18 พฤศจิกายน 2551

ชายทวงทำเนียบ จี้พธม.เลิกชุมนุม เอาประเทศไทยของพวกกูคืนมาก่อนสิกูถึงจาคืนมึง

นักวิชาการที่เข้าใจว่าการเลือกตั้งเท่านั้นเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ กำลังอกอีแป้นแตกที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดทำเนียบรัฐบาลเอาไว้ โดยไม่ยอมให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้าไปทำงานแน่นอนว่าการยึดทำเนียบรัฐบาลจะต้องเผชิญกับข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ, ข้อหาการชุมนุมเกินกว่า 10 คนและจุกๆจิกๆที่ฝ่ายอำนาจรัฐจะหยิบขึ้นมาตอบโต้ ประชาชนคือต้นกำเนิดของการเมืองทหาร-ตำรวจก็คือประชาชนเหมือนกันต่างกับชาวบ้านก็ครงที่ได้สวมเครื่องแบบสง่างามเท่านั้นเอง พันธมิตรเป็นตัวแทนประชาชนเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของผู้ถืออำนาจสูงสุด(อธิปไตย ตามรธน.มาตรา 3) และใช้พลังจากอำนาจตุลาการ (คำตัดสินของศาล) ในการต่อสู้กับ ระบอบทักษิณ (ผู้ยึดอำนาจบริหาร และนิติบัญญัติบางส่วน) โดยแสดงตนและเจตนารมณ์สู่สาธารณะทั้งในไทยและในประชาคมโลกผ่านการชุมนุม การยึดทำเนียบคือยุทธศาสตร์การเมืองปักหลักพักค้างยืดเยื้อยาวนานจนกว่าจะได้รับชัยชนะซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้อนุญาตให้ทำประชาภิวัฒน์ได้โดยระบุไว้ในมาตรา ุ69 บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ถ้าอ่านดีๆจะเห็นว่าประชาชนสามารถยืดอำนาจคืนได้โดยไม่ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ และเมื่อเราเห็นว่าการชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมนี่คือการปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเราจะใส่ใจข้อกล่าวหาเล็กๆ น้อยๆ ทำไมกัน การที่เราต้องมาต่อสู้กับพวกขี้ฉ้อก็เพียงเพื่อ

1) เฝ้าติดตามผลของการใช้อำนาจตุลาการผ่านกระบวนการยุติธรรมอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง
2) อยากเห็นชาติบ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างถูกต้องตามครรลองคลองธรรมเอาแผ่นดินคืนให้ลูกหลานให้เราได้อยู่บนผืนแผ่นดินนี้อย่างมีความสุข
3) เรื่องความผิดชอบชั่วดี ถ้ามันผิดแล้วสังคมบอกว่ามันถูกแบบนั้นเป็นสังคมที่ไม่มีจรรยาบรรณ ไม่มีศีลธรรม สังคมใดที่ไม่สามารถแบ่งแยกความชั่วความดีได้ สังคมนั้นเป็นสังคมเดรัจฉาน การที่เรารักเพื่อนเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าเพื่อนเราไปทำชั่วเราก็จำต้องต้องยืนหยัดบนพื้นฐานของความดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับชาติบ้านเมือง เราจะต้องไม่ปล่อยให้นักการเมืองที่ทำชั่วซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยที่เรายังนั่งดูดายลักษณะนี้
4) สร้างสรรค์สังคมให้โปร่งใส ถ้าเราอยู่ในสังคมที่มืดบอดแล้วลูกหลานจะรู้สึกอย่างไร สังคมไทยก็จะไม่มีวันสงบสุข เพราะฉะนั้นความโปร่งใสเป็นอีกหนึ่งข้อที่เราสู้เพื่อลูกหลาน ทุกวันนี้ดีใจทีเห็นนักศึกษาลูกหลานเราออกมากันมากแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้สู้อย่างโดดเดี่ยวแล้ว อนาคตของชาติเขาเห็นความสำคัญของชาติบ้านเมืองแล้ว
5) ไม่ปล่อยให้นักการเมืองโกงกินชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราถูกความชั่วรุกจนหลังชนกำแพง เราจึงรุกขึ้นมาสู้แล้วมาบอกว่ากูจะไม่ทนกับพวกมึงอีกแล้ว

ฉะนั้นการที่เรามาชุมนุมขับไล่ผู้นำ-รัฐบาลทรราชนับเป็นหน้าที่ของประชาชนจะต้องทำในขั้นสุดท้ายไม่เช่นนั้นบ้านเมืองกลายระบบ-กลายสัญชาติแน่ ยิ่งนานมวลชนจะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาไม่มีเหน็ดเหนื่อยผนึกกำลังเหนียวแน่นมาร่วมกันร่วมต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมืองพร้อมสอนให้รู้จักแบ่งแยกชั่วดี ไม่ส่งเสริมคนทำชั่วแม้ว่าจะเป็นเพื่อนก็ตาม ขณะเดียวกันก็ต้องเตือนสติพวกที่มักอ้างความเป็นกลางเลิกดูดาย เราต้องการเพียงแค่ว่า
1.ห้ามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อระบอบทักษิณ เช่นเรื่องยุบพรรค นิรโทษกรรมคมช. คตส. เรื่องสิทธิชุมนุม
2.ดำเนินการทุกอย่างให้ 2ผัว-เมียหนีคดี จับกลับมาเมืองไทยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยด่วน
3.ห้ามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
4.ห้ามใช้ NBT หรือสื่ออื่นๆ บิดเบือนข้อเท็จจริงใดๆก็ตามในทุกๆเรื่อง รวมทั้งรายการ3เกลอด้วยถอดมันออกจากผังรายการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นของประชาชนทุกคน ไม่ใช่แค่พปช.ทุเรศ

จะชุมนุมอะไรกันนักหนา...ผมไม่เห็นบ้านเมืองมีปัญหาอะไรเลย...ยืดเยื้อมานาน, งานผมยุ่งจะตาย ผมไม่มีเวลาไปสนใจหรอก, ชุมนุมทำให้รถติด, คนเดือดร้อนไปทั่ว, ไม่จบไม่สิ้น ประท้วงกันอยู่นั่นแหละ ไม่ทำมาหากินกันรึไง, คนที่เสียผลประโยชน์ จะโกรธพันธมิตร พันธมิตรทำให้ธุรกิจของเขาแย่ลง, เรามันน่าโดนด่าจริงๆ ว่ะ..., พวกชุมนุมเค้าแจกเงินทุกคนเหรอ, บริโภคข่าวสารมากไปหรือเปล่าคุณ...ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาสิครับ...ไม่ต้องไปแสดงออกอะไร..ทำงาน ทำหน้าที่การงานของคุณให้ดีที่สุดก็พอ...ไม่ต้องไปหลงเชื่อคำพูดนักการเมืองหรอก......อยู่บ้านหาเลี้ยงครอบครัวให้ดีที่สุดก็พอ...รกสมองเปล่าๆ ถ้าจะมาเครียดเรื่องการเมือง...คนไทยตีกันเอง ไม่รักไม่สามัคคีกัน ความเดือดร้อนแผ่ไปทุกหย่อมหญ้า นี่ไม่ใช่บ้านเมืองแบบที่เราต้องการแน่นอน,

โธ่!...มึงกลัวแค่รถติด แต่มึงไม่กลัวคนโกงชาติเหรอ โกงจนเศรษฐกิจแย่อยู่ตอนนี้...มึงไม่กลัวประเทศจะเป็นสาธารณรัฐเหรอ มึงจะปล่อยให้มันล้มล้างกษัตริย์เหรอ มึงรู้บ้างมั้ย มึงเคยสนใจจะฟังบ้างมั้ย...”

มีคนมากมาย ที่ไม่ชอบแม้ว ไม่ชอบออหมัก ไม่ชอบเย่ดโนโคคาโคล่า ไม่เอาเหล่ ไม่เอาห้อย แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับเราแถมไม่ชอบสีขาวอีกด้วย ... แน้!...อ้อ! แล้วยังหมั่นไส้ประชาธิปัตย์อีกด้วยหล่ะ...คุณพิจิกาสรุปเหตุผลไว้ได้ดังนี้
1.ไม่ชอบแกนนำคนใดคนหนึ่ง หรือบางคน หรือทุกคน เป็นการส่วนตัว
2. เคลือบแคลงใจ ในการลุกขึ้นมาเป็นแกนนำ ของแกนนำ ว่าอาจทำเพื่อ ผลประโยชน์ของตนเอง กลัวตกเป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัว
3. ไม่ชอบการเคลื่อนไหวในรูปแบบนี้ เกรงว่าจะทำให้ประชาชนมีอันตราย ถูกลูกกระสุน ลูกน้อยหน่า จากมือที่มองไม่เห็น เมื่อจบสงคราม แกนนำและคนบนเวทีกลายเป็นวีรบุรุษ แต่คนชุมนุมจากทางบ้านๆ กลายเป็นศพ
4. สงสัยว่ามีการจัดชุมนุมเพราะต้องการเพิ่มยอดขายจานรับสัญญาณดาวเทียม ASTV
5. การชุมนุมทำให้รถติด ผู้คนรอบข้างเดือดร้อน ทำให้ประเทศวุ่นวาย ต่างชาติมองไม่ดี ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ
6. เคลือบแคลงว่า ทำไมต้องคอยขับไล่รัฐบาลอยู่ตลอด มันต้องมีคนได้ผลประโยชน์ ใครขึ้นมาไอ้พวกนี้ก็ตั้งเวทีระดมคนมาขับไล่
7. เกรงว่า พันธมิตรจะ เตะหมูเข้าปากหมา อาทิ ทำให้ทหารลุกขึ้นมาไต่ถังอีก หรือ กลัวประชาธิปัตย์จะได้ดี
8. คิดว่าประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังเราการชุมนุมนี้ทำเพื่อให้ประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาล
9. ไม่ชอบพันธมิตรบนเวทีหลายคน พูดคำหยาบคาย ปราศรัยเอามัน มาตั้งเวทีด่าคนระดับผู้นำรัฐบาลทำไม
10. เชื่อว่า พวกที่มาชุมนุม ถูกล้างสมองจากสื่อในเครือผู้จัดการ และ ASTV ดังนั้น ตนจึงไม่ยอมรับพันธมิตร เพราะมีสมองของตัวเอง ไม่ยอมถูกล้างสมองเด็ดๆ
11. มีคนที่เกลียดเป็นส่วนตัวดันมาชอบเราเลยไม่ยอมชอบด้วย กลัวไปเป็นพวกเดียวกันกับคนที่ตัวเองเกลียดมาก่อนแล้ว
12. เชื่อคิดว่าผู้จัดการ และ ASTV ทำหน้าที่เกินเลยความเป็นสื่อมวลชน ซึ่งกลายมาเป็นผู้จัดการการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ทำให้เกิดความไม่ยอมรับ ไม่ว่าจะมีเหตุผลในการขับไล่อย่างไรก็ตาม
13. ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาบางอย่างและวิธีการบางแบบของพันธมิตร ทำให้ไม่ยอมรับทั้งยวง
14. ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมคนบางคนที่ขึ้นไปบนเวทีพันธมิตรเลยเหมารวมไม่ชอบทั้งหมด
15. ไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง ไม่เลือกข้าง ไม่แบ่งข้าง ใครโกงใครกินไม่สน ตูขอทำมาหากินให้รอดไปวันๆ เดือนๆ ก็เหนื่อยแล้ว
16. พันธมิตรเรียกร้องไม่สิ้นสุดๆ ขุดประเด็นใหม่ๆ มาเรื่อยๆ เช่นเรื่องเขาพระวิหาร ก็ขุดมาทำไมไม่รู้ มันน่าจะจบๆ ไปแล้วยกให้เขาไปซะศาลโลกก็ตัดสินไปแล้ว คนไทยก็รู้กันทั้งประเทศว่าเป็นของเขมรไปแล้วจะได้ไม่ต้องมีเรื่องกัน
17. หลายๆคนเคยเจ็บปวดกับเรื่องของเมืองไทยมาเยอะแล้วเพื่อนรุ่นพี่ที่เขานับถือเช่นทนายสมชาย ก็ทำเพื่ออุดมการณ์แล้ว ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมาเพื่อนเธอหลายคนล้มหายตายจากไปอย่างปริศนาก็หลายคน เพราะอุดมการณ์นี่แหละ
18. คนไทยหลายคนจึงมิได้นำพากับสถานการณ์ใดๆ เพราะชีวิตนี้ไม่เคยสนใจอะไรไกลตัวไปกว่าขนตา, ยังไม่เดือดร้อนเพราะยังมีสมบัติ มีเงินใช้อยู่ เงินเดือนไม่ได้ลด ภัยนั้นยังไม่ได้กระทบตนเองโดยตรง หรือไม่ก็

หากติดตามการเคลื่อนไหวของเรามาตั้งแต่ต้นไม่พูดแบบตัดตอนโดยไร้เหตุผลของนักวิชาการและสื่อมวลชนบางคน หลังพรรคพลังประชาชนได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงส่วนมากและได้จัดตั้งรัฐบาลเราได้ประกาศชดเจนในทันทีว่าจะให้โอกาสรัฐบาลในการบริหารประเทศ กระทั่งรัฐบาลได้มีพฤติการณ์เหิมเกริมแทรกแซงและคุกคามสื่อสารมวลชนรัฐบาลใช้อำนาจในการแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทักษิณพ้นผิด โดยการย้ายนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่กำลังดำเนินคดีสำคัญต่อทักษิณ และครอบครัวให้พ้นตำแหน่งอย่างเร่งด่วนและมีการกลั่นแกล้งโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม มีการประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดของตัวเอง พฤติกรรมลุแก่อำนาจเช่นนี้แอบแฝงด้วยวาระซ่อนเร้นในการปกป้องระบอบทักษิณอย่างชัดเจนอันเป็นเหตุทำให้เกิดวิกฤตของบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ แม้ว่าเราจะชุมนุมมากกว่า 160 วันแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เงื่อนไขเหล่านั้นหายไปแถมระหว่างทางของการชุมนุมรัฐบาลก็ทำผิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ -- กรณีเขาพระวิหาร -- การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของนายจักรภพ เพ็ญแข -- ผลประโยชน์ทับซ้อนของนายสมัคร สุนทรเวช เป้าประสงค์ที่แท้จริงของการชุมนุมของเราไม่เคยเปลี่ยนเลยในความพยายามของนักวิชาการและสื่อมวลชนที่อิงแอบอยู่กับระบอบทักษิณแต่ใช้วิชาชีพบังหน้าเท่านั้นที่อ้างว่าเราเปลี่ยนเงื่อนไขการชุมนุมไปเรื่อยๆ โดยหยิบฉวยเอาประเด็นที่เกิดขึ้นรายทางมาเป็นข้ออ้าง เราต้องการให้เกิดรปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้อที่กล่าวมาแล้วเท่านั้นและเราก็ยังยืนยันคงอยู่จนถึงวันนี้ ถ้าเราไม่ออกมาเคลื่อนไหวในวันนั้นวันนี้คดีต่างๆ ของทักษิณก็คงจบไปหมดแล้ว ทักษิณจะพ้นความผิดเพราะกฎหมายไม่อาจเงื้อมมือไปถึงตัวทักษิณ เพราะความผิดต่างๆ ถูกกระบวนการประชาธิปไตยในสภาฯ ทำให้ความผิดละลายไปหมดสิ้นและไม่ถูกพิจารณาความผิดด้วยหลักการของกฎหมาย

นอกเหนือจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลพร้อมกับการเปิดโปงความชั่วช้าต่างๆ เราจึงได้เสนอทางออกด้วยการระดมความคิด เพื่อสร้างรูปธรรมต่อสิ่งที่เรียกว่า “การเมืองใหม่” ที่เป็นระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ขับไล่อย่างเดียว แต่ชี้ทางออกให้ด้วย เวลาช่วงนี้เราก็ขุดคุ้ยเรื่องคอรัปชั่นออกมาอีกเรื่อยๆพร้อมๆ ไปกับการแจกแจงข้อดีข้อเสียชี้แจงและทบทวนแนวคิดการเมืองใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปได้ด้วยดีแล้วในระดับหนึ่งแต่ก็คงต้องให้ชัดเจนกว่านี้เพื่อไม่เป็น'ขี้ปาก'ให้แกนนำพรรคพลังประชาชน คณะรัฐมนตรีลูกกรอก 'บัตรเติมเงิน' แนวร่วมนรกป่วนกรุง นักวิชาการหัวสี่เหลี่ยม และ 'เป็นกลางจำแลง' บิดเบือน เบี่ยงเบน จะชุมนุมต่อหรือไม่ มันก็ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้หรอกเพราะจริงๆแล้วคนที่จะทำบ้านเมืองให้เสียหายเป็นพวกนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลายนี่ตะหาก

สื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง สวมวิญญาณ “ดาวสยามยุคใหม่” ว่า การรวมพลังของคนจำนวนมากที่เสียสละตัวเองออกมาชุมนุมเป็นร้อยๆ วันนั้นเป็นอุดมการณ์ของความชั่วร้าย พวกเขาพยายามยัดเยียดคนที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต แขนขาดขาขาดว่า เป็นอาชญากรยัดระเบิดใส่มือของจิตรกรที่มีอุดมการณ์ต่างกับตัวเอง มันเออออกับตำรวจที่บอกว่าคนตายพกระเบิดมาเองหรืออ้างว่าเราทำให้ปลาในทำเนียบฯ ตาย สนามหญ้าทำเนียบฯ เสียหาย เกิดกองขยะเน่าเหม็น เมื่อมีเหตุรุนแรงในต่างที่ต่างเวลาเราถามว่าใครคือฝ่ายที่ก่อความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นที่เชียงราย มหาสารคาม บุรีรัมย์ สกลนคร และที่กรุงเทพฯ พวกเขาพูดแบบตัดตอนว่า เราใช้ด้ามธงแทงตำรวจ ขับรถชนตำรวจ ทั้งที่การกระทำนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจใช้ปืนยิงผู้ชุมนุมแขนขาขาด และเสียชีวิต สื่อมวลชนบอกว่า เรามีปืนเพราะยิงสู้กับวัยรุ่นที่ขับรถพุ่งเข้ามาชน แสดงว่ามีอาวุธและไม่ได้สันติ อหิงสา แต่สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งแบบดาวสยามยุคใหม่ไม่พูดว่าก่อนหน้านั้นสองวันมีคนเอาระเบิดมาขว้างใส่เราปางตายไปหลายคน พวกเขาไม่ประณามคนกระทำแต่เขาประณามเราที่ถูกกระทำซึ่งไม่สามารถพึ่งหาตำรวจได้และพยายามป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ เพราะตำรวจได้ปล่อยให้ นปก.ไล่ตีเราหัวร้างข้างแตกมาตั้งแต่ชุมนุมวันแรก เราที่ถูกฝ่ายรัฐบาลกระทืบปางตายที่อุดรธานีจะถูกตำรวจแจ้งข้อหาเป็นจำเลยได้อย่างไร

นักวิชาการบางคนก็เกิดมาบนกองเงินกองทอง ใช้ชีวิตบนหอคอยงาช้าง ไม่เคยลำบาก ตั้งแต่เด็กแต่เล็กก็เรียนโรงเรียนดี ๆ ปิดเทอมไปซัมเมอร์ต่างประเทศ สอบเข้าคณะดี ๆ เรียนจบแล้วไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยดี ๆ จนจบด๊อกเตอร์ มีแนวคิดแบบอุดมคติ คนพวกนี้คงลืมไปว่าวิธีการในกรอบกติกามารยาทมันใช้ไม่ได้กับคนแบบแม้ว ๆ หมัก ๆ นักวิชาการอยากได้เงินมาทำวิจัยเพื่อตำแหน่งที่สูงขึ้นหากออกมาสู้ร่วมอุดมการณ์กับเราก็จะทำให้เขาจะทำให้เสียรายได้และสูญเสียตำแหน่งที่จะได้ในอนาคต คนเกลียดพันธมิตรเปิดตัวได้โจ่งแจ้ง กระทำกับเราต่างๆนานาด่าเราได้โจ่งแจ้ง เราต้องสามารถถ่ายทอดทาง ASTV ที่ต้องมีจานรับดาวเทียม อินเตอร์เน็ทหรือเคเบิ้ลเท่านั้นที่จะดูได้ บางที่มันก็ตัดสัญญาณ ทั้งๆที่มีจานดูยังภาพหาย เสียงหาย กระตุกๆ แต่มันใส่ร้ายบิดเบือนข่าวเราออกอากาศทาง NBT โทรทัศน์แห่งชาติแม้วได้อย่างโจ่งแจ้ง

ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้เราต้องถอยหรือต้องเลิกชุมนุมแต่อาจเปลี่ยนวิธีต่อสู้ตามสถานการณ์เพื่อยังรักษามวลชนจำนวนมากไว้อยู่ สร้างแนวร่วมที่มีอยู่ให้มั่นคงในแนวทางการเมืองให้ได้ เราอยู่ได้เพราะประชาชนสนับสนุนโดยสมัครใจและที่สำคัญสนับสนุนแบบมีสติ เราไม่มีอำนาจรัฐที่จะบังคับหรือให้คุณให้โทษใครๆได้ เราถอยไม่ได้โดยเด็ดขาดเพราะประชาชนเริ่มที่ตื่นตัวแล้วจากร้อยเป็นพันเป็นแสนเป็นล้านได้รับรู้ถึงความชั่วร้ายของนัการเมืองที่ทำกับประเทศจะไม่มีทางที่จะกลับไปเฉยๆต่างก็รู้สึกได้ว่าไม่ชนะไม่เลิกอันเป็นความรู้สึกจริงๆของผู้ชุมนุม ถ้าถอยหมายถึงแพ้ในเชิงสัญลักษณ์แล้วจะโดนฝั่งตรงกันข้ามรุกกลับอย่างหนักเพื่อทำลายมวลชน ทำลายความชอบธรรมต่างๆนาๆ มวลชนจะยิ่งร่อยหรอ หมดหวังสิ้นหวังในการกู้ชาติบ้านเมืองลงไปเรื่อย สุดท้ายก็คือจบไปเลย อย่าหวังว่าจะให้ใครมากู้ชาติแทนเราอีก ยกประเทศให้ระบอบทักษิณไปเลยแล้วจึงจะได้เห็นระบอบทักษิณปล้นบ้านปล้นเมืองล้มล้างสถาบันต่างๆ แล้วพวกเป็นกลางทั้งหลายที่ไม่ชอบทักษิณแต่ไม่เอาพันธมิตรก็ได้แต่ด่านักการเมืองไปวันๆ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะนักการเมืองมันหน้าด้านเหนือมนุษย์ เพราะว่าพวกนักการเมืองชั่วยังไม่ยอมเลิกชั่วรัฐบาลทรราชเจ้าเล่ห์ เพทุบาย หลอกลวง เปลี่ยนแปลงยุทธวิธี เปลี่ยนหน้าชน เปลี่ยนเงื่อนไข บ่อนทำลายในที่ลับ ล้วงเงินท้องพระคลังอย่างด้านๆไร้จิตสำนึกทั้งๆที่มีพระราชดำรัสให้คนทั้งประเทศได้ยินมาแล้ว ทำสงครามจิตวิทยามวลชน แสร้งเป็นนกพิราบ เผลอเมื่อไหร่ก็กางปีกเหยี่ยวถลาโฉบไปแล้ว นักการเมืองก็ได้แต่เล่นเกมต่างๆซื้อเวลาเพื่อต่อรองผลประโยชน์ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณเตี้ยสั้นและคุณไดโนเสาร์ก็ยังมีน้ำหน้ามาต่อรองกระทรวงเกรดเอยามบ้านเมืองใกล้วิบัติอีกคนพวกนี้ไม่มีจิตสำนึกในการบริหารชาติบ้านเมืองเลย วันนี้ทุกวันนี้ ส.ส.1 คน ลงเลือกตั้งต้องใช้ 20-30 ล้านบาท ในการซื้อเสียง คนสติดีที่ไหนจะกล้าลงทุนด้วยเงินพ่อแม่ตัวเอง 20-30 ล้าน เพื่อให้ตัวเองเป็น ส.ส.แล้วมารับเงินดือน ส.ส.เดือนละแสน ในเมื่อการเมืองของไทยคือการลงทุนเพื่อจ้างคนมาลงเลือกตั้ง จ้างให้ยกมือ แล้วคนพวกนี้ก็มานั่งท่องนะโมตัสสะแล้วก็บอกว่าผมมาจากการเลือกตั้ง ใครถือหุ้นใหญ่ก็เป็นเจ้าของพรรคการเมือง 300 เสียง ลงทุนไป 9 พันล้านบาท ยกมือ 300 เสียงในสภา ชนะทุกเรื่อง ทำได้ทุกเรื่อง แม้แต่ขายประเทศไทยออกไป ก็ไม่สมควรให้เข้ามาข้องแวะกับการเมืองไทยอีกต่อไป ระบอบประชาธิปไตยแบบพรรคพลังประชาชนยิ่งกว่าเผด็จการเสียอีก การเมืองเป็นแค่เรื่องของนักการเมือง ของ ส.ส. ของ รมต. เท่านั้นหรือ

ในที่สุดคนที่บอกว่าเป็นกลางก็ปรากฎตัวออกมาเคลื่อนไหวถี่ยิบขึ้นทั้งในนามของ “สานเสวนา” และ “สันติวิธี” ออกมาทั้งในภาพของสื่อสารมวลชน ผู้ปรารถนาดีต่อสังคมและนักวิชาการ คนพวกนี้จึงไม่เขอะเขินที่จะเข้าไปไปคุยกับฆาตกรที่เพิ่งสั่งฆ่าประชาชนและพออกพอใจที่ฆาตกรสวมเสื้อที่เขียนว่า “ยุติความรุนแรง” แล้วก็ด่าพันธมิตรแต่ไม่ยอมด่าคนที่ปล้นชาติขายแผ่นดิน ไม่ยอมแตะระบอบทักษิณ กระทั่งระดับมหาเศรษฐีแสนล้านยังเคยไม่สนับสนุนให้กระบวนการต่างๆของพันธมิตรแถมยังฝากต่อว่ามาว่าไปต่อสู้กับเขาทำไมอยู่เฉยๆ ก็ได้เงิน ก็มีกิน !?!? หากทุกคนในประเทศคิดแบบนี้แล้วปล่อยให้กลุ่มคนมาปู้ยี้ปู้ยำประเทศชาติและสถาบันอันเป็นที่รักแล้วเราจะเหลือประเทศไทยอันอุดมสมบูรณ์ไว้ให้ลูกหลานเหลนโหลนไว้หรือ นี่หรือความเป็นกลางแต่มันเป็นกลางแบบจอมปลอมทั้งนั้น ทักษิณกับเมียโกงภาษี โกงที่ดินรัชดา และยังมีเรื่องที่สารพัดโกงอีกมากมาย รวมทั้งการซื้อเสียงที่กำลังจะโดนใบแดงอยู่ อีกทั้งทำให้ไทยเสียอธิปไตยเหนือดินแดนกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นการขายชาติ ทำไมมันไม่ด่าไม่พูดถึง นี่หรือที่บอกว่าเป็นกลาง เพื่อบั่นทอนและทำลายการเคลื่อนไหวของเราพอเราออกมาตอบโต้ ก็จะเกิดขบวนการกล่าวหาว่า เราไม่รับฟังความเห็นต่าง และทำลายแนวร่วม ทั้งที่คนเหล่านี้เป็นแนวร่วมของระบอบทักษิณ ถ้าจะไถลไปใช้ศาสนาพุทธมาเป็นเครื่องตัดสิน การวางตัวอุเบกขาก็ไม่ใช่เวลานี้นี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง แล้วการวางตัวเป็นกลางคุณคิดได้อย่างไรว่า การที่คนมาประท้วง เขาทำให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือ นอกจากโฆษณาชวนเชื่อของกระบอกเสียงรัฐ และเหตุที่ออกมาประท้วงก็เพราะกระบอกเสียงของ เอเอสทีวี หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คุณต้องใช้วิจารญาณว่าฝ่ายไหนที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง คุณกำลังใช้กระทู้โฆษณาว่า คนเป็นกลางเป็นคนที่มีอิสระแต่คุณไม่ใช้ความเป็นอิสระให้ถูกวิธีซึ่งเก็บไว้ใช้กับเรื่องประเทศชาติไม่ได้ สมมติว่ามีโจรมาปล้นบ้านแต่คุณอยู่ข้างบ้านที่ถูกโจรปล้นคุณจะทำอย่างไรอยู่เฉยๆ เพราะไม่ต้องการยุ่งเรื่องชาวบ้านหรือ คนที่บอกว่าเป็นกลางคุณจะใช้เหตุผลอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะไม่ว่าแต่อย่าทำตัวเป็นอีแอบ พอฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะก็เอาดอกไม้ไปให้แล้วบอกว่าผมให้กำลังใจมาตลอด ได้โปรดอย่ามาทำตัวเป็นกลางเอากับเรื่องประเทศชาติ ถามว่าเราสู้เพื่อไม่ให้มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง พวกเราเห็นด้วยหรือไม่ คนพวกนี้ก็ตอบว่าเห็นด้วย ถามว่า สู้เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเกิดการโปร่งใส และสู้เพื่อให้ถูกต้องเป็นถูก ผิดต้องเป็นผิด เห็นด้วยหรือไม่ เราสู้เพื่อคุณงามความดี เราสู้กับความชั่วเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าบอกว่าเห็นด้วย แล้วแบบนั้นยังจะเป็นกลางได้อย่างไร สังเกตุได้ชัดเจนพวกที่บอกว่าเป็นกลางจะไม่ชอบรัฐบาลและเบื่อพันธมิตรซึ่งคนเหล่านี้จะเป็นคนพวกที่ไม่สนใจเรื่องการเมือง หรือแทบไม่รู้เรื่องการเมือง พอใครบอกอะไรก็รับข้อมูลด้านเดียวหรือถูกบิดเบือนมาแล้ว เราอย่าไปว่าเขาแต่ควรให้ความรู้แก่เขา คุณเป็นกลาง ไม่อยากฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่คุณรู้เรื่องการเมืองดีแค่ไหน ไม่อยากให้คุณประนามฝ่ายใดก่อนที่คุณจะได้เข้าไปศึกษาข้อมูลก่อน วันนี้สังคมเราถ้าพูดกันจริงๆแล้ว ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเลือกข้าง จริงที่คุณว่าเรามีสถาบันที่เราเคารพรักสถาบันเดียวกัน แต่ในเมื่อสถาบันที่เราเคารพรัก กำลังถูกฝ่าย นปก ลิ่วล้อหน้าเหลี่ยมกำลังจ้องทำลายคุณยังจะให้พวกเราอยู่เฉยเป็นกลางอีกหรือ เวลานี้เราไม่ได้รบเพียงเพื่อคคนสองคนแต่เราทำกับกับเขาก็เพื่อชาติ ศาสน์ และประมุขของเรา อย่าบอกว่าคุณไม่รู้เรื่องที่เขาหมิ่นสถาบันและจ้องล้มสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราแล้วอย่ามาบอกว่าเราฟังความข้างเดียว เพราะเราได้ศึกษาข้อมูลและติดตามพฤติกรรมของนักการเมืองและการกระทำทุกๆอย่างของนักการเมืองเหล่านี้ที่มุ่งแต่ทำลายชาติและนี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องเลือกข้าง เป็นกลางอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าคุณและอีกหลายๆคนคิดว่าเรื่องชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ธุระของคุณ ไม่ใช่ของคุณคนเดียว ก็เชิญเป็นกลางตามอัธยาศัยเลย ไม่มีใครว่าคุณผิดหรอกถ้าคิดว่าทำถูกแล้วก็จงทำในสิ่งที่คุณคิด แต่อยากบอกให้คุณไปหาข้อมูลให้รู้ความเป็นจริงว่าวันนี้ บ้านเมืองเราที่วุ่นวายต้นเหตุที่แท้จริงมันเกิดจากอะไรมากกว่า

หลังจากที่ตำรวจใช้ปืนยิงผู้ชุมนุมแขนขาขาดและเมื่อมีพันธมิตรเสียชีวิต พระราชินีได้เสด็จมาพระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เอง แค่นี้ก็แน่ใจที่สุดแล้ว พระองค์ท่านยังบอกด้วยว่า "พันธมิตรเป็นผู้เสียสละ ช่วยรักษาสถาบัน" ปรากฏว่า มีความพยายามหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอย่างรุนแรงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคพลังประชาชน ในเวปฟ้าเดียวกันมีโพสต์ทำนองว่า "เคยสนับสนุนความคิดของพันธมิตรแต่พอมือที่มองไม่เห็นเปิดเผยตัวก็บอกตามตรงช็อคบอกว่าผมไม่ขอเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเจ๊แกหรอกเพราะข่าวคราวเกี่ยวกับเจ๊แกตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ข่าวในทางลบแค่เพียงเพราะอยากจะทำตามใจลูกชายที่ไม่เอาไหนถึงกับเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเครื่องมือ" หรือ นำพระบรมฉายาลักษณ์ไปทำเป็นโลโก้เครื่องดื่มขึ้นหน้าปก หรือ การที่คนในประชาไท เปรียบเทียบ สถาบัน ฯด้วยคำหยาบคาย เวลานี้มีเวปต่างๆที่ต้องปิดๆเปิดๆเปลี่ยนชื่อตามสถานการณ์ไม่ให้เป็นเป้านิ่งของกองทัพฯที่คอยตรวจสอบเวปหมิ่นฯอยู่มีคนโพสต์ข้อความในลักษณะปลาร้าเก่าในไหใหม่ได้ใช้คำขวัญ' เสรีทางความคิด ต้านวิกฤติเผด็จการ สร้างบรรทัดฐานให้การเมืองไทย' ใช้ภาษา สำนวนโวหาร เปรียบเปรย ล้อเลียน จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราบางคนอาจจะพูดเป็น'นัย' หรือใช้ 'สัญลักษณ์' โดยหลีกเลี่ยงจะพูดถึงตรง ๆ.... นามแฝงเก่าและใหม่เหล่านี้อาจจะไม่ศรัทธาในสถาบันฯ โดยส่วนตัวหรือถูกจ้างวานหรือเป็นบริวารให้แสดงพฤติกรรมดังกล่าวก็ได้ ทว่าถึงปัจจุบันการดำเนินการจัดการของรัฐบาลก็เป็นไปอย่างล่าช้า


เป็นกลางระหว่าง ความดี กับ ความชั่ว
เป็นกลางระหว่าง คนดี กับ คนเลว
เป็นกลางระหว่าง ธรรมะ กับ อะธรรม
เป็นกลางระหว่าง ความจริง กับ ความเท็จ
เป็นกลางระหว่าง ความถูก กับ ความผิด
เป็นกลางระหว่าง สีขาว กับ สีดำ

หรือการต่อสู้ของประชาชนบนเส้นทางประชาธิปไตยมันไมมีวันเกิดขึ้นได้จริง เพราะเราไม่เคยเห็นว่าการต่อสู้ในภาคประชาชนมีจริงแต่เมื่อเราแค่ได้มีคนมาแนะนำให้ใส่ใจกับการเมืองกับความเป็นไปของบ้านเมืองแม้ไม่เห็นด้วย และแคลงใจ กับบางคนที่ขึ้นปราศัยนั่นมันแค่เหตุผลเล็กๆน้อยๆที่มาขัดหูขัดตา ในการต่อสู้ของพันธมิตรมีคนหลายร้อยเสียสละอยู่เงียบๆ ไม่เคยออกมาเรียกร้อง ไม่เคยคิดจะต่อว่า และยังเป็นแรงหนุนอยู่เงียบๆ หลายคนที่ยังไม่นิ่งดูดายบริจาคแม้กระทั่งเงินหรือสิ่งของ...หรือไปให้กำลังใจพันธมิตร คนที่ทำงานกับ ASTV และเครือผู้จัดการ ที่ไม่ได้ขึ้นเงินเดือนมากว่า 5 ปีแล้ว เงินเดือนก็ออกช้า หลายคนทนไม่ได้ก็ต้องออกไป หลายคนอยู่เพราะร่วมสู้ คนหนึ่งเงินไม่ออกเลยต้องไปกู้เงินนอกระบบ ใช้คืนไม่ทันก็โดนถูกซ้อม พวกเขาเป็นแนวร่วมที่เสียผลประโยชน์เห็นๆ เสียผลประโยชน์กว่าการจะถูกยุบพรรค เพราะเสียแบบนี้สำหรับคนตัวเล็กๆ คือการไม่มีรายรับตรงเวลา แต่รายจ่ายตรงเวลา ค่าเช่า(ผ่อน)บ้าน, น้ำ,ไฟ,ผ่อนรถ,ค่ากินรายวัน เรียกว่าเสียจนไม่มีจะแด๊กซ์ฯลฯ ลำบากกว่านักการเมืองถูกยุบพรรคหรือไม่ทำตามกฎหมายแน่ๆ คนบ้านเลขที่ ๑๑๑ ทั้งหมดนั้นก็ใช่ว่านักการเมืองคนไหนอยู่ในจำนวนนี้แล้วจะเป็น "นักการเมืองเลว" ไปเสียทุกคน แต่จากบทบาทของนายจาตุรนต์ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๑๑ คนนั้น คุณรู้มั้ย..การกระทำที่นึกว่าโก้ทำเป็นฮีโร่โชว์นายนั้นเป็นการวางบิลแต่ก็ได้ จ่อรอตำแหน่งนายกฯก็ได้ เต็มไปด้วยความน่ารังเกียจด้วยไร้วุฒิภาวะในตัวอ๋อยเอง ทำให้คนอื่นๆ ในบ้านเลขที่ ๑๑๑ หลายๆ คนเขาตกอยู่ในสภาพ "ปลาร่วมข้อง" ที่ต้องหมองไปด้วยเท่านั้น กับคนบางคนควรค่าแก่คำหยาบคายเท่านั้นหรือ กับคนบางคนฟังวาจาสุภาพไม่กระแทกรูหู มันหนาจนไม่สะดุ้งหรือ หลายต่อหลายครั้งที่เวทีกล่าวคำหยาบอย่างอดไม่ไหวได้โอกาสที่หลากหลายองคาพยพในสังคมไทยพากันติติงถึงคำหยาบบาดใจบาดหูบนเวทีพันธมิตร สื่อที่ตั้งหน้าตั้งตารายงานข่าวด้านลบของพันธมิตร หยิบเอาประเด็นคำหยาบมาโจมตี เอาไมค์ไปจ่อปากนักศึกษาให้มาช่วยกันตำหนิ โจมตี ถากถาง แก้ตัว ข่มขู่ ก็เอาเรื่องคำหยาบมาต่อว่า ราวกับตนไม่เคยพูดคำหยาบเหมือนเอาเรื่องเยี่ยวเด็กทารกมารดกลบขี้กองใหญ่จากบ่อส้วมแตกที่มีความเหม็นมันแตกต่างกันชัดเจน

อยากให้เราเลิกก็ต้องไปบอกพวกนักการเมืองชั่วให้เลิกทำชั่วมันก็แค่นั้นเองง่ายๆเพราะไม่อย่างนั้นที่ประท้วงมาไม่มีความหมายแล้วกลับไปเจอเลือกตั้งแบบเก่าๆ สามัญสำนึกแบบเดิมๆ พอที เราต้องการ CHANGE, We need

ไม่มีความคิดเห็น: