็นของประเทศไทย มิใช่เรื่องการต่อปากต่อคำของฮุนเซนเพราะฮุนเซนไม่มีราคาถึงขนาดทึ่คนไทยต้องไปประท้วงด้วยเรื่องเพียงแค่คำพูดของเขมรที่ไร้วุฒิภาวะ แต่เรื่องเสียดินแดนอันเป็นอธิปไตยของประเทศเป็นเรื่องใหญ่  แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่านายกฯ จะกล้าตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ เช่นนี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เหลือจะมาช่วยกันปกป้องดินแดนของเราต่อไป   เพราะหลังการประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งนี้ต้องจับตาดูทักษิณและชวลิตให้ดี ตราบใดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายของนักโทษชายหนีคดี ตราบนั้นการสมคบกับฮุนเซ็นและเพื่อนบ้านอื่นๆที่หลงคารมจิ๋วที่คอยชักศึกเข้าบ้านบ่อนทำลายชาติจะยังดำเนินต่อไปและดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ของคนเพียงคนเดียว

จาตุรนต์ ฉายแสงที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองให้สัมภาษณ์ว่าบทบาทของชวลิตเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การสร้างความสมานฉันท์ และการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นช่องทางที่ดีสำหรับอนาคตแต่พรรคประชาธิปัตย์กลับแกล้งไม่เข้าใจไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ  ความสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศมีมูลค่าร่วมกันหลายแสนล้านบาทซึ่งมีค่ากว่าการทวงคืนปราสาทพระวิหาร พระตะบอง ศรีโสภณ เสียมราฐ  จาตุรนต์ไม่ได้พูดถึงว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ว่าฮุนเซนจะไม่ส่งตัวทักษิณจำเลยคดีทุจริตที่อยู่ระหว่างหนีคดีให้กับทางการไทยโดยอ้างว่าเรื่องดังกล่าวเป็นคดีการเมืองนั้น  แค่เราเอาอาหารให้หมาจรจัดตามถนนเพียงครั้งเดียวมันก็จะจำไปจนวันตาย แต่แผ่นดินนี้ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่อยู่อาศัยแต่อ๋อยแห่งแปดริ้วไม่สำนึกบุญคุณของแผ่นดินบ้างเลย   เกียรติภูมิของประเทศให้ใครมาดูถูกก็ได้  ผลประโยชน์ของประเทศให้ใครมาละเลงก็ได้ ขอให้อ๋อยแห่งแปดริ้วได้เงินได้อำนาจว่าอย่างนั้น?

สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ของออสเตรเลียนำเสนอความเคลื่อนไหวบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศภาคี 6 ชาติชี้ว่าการประชุมอาเซียนครั้งนี้เจออุปสรรคตั้งแต่เริ่มแรกจากเหตุพิพาททางการทูตระหว่างไทยและเขมรพฤติกรรมของฮุนเซนที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทักษิณนั้นถือว่าขัดต่อพิธีการทูตของอาเซียนที่จะไม่ทำให้ประเทศสมาชิกต้องอับอายหรือลำบากใจในที่สาธารณะแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กำลังสะท้อนความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากระหว่างไทยกับเขมร  หลายคนต่างรู้สึกผิดหวังที่ผู้นำเขมรยกทักษิณขึ้นมาเปรียบเทียบกับนางอองซานซูจีที่เป็นนักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า   

นายสุรพงษ์ ชัยนามอดีตเอกอัครราชทูต 5 ประเทศกล่าวถึงท่าทีของฮุนเซนว่าไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย  เพราะกว่า 70 ปีแล้วที่เขมรพยายามตอกลิ่มและสร้างความขัดแย้งภายในประเทศที่มีปัญหากับตน  ท่าทีของฮุนเซนที่ออกมาผิดมารยาททางการเมืองระหว่างประเทศขั้นรุนแรง  นำกรณีของนางออง ซาน ซูจีมาเปรียบเทียบกับ ทักษิณทั้งที่ใครก็รู้ว่ามันต่างกันราวฟ้ากับเหว  ถ้อยแถลงของนายอภิสิทธิ์สุภาพเพียงพอแล้วและไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่   น่าจะสร้างความผิดหวังให้ทักษิณกับพวกอย่างมาก

นายกษิต ภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแถลงถึงการให้สัมภาษณ์ของฮุนเซนว่าความสัมพันธ์ยังมีอยู่ เพราะเพิ่งให้ความช่วยเหลือและเปิดถนนซึ่งการไปมาหาสู่และนักท่องเที่ยวยังมีอย่างเต็มที่ การทำมาค้าขายตลอดแนวชายแดนก็ยังไม่มีปัญหา ซึ่งด้านอื่นๆ ยังให้ความช่วยเหลืออยู่   ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ขอไม่เปิดเผยนามได้ช่วยกันชี้แจงต่อฮุนเซนให้ทราบเป็นการภายในเต็มที่แล้ว  ไทยกำลังทำข้อชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้มีข้อมูลและข้อเท็จจริงครบ

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาตอบโต้ท่าทีของฮุนเซนว่าท่าทีของนายอภิสิทธิ์ที่แสดงภาวะผู้นำในฐานะประเทศเจ้าภาพได้ดีเยี่ยมที่ใช้ความระมัดระวังทางการทูตแต่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อฮุนเซนได้อย่างสุภาพนอบน้อมและเชื่อว่าคงจะนำคำชี้แจงกล่าวเตือนนี้ไปไตร่ตรองให้รอบคอบมิฉะนั้นความเสียหายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะส่งกระทบ  เหตุการณ์ครั้งนี้ชัดแล้วว่าทักษิณคือภัยอันตรายที่ร้ายแรงจริงๆ ที่สร้างความแตกแยกในชาติจนป่นปี้แล้วยังสร้างความแตกแยกในระดับนานาชาติได้อีก

จากท่าทีและเจตนาของผู้นำเขมรข้างต้นจึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการสมคบกับทักษิณ รวมทั้งชวลิตในการบ่อนทำลายรัฐบาลและความมั่นคงของไทย หวังจะให้มีการยุบสภาหรือนายอภิสิทธิ์ลาออก แต่หากยังไม่สำเร็จอีกเราก็คงจะได้เห็นใช้วิธีการนอกแบบที่ไม่ต้องด้วยรัฐธรรมนูญต่อไปเช่นการยึดอำนาจจากพวกทหารรับจ้าง  ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกันแค่ให้บรรลุเป้าหมายและผลประโยชน์ร่วมกันทั้งของทักษิณและฝ่ายเขมร  ผลประโยชน์ที่ฝ่ายเขมรจะได้รับหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันมาเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณก็คือจะทำให้ผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลที่ทักษิณลงทุนในเขมรร่วมกับฮุนเซนจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น  จะครอบครองปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบได้ง่ายขึ้น เงินเป็นล้านล้านบาทของนักโทษชายที่หนีคุกอาจพิสูจน์ได้ว่าสามารถ"สั่งซื้อ"ทุกอย่างได้จริงๆ  จึงควรที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะทบทวนท่าทีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเขมรรวมทั้งใช้วิธีการทุกรูปแบบทั้งลับและเปิดเผยชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันเพื่อตอบโต้รัฐบาลเขมร  แรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ชวลิตต้องทำอย่างนี้ก็คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการตกเป็นจำเลยของ ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดอย่างร้ายแรงในกรณีการปราบปรามประชาชนเมื่อ 7 ตุลาคม 2551 ที่หน้ารัฐสภาซึ่งจะต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในไม่ช้านี้  ชวลิตคงหาทาง หาพวกไว้เป็นกำลังในการต่อสู้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยรมต.ประจำสำนักนายกนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกี่ยวกับเขมรหนนี้มันมาจากแผนทางการเมืองของทางฝั่งทักษิณและคิดว่าพล.อ.ชวลิตคงเดินทางไปมาเลเซีย ไปโน่นไปนี่    "แต่วิธีการแบบนี้คำถามก็คือว่าเพื่อที่จะทำลายล้างคู่แข่งขันเนี่ย เราถึงขั้นต้องสมคบกับต่างประเทศเพื่อโจมตีประเทศไทยเลยหรือนี่แหล่ะเป็นการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน  ถ้าวิญญาณโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เดิมกลับมาก็จะถามว่าคราวนี้รู้แล้วว่าพระยาระแวกกลับชาติมาเกิดเป็นใคร"  ช่วงนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่ศิริราชต้องไปถวายพระพร แต่ยังมาเร่งทางการเมืองเอาคนมารุกองคมนตรี รักชาติแต่ปากแต่พฤติกรรมมันไม่ใช่

นายโกวิทย์ ธารณาส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่ามีคนไทยบางคนออกมารับลูกหลังสมเด็จฮุนเซ็นพูดถึงกระบวนการยุติธรรมไทยทั้งที่เขาไม่ควรจะพูด  "วันนี้คนไทยมีไส้ศึกรับใช้ลูกหลานพระยาละแวกเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์เฉพาะตัวเองและพรรคพวกโดยไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองกันแล้วหรือ  ผมอยากให้ไปดูควายไทยที่มันซื่อสัตย์ ทำนาเก่งเป็นที่หนึ่งของโลก เอามันไปทำนาที่ไหนมันก็ไม่ยอมทำนอกจากทำในประเทศไทย แต่คนไทยบางคนมันไม่ใช่อย่างนั้นอย่างที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพูด  คนไทยโกรธมากเพราะอดีตผู้นำบางคนมีพฤติกรรมกำลังขายชาติ ออกมาปกป้องคนต่างชาติคือเอื้อผลประโยชน์ให้ผู้นำต่างชาติ"  ย้อนอดีตการลดค่าเงินบาทที่มีคนรู้ข้อมูลภายในมากกว่า 6 คนและได้ใช้ข้อมูลนี้ไปแสวงหาผลประโยชน์ในชณะที่คนไทยทั้งชาติจนลงพริบตา  ทำไมชวลิตถึงไม่มีแผนเดินทางไปลาวหรือว่ายังเป็นแผลในใจของชวลิตที่ลดแพ้ลาวในยุทธการร่มเกล้า

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอมอดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่าตนไม่สงสัยอะไรในตัวทักษิณ ชินวัตรอีกแล้วเพราะที่ผ่านๆมาล้วนทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เขาได้ประโยชน์ไม่ว่าจะเอาประเทศหรือเอาประชาชนเป็นตัวประกันโดยจุดประสงค์คือต้องการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารที่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกเขา

นักศึกษาและชาวพม่าทั่วไปตามแนวชายแดนไทย-พม่าและในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากต่างไม่พอใจที่ฮุนเซนนายกรัฐมนตรีเขมรออกมากล่าวเปรียบเปรยให้ทักษิณ ชินวัตรเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยเทียบชั้นนางอ่องซานซูจีหัวหน้าพรรคเอ็นแอลดีและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า  อ่องซาน ซูจีเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่อยู่ในประเทศของตนเองมาตลอดไม่เคยคิดออกนอกประเทศ แม้ว่ารัฐบาลทหารพม่าจะให้ออกนอกประเทศก็ตามแต่นางไม่ยอมออกไปและต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีผลประโยชน์ใดๆแอบแฝงต่างกับทักษิณมาก

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุตเลขานุการ รมว.ต่างประเทศระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่เสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณาตัดความสัมพันธ์หรือลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเขมรโดยจะขอรอดูท่าทีไปก่อน  แต่หากเรื่องที่ฮุนเซนพูดนั้นเกิดขึ้นไทยคงจำเป็นต้องมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อตอบโต้

บรรดาศักดิ์สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชของฮุนเซนเป็นยศของขุนนางเขมรที่สืบทอดมาจากสมัยหลังพระนครในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 จนถึง 24 ที่ราชสำนักเขมรได้ย้ายศูนย์กลางจากตอนเหนือของบริเวณทะเลสาบเขมรไปตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง   ทั้งยังได้มีปฏิสัมพันธ์หลายด้านหลากแง่มุมกับราชสำนักกรุงศรีอยุธยา  ในสมัยหลังพระนครนั้นตำแหน่งออกญาเดโชเป็นตำแหน่งสำคัญเป็นเจ้าเมืองเอกและมักควบตำแหน่งเป็นแม่ทัพในการทำสงครามด้วย  ออกญาหลายๆคนนำทัพรบกับไทยมาแล้วเช่นกัน   นามบรรดาศักดิ์เดโชล้วนแล้วแต่เป็น วีรบุรุษของเขมรซึ่งมีคุณูปการทั้งในด้านการปราบกบฏและในด้านการทำสงครามต่อต้านการรุกรานจากเสียม (สยาม)   ฮุนเซนอาจสะท้อนให้เห็นถึงความหมายโดยนัยบางประการที่แฝงในความสัมพันธ์ระหว่างเขมร-ไทยในยุคปัจจุบันได้อยู่

27 ต.ค. 52  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ว่าทางเจ้าหน้าที่ทหารยังมีความสัมพันธ์อันดีและยังเป็นไปตามกรอบนโยบายที่รัฐบาลวางไว้   ยังไม่มีความเคลื่อนไหวทางทหาร   ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงยืนยันว่าจะไม่มีการใช้กำลังกันระหว่างทหารไทยกับเขมร  พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางลงไปในพื้นที่เสียมราฐและพนมเปญ ประมาณ 2 - 3 วัน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ประมาณการไว้ว่าเมื่อถึงเวลาที่ไทยก็ต้องตัดความสัมพันธ์กับเขมรผลที่ตามมาก็คือต้องปิดด่านชายแดนไทย-เขมรทั้งหมด สินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าจากไทยที่ฝ่ายเขมรพึ่งพิงอยู่จำนวน 47,000 ล้านบาทต่อปีจะต้องกระทบกับประชาชนชาวเขมรอย่างรุนแรงจนยากที่ฮุนเซนจะรับมือได้ง่ายๆ   รายได้จากบ่อนการพนันทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายในเขมรจะขาดรายได้อย่างมหาศาลประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อปีผลที่ตามมานอกจากจะกระทบต่อภาษีของเขมรเองแล้ว กระเป๋าส่วนตัวของฮุนเซนที่เคยรับส่วยจากบ่อนการพนันตามตะเข็บชายแดนประมาณการว่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน 6,000 ล้านบาทต่อปีก็จะหายวับไปต่อหน้าต่อตา   ฮุนเซนจะเอาเงินมาจากไหน
ถ้าไม่รีดไถเอาจากทักษิณซึ่งนักโทษชายเองก็คงไม่โง่ปล่อยให้ฮุนเซนรีดไถตัวเองนานมากเกินไปเป็นแน่  หากทักษิณคิดจะมาอยู่ในประเทศไทยก็ต้องมั่นใจว่าสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐได้ในระยะเวลาอันสั้น   แต่ในทางกลับกันหากไม่มั่นใจก็คงจะเป็นเรื่องยากที่ทักษิณจะอาศัยในเขมรได้จริงนอกจากคำคุยและได้แค่สร้างภาพเท่านั้น   ในอีกด้านหนึ่งกระแสตีกลับประชาชนลามขยายไปถึงอีสานแสดงความไม่พอใจอาจจะทำให้เกิดแง่มุมลบที่ฮุนเซนประเมินผิดพลาดก็คือการตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลไทยอย่างชัดเจนย่อมทำให้หนทางในการปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ห่างไกลความจริงมากขึ้นซึ่งหมายถึงการสั่นคลอนในคะแนนนิยมของฮุนเซนเขมรอย่างแน่นอน   ส่วนเพื่อไทยจะฝ่ากระแสขายชาติและทรยศชาติครั้งนี้ในภาคอีสานได้หรือไม่, นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านไปทอดกฐินที่จังหวัดสวายเรียงกลายเป็นการไปค้นพบปัญหาระดับชาติที่สื่อต่างๆ ไม่เคยนำเสนอ ขณะเดียวกันก็ได้เปิดเผยให้เห็นเบื้องหลังอันแท้จริงในการแสดงความเกรี้ยวกราดกับประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันตก-ไทยอยู่เป็นระยะๆ นัยว่าเพื่อเบนความสนใจของประชาชนเขมร 14 ล้านคนมาทางด้านนี้   ผู้นำฝ่ายค้านได้พบว่าเจ้าหน้าที่เวียดนามได้นำหลักปักปันเขตแดนเข้าไปปักในนาข้าวของราษฎรในท้องถิ่นผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นคนของพรรคประชาชนเขมรไม่กล้าแตะต้องโดยโยนให้เป็นภาระของคณะกรรมการวิชากรในการปักปันเขตแดน   นายสม รังสีได้นำราษฎรจากหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนถอนหลักปักปันเขตแดนออกจากทุ่งนา โดยประกาศว่านี่การกระทำเพื่อแสดงความรักชาติ  เราไม่ยอมรับการหลักเขตแดนที่พวกต่างชาติล่วงล้ำเข้ามาปักเอาไว้อย่างไม่เหมาะสมในนาข้าวที่เป็นของชาวเขมร, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการเครือข่ายประชาชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอำนาจรัฐ สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย(สปท.) และตัวแทนภาคประชาชนกว่า 100
คนจากเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาชน เครือข่ายภาคีประชาชนผู้ติดตามสถานการณ์บริเวณเขาพระวิหาร กลุ่มพิทักษ์ราชันและแผ่นดินไทย และกลุ่มศรีวิชัยรวมตัวกันที่ฝั่งตรงข้ามสถานทูตเขมรประจำประเทศไทยอ่านแถลงการณ์ประณามฮุนเซน  "เป็นการจงใจแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย ดูหมิ่นเหยียดหยามคนไทยทั้งประเทศ และถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในราชอาณาจักรไทยด้วย"  พร้อมกันนี้ยังได้ประณามชวลิตเพื่อไม่ให้คนไทยรุ่นหลังได้ประพฤติเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะมีบทบาทและพฤติกรรมทรยศชาติ ขายชาติ มีการประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาโยธินและทางกลุ่มสมัชชาฯได้เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนบทบาทท่าทีความสัมพันธ์กับประเทศเขมรด้วย   ต่อมากลุ่มธรรมยาตรากู้ชาตินำโดยนายสมาน ศรีงามเลขาธิการกลุ่มฯ ซึ่งเคยถูกรัฐบาลเขมรจับตัวไปกรณีที่ไปประท้วงบริเวณพื้นที่ทับซ้อนได้เดินทางมาสบทบด้วยพร้อมกับอ่านแถลงการณ์ประณามรัฐบาลเขมรและเรียกร้องให้ยกเลิกสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904-1907 เนื่องจากทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ

28 ต.ค. 52   ที่ประชุมสมัยสามัญขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศผลการคัดเลือกคณะกรรมการมรดกโลก วาระปี 2009-2013  ว่ารองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะผู้แทนของประเทศไทยได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการมรดกโลกลำดับที่ 3 ของโลก รองจากเขมรและสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 2552-2556 อันจะเพิ่มโอกาสผลักดันให้แหล่งโบราณสถานสำคัญต่างๆของไทยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมากขึ้น,  ส.ว.สรรหา ระบุทักษิณ กำลังดำเนินยุทธศาสตร์โลกล้อมไทย  บีบพื้นที่ลงมาเป็นเพื่อนบ้านล้อมไทยจากกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมรที่เกิดขึ้น  วันนี้คนไทยกำลังแตกแยกกัน การดึงนายกเขมรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในประเทศเป็นการชักศึกเข้าบ้าน   สิ่งที่ฮุนเซนเคยทำไว้กับเขมรเองนั่นคือนำกองกำลังต่างชาติเข้ามาไล่ชาวเขมรที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเอง  จากนั้นก็เข้ายึดครองประเทศ  ลิดรอนระบบกษัตริย์  ขับไล่เจ้านโรดมสีหนุลงจากตำแหน่ง   เจ้านโรดมรนฤทธิ์ก็ต้องมาลงสมัครรับเลือกตั้ง   ฮุนเซนก็ได้เชิญสมเด็จพระบรมนาถโรดมสีหมุนีที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมืองในประเทศเลยมาเป็นกษัตริย์    การลอบนำครอบครัวของทหารเขมรที่อยู่ตามแนวชายแดนมาตั้งเพิงพักพิงเป็นที่อยู่อาศัยในพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรจากแค่ชุมชนเล็กกลายเป็นชุมชนใหญ่มีการสร้างวัดสร้างตึกขึ้นมากมายจนในวันนี้มีการแจกโฉนดที่ดินกันแล้ว  สมัยเป็นนายกฯทักษิณบอกกับนายทหารที่แจ้งข้อมูลให้ทราบว่าอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่   ชื่อเสียงและเกียรติยศศักดิศรีที่พอจะมีเหลืออยู่บ้างของชวลิตมาถึงตอนนี้มันไม่มีอะไรเหลือแล้ว  มีคนถามว่าถ้าชวลิตคือพระยาจักรี และฮุนเซนคือพระยาละแวกกลับชาติมาเกิดแล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีชาติก่อนเป็นอะไร  มีคนตอบว่าชาติก่อนคุณอภิสิทธิ์คงมีบรรดาศักดิ์เป็นพระอิฐหรือไม่ก็พระปูนรับราชการอยู่ที่ไหนสักแห่ง 

มิยาบิมีภาพลักษณ์และผลงานเป็นหนังแผ่นเอวี  ฮุนเซนมีประเด็นร้อนทางการเมืองติดตัวมาตั้งแต่ชวลิตไปช่วยโหมโรงให้ก่อนหน้า ระหว่างฮุนเซนที่หัวหินกับมิยาบิที่บางแสนมีความเหมือนและต่างอยู่ในที  ทั้งคู่ต่างก็ขายลีลาอันร้อนแรงคล้ายกัน มาบังเอิญเข้าร่วมงานที่จัดขึ้นในช่วงเดียวกันในไทยพอดี ทั้งฮุนเซนและมิยาบิน่าจะเรียกได้ว่าต่างมีทุนทางสังคมในเชิงคุณธรรมจริยธรรมต่ำกว่าอีกหลายๆ คนในแวดวงอาชีพเดียวกัน

30 ต.ค. 52   กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้ออกแถลงประณามการกระทำของนายรังสีอย่างรุนแรง  ขัดต่อกฎหมายเวียดนามและกฎหมายเขมร  ขัดต่อสนธิสัญญาสองฝ่าย ต่อกฎหมายระหว่างประเทศและจงใจสร้างความเกลียดชังต่อชาวเวียดนาม  เรียกร้องให้รัฐบาลฮุนเซนต้องพิทักษ์ปกป้องหลักหมุดเขตแดนและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก  นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังได้กำชับเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งกับรัฐมนตรีเขมรที่ไปเยือนในงาน  โดยฮุนเซนยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้

1 พ.ย. 52     ฮุนเซนชวนไทยทะเลาะทั้งปีหาเหตุเพิ่มงบกลาโหม  ประเทศที่ยังยากจนที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เพิ่มเงินงบประมาณด้านกลาโหมกับความมั่นคงถึง 23%หลังจากความพยายามเมื่อปีที่แล้วไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้บริจาคที่ให้เงินช่วยเหลือแก่เขมร พากันคัดค้าน

3 พ.ย. 52     ฮุนเซน ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ มาหลายวันหลังจากฝ่ายเวียดนามแสดงความไม่พอใจที่ไม่ป้องกันรักษาหลักเขตแดนให้แถมยังปล่อยให้ผู้นำฝ่ายค้านไปถอนทิ้ง  ผู้ว่าราชการจังหวัดสวายเรียงได้รับรายงานจากท้องถิ่นเรื่องที่ผู้นำฝ่ายค้านนำราษฎรถอนหลักเขตแดนออกไปซึ่งเรื่องการปักปันเขตแดนนี้เป็นประเด็นทางวิชาการและตนเองแปลกใจที่นายรังสีทำเช่นนั้น   แม้แต่ผมเองยังไม่กล้าแตะคณะกรรมการทางเทคนิคจากสองประเทศ เขมรกับเวียดนามดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาร่วมกันทำแผนที่มีเครื่องอุปกรณ์เครื่องมือในการวัด ไม่ได้ทำตามใจชอบ..

4 พ.ย. 52    รัฐบาลเขมรยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆต่อเสียงวิจารณ์และเสียงเรียกร้องของทางการเวียดนามที่ให้ต้องปกปักรักษาหลักหมุดปักปันเขตแดนที่ถูกถอนออกไป  นายสมรังสี ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่าตนเองอยากจะให้รัฐบาลของฮุนเซนฟ้องร้องกรณีนี้เพื่อที่จะได้นำไปสู่การเปิดประชุมภาคีสนธิสัญญากรุงปารีสที่มี 18 ประเทศได้ร่วมกันลงนามในเดือน ต.ค.2534  ในขณะที่ผู้แทนของพรรคในสภาท้องถิ่นกำลังดำเนินการเพื่อฟ้องร้องสมรังสีฐานทำลายสมบัติของสาธารณะ  ประธานพรรคสมรังสีพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่าตนเองขอท้าให้รัฐบาลฮุนเซนฟ้องร้องเอง "ผมไม่กลัวถ้าหากรัฐบาลเวียดนามจะฟ้องผม ขอให้พวกเขาฟ้องเลยหรือถ้าหากรัฐบาลในกรุงพนมเปญขณะนี้จะฟ้อง ก็ให้เขาทำไปแต่ผมจะฟ้องร้องต่อศาลระหว่างประเทศเพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศช่วยพิทักษ์ปกป้องดินแดนของเขมร  ผมอยากจะให้เปิดการประชุมระหว่างประเทศขึ้นตามสนธิสัญญาสันติภาพกรุงปารีสปี 2534 ผมจะขอให้ภาคีสัญญา 18 ชาติเปิดประชุมประเทศเหล่านั้นมีพันธะตามสัญญาฯ จะช่วยเขมรปกป้องเขตแดน ขณะนี้ดินแดนเขมรกำลังถูกรุกล้ำ เรามีข้อพิสูจน์ที่เพียงพอในเรื่องนี้...", เตีย บันห์ชี้ สัมพันธ์ ไทย-เขมร ยังราบรื่น, พลเอกเจีย ดารารองผู้บัญชาการกองทัพเขมร ได้กล่าวเตือนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะเข้าไปประท้วงกดดันให้ฝ่ายเขมรถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทจะถูกยิงทันทีหากล่วงล้ำเข้าไปในเขตดังกล่าว คนกลุ่มนี้ รบกวนเราเป็นอย่างยิ่ง สัปดาห์นี้กระทรวงการต่างประเทศเขมรก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องของสมาชิกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ทำการประท้วงดังกล่าว   โฆษกกระรวงการต่างประเทศกล่าวว่า  เราไม่สามารถจะกระทำตามคำเรียกร้องของคนกลุ่มเล็กๆ นี้ได้และเราก็ไม่เคยยอมรับว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นดินแดนพิพาทเลย   ผู้นำไทยทำแผนที่ขึ้นมาด้วยตัวเองและเราได้ปฏิเสธไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

5 พ.ย. 52  ฮุนเซนเติมเชื้อตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจทั้งของตัวและของคณะรัฐบาลของเขา (ยศสมเด็จเปรตอัครมหาหดเดไม่โด่ฮุนแม้วชาติทรพี), หลังทางการเขมรออกแถลงการณ์แต่งตั้งทักษิณ  นักโทษหนีคุกในคดีทุจริตได้โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ระบุว่า  "ผมขออนุญาตพี่น้องคนไทยไปให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจกับรัฐบาลเขมรตามที่โปรดเกล้าฯจาก king สีหมุนีไปพลางก่อนที่จะมีโอกาสได้มารับใช้พี่น้องใหม่ ... อยากทำงานให้คนไทยก็ไม่ได้  แม้กระทั่งพาสปอร์ตเขายังไม่ให้ถือ   ยศก็จะถอด  เครื่องราชฯ  ก็จะเอาคืน  ถ้ายึดเชื้อชาติและสัญชาติได้ก็คงจะทำ ",   ในเบื้องต้นกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการขั้นแรกคือ   1.เรียกตัวนายประศาสน์   ประศาสน์วินิจฉัยเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญกลับประเทศ   2.เราจะทบทวนพันธกรณีและความร่วมมือข้อตกลงต่างๆ ที่มีในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งหมดกับรัฐบาลเขมรทั้งนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ความไม่ชอบมาพากลหรือสิ่งที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนในอดีตที่ผ่านมา ตรงนี้ก็จะเป็นเวทีที่จะมีการชำระกันทั้งหมด   3.สิ่งต่างๆ ที่จะเริ่มดำเนินการหรือกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันระหว่างรัฐบาลไทยกับ เขมรก็คงต้องเรียนว่าจะมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้นในการที่จะเดินหน้าต่อเนื่องจากหากรัฐบาลเขมรทำให้สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ  2  ประเทศเป็นไปในลักษณะนี้แล้ว  การให้ความช่วยเหลือการให้ความร่วมมือด้านต่างๆ  ก็คงจะสามารถกระทำได้โดยยาก, ทักษิณได้ทวิตข้อความลงในเว็บไซต์ทวิตเตอร์อีกครั้ง  โดยระบุว่า  "ขณะนี้ได้ข่าวรัฐบาลเรียกทูตกลับ  คงพูดได้คำเดียวครับว่า  ทำไมเด็กจัง  Over react  ไป?", นพดล   ปัสสาวะที่ปรึกษากฎหมายทักษิณโจมตีว่ารัฐบาลทำเกินกว่าเหตุ  กำลังนำผลประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยง, ณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อโฆษกคนเสื้อแดงกล่าวว่า  ไม่ควรไปแทรกแซงกิจการในประเทศของเขา,  พล.อ.พิจิตร  กุลละวณิชย์องคมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังกรณีทักษิณ  ชินวัตรไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของเขมรว่า  ต้องห่วงแผ่นดิน  ถ้าเราไม่ปลูกฝัง  ก็ยุ่งแล้ว  เงินซื้อได้หมดแล้ว, การที่รัฐบาลเขมรตบหัวไทยอย่างจังรัฐบาลไทยควรที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลเขมรได้แล้วประธานประชาคมอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าว  บรรยากาศตามแนวชายแดนไทย-เขมรสถานการณ์ยังเป็นปกติ  ที่ตลาดนัดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก  ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ต.เทพนิมิตร และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี การค้าขายยังเป็นปกติเช่นกัน  ชาวสวนลำไยด้าน จ.จันทบุรีจำนวนมากต้องพึ่งพาแรงงานชาวเขมรและมีแรงงานชาวเขมรทำงานแบบไป-กลับ มากถึงวันละ 20,000 คน, พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและคุมเข้มตามแนวชายแดนมากขึ้น กำลังพลก็มีการตื่นตัวมากขึ้น,  เขมรเสริมรถถัง 40 คันตลอดแนวชายแดนเขาพระวิหาร  ทหารไทยและทหารเขมรที่ตรึงกำลังอยู่รอบบริเวณเขาพระวิหารได้ระมัดระวังตัวกันมากยิ่งขึ้น ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเคร่งเครียด เพราะทหารทั้ง 2 ฝ่ายต่างเกรงว่าจะมีการปะทะกันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา, ท่ามกลางความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เจ้าหน้าที่เขมรยังคงเร่งโหมไฟขัดแย้งไม่หยุด เขมรหยันได้อีกไทยขยาดหลังจากรู้ว่า เขมรมีขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน และไม่กล้าบินล่วงล้ำน่านฟ้าอีกเลย, สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวอ้างอิงต่อๆ กันมาเป็นทิวแถวว่าเขมรประชาชนค่อนประเทศหรือเกือบ 78 เปอร์เซ็นต์ใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน มีค่าครองชีพต่อหัวต่อวันระดับต่ำกว่า 2 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 70 กว่าบาท (อ้างอิงรายงานของสำนักงานโครงการพัฒนาสหประชาชาติ หรือ UNDP ประจำปี 2007 ที่จัดอันดับเขมรอยู่ในอันดับ 131 จาก 177 ประเทศในเรื่องการพัฒนา) แต่ขณะผู้นำประเทศกลับกำลังสุขสบายกับการร่วมด้วยช่วยกันโกงประเทศ ด้วยการรีดเถือหนังทรัพยากรของชาติแบ่งชาตินักลงทุนต่างประเทศ หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

แค่ไม่ต้องการให้ประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์อยู่เป็นรัฐบาลครบปีเลยยอมทำทุกวิถีทางพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ ยืมมือมิตรประเทศรอบบ้านมาช่วยพังบ้าน-พังเมืองตัวเอง การที่ฮุนเซนทำสามานย์ให้คนไทยแตกแยกกันได้  ทักษิณกลับชื่นชมยินดี  จากนี้ต่อไปคงจะไม่มีใครที่จะไม่เริ่มเกลียดทักษิณเสนียดจัญไรของแผ่นดินเพราะลึกลงไปในความแดงของคนเสื้อแดงนั้นถึงจะรักทักษิณขนาดไหน   ไหนจะมีประชาชนที่เป็นกลางนั้นอีกเล่าล้วนแล้วแต่ไม่มีใครที่ไม่เอาชาติบ้านเมือง   ทักษิณคงไม่ได้คิดในมุมนี้จึงกลายเป็นศัตรูของคนไทยทั้งประเทศ  ฮุนเซนจะรีดจะไถเท่าใดก็จะต้องจ่ายให้ตามใจ  ฮุนเซนนั้นจะแต่งตั้งเองก็ได้  แต่ฮุนเซนกลับให้สมเด็จพระเจ้าสีหมุนีพระมหากษัตริย์ตรายางแห่งเขมรโปรดเกล้าฯ   ในอดีตเมื่อพวกเขมรด้วยกันพิพาทกัน  บางพวกก็เข้ามาสวามิภักดิ์พึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์  แม้แต่สีหนุเองก็ตาม เป็นที่อับอายขายหน้าของเขมร ทำให้จุดนี้กลับกลายเป็นปมด้อยของพวกขะแมร์  ในครั้งนี้ในน้ำใจลึกจึงต้องการล้างแค้นและล้างอายเพื่อชำระสะสางปมด้อยในใจ   คนที่เคยเป็นไทยคนนี้เป็นข้าสองเจ้า บ่าวสองนายไปแล้วโบราณว่าเป็นจัญไร จะหาความเจริญอันใดมิได้เลย    ทั้งๆที่เพิ่งเขียนทวิตเตอร์แสดงความจงรักภักดีเทิดทูนพระมหากษัตริย์และอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้พระองค์หายประชวรโดยไวเมื่อวันสองวันนี้เอง  

6 พ.ย. 52   นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหากล่าวกรณีประเทศไทยลดระดับความสัมพันธ์กับประเทศเขมร ว่าเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศแต่มีข้อเสนอแนะในระยะเฉพาะหน้านี้รัฐบาลจะต้องดำเนินมาตรการต่อเนื่องบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงต่างๆในช่วงระหว่างปี 2543 จนถึงปัจจุบัน  ถอนทหารทั้ง 2 ฝ่ายออกจากบริเวณวัดแก้วสิขาคีรีสะวาราที่เป็นดินแดนของไทยแต่ไม่มีการถอนชุมชนและวัดเขมรออกและประเด็นที่ว่าร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-เขมรที่แนบอยู่ท้ายบันทึกการประชุมมีลักษณะเป็นการตอกย้ำรับรองแผนที่ 1 : 200,000 ระวาง ANNEX 1  ถอนบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมทางบกไทย-เขมร (JBC) ออกจากวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่จะพิจารณาในวันที่ 9 หรือ 10 พ.ย.นี้เพราะลดระดับความสัมพันธ์แล้วเรื่องนี้ก็ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนอีกต่อไป   และถึงแม้ว่าปัญหาชายแดนยังคาราคาซังอยู่ทั้งยังเป็นปัญหาของไทย  แต่เขาจะต้องเดือดร้อนกว่าเราแน่เพราะไม่อาจเสนอแผนบริหารพื้นที่ให้ทันเส้นตายที่คณะกรรมการมรดกโลกขีดไว้เป็นวันที่ 1 ก.พ. 2553 ได้, เขมรตอบโต้ไทยเรียกทูตกลับ, นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัยทูตประจำกรุงพนมเปญถึงไทยแล้ว กระทรวงการต่างประเทศแถลงการณ์ตอบโต้เขมร, นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว.กล่าวว่าการกระทำของรัฐบาลเขมรกล่าวหากระบวนการการยุติธรรมของไทยอย่างรุนแรงฉะนั้นรัฐบาลไทยต้องออกแถลงการณ์ตอบโต้และประณามรัฐบาลเขมรที่กระทำการหมิ่นศักดิ์ศรีประเทศไทยและต้องตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลเขมรทันที  ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของสมเด็จฯฮุน เซน จริงๆก็ตัดความสัมพันธ์กับนายฮุน เซน ไปเลย ไม่ควรจะบอกว่า ไม่เป็นไรหรืออยู่เฉยๆ ซึ่งจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่, พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกกองทัพบกกล่าวว่ากองทัพยังไม่ได้รับการสั่งการใดๆ จากทางรัฐบาล, ชาวบ้านภูมิซรอลพากันหวาดผวาภัยสงครามเห็นได้ชัดเจน  ทหารเขมรเองก็ไม่อยากรบกับทหารไทย,  ภายใต้สัมพันธภาพระหว่างนายกฯเขมรกับประเทศเวียดนามชาวเขมรเป็นจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าไม่ได้นำมาซึ่งความเป็นธรรมต่อชาวเขมรแต่อย่างใด  เป็นข้อกล่าวหาทางการเมืองที่ติดตัวเป็นตังเมต่อผู้นำเขมรรายนี้มาโดยตลอด  ทุกๆครั้งที่เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับเวียดนาม ฮุนเซนมักจะเลือกใช้วิธีอมสากกะเบือมาตลอด  เพราะไม่ว่าจะฟ้องร้อง  ปิดปาก  ปิดหนังสือพิมพ์ฉบับแล้วฉบับเล่าก็มักจะเข้าตัว  ฮุนเซนก็เลยหนีไม่พ้นที่จะต้องหันไปเอาวิธีมักง่ายๆคายสากกะเบือออกจากปากแล้วหันมาตีหัวไทยเพราะอย่างน้อยมันก็อาจทำให้ประชาชนชาวเขมรทั้งหลายลืมๆไปว่าดินแดนเขมรกำลังถูกเวียดนามปล้นเอาไป   ในเมื่อฮุนเซนเล่นไม่เลิกก็คงต้องถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะต้องแสดงออกถึงบางสิ่งบางอย่างตามกฎ  กติกาไม่ต้องใช้วิธีกุ๊ยๆคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ลงไปให้ได้  สมควรแล้วที่ทุกฝายไล่ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศ  สมาชิกวุฒิสภา  พรรคการเมือง  จะมีปฏิกิริยาไม่พอใจต่อกรณีที่ฮุนเซนผู้นำเขมรได้แต่งตั้งทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของฮุนเซนทั้งที่ทักษิณถูกศาลไทยออกหมายจับในกรณีถูกคำพิพากษาให้จำคุกสองปีในคดีทุจริต  คนไทยจำนวนมากที่รู้สึกว่าฮุนเซนได้ทำการตบหน้ากระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างแรง  แต่สิ่งที่ฮุนเซนทำไม่ให้เกียรติและไม่ไว้หน้ากระบวนการยุติธรรมของไทย  รัฐบาลโดยเฉพาะตัวอภิสิทธิ์และสุเทพไม่ควรทำตัวเป็นเด็กดีของฮุนเซน  แต่ต้องแสดงออกให้ฮุนเซนเห็นว่าการกระทำของฮุนเซนไม่เหมาะสมอย่างไร   ไม่ควรอ่อนข้อให้กับฮุนเซนโดยเด็ดขาดแต่ไม่ได้หมายถึงให้ใช้วิธีการตอบโต้ที่รุนแรงผ่านการใช้กำลัง  เพราะมีวิธีอื่นๆอีกมากที่ทำได้, มีผู้นำเอาวิดีโอคลิป ขึ้นโพสต์บนอินเทอร์เน็ต ประจานสิ่งที่รัฐบาลเขมรฮุนเซน ไม่อยากให้ชาวเขมร 14 ล้านคนได้รู้ ไม่อยากให้ได้ยิน และไม่มีสื่อมวลชนใดในกรุงพนมเปญรายงานเหตุการณ์ผู้นำฝ่ายค้านสม รังสี ได้นำคณะไปทอดกฐินและได้พบความจริงที่ว่าเจ้าหน้าที่เวียดนามได้นำหลักหมุดปักปันเขตแดนชั่วคราวไปปักในนาข้าวของราษฎร นอกจากนี้ไม่เพียงแต่พยายามปิดปากสื่อเท่านั้น รัฐบาลฮุนเซนกำลังใช้มาตรการทางกฎหมายปิดปากฝ่ายค้านด้วย, กระทรวงการต่างประเทศได้ทบทวนเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาต่างอ้างสิทธิทับซ้อน เอ็มโอยูฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ที่ทำในสมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สังคมได้รับทราบแล้วว่าทักษิณได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีข้อยุติการเจรจาเอ็มโอยูแล้วจะเสนอเข้าสู่วาระการประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน เพื่อให้พิจารณาแจ้งการบอกเลิกเอ็มโอยูต่อไป ด้วยเหตุ 1.กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่าการที่รัฐบาลของประเทศกัมพูชา แต่งตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าว เนื่องจากทักษิณเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ในการผลักดันให้รัฐบาลไทยในขณะนั้นจัดทำบันทึกความเข้าใจ และทักษิณรับรู้ท่าทีในการเจรจาของฝ่ายไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงไม่อาจที่จะเจรจากับทางกัมพูชาต่อไปได้   2.กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า เรื่องพื้นที่เขตทางทะเลที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิทับซ้อนกันมีผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะพื้นที่กว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร และมีศักยภาพอย่างยิ่งที่เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติสูง คือ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างกว้างขวาง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามแนวทางประชาธิปไตย ตามที่ปรากฏในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 3.การเจรจาภายใต้กรอบเอ็มโอยู ฉบับ 2544 ในเวลา8 ปีที่ผ่านมาไม่มีผลคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมตามวัตถุประสงค์ของเอ็มโอยู กระทรวงการต่างประเทศเห็นสมควรให้ทั้งสองประเทศใช้แนวทางการเจรจาอื่นตามหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้ทางออกที่เป็นธรรมต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: