30 พฤศจิกายน 2552

ข้าว่าแล้ว...ว่าไม่ว่าเอ็งไปอยู่ที่ไหน...เป็นต้องฉิบหายที่นั่นแน่ๆ


ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงหนังสือ “ขบวนการล้มเจ้า” ของสำนักพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการว่า หนังสือนี้เป็นวัสดุที่ผิดกฎหมายเพราะทำลายความดีงามทุกอย่างในสังคมไทย โดยในหนังสือเล่มนี้กล่าวหาที่เป็นเท็จและใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอีกหลายคนว่าเป็นขบวนอยู่เบื้องหลังการล้มเจ้า ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตั้งทีมทนายมาดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด เพราะมีหลายเรื่องที่บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่จงรักภักดี ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้องหลายคดี รวมทั้งเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ที่ศาลสั่งลงโทษผู้เกี่ยวข้อง ก็ยังเอามาลงในนี้อีก ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นประมาท ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถปล่อยให้สื่อและบางคนนำความเท็จมาทำลาย เราจะดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในอีก 2-3 วัน
“พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับทราบเรื่องนี้และเสียใจอย่างยิ่งที่มีการตีพิมพ์หนังสือแล้วเอาความเท็จมาขาย ท่านยืนยันว่าทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวมีความจงรักภักดี ทั้งๆ ที่เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความปรองดอง จึงอยากขอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเอาหนังสือนี้ออกจากร้านหนังสือ เพราะไม่ควรเอาความเท็จมาขาย หรือหากินบนความทุกข์ของคนอื่น” นายนพดลกล่าว
นายนพดลยังกล่าวว่า สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณขณะนี้ได้เดินทางไปแถบยุโรปเพื่อไปพบกับผู้นำแถบประเทศเหล่านั้นและหาโอกาสการค้าและการลงทุน อย่างไรก็ตามนายนพดลไม่ได้ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปประเทศใด
**บก.ASTV ชี้เป็นหน้าที่ของสื่อ
ด้านนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน กล่าวว่า หนังสือขบวนการล้มเจ้าโดยหลักการถือเป็นการทำหน้าที่และใช้สิทธิตามเสรีภาพของสื่อของผู้จัดการภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องสถาบันสูงสุดของชาติ เพราะเนื้อหาทั้งหมดเรียบเรียงจากเอกสารและหลักฐานตามที่นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ได้พูดจาจวบจ้วง และมีพฤติการณ์ก้าวล่วงเบื้องสูง ซึ่งใครๆ ก็ทราบเพียงแต่ไม่มีสื่อใดกล้าที่นำเสนออย่างตรงไปตรงมา
ทั้งหมดในหนังสือเป็นพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดของนักโทษชายทักษิณ เมื่อถูกจับได้ก็อ้างนู่นอ้างนี่แต่พฤติกรรมและคำพูดสวนทาง ขณะที่ต้องโทษก็หลบหนีไปต่างประเทศ พูดจาให้ร้ายและดูถูกดูหมิ่นศาล ถือว่าไม่เคารพต่อกระบวนการยุติธรรมภายใต้พระปรมาภิไธย แต่เวลาตัวเองได้ประโยชน์ก็จะขอพึ่งศาล ไม่มีความสำนึก ประเทศมีปัญหาก็เพราะนายคนนี้คนเดียว” นายตุลย์ กล่าว
สำหรับ หนังสือขบวนการล้มเจ้า เป็นผลงานของกองบรรณาธิการผู้จัดการ เนื้อหาเป็นการอธิบายและวิเคราะห์พฤติกรรมของนักโทษชายทักษิณ และ พวกที่ผ่านมา โดยกระทำกันเป็นขบวนการ มีทั้งกลุ่มทุน กลุ่มนักการเมือง นักเคลื่อนไหว สื่อและนักวิชาการ ที่กระทำการจวบจ้วงสถาบันเบื้องสูงมาอย่างต่อเนื่องไม่เคยหยุดทั้งที่ผ่านสื่อ การไฮด์ปาร์กและเว็บไซต์ ซึ่งก็สอดคล้องเหตุการณ์การปล่อยข่าวอัปมงคลโจมตีตลาดหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์ของตัวนักโทษชายทักษิณต่อหนังสือพิมพ์ไทมส์ออนไลน์ล่าสุดก็พิสูจน์ให้เห็นได้ชัด
หนังสือเล่มนี้เริ่มวางแผงจำหน่ายเมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสร้างปรากฎการณ์ร้อนแรงเป็นหนังสือที่ขายดีขึ้นอันดับหนึ่งในร้านหนังสือชั้นนำภายในเวลาไม่กี่วัน ทั้งนี้ ผู้สนใจหนังสือ"ขบวนการล้มเจ้า"สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั่นนำทั่วไป อาทิ ซีเอ็ดบุ๊ค หรือ ติดต่อสั่งจองได้ที่ เอเอสทีวี คอลเซ็นเตอร์ โทร.0-2633-5353

กระทรวงการต่างประเทศได้ออกมายอมรับว่าทักษิณได้ใช้ชื่อใหม่ในพาสปอร์ตว่า TAKKI SHINEGRA ทำให้ประสานเพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำความชั่วมากเสียจนชื่อ-นามสกุลตัวเองยังใช้ไม่ได้เลย สันนิษฐานว่าตอนคิดนามสกุลสงสัยเหลือบไปเห็นซองไวอากร้าพอดี ชินเนกร้าจึงน่าจะเป็นเป็นการสมาสกันของชินวัตรและไวอากร้า ผู้ที่ติดตามข่าวบางคนบอกว่าชื่อนั่นไม่เหมาะน่าจะเป็นชื่อ SADNAROK CHINGMHAKERD จึงจะเหมาะสมกว่า บ้างก็ว่า LIA-PI น่าจะดี หรือไม่ก็เป็นชื่อไทยต้องชื่อนี้พันตะกวดโตทุจศีล กินชะมัด แต่ก็ในเมื่อเขาชอบชื่อตักขี้ ชินไวอากร้าก็คงต้องตามใจเขา กระทรวงก็เหลือเกินช่างไร้น้ำยา แค่นี้ก็ไม่มีปัญญา พวกซากเดน 111 ศพ, สส.สัตว์..ส่วนพรรคเพื่อแม้ว และอดีต สส.พรรคไทยไม่เคยรักไทย, ทหารแก่ไร้สติมันยังเก่งกว่าอีกจัดทัวร์ไปขอตังค์กันหรึ่มๆ ขนาดนักร้องเสียงแหบนมใหญ่ยังได้หลุยวิตตองและแหวนเพชรกลับบ้านกลับซ่องตั้งเยอะตั้งแยะ

เมื่อวันก่อนอัยการได้นำเจ้าหน้าที่ระดับสูงทีโอทีขึ้นไต่สวนคดียึดทรัพย์ "ทักษิณ" 7.6 หมื่นล้านเนื่องจากมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและใช้อำนาจหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯเอื้อประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว ทั้ง 4 ปากจากทีโอทีระบุ AIS แก้สัญญาลดส่วนแบ่งรายได้บริการโทรศัพท์ระบบบัตรเติมเงิน AIS ปี 44 จนทีโอทีขาดรายได้โดยคำนวณจากข้อมูลที่ปรึกษาทางการเงินจากหลายบริษัทและได้เสนอรายงานให้กับคณะกรรมการของทีโอทีพิจารณาให้เก็บรายได้จากบริการระบบบัตรเติมเงินอัตราร้อยละ 22 ซึ่งขณะนั้นปี 2544 ยังไม่มีสัญญาการเก็บรายได้จากระบบ Prepaid จึงเทียบเคียงอัตรากับการเก็บระบบค่าบริการแบบจ่ายรายเดือน ในขณะนั้นที่จัดเก็บในอัตราก้าวหน้าร้อยละ 25 แต่ AIS เสนอขอลดเหลืออัตราร้อยละ 20 ซึ่งภายหลังมีการอนุมัติให้เรียกเก็บอัตราร้อยละ 20 ได้ตามที่ขอแก้ไขสัญญาเรื่องลดส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการในระบบบัตรเติมเงิน ทำให้ AIS ได้รับผลประโยชน์แต่ทีโอทีต้องขาดรายได้ ภายหลังไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจึงกำหนดไต่สวนอดีตคตส.ท่านบรรเจิดต่อกรณีเอื้อประโยชน์ธุรกิจและพวกพ้อง - ท่านสักต่อกรณีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่า - ท่านกล้านรงค์ต่อกรณีประเด็นการซุกหุ้น - ท่านจารุวรรณต่อกรณีประเด็นการอายัดทรัพย์ - และท่านนามปธ.คตส.มาสรุปปิดท้ายภาพรวมในวันที่ 1 และ 3 ธ.ค.นี้ และศาลนัดไต่สวนสุรเกียรติ์ต่อกรณีการปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงก์วันที่ 15 ธ.ค.ปิดท้ายก่อนที่จะได้ตัดสินต่อไป

ผู้บริหาร SAMART แบไต๋ออกแถลงการณ์โต้ข่าวลือที่ว่าลูกสาวฮุนเซนเข้ายึดสัมปทาน CATS ก็หุ้นใหญ่ตอนนี้มันซาลาเปาสีแดงน้องสาวของตักขี้นี่เอง ไม่ใช่ใคร ขาเล็ก ขาน้อยที่ไหนเลย มันฮั้วกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งฉาก ทั้งบท มีการไปเยือน มีการจับตัวประกัน ให้แม่ของศิวรักษ์สรรเสริญนายตักขี้ ศิวรักษ์ลูกชายของแกนนำสีแดงอิสานต้องถูกจับเป็นตัวประกัน เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ดูเหมือนเป็นขั้นเป็นตอน มีระบบระเบียบ รอเวลาสร้างพระเอกที่แค่รอเวลา ไปเจรจา กลับมาแบบ die hard อนิจจาหนังเรื่องนี้ ไม่ทำเงิน ไม่ทำกล่อง ทำให้คนขายชาติถูกสวนกลับด้วยกระแสรักชาติ พระเอกก็ยังไม่ได้ออกรอบเสียที ก็เลยต้องส่งให้คนเขียนบทแก้ไข เปลี่ยนบทนิดๆหน่อยๆ นี่ขนาดเคยหากินกับหนังมาด้วยกันแต่แสดงไม่เนียนเลย พ่อของศิวรักษ์เคยส่งหนังให้นายตักขี้เมื่อครั้งนายตักขี้ทำโลงหนังในเชียงใหม่ เขาเป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ของนายตักขี้ที่ไม่เคยทวงหนี้นายตักขี้เลย ทั้งๆที่นายตักขี้เนรคุณจ่ายเช็คติดสปริงให้พ่อของศิวรักษ์ประจำ ซึ่งเขาก็โชคดีที่ตายไปก่อนด้วยโรคเดียวกับที่ลูกชายของเขาเป็นอยู่ นายตักขี้กลับปล่อยให้หลานต้องไปตกระกำลำบากในคุกเขมร ตั้งแต่นายตักขี้ยังไม่บินออกจากเขมร แล้วออกมาทำทีว่าจะช่วยก็ได้ ถ้ารัฐบาลร้องขอ ฝ่ายแม่ก็สุดยอดทำเป็นโวยวายว่าลูกจะตายได้ถ้าช่วยไม่ทัน พอนายตักขี้พ่นออกมาก็สรรเสริญนายตักขี้เสียเป็นวรรคเป็นเวร ดั้นเผลอเสื้อแดงตกพื้นจนชาวบ้านเค้ารู้แกว ทำให้เรื่องคาราคาซังมาถึงบัดนี้ อ่านรายงานความคืบหน้าได้ที่ลิงค์นี้ได้เลย โว “แม่ศิวรักษ์” อ้อนให้ “นายใหญ่-พ่อใหญ่” ช่วยลูกด่วน อ้าง “บัวแก้ว” แก้ปัญหาล่าช้า

ความคิดเห็นที่ 87

คุณป้าสิมาลักษณ์ขา...ที่นี่เมืองไทยนะคะไม่ใช่เมืองเขมร เกมเด็กๆแบบนี้พวกหนูรู้ไม่ทันก็แย่แล้วค่ะ เมืองเขมรแค่เอาดาราละครไทยเป็นแพะหน่อยคนของเขาก็เชื่อตามกันจนเกิดเรื่องเกิดราวเผานู่นเผานี่ เช่นเผาสถานทูตไทยเป็นต้น

แต่ที่นี่เมืองไทยนะคะคุณป้าพวกหนูกินข้าวไม่ได้กินหญ้านะคะ ละครแบบนี้หมูจะแย่ถ้าเป็นคนเขมรอาจจะตามไม่ทันหรืออาจจะตามทันแต่คุณลุงฮวยเซงก็อาจบังคับให้ทำเป็นโง่ก็ได้นะคะ

คุณป้าลองคิดดูนะคะถ้าคนไทยตามไม่ทันเชื่อตามเกมที่เล่นนะคะ "ป่านนี้นายทักษิณก็คงยึดประเทศไทยแล้วตั้งตนเป็นอัครมหาเดโชบ้าบอคอแตกเหมือนฮวยเซงไปนานแล้วอ่ะค่ะ ไม่ระหกระเหิรไปกินเนื้ออูฐที่ดูไบแบบนี้หรอกนะคะ อ๊ะ!!ได้ข่าวว่าดูไบกะลังจะเฉดอีกแล้วด้วยนะคะ คุณป้าทางที่ดีอยู่ห่างๆไว้จะดีกว่านะคะจะได้ไม่เปลืองตัวไปมากกว่านี้น่ะค่ะ" หนูรักประเทศไทยค่ะ

แทนที่จะยอมจำนนกลับดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด พลีชาติเพื่อชีพ เพ้อฝันคิดการใหญ่อีกรอบ นายตักขี้จึงเลือกเข้าเขมร รับเป็นที่ปรึกษาท้าทายอำนาจของประเทศไทย ให้เขมรจับตัวประกันชาวไทย ปล่อยข่าวให้สำนักข่าวโลกให้ร้าย-จาบจ้วงสถาบันอย่างหนัก เกมนอกสภาก็ให้คนเสื้อแดงที่มีหลายกลุ่มหลายๆเป้าหมายเคลื่อนทัพใหญ่นาฬิกาปลุกจำนวนนับแสนออกมาป่วนเมือง ชุมนุมในวันที่ 28 พ.ย. ใช้กำลังปิดล้อมสถานที่สำคัญ และดาวกระจายสร้างความปั่นป่วนทั่วกรุงเทพ งานนี้น่าจะมีรายการเลือดตกยางออก แหล่งข่าวทางการทหารและตำรวจให้ข้อมูลตรงกันว่าดิบ เถื่อนและถ่อยในทุกมิติ เพื่อเป็นการให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่มีน้ำยา กดดันลูกพรรคที่โลเลทั้งยังจะดูดคนจากพรรคอื่น กดดันนายกฯให้ยุบสภา กดดันบีบให้ “กรรมการ” ออกมาหย่าศึก แล้วนายตักขี้อาจจะล้มล้างสถาบันการปกครองทุกสถาบันไปในคราวนี้เลย ข้างหลังฉากพวกนี้นายตักขี้กลับต่อสายคุยกับผู้มีอำนาจเพื่อต่อรองไม่ต้องรับโทษหรือขอนิรโทษกรรมจากกรรมการในภายหลังได้และทวงทรัพย์สิน 76,000 ล้านบาทคืน นักโทษหนีคดี จะ มี สิทธิอะไรมาต่อรองกันเล่านี่

ด้วยการเดินเกมพลาดแบบง่ายๆ และ หลุดเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง หน้ากากถูกกระชากออกมาก่อนกำหนด ภาพพจน์ติดลบแบบดิ่งเหว สองแรงบวกให้กระแสตีกลับ ถูกชาวบ้านชี้หน้าด่าว่านายตักขี้เป็นคนขายชาติ-ทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ เสียงก่นด่าที่ดังกระหึ่มจากรอบทิศทาง ดังกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พลังคนเสื้อแดงเริ่มฝ่อ ยิ่งการฝืนชุมนุมในช่วงงานมหามงคลเพื่อชนฟ้า จะยิ่งทำให้เกิดภาพของนายตักขี้ยิ่งติดลบ มีแต่เสียงบ่นรำคาญ ดังขึ้นๆเรื่อยๆ ทำให้นายตักขี้ต้องถอยกรูดอย่างกะทันหัน เจ้ามูลเมืองนำทัพแล้วต้องมาล่มปากอ่าวเสียอย่างนี้แล้ว ประชาชนร้อยละ 67.49 รู้สึกโล่งใจ สบายใจ เนื่องจากใกล้จะถึงวันสำคัญที่คนไทยทั้งชาติเฝ้ารอ ปีนี้คงเป็นปีที่สูญเปล่าของนายตักขี้อีกปีหนึ่งเป็นแค่ข่าวแต่ไม่ได้อะไรที่เป็นคุณกับตัวเลย ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว กำลังใจของประชาชนเริ่มกลับมา รัฐบาลกำลังจะสบายตัว เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทย แต่สำหรับนายตักขี้น่าจะเป็นช่วงแห่งความทุกข์แน่ๆ

เพิ่งจะรู้ว่าทำไมดูไบถึงเอาอกเอาใจนายตักขี้เหลือเกิน มันใช้ดูไบเป็นฐานสั่งการป่วนประเทศไทยกี่ครั้งก็เฉย กระนั้นต่อไปนี้นายตักขี้จะนิ่งๆ นั่งสมาธิที่ดูไบก็เห็นทีจะลำบาก ฟองสบู่ที่นั่นกำลังแตก เศรษฐกิจกำลังเจ๊ง ผู้มีอำนาจที่นั่นคงจะยอมให้นายตักขี้ใช้เป็นฐานก่อกวนประเทศไทยอีกนานตราบเท่าที่นายตักขี้จะยอมจ่ายหนักๆ เพราะข่าวใหญ่ช็อคโลก"ต้มยำอูฐ"เรื่องการล่มสลายทางเศรษฐกิจของรัฐดูไบที่ขอพักการชำระหนี้ เศรษฐกิจ เครดิตย่อยยับ อภิมหาเศรษฐีของโลกอย่างดูไบกลายเป็นยาจกชักดาบไปในพริบตา ไส้ในกี่ขดๆของนครรัฐอันสุดแสนจะทะเยอทะยานแห่งนี้ ได้ถูกนำมาหั่น ชำแหละตามสื่อเรียบร้อยแล้ว ฟองสบู่ดูไบแตกฐานที่มั่นทางธุรกิจและฐานบัญชาการทางการเมืองของนายตักขี้ก็สั่นคลอน สงสัยแต่ว่าทำไม ทำไม ดูไบ ไม่เรียกใช้นายตักขี้ ที่ปรึกษานายกฯเขมรผู้มากสามารถในด้านการสูบและดูดเงินเหนือมนุษย์ สามารถวางแผนให้ทำให้คนไทย 60 ล้านคนหายจน สามารถคืนหนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด

นายตักขี้ยุรยาตรไปอังกฤษเพียงแค่ไม่กี่ปี สโมสรฟุตบอลอายุยาวนานนับร้อยๆ ปีแทบจะฉิบหายวายป่วงเกือบล้มละลาย แฟนบอลหันมาตีกันเอง นายตักขี้ไปยังเมืองเขมร ชาวเขมรก็ลุกขึ้นมาฟาดปากกันในสภากาแฟด้วยเรื่องของนายตักขี้ ชาวเขมรยังถูกแบ่งเป็นต้านเวียดกับต้านไทยก็เพราะนายตักขี้เป็นเหตุเหมือนกับที่เราชาวไทยด้วยกันเองก็แบ่งเสื้อเหลือง-เสื้อแดงในบ้านเราทุกวันนี้บ้านเมืองเสียหายนับแสนล้าน ความสามารถในการทำลายล้างของนายตักขี้รุนแรงมาก เพราะ สามารถนำเอาความฉิบหาย วายป่วงไปสู่พื้นที่ต่างๆ ที่เคยเป็นแหล่งพักพิง พึ่งพา ไล่มาตั้งแต่อังกฤษ เขมร ตลอดไปจนถึงดูไบ ผู้คนผู้ได้เคยสัมผัส ผูกพัน ใกล้ชิดส่วนใหญ่ต้องประสบความทุกข์ ความเดือดร้อน ปราศจากความสุขไปเป็นแถวๆ เชื่อว่าวันนี้ฮุนเซนก็กำลังหนาวๆร้อนๆอยู่เหมือนกัน

เงิน ตัวเดียวเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น: